บทที่ 33 ผู้มีพลังพิเศษธาตุไฟ (รีไรต์)
ชายที่เป็หัวหน้าพูดพลางมองไปที่ลั่วฉิงเทียน ทันใดนั้นเขาก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อที่ไม่ได้กลิ่นมานาน
เขารีบเดินไปดูด้านหลังของลั่วฉิงเทียน เห็นอาหารที่ดูเหมือนเนื้อวัววางอยู่บนโต๊ะด้านหลังเธอ ทั้งสีสันและกลิ่นนั้นยั่วยวนจนน้ำลายแทบจะไหลออกมา
หัวหน้าอดใจไม่ไหวกับความอยากอาหารตรงหน้า เขาพุ่งตรงไปที่โต๊ะของลั่วฉิงเทียนคว้าอาหารบนโต๊ะขึ้นมากิน
เนื้อเปื่อยนุ่มกลิ่นหอมฟุ้ง รวมถึงข้าวสวยก็นุ่มเหนียวเป็พิเศษ เขาจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองไม่ได้กินอาหารดี ๆ แบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว
เขาใช้มือหยิบอาหารเข้าปากไม่หยุด พอกินหมดสองคำเขาก็วิ่งไปที่ห้องครัว คว้าอาหารจากหม้อมากิน
ตอนนี้ลั่วฉิงเทียนโกรธจนพูดไม่ออก เธอเดินไปที่ประตูเพื่อจะเปิดมันออก
ทว่าลูกน้องที่เหลืออีกหลายคนก็ยืนขวางประตูไว้ หัวหน้าพูดขึ้นว่า
“น้องสาว ไม่ต้องดิ้นรนเลย ผู้ชายเลวแบบนั้นไม่สมควรเอาไว้หรอก ฉันเห็นว่าที่นี่เธอมีของกินของใช้อยู่ไม่น้อย ถ้าเธอปรนนิบัติฉันดี ๆ ฉันจะให้เธออยู่ที่นี่”
ลั่วฉิงเทียนทั้งโกรธทั้งขำจนแทบจะหัวเราะออกมา
“หรือไม่ คุณก็ให้หานซั่วกับหลิวซือฉี เข้ามาพร้อมกันสิ ฉันไม่ได้เจอพวกเขานานแล้วจะได้คุยกัน”
ลั่วฉิงเทียนพูดพลางทำท่าจะเปิดประตูต่อ
ชายคนหนึ่งที่ยืนขวางประตูอยู่เห็นลั่วฉิงเทียนไม่ยอมเปิดประตูง่าย ๆ ก็ผลักเธออย่างแรง
“ยัยบ้า! พี่ใหญ่ฉันพูดด้วยอยู่!”
ลั่วฉิงเทียนโดนผลักจนเซ เธอตัวสั่นไปทั้งตัวแต่ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะอดทน
เพราะเธอกลัวว่าถ้าควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอจะฆ่าไอ้พวกหน้าประตูนี้ทิ้งทั้งหมด…
ชายที่ผลักลั่วฉิงเทียนเห็นเธอกลัวก็ยิ่งได้ใจเอากระบอกปืนมาจ่อหัวเธอ
“น้องสาว บอกเลยนะว่าหน้าตาเธอสวยใช้ได้ อย่าเล่นตัว พี่ใหญ่เห็นค่าเธอ ถือว่าเป็บุญของเธอแล้ว!”
