เมื่อผลักประตูบังตาที่เปิดเข้าสู่ห้องครัวให้เปิดออกเธอก็เดินไปหยุดตรงที่แขวนเสื้อคลุม ฮาร์ฟเข้ามายืนอยู่ข้างหลัง และช่วยถอดเสื้อคลุมออกให้เธอหันไปยิ้มเย็นให้เขาพร้อมกับกล่าวคำ “ขอบใจ” เบาๆก่อนที่จะเอาเสื้อตัวนั้นแขวนไว้ในที่ของมัน
“เห็นคุณบอกว่าได้รับโทรศัพท์จากคนที่เขาสนใจจะเช่าบ้านหลังนั้นใช่ไหม” เธอเอ่ยขึ้นคล้ายจงใจจะเตือนให้เขานึกถึงเหตุผลการมาหาเธอในครั้งนี้ขณะเดียวกันก็เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ที่มีหม้อต้มกาแฟเสียบปลั๊กอยู่ตรงฝาผนัง “เป็คนแถบนี้หรือเปล่าล่ะ”
“ไม่ใช่หรอก เขาอยู่ในบัลติมอร์” ฮาร์ฟถึงเก้าอี้ตัวหนึ่งออกจากโต๊ะและหย่อนกายลงนั่ง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พร้อมกับใช้มือทั้งสองประสานอยู่ตรงท้ายทอย
“อะไรกัน จากบัลติมอร์เชียว...ทําไมเขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ” มาร่าในกาแฟใส่ลงในถ้วยเคลือบ
“จนป่านนี้แล้วคุณยังจําไม่ได้อีกหรือว่าผมชอบกินกาแฟดําไม่ใส่อะไรเลย” เขาถามล้อ ๆก่อนที่จะพูดต่ออย่างเป็ทางการว่า “เท่าที่ทราบดูเหมือนคนที่เขาอยากจะเช่าบ้านคุณเขา้าจะเก็บไว้เป็สถานที่สําหรับพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อที่จะได้หนีจากความสับสนวุ่นวายของในตัวเมือง มาหาความสงบที่นี่เท่านั้น”
“ถ้าเช่นนั้น ฉันก็คิดว่าเขาคงอยากจะเห็นบ้านเสียก่อน” เธอพูดอย่างให้เหตุผลทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้ตัวหนึ่ง ขณะเดียวกันก็คิดคํานวณอยู่ในใจว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานสักเท่าไร จึงจะต้องตกแต่งบ้านหลังนั้นให้เสร็จเรียบร้อยลงได้ถ้าจะอุทิศเวลาว่างทั้งหมดที่มีอยู่ให้กับมัน “อันที่จริงในห้องนอนก็ตั้งเตียง แล้วก็มีเครื่องเฟอร์นิเจอร์พร้อมแล้วส่วนในครัวก็ดูเหมือนจะไม่ขาดอะไรอีก แต่...”
“เขาไม่อยากมาดูหรอก” ฮาร์ฟขัดขึ้น
“คุณคงไม่ได้หมายความว่าเขา้าจะเช่าบ้านทั้งที่ยังไม่เห็นว่ามันมีรูปร่างลักษณะหรือสภาพอย่างไรหรอกนะ”มาร่ารู้สึกแปลกใจในคําบอกเล่านั้นอยู่ไม่น้อย
“ที่ผมพูดนะไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่้าดูเสียทีเดียวหรอก” ฮาร์ฟกล่าวแก้คําพูดของตน“เพียงแต่ว่าตอนนี้เขายังไม่มีเวลา และผมก็...เอ้อ...”เขายิ้มกว้างให้ ก่อนที่จะพูดต่อว่า “คือผมสร้างความรู้สึกให้เกิดขึ้นกับเขาว่าขณะนี้มีคนมาติดต่อที่จะเช่าบ้านหลังนั้นจากคุณแล้วหลายคนและคุณก็คงจะไม่ยอมปล่อยทิ้งให้มันว่างไว้นาน จนกว่าเขาจะเดินทางมาที่นี่เพื่อที่จะมาดูบ้านหรอก”
