เช้าวันนี้ไป่เจ๋อตื่นตี 4 มานั่งอ่านข่าววงการบันเทิงจากสมาร์ทโฟน เขาพบข่าวของอลิซนักร้องสาวที่เขาเจอเมื่อวานเนื้อหาข่าวบอกว่าอลิซเกิดป่วยกะทันหันด้วยอาการท้องร่วงรุนแรงโดยที่หมอตรวจไม่สามารถระบุสาเหตุได้ คาดว่าอาจจะเป็เชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ทำให้อลิซต้องถูกกักตัวอยู่ในห้องกักกันโรค ที่เป็ห้องปลอดเชื้อทันที
‘ใครใช้ให้นางมาขัดจังหวะข้ากันล่ะแต่ว่าจากนี้ผิวของนางคงดีขึ้นมาก ถือเป็ของขวัญไถ่โทษจากข้าก็แล้วกัน’ไป่เจ๋อคิด ขณะที่เห็นประกาศบางอย่าง
“หือเปิดรับสมัครนักกินจุ เข้าร่วมแข่งขันเป็จ้าวนักกินของรายการาานักกิน อืมน่าสนใจ แถมเป็ของสถานีโทรทัศน์ในเครือของ LSA ด้วย”ไป่เจ๋อที่เห็นดังนั้นไม่รอช้าเขาส่งข้อความหาเฉินเฟิงทันทีเพื่อสอบถามว่าเขาสามารถลงแข่งได้รึเปล่า
หลังจากส่งข้อความไปเขารออยู่นาน แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับ เขาคิดว่าเฉินเฟิงอาจจะยุ่ง ติดงานหรือเข้านอนไปแล้ว จึงเข้านอนทันที
โรงเรียนของไป่เจ๋อ ในวันรุ่งขึ้น
วันนี้มู่ซื่อเฉิงรีบตรงดิ่งเข้ามาหาไป่เจ๋อทันทีเขาล็อกคอไป่เจ๋อทันทีที่ไป่เจ๋อเดินเข้ามาในห้องแน่นอนว่าหากไป่เจ๋อคิดจะหลบก็หลบได้ แต่เขาแค่ต้องทำเหมือนนักเรียนทั่วไป จึงไม่ได้สร้างกำแพงกันไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้เขา
“ไป่เจ๋อเพื่อนรักวันนี้ไปเตะบอลกัน” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“ใครกันที่บอกว่าจะไม่ชวนฉันแล้วน่ะ”ไป่เจ๋อหรี่ตามอง แล้วคิดว่าเ้าหมอนี่ต้องมีแผนอะไรแน่ ๆ
“แค่อยากให้นายได้ออกแรงเสีย[เหงื่อ] แค่นั้นเอง” มู่ซื่อเฉิงกล่าว สีหน้าเหมือนกำลังปกปิดอะไรบางอย่างอยู่ดังนั้นไป่เจ๋อจึงสังเกตรอบ ๆ ห้อง และในที่สุดไป่เจ๋อก็เห็นบางสิ่งใช่แล้วที่โต๊ะของมู่ซื่อเฉิงมีห่อผ้าเช็ดหน้าอยู่ 2 ห่อ
‘อ้อเข้าใจแล้วเ้าหมอนี่กะจะหาผลประโยชน์จากข้างั้นสินะ หึหึ ฝันไปเถอะ’ ไป่เจ๋อคิด
“ไม่ล่ะฉันต้องเก็บแรงไว้ทำงาน วันก่อนที่เตะบอลกับพวกนาย กลับบ้านก็จะหลับให้ได้”ไป่เจ๋อกล่าว ส่วนมู่ซื่อเฉิงนั้นยังคงไม่ลดละความพยายามขณะที่นักเรียนหญิงรอบข้างต่างเงียหูฟังว่าไป่เจ๋อจะยอมตกลงไปเตะบอลกลางวันนี้หรือเปล่า
“ได้โปรดเถอะไป่เจ๋อขอร้องล่ะ ไม่งั้นพวกสาว ๆ ฆ่าฉันแน่ นายไม่ต้องเตะบอลก็ได้ฉันขอแค่เหงื่อของนายก็พอ” มู่ซื่อเฉิงร้อนรนจนบอกสิ่งที่ตนเองโดนกดดันมา
