เสียงประตูน้ำแข็งเลื่อนเปิดออกอีกครั้งโดยไร้เสียง แต่คราวนี้ไม่ใช่ศิษย์ชุดขาวที่นำอาหารมาส่ง หากแต่เป็เงาร่างระหงในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนผู้นั้นเอง สตรีน้ำแข็งก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างามและเ็าดุจเดิม ดวงตาสีฟ้าเข้มที่ลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทรน้ำแข็ง กวาดมองเฟิงอี้และเสี่ยวหู่ที่ลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณระวังภัยอยู่ครู่หนึ่ง
"ตามข้ามา" นางกล่าวสั้นๆ เพียงสามคำ ก่อนจะหันหลังเดินนำออกไปจากห้องจองจำที่อึดอัดนั้นทันที ไม่มีการอธิบาย ไม่มีการถามไถ่ มีเพียงคำสั่งอันเด็ดขาด
เฟิงอี้ลังเลเพียงชั่วพริบตา แต่ก็รู้ดีว่าตนเองไม่มีทางเลือกและไม่มีพลังพอจะต่อต้านได้ เขาอุ้มเสี่ยวหู่ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน (ซึ่งเ้าตัวเล็กก็ไม่ได้ขัดขืน แต่กลับซุกหน้าเข้าหาอกเขาอย่างหาที่พึ่งพิงและความอบอุ่น) แล้วสูดลมหายใจลึก เดินตามนางออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่รู้
ทางเดินภายในตำหนักยังคงเย็นเยียบและเงียบสงัดเช่นเคย เฟิงอี้พยายามสังเกตการณ์รอบตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นจากหยกน้ำแข็งและศิลาสีครามนั้นงดงามตระการตาแต่ก็ให้ความรู้สึกกดดันและแปลกแยกอย่างประหลาด เขาเห็นศิษย์คนอื่นๆ บ้างประปราย ทุกคนล้วนมีท่าทีสงบนิ่งและเ็า ก้มหน้าเล็กน้อยเมื่อนางเดินผ่านไป ไม่มีใครแสดงความสนใจหรืออยากรู้อยากเห็นต่อ "เชลย" เช่นเขาและเสี่ยวหู่เลยแม้แต่น้อย ราวกับพวกเขาเป็เพียงอากาศธาตุที่มองไม่เห็น
นางพาเขาเดินลึกเข้าไปในส่วนที่ไม่เคยมาถึงของตำหนัก ผ่านประตูและทางเดินที่ซับซ้อนอีกหลายชั้น บรรยากาศยิ่งมายิ่งเย็นะเืและกดดันมากขึ้น จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้า ประตูบานใหญ่ ที่ทำจากโลหะสีเงินยวับเย็นที่ไม่รู้จักชนิด บนบานประตูสลักลวดลายเกล็ดน้ำแข็งอันซับซ้อนและแผ่ไอเย็นที่หนาวเหน็บออกมาหนาแน่นกว่าบริเวณอื่นอย่างเห็นได้ชัด อักขระโบราณสีฟ้าเรืองแสงอยู่ตามขอบประตู บ่งบอกถึงค่ายกลป้องกันอันทรงพลัง
"นี่คือ 'ห้องทดสอบเหมันต์' (寒 испытальный зал - Hán Shì Tàn Fáng)" สตรีนางนั้นกล่าวเสียงเรียบ ชี้ไปยังประตูโลหะ "เข้าไป"
ประตูโลหะสีเงินอันหนักอึ้งเลื่อนเปิดออกเองอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นห้องโถงกว้างใหญ่ที่ผนังและพื้นถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งสีครามเข้มที่ดูราวกับจะดูดกลืนแสงสว่าง ตรงกลางห้องมีแท่นศิลาสีดำสนิทรูปวงกลมตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว และที่น่าแปลกใจคือ... ในห้องนี้มีคนรออยู่ก่อนแล้ว...
เป็ เด็กหนุ่มคนนั้น! คนเดียวกับที่เฟิงอี้เคยเห็นแอบมองเขาเมื่อตอนมาถึง และเป็คนที่เคยนำอาหารมาส่งให้เขาในห้องจองจำ!