“อ้าว...แล้วอย่างนั้นเขาจะเห็นมันได้ยังไงล่ะ”มาร่าไม่เข้าใจจริงๆ
“พอผมเล่าให้เขาฟังว่าบ้านหลังนั้นอยู่ในชนบทที่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก บรรยากาศสงดเงียบ น่าสบายเขาก็พูดเป็ทํานองว่า มันตรงกับที่เขากําลังมองหาอยู่พอดีผมอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียดแล้วละว่าบ้านนั้นมีลักษณะอย่างไร” ฮาร์ฟบอกความภูมิใจในเื่ความสามารถของตนเองเกี่ยวกับเื่ของประสบการณ์ในการขายบ้านและที่ดินฉายชัดอยู่ในสีหน้า
“และเพื่อให้เป็ที่มั่นใจว่ามันมิใช่เป็เพียงกระท่อมหลังเล็กๆ ที่ไม่ได้มีอะไรเลยเขาก็อยากจะให้ผมส่งรูปไปให้เขาดู ซึ่งผมก็สัญญากับเขาไว้แล้วว่าจะส่งไปให้เขาเมล์เที่ยวพรุ่งนี้”
“พรุ่งนี้เชียวรึนี่...ตายแล้วมันแย่กว่าที่ฉันคิดไว้ตั้งแยะเลย” เธอพึมพําอยู่กับตัวเอง “ทําไมคุณทําอย่างนั้นล่ะ ฮาร์ฟ ในเมื่อคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าบ้านหลังนั้นมันยังตกแต่งไม่เสร็จเลย”
“ที่จริง ผมก็บอกเขาแล้วนะแต่เขาบอกว่าที่เขา้าจะดูน่ะ ไม่ใช่เื่ของการตกแต่งภายในหรอก เขาอยากจะดูลักษณะของบ้านมากกว่า” ฮาร์ฟยกกาแฟขึ้นจิบใช้อุ้งมือทั้งสองประคองถ้วยไว้
มันเป็การเริ่มต้นที่รู้สึกว่าจะดีเกินไป...เกินกว่าที่จะเชื่อว่ามันเป็ความจริงได้ ซึ่งทําให้มาร่ารู้สึกหวั่นๆในใจอย่างไรพิกลว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไม่วิเศษเลิศเลออย่างที่ฮาร์ฟเชื่อเสียแล้ว
“แล้วเขาเป็ใครล่ะคุณมีความรู้เกี่ยวกับเขาบ้างหรือเปล่า” เธอถามอย่าง้าจะรู้ความจริง“เขายังหนุ่มอยู่ หรือว่าแก่แล้วที่ฉันถามอย่างนี้ก็เพราะว่าคุณก็รู้ว่าฉันต้องลงทุนในเื่ซ่อมแซมบ้านไปมากเพราะฉะนั้น ฉันย่อมจะไม่เต็มใจที่จะให้คนหนุ่มวัยคะนองมาเช่าเพราะมันอาจจะเกิดความเสียหายกับทรัพย์สินของเราได้”
“ผมว่ามันเป็เื่ยากนะที่จะรู้ว่าคนที่เขาติดต่อมาหาเรานั้นแก่หรือหนุ่มเพียงจากการรับฟังเสียงที่พูดมาทางโทรศัพท์” ฮาร์ฟกล่าวป้องกันตัวเองไว้ก่อน“ผมรู้แต่ว่าเขาชื่อซินแคลร์ บูคาแนน ฟังจากน้ำเสียงแล้วรู้สึกว่า เสียงที่พูดจะบอกว่า เขามีความเป็ผู้หลักผู้ใหญ่อยู่เต็มตัวแล้วก็ได้รับการศึกษาดีด้วย ผมขึ้นค่าเช่าให้มากขึ้นไปอีก เป็เดือนละ 100 เหรียญและเขาก็ไม่ได้มีท่าว่าจะลังเลใจอะไรเลยนี่ ตอนที่ผมบอกราคากับเขา”
“ตั้งร้อยเหรียญเชียวหรือนี่” เธอตกตะลึงไปจริงๆ
“ผมคิดว่ามันน่าจะทําให้คุณสนใจในเขาบ้าง”รอยยิ้มอย่างมีเลศนัยปรากฏขึ้นเหนือมุมปาก
“แต่ทําไมต้องทําอย่างนั้นด้วยล่ะ” เท่าที่มาร่ารู้ราคาที่ตั้งไว้ั้แ่ในตอนแรกก็สามารถจะทําให้เธอได้กําไรงามอยู่แล้ว