“นี่สินะวัตถุประสงค์ที่แท้จริงแต่คำตอบคือ ไม่” ไป่เจ๋อตอบอย่างไร้เยื่อใย แล้วก็เดินไปที่โต๊ะของตนโดยมีมู่ซื่อเฉิงใช้วงแขนโอบรอบเอวไป่เจ๋อ แล้วปล่อยให้ไป่เจ๋อลากเขาไปด้วย
“ช่วยฉันหน่อยสิไป่เจ๋อฉันรับเงินพวกนั้นมาแล้วด้วย” มู่ซื่อเฉิงยังคงสารภาพออกมาเรื่อย ๆ
“คำตอบเหมือนเดิมคือไม่ อีกอย่างซื่อเฉิง นายรวยอยู่แล้ว จะขายของพวกนี้ไปทำไมกัน” ไป่เจ๋อถาม
“ก็แหมสาว ๆ ที่อยากได้ก็มาเอาใจฉันนี่นา ก็เลยตบปากรับคำไปน่ะ”มู่ซื่อเฉิงกล่าวอย่างเก้อเขิน
“ช่างเถอะว่าแต่ซื่อเฉิงบ้านนายทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรเหรอ” ไป่เจ๋อถามเพราะเขาคิดวิธีหาเงินแบบใหม่ได้แล้ว
“เป็พวกเวชสำอางค์กับอาหารเสริมน่ะ นายถามทำไม ระ...หรือว่า...อืม นี่น่าสนใจ” มู่ซื่อเฉิงเข้าใจสิ่งที่ไป่เจ๋อ้าจะสื่อในเวลาไม่นาน
มู่ซื่อเฉิงคิดว่าสิ่งที่ไป่เจ๋อคิดมีความเป็ไปได้อยู่เขาเคยได้ยินมาว่าสมัยกรีกโบราณมีการนำไขมันสัตว์มาทาตัวนักกีฬาต่อสู้ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเพื่อหวังเก็บเอากลิ่นฟีโรโมนที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงของร่างกาย เอามาสกัดเป็น้ำหอมฟีโรโมนยุคโบราณที่พวกชนชั้นสูงนิยมใช้กันดังนั้นถ้าใช้วิธีนี้กับเหงื่อของไป่เจ๋อจะต้องได้สุดยอดน้ำหอมที่จะทำให้พ่อของเขาต้องตกตะลึงแน่นอน
“ไป่เจ๋อนายคือแข้งทองคำของฉัน” มู่ซื่อเฉิงะโกอดไป่เจ๋อนั่นทำให้นักเรียนหญิงหลายคนถึงกับต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเืกำเดากันหลายคน
“เฮ้ยอย่ามากอดฉันนะ ซื่อเฉิง มันขนลุก เดี๋ยวผีผลัก ไอ้บ้า”ไป่เจ๋อพยายามดันมู่ซื่อเฉิงที่จู่ ๆ ก็ะโกอดเขาออกไป ขนาดที่ต้าเซียนพี่บุญธรรมเขายังไม่เคยกอดเขาแนบชิดขนาดนี้มาก่อนเลยการถูกบุรุษบุกถึงตัวใกล้ชิดแบบนี้ทำให้เขานึกถึงแม่เฒ่าถ้ำปรภพขึ้นมาทันทีซึ่งมันเป็แผลใจของเขา
“งั้นฉันจะแบ่งกำไรให้นาย ฉันให้นาย 80 ส่วนของฉัน 20” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
“เป็ความคิดที่ดีแต่นายควรตั้งราคาไว้สูงหน่อยนะ หากตั้งราคาต่ำ ฉันคงถูกรีดน้ำหมดตัวแน่”ไป่เจ๋อกล่าว หากจะให้เขามานั่งกลั่นเหงื่อตัวเองทั้งวันเป็เครื่องผลิตเหงื่อเคลื่อนที่คงจะไม่ได้
“ตกลงสหายฮี่ ฮี่” มู่ซื่อเฉิงยิ้มกว้าง