เขายืนรออยู่ใกล้แท่นศิลาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาที่หลุบต่ำลงนั้นมีประกายตื่นตัวและความกังวลเล็กน้อยซ่อนอยู่ เมื่อเห็นเฟิงอี้เดินเข้ามาพร้อมสตรีชุดฟ้า เขาก็เพียงเหลือบมองมาแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบก้มหน้าลงตามเดิม ไม่พูดไม่จา
‘ทดสอบพร้อมกันงั้นรึ? หรือว่าข้าเป็แค่หนูทดลองเพื่อเปรียบเทียบกับเขา?’ เฟิงอี้ขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกไม่สบายใจเพิ่มมากขึ้น
สตรีชุดฟ้าเดินนำเข้าไปยังกลางห้อง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับพวกเขาทั้งสองด้วยแววตาเ็า "การทดสอบนี้จะวัดคุณสมบัติพื้นฐาน ความเข้ากันได้กับพลังเหมันต์ และความทนทานต่อไอเย็นของพวกเ้า พวกเ้าทั้งสอง... ขึ้นไปยืนบนแท่นศิลาเหมันต์นั่น"
เฟิงอี้มองหน้าเด็กหนุ่มคนนั้นแวบหนึ่ง อีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาพอดี ดวงตาคู่นั้นดูมีความซับซ้อนบางอย่าง แต่ก่อนที่เฟิงอี้จะได้เอ่ยถามอะไร อีกฝ่ายก็เป็ฝ่ายเดินขึ้นไปบนแท่นศิลาสีดำก่อนโดยไม่พูดอะไร เฟิงอี้จึงจำต้องเดินตามขึ้นไป ยืนอยู่คนละฟากของแท่นศิลา เขาวางเสี่ยวหู่ลงข้างๆ ซึ่งเ้าตัวเล็กก็รีบเข้ามาเกาะขาเขาไว้แน่น ดวงตาสีฟ้าใสกวาดมองไปรอบๆ ห้องอย่างระแวดระวังภัย
ทันทีที่ทั้งสองคนและหนึ่งสัตว์อสูรขึ้นไปยืนบนแท่นศิลา สตรีนางนั้นก็ยกมือเรียวขาวขึ้นกลางอากาศ! อักขระน้ำแข็ง จำนวนนับไม่ถ้วนพลันปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่ากลางอากาศรอบห้อง! พวกมันส่องแสงสีฟ้าเจิดจ้า! หมุนวนไปมาราวกับพายุหิมะคลั่ง!
วูมมมม!
ไอเย็นะเื ที่รุนแรงและ กดดัน ยิ่งกว่าที่เฟิงอี้เคยััมาหลายสิบเท่า ถาโถมเข้าใส่ร่างของเฟิงอี้และเด็กหนุ่มอีกคนทันที! มันไม่ใช่แค่ความหนาวเย็นธรรมดา แต่มันคือไอเหมันต์บริสุทธิ์ที่แฝงพลังทำลายล้าง! มันแทรกซึมเข้าไปถึงแก่นกระดูกและเส้นชีพจร พยายามจะแช่แข็งพลังปราณและเืลมในร่างให้ดับสลาย!
"อึก!" เด็กหนุ่มคนนั้นถึงกับหน้าซีดเผือดทันที! ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! เขารีบโคจรพลังปราณสายเหมันต์ของตนเองออกมาต้านทานอย่างสุดกำลัง เกิดเป็ไอสีขาวจางๆ ล้อมรอบตัวไว้ พยายามต่อสู้กับความเย็นที่กัดกินเข้ามา!
เฟิงอี้เองก็รู้สึกถึงความหนาวเหน็บอันร้ายกาจที่แทรกซึมเข้ามาเช่นกัน! ราวกับถูกโยนลงไปในขุมนรกน้ำแข็ง! พลัง "ปราณกระบี่" อันน้อยนิดในร่างถูกกระตุ้นให้โคจรเองตามสัญชาตญาณเพื่อปกป้องแก่นชีวิต! แสงสีเงินจางๆ วาบขึ้นรอบตัวเขาอย่างแ่เบา! แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงความเ็ปราวกับถูกเข็มนับล้านทิ่มแทงและความพยายามในการต้านทานที่ยากลำบากยิ่งนัก!
สตรีนางนั้นยืนมองปฏิกิริยาของทั้งสองด้วยแววตาเรียบเฉยราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ดวงตาสีฟ้าเข้มอันลึกล้ำของนางจับจ้องไปที่เฟิงอี้เป็พิเศษ ราวกับ้าจะมองให้ทะลุถึงความลับที่ซ่อนอยู่ภายในร่างของเขา
เวลาผ่านไปทีละน้อยราวกับชั่วนิรันดร์... เด็กหนุ่มอีกคนเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามคิ้วและเส้นผม ใบหน้าซีดขาวจนแทบไร้สีเื ริมฝีปากเริ่มสั่น การโคจรพลังปราณเริ่มติดขัดสะดุด แต่เขาก็ยังคงกัดฟันยืนหยัดอยู่ได้ แสดงให้เห็นว่ามีพื้นฐานพลังธาตุน้ำแข็งหรือความทนทานต่อความเย็นที่ดีพอสมควร
แต่เฟิงอี้กลับแตกต่างออกไป... แม้ใบหน้าจะซีดเซียวราวกับศพและร่างกายจะสั่นสะท้านเล็กน้อยเพราะความหนาว แต่เขากลับยังยืนได้ค่อนข้างมั่นคง ไอเหมันต์ที่ควรจะแช่แข็งเขาทั้งเป็ กลับดูเหมือนจะไหลผ่านร่างกายเขาไปส่วนหนึ่ง และส่วนที่แทรกซึมเข้าไป ก็ถูกพลังงานฟื้นฟูบางอย่างที่มองไม่เห็นภายในร่างต้านทานไว้อย่างเหนียวแน่น มันคือพลังฟื้นฟูโดยสัญชาตญาณที่ทำงานอย่างเงียบเชียบภายใต้แรงกดดันมหาศาล! แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยความรู้สึก "ถูกสูบกิน" จากแก่นชีวิตที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ! เขากำลังใช้ "อายุขัย" ต้านทานความเย็นนี้!
