ตระกูลม็อคเลียนมีสมาชิกนับไม่ถ้วน
ตอนนี้เ้าเมือง ภรรยา ลูก ๆ ที่สืบเชื้อสายตระกูลม็อคเลียนตลอดจนคนรับใช้ ผู้คนจำนวนมากเหล่านี้กำลังรอเอียนอยู่นอกปราสาทตามราชโองการ
“ทำไมถึงได้ช้าแบบนี้นะ”
“แน่อยู่แล้ว!แค่ใช้เวทมนตร์เป็นิดหน่อยแล้วเืสีโคลนจะสะอาดขึ้นหรือไง”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการมาช้าล่ะ”
“เพราะพวกชั้นตํ่าี้เีั้แ่เกิดยังไงล่ะ”
เหล่าเด็ก ๆ ของตระกูลม็อคเลียนพูดจ้อไม่หยุด
ถึงจะบอกว่าโตแค่ไหนแต่ก็เป็แค่เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายอายุราวสิบสองถึงสิบสี่ปี
ดูเหมือนว่าเด็กผู้ชายจะเป็พี่
“ระวังปากหน่อยไม่ได้หรือไง!”
ชายวัยกลางคนตะคอกใส่เด็กพวกนั้น
เขาคือเ้าเมืองใหญ่ ‘มาร์คัส ม็อคเลียน’
“เด็กคนนั้นเป็จอมเวทแล้วก็เป็แขกของตระกูลด้วย”
“ตะ...แต่ว่า...”
“นี่! เ้าจะขัดราชโองการหรือ”
สำหรับเ้าเมืองแล้วราชโองการสำคัญกว่าอะไรทั้งหมดและนี่ไม่ใช่การแสดงตัวเป็ผู้จงรักภักดีหรือทำหน้าที่ของราษฎรแต่อย่างใด
เขาแค่รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวผิดปกติ
รู้สึกว่านี่จะเป็เื่ใหญ่ชอบกล
เขารู้ดีว่าจอมเวทเป็ขุนนาง พวกเขาเ่าั้คืออาวุธที่น่าเกรงขามที่สุดทั้งยังเป็ศูนย์กลางที่นำมาซึ่งอารยธรรม แต่ถึงกระนั้นปัญหาก็คือพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้โดยง่าย
เด็กคนนี้มีพร์มากแค่ไหนกันนะ
มีเพียงข้อสรุปเดียวเท่านั้น
เป็พร์ที่อยู่เหนือจินตนาการ
พร์ที่ทำให้ราชวงศ์กับหอคอยงาช้างจ้องตาเป็มันพร์อันน่าทึ่งที่จะทำให้เราสามารถดูแคลนการยื่นข้อเสนอประนีประนอมจากจักรวรรดิอื่นได้และพร์นั้นก็อยู่ที่ปราสาทเ้าเมืองม็อคเลียนแห่งนี้
สร้างความประทับใจดี ๆไว้สักหน่อยก็ไม่เสียหาย
เ้าเมืองตัดสินใจถึงจุดยืนของตนเองด้วยตรรกะง่ายๆ เขาจะสร้างความประทับใจที่ดีให้กับลูกชายของสาวใช้คนนั้นถ้าเด็กนั่นได้กลายเป็จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ละก็ความประทับใจนั้นก็จะเป็ประโยชน์ในภายภาคหน้า
แม้ในท้ายที่สุดแล้วจะไม่เป็ตามนั้นแต่เขาก็ไม่ได้เสียอะไรเลย
ปัญหาอยู่ที่แม่ของเขาเคยเป็คนรับใช้นี่แหละ
ถ้าเป็เวเนสซ่าแล้วละก็เ้าเมืองจำหน้าของเธอได้ เพราะเ้าตัวมีใบหน้าที่งดงามเกินกว่าจะเป็สาวรับใช้
ยายเด็กนั่นไม่มีทางที่จะนิ่งดูดายแน่
เ้าเมืองมองลูกสาวของตนที่ยังไม่ยอมโตพลางเดาะปากอย่างขัดใจ
ไม่มีทางที่เธอจะเดินผ่านคนรับใช้ที่สะดุดตาไปเฉยๆ
ลูกสาวเป็คนขี้อิจฉารุนแรงแต่กำเนิดเธอจะต้องกลั่นแกล้งเวเนสซ่าเป็แน่
ถึงจะอ้างว่าไม่เคยทำอะไรแบบนั้นก็เถอะ
แต่จะทำอย่างไรได้มาเสียใจตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว
นับจากนี้ไปเขาทำได้เพียงระวังตัว
“มาโน่นแล้ว”
ขบวนของเอียนกำลังใกล้เข้ามา