หลังเลิกเรียนไป่เจ๋อได้ให้เหงื่อที่เขาอุตสาห์ไปเค้นออกมาถึง 2 ขวดขวดแรกใช้กับผ้าเช็ดหน้าที่ซื่อเฉิงจะขายให้กับพวกนักเรียนหญิงส่วนอีกขวดเขาให้มู่ซื่อเฉิงลองเอาไปเข้าแล็ปเพื่อสกัดกลิ่นออกมาสำหรับลองใช้น้ำหอมของธุรกิจของตระกูลมู่ดู
แน่นอนว่าไป่เจ๋อได้ขอให้มู่ซื่อเฉิงช่วยปิดเป็ความลับซึ่งมู่ซื่อเฉิงก็รับปากและขอตัวไปจัดการเื่ผ้าเช็ดหน้าที่สาวสั่งไว้ก่อนส่วนไป่เจ๋อนั้นรู้สึกว่าสมาร์ทโฟนของเขากำลังสั่นจึงรีบหาที่ลับตาเพื่อรับสายที่โทรเข้ามา
“ครับไป่เจ๋อพูดครับ” ไป่เจ๋อกล่าวทักทายหลังรับสายทันที
“โอ้อาจารย์ไป่ ไม่สิ ขอเรียกไป่เจ๋อก็แล้วกันนะก่อนอื่นฉันเห็นข้อความที่เธอส่งมาแล้วนะ เธออยากลงแข่งรายการ าานักกิน เหรอ”เฉินเฟิงที่อยู่ปลายสายเอ่ยปากถาม
“ครับผมเลยอยากจะปรึกษาว่าผมสามารถลงแข่งได้รึเปล่า เงินรางวัลตั้ง 1 ล้านหยวนผมอยากเอามาช่วยแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่น่ะครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
“เห่อๆ เธอคิดว่าฉันไม่รู้เื่เช็คที่เหล่าซีกับเหล่าเมิ่งจ่ายให้เธอรึไงอีกอย่างนะไป่เจ๋อ เธอคิดว่ามันง่ายรึไง ลองไปย้อนดูเทปรายการซีซั่นก่อน ๆ ดูสิแต่ละคนกินกันคนละ 4-6 กิโลกรัมกันทั้งนั้น ยิ่งแชมป์อย่าง ต่านต้าน ไม่ต้องพูดถึงรายนั้นเคยกินสเต็กไปตั้ง 8.4 กิโลกรัม เธอไม่ไหวหรอก เสียเวลาเปล่า ๆ”เฉินเฟิงพูดเตือนเขาไม่อยากให้ไป่เจ๋อเอาเวลาที่มีค่าไปทำสิ่งที่มันเป็ไปไม่ได้สำหรับเด็กอายุ 15และไร้ซึ่งประสบการณ์ในการแข่งกินอีกด้วย
“ทุกอย่างมีก้าวแรกเสมอขอผมลองแข่งสักครั้งได้ไหมครับ หากผมสามารถทำได้ จะต้องส่งผลต่อละครที่คุณกำลังจะถ่ายทำแน่ๆ” ไป่เจ๋อเริ่มชักแม่น้ำทั้ง 5 มาจูงใจเฉินเฟิง
เมื่อเฉินเฟิงเห็นว่าไป่เจ๋อดึงดันจะเข้าแข่งให้ได้เขาจึงต้องอนุญาต เพื่อให้ไป่เจ๋อได้พบกับความจริงและข้อจำกัดของตนเองจะได้เรียนรู้ความผิดพลาดไปด้วยในตัว โดยเขาจะติดต่อกับทางรายการให้ว่าเขาจะส่งนักแสดงใหม่ในบริษัทไปลงแข่งด้วย
“ถึงฉันจะแนะนำให้แต่เธอก็ยังต้องลงแข่งรอบคัดเลือกตามกฎกติกาของรายการเหมือนคนอื่นถ้าผ่านรอบคัดเลือกไม่ได้เธอจะไม่ได้สิทธิ์ในการร้องขออะไรอีกแล้วนอกจากการถ่ายละครกับฉัน”เฉินเฟินกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
“ขอบคุณมากครับ”ไป่เจ๋อกล่าวขอบคุณก่อนจะวางสายไป การแข่งจะมีขึ้นในเสาร์หน้าไป่เจ๋อต้องเตรียมขอลาคลาสเรียนการแสดงด้วย