สตรีนางนั้นขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด นางััได้ถึงความผิดปกติและความผันผวนของพลังชีวิตในร่างเฟิงอี้ "น่าสนใจ... น่าสนใจยิ่งนัก... ร่างกายเ้าสามารถต้านทานไอเหมันต์ของข้าได้ดีเกินคาด ทั้งที่พลังปราณยังอ่อนด้อยถึงเพียงนี้" นางกล่าวเสียงเรียบ พลางตัดสินใจ... เพิ่มระดับความรุนแรงของไอเย็นในห้องขึ้นอีกระดับหนึ่ง! ค่ายกลน้ำแข็งหมุนวนเร็วขึ้น! แสงสีฟ้าสว่างจ้าขึ้น! ไอเย็นะเืที่รุนแรงกว่าเดิมกดทับลงมา!
คราวนี้เฟิงอี้รู้สึกถึงแรงกดดันที่แท้จริง! ไอเย็นที่รุนแรงขึ้นหลายเท่าแทรกผ่านการป้องกันอันเปราะบางของปราณกระบี่และพลังฟื้นฟูที่เริ่มอ่อนแรงเข้ามา! เขากัดฟันแน่นจนกรามสั่น! รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี! พยายามโคจรปราณกระบี่สายสุดท้ายเพื่อต้านทาน!
ในเสี้ยววินาทีที่เขารวบรวมพลังต้านทานเฮือกสุดท้ายนั้นเอง!
วูบ!
ปราณกระบี่ สายเล็กๆ ในร่างพลันเปล่ง ประกายแสงสีเงินจางๆ ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้! มันส่องสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตา!
มันไม่ใช่แค่พลังปราณธรรมดา! แต่มันแฝงไว้ด้วย ความคมกล้าอันบริสุทธิ์ ราวกับแก่นแท้ของคมดาบ และ เจตจำนงค์บางอย่างที่เ็าแต่ไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา! กลิ่นอายอันเป็เอกลักษณ์ที่แตกต่างจากพลังปราณใดๆ ในโลกนี้แผ่ออกมาเพียงชั่วพริบตา... แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว!
เสี่ยวหู่ที่เกาะขาเฟิงอี้อยู่อย่างหวาดหวั่น พลันเงยหน้าขึ้นทันทีเมื่อััได้ถึงปราณกระบี่อันคุ้นเคยนั้น ดวงตาสีฟ้าใสของมันจ้องมองไปยังพลังงานสีเงินจางๆ ที่เพิ่งปรากฏขึ้นด้วยแววตาสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด... ราวกับว่ากลิ่นอายอันคมกล้าและพิเศษนี้เป็สิ่งที่มัน "คุ้นเคย" มาั้แ่ถือกำเนิด... หรืออาจจะก่อนหน้านั้นเสียอีก...
ปฏิกิริยานั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว แต่มันก็เพียงพอแล้ว!
สตรีชุดฟ้าเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด! แววตาเ็าดุจน้ำแข็งพันปีของนางฉายประกายคมปลาบ! ความตกตะลึงฉายวาบผ่านดวงตาคู่นั้น!
"ปราณกระบี่? ไม่สิ... กลิ่นอายนี้มัน... คล้ายคลึงกับบันทึกโบราณนั่น... หรือว่าจะเป็...!" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย ความสนใจและความสงสัยในตัวเฟิงอี้พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด! มากกว่าความสนใจในสายเืของเสี่ยวหู่เสียอีก!
เด็กหนุ่มอีกคนบนแท่นศิลาก็ััได้ถึงกลิ่นอายปราณกระบี่ที่แตกต่างและน่าสะพรึงกลัวนั้นเช่นกัน เขาเหลือบมองเฟิงอี้ด้วยแววตาตกตะลึงระคนไม่เข้าใจอย่างยิ่งยวด
ไอเหมันต์ในห้องค่อยๆ สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว การทดสอบดูเหมือนจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่บรรยากาศกลับยิ่งตึงเครียดและเต็มไปด้วยความลับยิ่งกว่าเดิม
"เ้า..." สตรีนางนั้นจ้องมองเฟิงอี้เขม็งราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงจิติญญา "ตามข้ามา... เดี๋ยวนี้" น้ำเสียงของนางยังคงเ็า แต่แฝงไว้ด้วยความ้าคำตอบอย่างเร่งด่วน
*** จบตอนที่ 17 ***