“ราวี! มาร์กาเร็ต!ข้าจะเตือนพวกเ้าอีกครั้งว่าให้ระวังคำพูดหน่อย ถ้าไม่มั่นใจละก็หุบปากไปเลยเข้าใจไหม”
เขาไม่ทันได้ฟังคำตอบหรือมองสีหน้าของเด็ก ๆ
เพราะก่อนที่จะได้ทำแบบนั้นเขาก็สบตาเข้ากับเอียนที่กำลังจะมาถึง
เด็กวัยสิบสองหน้าตาอัปลักษณ์เนื้อตัวมอมแมมเหมือนที่ได้ยินมา
สิ่งที่ข้าต้องทำคือให้เขาสวมใส่เสื้อผ้าดี ๆป้อนอาหารดี ๆ ให้ที่นอนดี ๆ ถ้าเขา้า ข้าก็จะสอนอ่านหนังสือ ขี่ม้าและมารยาทให้ด้วย เพราะพวกชนชั้นสูงคง้าอะไรแบบนั้น
ถึงจะเป็จอมเวทแต่ก็ยังเป็เด็กน้อยไร้เดียงสาอยู่ดี
แค่การชักจูงและปลอบขวัญนิดหน่อยคงไม่ใช่เื่ยากอะไร
“ยินดีต้อนรับขอรับ”
เ้าเมืองยิ้มกว้างอย่างเป็มิตรที่สุด
เขาต้อนรับเอียนด้วยความยินดียิ่ง
“ท่านจอมเวทแห่งจักรวรรดิ”
สิบห้าวันผ่านไป
ณ ลานฝึกที่หนึ่งแห่งปราสาทเ้าเมืองม็อคเลียนสถานที่ซึ่งแต่เดิมเป็ลานฝึกซ้อมของอัศวิน
เอียนอยู่ที่นั่น
เขาเลือกลานฝึกแห่งนี้เป็สถานที่ฝึกฝน
การฝึกลมหายใจมานานอกสถานที่จะให้ประสิทธิภาพมากกว่านอกจากนี้เขายังต้องเพิ่มประสาทััทางเวทมนตร์อีกด้วย
วันนี้เงียบจังเลยนะ
ปกติคนรับใช้จำนวนมากจะแอบย่องผ่านลานฝึก
จอมเวทมาทำอะไรในลานฝึกกันนะ
ทุกคนล้วนอยากรู้อยากเห็นกันทั้งนั้น
ใครเป็คนปล่อยข่าวกัน
คนส่วนใหญ่แค่มองดูเอียนหายใจแล้วก็จากไป
ตามที่บอก แค่หายใจ
ส่วนบางคนก็ได้เห็นเขาร่ายเวทมนตร์ไปบ้าง
การเล่าปากต่อปากของคนพวกนั้นก็น่าทึ่งจริง ๆ
“เขาใช้ลูกไฟะเิหุ่นเชิดจนไม่เหลือชิ้นดีเลย!”
“แต่ข้าเห็นก้อนนํ้าแข็งนะ...”
“คิดว่าจู่ ๆเขาก็ได้รับการยอมรับว่าเป็จอมเวทโดยไม่มีเหตุผลหรือไง”
“ใช่แล้ว ๆ ทุกอย่างในโลกนี้ต้องมีเหตุผลสิ”
และคำพูดอื่น ๆ อีกมากมายแน่นอนว่าไม่ใช่ข่าวโคมลอยแต่อย่างใด
ดีเสียอีก
ตอนนี้ไม่ใช่ยุคแห่งสันติภาพหลังจากรวมดินแดนสำเร็จแต่เป็ยุคแห่งสามจักรวรรดิที่าสามารถปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ
ยิ่งความสามารถเป็ที่ประจักษ์มากเท่าไรมูลค่าก็ยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น
อัจฉริยะที่ทำให้นึกถึง ‘จอมเวทผู้แรกเริ่ม’อย่างนั้นหรือ
ไม่เลวนี่นา อย่างน้อยก็จนกว่าจะได้ควบรวมดินแดน
แน่นอนว่าจะต้องมีข้อสงสัยและการสืบประวัติเกิดขึ้นและหอคอยงาช้างก็คงจะเป็ผู้นำในการดำเนินการนั้น
แต่ถึงจะสืบไปก็ไม่เจออะไร
พวกเขาจะสืบเจออะไรบ้างนะ
เอียนรู้ขั้นตอนการทำงานของหอคอยงาช้างดีกว่าใครทั้งหมดไม่ว่าอย่างไรเขาก็คงรับมือได้
แม้ว่าอาจจะถูกจับตามองก็เถอะ
ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากจะลองไปในเส้นทางที่แตกต่างเส้นทางที่ถึงจะอันตรายแต่ก็ทำให้เติบโตเร็วที่สุด
จนกว่าจะใช้วจีัได้อย่างน้อยอีกสักครั้ง
ถึงตอนนั้นเขาก็จะย้อนเวลาได้
เอียนยิ้มกรุ้มกริ่มพลางมองไปรอบ ๆวันนี้ไม่มีคนรับใช้มาเดินเพ่นพ่าน
“ไหน ๆ ก็เงียบแล้ว ไหนลอง...”
เอียนลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วใช้มือขวาแตะพื้นของลานฝึก
ฟิ้วววว...
เพียงพริบตาเดียว ลมหนาวก็ค่อย ๆพัดมารวมกันรอบฝ่ามือของเอียน
“ะเิเยือกแข็ง”
เอียนท่องคาถาเบา ๆ
แครก แครกกกก แครกกกก!
ไอเย็นะเืจนถึงขีดสุดพลันกระจายออกไปทั่วทิศทางั้แ่พื้นของลานฝึก หุ่นฝึกซ้อม ไปจนถึงวัชพืชแห้งทุกอย่างรอบกายกลายเป็นํ้าแข็งอย่างรวดเร็ว
มันเป็ภาพอันงดงามอย่างแท้จริง
ยังไม่พอ
สีหน้าของเอียนเต็มไปด้วยความผิดหวัง นี่คือสภาพที่เขาสร้างขึ้นหลังจากเข้าปราสาทเ้าเมืองได้เพียงสิบห้าวันเท่านั้นช่างเป็การเติบโตที่รวดเร็วอย่างน่ากลัวจริง ๆ
ถ้าลองคำนวณระดับดูก็คงพอ ๆ กับระดับสองอย่างไรก็ตาม เขายังรู้สึกว่ามันไม่พอ
ข้าไม่ได้จะแช่แข็งลานฝึกแต่เป็ปราสาทเ้าเมืองต่างหาก
หากเป็ร่างกายในชาติก่อนละก็ย่อมทำได้แน่เขาสามารถเปลี่ยนปราสาทเ้าเมืองให้กลายเป็นํ้าแข็งได้ง่ายดายเหมือนปอกกล้วย
ข้า้าสิ่งที่ช่วยกระตุ้นมานาได้...
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นํ้าอมฤตหรืออาร์ติแฟกต์ต่างๆ ก็ตาม เขา้าตัวช่วยที่จะทำให้ตนพัฒนาขึ้นไปมากกว่านี้
นํ้าอมฤตยังเป็เื่ยากอยู่
เมื่อดื่มนํ้าอมฤตที่ว่านี้เข้าไปแล้วมันจะช่วยกระตุ้นพลังงานทั้งชั่วคราวและถาวร แน่นอนว่า ‘พลังงาน’ นั้นรวมถึง‘มานา’ ด้วย
จนกว่าจะได้รับการสนับสนุน
ถ้าได้รับการสนับสนุนจากราชวงศ์หรือหอคอยงาช้างก็อาจทำได้แต่ในตอนนี้ ยังเกินตัวไปสำหรับเขาในการที่จะดื่มนํ้าอมฤตได้ราวกับดื่มนํ้า
เพราะว่าราคาของมันเทียบเท่าทองคำอย่างไรล่ะ
แต่ถ้าเป็อาร์ติแฟกต์แล้วละก็...
อาร์ติแฟกต์ที่บรรจุพลังพิเศษเฉพาะในแต่ละชิ้นส่วนใหญ่จะมีแต่เหล่าขุนนางซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเป็ผู้ถือครอง เป็‘มรดกตกทอด’ ที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
ทว่าในความเป็จริงแล้ว พวกมันกำลังค่อย ๆหมดอายุขัยไปต่างหาก
ใน่ารวมจักรวรรดิหลังจากปรับปรุงพลังการต่อสู้ของจอมเวทแล้วหอคอยงาช้างก็ได้จำนำอาร์ติแฟกต์ที่หมดอายุลงเรื่อย ๆ ของตระกูลขุนนางทั้งหมดในจักรวรรดิไม่เว้นแม้แต่ตระกูลเดียว
มันเคยอยู่ในความรับผิดชอบของข้า