เฉินเฟิงจัดการสมัครให้เขารวดเร็วมากรวมถึงการลาคลาสเรียนการแสดงให้เขาในสัปดาห์หน้าด้วยตอนนี้แผนในการกอบโกยชื่อเสียงของเขาก็กำลังดำเนินการต่อไปไป่เจ๋อคิดพร้อมกับเดินเข้าไปยังศูนย์อบรมของ LSA เพื่อเข้าคลาสเรียนของอาจารย์ถงซึ่งเป็คลาสเรียนการแสดงขั้นกลาง
บริษัทมู่เทียน
มู่ซื่อเฉิงเดินเข้ามาอย่างสบายอารมณ์ตลอดทางที่เขาเดินผ่าน พนักงานต่างก้มหัวและกล่าวทักทายเขาว่า “สวัสดีครับ/ค่ะคุณชายมู่”
มู่ซื่อเฉินเข้าไปที่ห้องประธานบริษัทซึ่งเป็คุณพ่อของเขา พร้อมกับนั่งลงรอพ่อของเขาตรวจงานเอกสารให้เสร็จก่อน
“ว่าไงซื่อเฉิงลูกไม่ค่อยมาที่บริษัทนี่ วันนี้ลมอะไรหอบมาล่ะ”มู่เทียนผู้เป็พ่อของมู่ซื่อเฉิงถามขึ้นหลังจากเขาจัดการกับกองเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“พ่อลองดมเ้าสิ่งนี้ดู” มู่ซื่อเฉิงยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้พ่อของเขา
มู่เทียนรับผ้าเช็ดหน้ามาจากลูกของเขาแล้วลองดมดูจากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเขาพบว่ากลิ่นบนผ้าเช็ดหน้านี้เป็กลิ่นหอมที่เย็นสบายอย่างแปลกประหลาด
“ลูกไปได้สิ่งนี้มาจากไหน”มู่เทียนมีสีหน้าจริงจังขึ้นมาไม่ว่ายังไงเขาจะไม่ยอมให้สิ่งนี้ตกอยู่ในมือคู่แข่งทางธุรกิจเป็แน่
“มันคือสิ่งที่อยู่ในขวดน้ำนี่คนที่ทำมันขึ้นมาจะขายให้เราเอาไปทำหัวเชื้อน้ำหอม โดยเขา้าส่วนแบ่งกำไร 80%ส่วน 20% จะเป็ของบริษัทเรา พ่อคิดว่ายังไง” มู่ซื่อเฉิงถาม
“ส่วนแบ่งกำไรเยอะขนาดนั้นเราแทบไม่ได้อะไรเลย ดูยังไงมันก็เป็การลงทุนที่ไม่คุ้ม และมีความเสี่ยงมากด้วย”มู่เทียนตอบ
“งั้นพ่อลองเรียกพนักงานที่เป็หญิงสาวอายุไม่เกิน 30 มาสัก 10 คน เพื่อมาทดสอบดูผมรับรองว่าเมื่อพ่อเห็นผลของมัน พ่อจะต้องเปลี่ยนใจแน่” มู่ซื่อเฉิงกล่าว
จากนั้นมู่เทียนก็เรียกพนักงานหญิงอายุไม่เกิน30 มา 10 คน ก่อนที่มู่ซื่อเฉิงจะมอบผ้าเช็ดหน้าให้กับพวกเธอคนละผืนและบอกให้พวกเธอลองดมดู ปรากฏว่าผลที่ได้นั้นทำให้มู่เทียนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเพราะหญิงสาวทั้ง 10 คนมีอาการเคลิ้ม เอาแต่สูดดมผ้าเช็ดหน้าราวกับคนติดยาเสพติด
“นะ...นี่มันอัศจรรย์มาก แบบนี้ต้องขายได้แน่”มู่เทียนตื่นเต้นกับสิ่งที่ลูกชายเรียกว่าหัวเชื้อน้ำหอม