พูดจบชายคนนั้นก็ยื่นมือจะมาลูบหน้าลั่วฉิงเทียน
ลั่วฉิงเทียนเห็นมือสกปรก ๆ นั่นยื่นเข้ามา ใจหนึ่งอยากจะอดทนเอาไว้ให้ถึงที่สุด แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว
เธอทนความเดือดดาลในใจไม่ไหวอีกต่อไป โบกมือเพียงครั้งเดียว ก็ปรากฏกับดักทั้งหกขึ้นในห้อง ลั่วฉิงเทียนรีบคว้ามือคนที่ผลักเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว
“กร๊อบ!” เสียงดังลั่น
มือของชายคนนั้นถูกลั่วฉิงเทียนบิดหักอย่างง่ายดาย
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนถึงกับตะลึงลั่วฉิงเทียนไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ดาบในมือปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว สองคนที่อยู่ด้านหลังถูกลั่วฉิงเทียนฟันล้มลงไปทีละคน
เพียงพริบตาเดียว ห้าคนก็ตายไปแล้วสามคน
ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็รู้ตัวแล้วว่าลั่วฉิงเทียนไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา
“บ้าเอ้ย! มิน่าล่ะ พวกข้างล่างถึงเรียกแกว่านางปีศาจ!” หัวหน้าสบถอย่างหัวเสีย ไม่สนใจจะกินอะไรอีกต่อไป ในมือมีลูกไฟพุ่งตรงไปที่หน้าของลั่วฉิงเทียน
ลั่วฉิงเทียนใเล็กน้อย แต่แล้วความในั้นก็แปรเปลี่ยนไปเป็ความดีใจ หัวหน้าคนนี้เป็ถึงผู้ใช้พลังธาตุไฟ ถ้าเธอฆ่าเขาได้พลังของเธอจะต้องอัปเกรดขึ้นอย่างแน่นอน!
ลั่วฉิงเทียนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลบลูกไฟและพุ่งตรงไปที่หัวหน้า
ในขณะเดียวกัน ชายอีกคนที่อยู่ด้านหลังลั่วฉิงเทียนเมื่อเห็นว่าเธอวิ่งไล่ตามหัวหน้า จึงรีบคว้าปืนขึ้นมาเล็งไปที่หลังของเธอ
ในขณะนั้นลั่วฉิงเทียนยังไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังเธอ
ดวงตาของชายคนนั้นเปล่งประกายอำมหิต ในวินาทีที่เขากำลังจะลั่นไก เสือขาวตัวหนึ่งกระโจนลงมาจากชั้นสองและพุ่งเข้าใส่ร่างของชายคนนั้นทันที
ปืนในมือของชายคนนั้นยิงพลาดออกไปอย่างน่าเสียดาย
ชายคนนั้นพยายามดิ้นรนลุกขึ้น แต่ต้าไป๋ก็กัดหัวของเขาขาดในทันที
ลั่วฉิงเทียนวิ่งเข้าไปถึงตัวหัวหน้าแล้ว สีหน้าของมันเปยให้เห็นถึงความใเป็อย่างมาก มันไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูบอบบางคนนี้จะมีฝีมือเช่นนี้
และสัตว์เลี้ยงที่อยู่ข้างหลังเธอก็ไม่ใช่สุนัขธรรมดา แต่เป็เสือและยังเป็เสือขาวที่กลายพันธุ์อีกด้วย
ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเสียใจ ทำไมถึงได้มาหาเื่กับยมทูตตนนี้ ถ้าเมื่อกี้หานซั่ว เป็คนเข้ามาก่อนก็คงจะดีกว่านี้
แต่ตอนนี้ไม่มีหนทางย้อนกลับให้เขาแล้ว
ก่อนวันสิ้นโลกเขาเคยเป็บอดี้การ์ด ฝีมือก็ถือว่าใช้ได้
แถมเขายังปลุกพลังพิเศษธาตุไฟได้อีก การต่อสู้กับลั่วฉิงเทียนจึงพอรับมือได้บ้าง ลั่วฉิงเทียนเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าของชายคนนั้น
เขายกแขนป้องใบหน้าไว้ ลั่วฉิงเทียนจึงกวาดขาเตะจนชายผู้นั้นล้มลง
เธอฉวยโอกาสเหวี่ยงหมัดเข้าซ้ำ ล็งไปที่หัวของชายคนนั้น มันล้มลงพร้อมกับดีดตัวหลบหมัดของลั่วฉิงเทียนได้ทัน