“จากเสียงที่เขาพูดรู้สึกว่าเขาสามารถจะจ่ายเงินตามราคาที่เราเรียกร้องได้นะ” ฮาร์ฟยักไหล่เบาๆ“ถ้าเขา โต้แย้งเกี่ยวกับค่าเช่าที่เสนอไปก็เท่ากับผมอ่านเขาผิดไป แล้วแต่เท่าที่ฟังดูจากในตอนนี้ดูเหมือนคุณกําลังจะได้กําไรงามทีเดียวนะ”
คําพูดของเขามีเหตุผลอยู่มาก แม้มาร่าจะมีความรู้สึกว่าเขาออกจะกระทําในสิ่งที่ไร้คุณธรรมไปสักหน่อยก็ตาม เธอยกถ้วยกาแฟขึ้นจรดริมฝีปากไม่ยอมให้ตัวเองแสดงความตื่นเต้นอะไรออกมา เพียงเพราะได้ยินเงินจํานวนนั้นเมื่อจิบกาแฟแล้วก็วางถ้วยลงบนโต๊ะ
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะนะ ฮาร์ฟฉันไม่อยากจะให้ใครก็ตามที่เราไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้ามาเช่าบ้านเพียงเพราะว่าเขาให้ค่าเช่าฉันอย่างงามหรอก”
“อย่ากังวลไปหน่อยเลย มาร่าถ้าภายหลังจากที่เขาได้เห็นรูปบ้านนั่นแล้วและเขายังประสงค์ที่จะเซ็นสัญญาเช่าบ้านจากคุณต่อไปผมก็จะสอบถามเกี่ยวกับเครดิตของเขาเสียก่อน ผมจะตรวจสอบเกี่ยวกับเื่นายซินแคลร์บูคาแนน คนนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด พอใจหรือยังล่ะ” เขาให้คํามั่น
“คุณจะทํายังไงก็ต้องแล้วแต่คุณแล้วละสําหรับฉันเองน่ะ อยากจะเห็นเพียงผลลัพธ์ที่มันจะปรากฏออกมาเท่านั้น” มาร่าบอก แต่ในน้ำเสียงนั้นคล้ายกับจะเป็การเตือนให้เขาได้ตระหนักในความเป็จริงบางอย่างอยู่
“ผมคิดว่าเราควรจะให้ความสนใจในเื่แรกที่เราจะต้องทําก่อนดีกว่า”ฮาร์ฟมิได้เดือดร้อนกับการที่มาร่าจะไม่มีความมั่นใจในความสามารถของเขาแต่อย่างใดทั้งนี้เพราะเขาเป็ชายหนุ่มที่มีความมั่นใจต่อตัวเองเป็อย่างมากและอย่างพิเศษอยู่แล้ว “และสิ่งที่ผมจะต้องทําก็คือจะต้องถ่ายรูปบ้านเพื่อที่จะส่งไปให้เขาเสียก่อนและการที่จะทําอย่างนั้นได้ผมก็คงจะต้องขอกุญแจบ้านจากคุณ”
“งั้นเดี๋ยวฉันจะไปเอาให้” มาร่าลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่ง
ฮาร์ฟผุดลุกขึ้นยืนตามเอื้อมมือมาจับแขนขณะที่มาร่ากําลังจะเดินผ่านหน้าเขาไป
“ผมว่าถ้าจะให้ดีกว่านั้นทําไมคุณไม่ไปที่บ้านหลังนั้นกับผมเสียเลยล่ะ” ขณะนี้เขากําลังยืนคล้อยไปทางด้านหลังของเธอเล็กน้อยน้ำเสียงที่เอ่ยถามขึ้นนั้น จึงดังอยู่ ใกล้หู
“ฉันไม่ว่าง เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน” เธอปฏิเสธคําชวนของเขาอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่จะทันสะบัดตัวเองให้พ้นจากการเกาะกุมนั้นมือที่วางอยู่บนต้นแขนกระชับแน่นเข้า
“คุณชอบที่จะผัดไปคราวหน้าอย่างนี้เสมอเลยนะ”เขาพูดเหมือนจะทักท้วง