“พ่อจะลองเอาไปวิเคราะห์ดูไหมผมมีแค่ขวดนี้ขวดเดียวถ้ากำจัดส่วนประกอบที่ไม่จำเป็ออกเราก็จะได้หัวเชื้อน้ำหอมที่เข้มข้นแล้วค่อยนำไปเจือจางเพื่อผลิตเป็น้ำหอมที่เป็ผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทโดยเราจะผลิตแค่เดือนละไม่กี่พันขวดและมีรุ่นเกรดพรีเมี่ยมที่เราจะใส่หัวเชื้อน้ำหอมนี้เยอะหน่อยซึ่งน้ำหอมเกรดพรีเมี่ยมนี้เราจะจัดทำแค่ 5 ขวด และขายแบบเปิดประมูลเท่านั้น”มู่ซื่อเฉิง อธิบายถึงแผนการให้พ่อของเขาฟังตามที่ไป่เจ๋อได้บอกเขาไว้นอกจากจะช่วยเพื่อนของเขาหาเงินแล้ว เขาอาจได้รับความใส่ใจจากพ่อมากขึ้นก็ได้
“อืมถ้าอย่างนั้นพ่อขอเอาของเหลวในขวดนั้นไปวิเคราะห์ดูก่อน”มู่เทียนทำการต่อสายไปยังฝ่ายพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ส่งตัวแทนมารับตัวอย่างหัวเชื้อน้ำหอมไปตรวจวิเคราะห์และได้สั่งกำชับให้ใช้แต่พนักงานชายเท่านั้น
เมื่อตัวอย่างถึงแล็ปการวิเคราะห์ส่วนประกอบก็เริ่มต้นขึ้น ส่วนผลที่ได้นั้นทำให้พนักงานในแล็ปตกตะลึงเพราะผลจากการวิเคราะห์ตัวอย่าง พวกเขาพบฟีโรโมนที่มีความเข้มข้นมากกว่าปกติถึง 1พันเท่า และมันผสมกับน้ำในปริมาณที่น้อยมาก แต่กลับไม่เหนียวข้น นอกนั้นไม่พบสารอย่างอื่นเจือปนอีกเลยทำให้พวกเขาลงความเห็นว่าสารฟีโรโมนเข้มข้นนี้คงได้มาจากการสกัดจากสารคัดหลั่งของสิ่งมีชีวิตบางชนิด
นอกจากนี้ประธานยังให้พวกเขาลองนำหัวเชื้อน้ำหอม1 หยดไปทดลองกับทีมวิจัยที่เป็ผู้หญิงดู และผลของมันทำให้เหล่านักวิจัยอึ้งไปตามๆ กัน เพราะอาการแบบเดียวกับที่ท่านประธานได้บอกเอาไว้เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขา
ไม่นานเหล่านักวิจัยก็มองไปยังขวดน้ำดื่มธรรมดาที่ภายในบรรจุหัวเชื้อน้ำหอมพร้อมกับคิดว่าหัวเชื้อน้ำหอมนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก สามารถครอบงำหญิงสาวได้เพียงแค่พวกเธอสูดดมมันเข้าไป สิ่งนี้จุดไฟแห่งความอยากรู้ของพวกเขาขึ้นมาพวกเขาไม่รอช้าที่จะทำการวิเคราะห์ต่อไปโดยไม่ได้หยุดพักทันที
ตระกูลหลี่
วันนี้แม่เฒ่าหลี่ออกมายืนต้อนรับแขกสำคัญที่จะมาเยือนตระกูลหลี่รอเพียงไม่นานหญิงสาวหน้าตางดงามดุจเทพธิดาบนสรวง์ ผิวกายขาวละเอียดรอบตัวปรากฎเกล็ดหิมะพลิ้วไหวไปมา แผ่กลิ่นอายของผู้บรรลุปราณระดับจักรพรรดิ
“แม่เฒ่าหลี่ไม่เห็นจะต้องลำบากออกมาต้อนรับฉันเลย อาการป่วยของท่านหายดีแล้วหรือคะอีกอย่างที่ฉันมาก็เพื่อจะตรวจดูอาการให้นอกจากนี้ยังได้นำสมุนไพรหยางรุนแรงจากตระกูลมามอบให้ท่านด้วย” หญิงสาวกล่าว
“ขอขอบคุณในน้ำใจของหนูมากที่จริงเมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันได้พบหมอที่สามารถรักษาอาการของฉันให้หายขาดได้แล้วตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างกำลังพักฟื้นน่ะ” แม่เฒ่าหลี่กล่าว
“จริงรึเป็ใครกัน ตัวฉันรู้จักเขารึเปล่า” หญิงสาวถาม
“คุณหนูไป๋ไม่รู้จักหรอกเอาไว้หากมีโอกาสฉันจะแนะนำให้ได้รู้จัก” แม่เฒ่าตอบ
“ขอบคุณแม่เฒ่ามากว่าแต่เหมยอิงอยู่รึเปล่าคะ” หญิงสาวถาม
“คงอยู่ในห้องปรุงโอสถตามเคยเหลนคนนี้นับวันยิ่งว่ายากสอนยาก ฉันล่ะหนักใจจริง ๆ” แม่เฒ่าหลี่ถอนหายใจ
“วัยรุ่นก็แบบนี้แหละค่ะจะว่าไปในเมื่อแม่เฒ่าหลี่อาการดีขึ้นแล้วเช่นนั้นงานศึกประลองยุทธ์ของรุ่นเยาว์ที่จะจัดขึ้นแม่เฒ่าหลี่คงจะไปร่วมงานในปีนี้ด้วยใช่ไหมคะ” หญิงสาวกล่าว
“แน่นอนฉันเองก็พลาดชมงานประลองมาหลายปีแล้วว่าแต่คุณหนูไป๋มาคราวนี้จะพักที่นี่คืนนี้รึเปล่า” แม่เฒ่าหลี่ถาม
“ฉันว่าจะขอรบกวนพักอยู่สัก2-3 วัน ลงจากูเามาก็ว่าจะให้เหมยอิงพาไปเที่ยวห้างสักหน่อยเงินปันผลจากหุ้นไม่ได้เบิกมาใช้สักทีจนน้องชายฉันบ่นว่า[พี่น่ะหัดดูแลตัวเองซะบ้าง เสื้อผ้าตกเทรนแบบนั้นยังกล้าใส่อยู่อีก] อีกอย่างฉันมีลางสังหรณ์ว่าถ้ามาที่นี่อาจจะมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับฉันก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบ
“คุณหนูไป๋กุ้ยอิงเชื่อเื่ลางสังหรณ์ด้วยหรือ” แม่เฒ่าหลี่ถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะฉันแค่รู้สึกว่าถ้ามาหาแม่เฒ่าหลี่อาจได้พบอะไรดี ๆอย่างน้อยก็เป็ข่าวดีเื่อาการป่วยของท่านที่ได้รับการรักษาจนหายขาดแล้ว”ไป๋กุ้ยอิงกล่าว
ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน
ไป่เจ๋อคิดว่าวันเสาร์นี้จะไปเยี่ยมเยียนตระกูลหลี่ และนั่นจะทำให้เขาได้พบกับคนของตระกูลไป๋ในโลกนี้ซึ่งในทวีปต้าเซียน ตระกูลไป๋คือตระกูลของเขาแต่ถูกกวาดล้างโดยเ้ายุทธภพั้แ่เขายังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกเสียด้วยซ้ำทำให้เขาไม่เคยได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์แบบครอบครัวใหญ่มาก่อนหรือนี่อาจจะเป็การชดเชยจากพระเ้ากันแน่นะ