ต่อมา มันก็ปล่อยลูกไฟพุ่งเข้าใส่ลั่วฉิงเทียน หญิงสาวะโหลบไปด้านหลังพร้อมกับรวบรวมพลัง ลูกธนูที่มองไม่เห็นพุ่งออกจากมือของเธอ
พุ่งเจาะเข้าที่ลำคอของหัวหน้าคนนั้น
หัวหน้าคนนั้นชะงักเขารู้สึกเจ็บแปลบที่ลำคอก่อนจะใช้มือแตะไปลำคอตัวเอง
ดวงตาของมันเบิกกว้าง เขาพยายามที่จะหายใจแต่ทว่าเืไหลกลับไม่หยุด แถมยังไปอุดหลอดลม ใบหน้าของมันแดงก่ำ มือทั้งสองข้างกุมคอตัวเองไว้แน่น
ลั่วฉิงเทียนฉวยโอกาสตอนนี้พุ่งเข้าหาชายคนนั้นดาบที่อยู่ในมือของเธอแทงเข้าที่หน้าอกของชายคนนั้น
เืสาดกระเซ็นโดนใบหน้าของลั่วฉิงเทียนแต่เธอกลับไม่สนใจ เธอยืนมองดูชายคนนั้นล้มลงกับพื้นอย่างเย้ยหยัน
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นในหัวของเธอ
[ฆ่าผู้ใช้พลังพิเศษธาตุไฟได้หนึ่งคน ทักษะนักล่าเลื่อนระดับ ทักษะสามดอกศรเลเวล 5 ระยะ 1,000 เมตร เปิดทักษะธนูเพลิง มอบรางวัลธนูเพลิงศักดิ์สิทธิ์หนึ่งอัน 1 ทักษะกับดักกับดักเลเวล 2 ทักษะจิตััเลเวล 1 ทักษะการเติบโตเลเวล 1]
เมื่อได้ยินข้อความนี้ลั่วฉิงเทียนก็รู้สึกยินดีอีกครั้ง เธออยากเห็นธนูที่เรียกว่าธนูเพลิงศักดิ์สิทธิ์ว่าหน้าตาเป็อย่างไร
แต่พลังิญญาของเธอค้นหาในพื้นที่เก็บของอยู่นานก็ยังหาไม่พบ
ในตอนนั้นเองเสียงของหานซั่วก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
“ฉิงเทียน พี่ใหญ่ เปิดประตูหน่อย!”
ลั่วฉิงเทียนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหานซั่วรออยู่ข้างนอกตลอด ในใจของเขาคงหวังว่าคนที่อยู่ข้างในเมื่อเล่นกับเธอเสร็จแล้วจะให้เขาเข้าไปบ้าง
ลั่วฉิงเทียนรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำล้างหน้าลวก ๆ แล้วเปิดประตูอีกครั้ง
“ฉิงเทียน เธอออกมาแล้วเหรอ เป็อะไรรึเปล่า” คราวนี้ลั่วฉิงเทียนไม่ได้เปิดประตูออกจนสุด แค่โผล่หน้าออกมาครึ่งหนึ่ง
หานซั่วชะโงกหน้ามองเข้าไปด้านใน ลั่วฉิงเทียนยิ้มอย่างอ่อนโยนมากขึ้น
“หานซั่วเข้ามาก่อนสิ”
หานซั่วมองลั่วฉิงเทียนที่กำลังยิ้มให้กับเขา ภายในใจรู้สึกประหลาดและแปลกอย่างบอกไม่ถูก ในอดีตเวลาที่ลั่วฉิงเทียนเห็นเขาถึงแม้ว่าลั่วฉิงเทียน จะยิ้มอยู่เหมือนกัน แต่รอยยิ้มแบบนั้นมันคือรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง
แต่รอยยิ้มของลั่วฉิงเทียนในตอนนี้กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะถูกกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
หลังจากวันสิ้นโลกมาถึง เขาก็มีความรู้สึกไวต่ออันตรายอย่างน่าประหลาด
“เอ่อ...ฉิงเทียน เพื่อนคนอื่น ๆ ของผมล่ะ”
ลั่วฉิงเทียนหันไปมองคนที่นอนอยู่ที่ห้องรับแขกก่อนจะหันกลับมายิ้ม
“พวกเขากำลังกินเนื้อตุ๋นมะเขือเทศกันอยู่ข้างใน นายอยากจะไปกินด้วยกันไหม”
ลั่วฉิงเทียน พูดพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนขึ้นเรื่อย ๆ หลิวซือฉีที่ยืนพิงกำแพงอยู่อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย เธออยากจะพุ่งเข้าไปกินทุกอย่างที่ลั่วฉิงเทียนพูดขึ้นมาให้หมด
แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะออกไปเพราะด้านหลังของเธอยังมีคนอีกสี่คนที่ซ่อนตัวอยู่
ตอนนี้ร่างกายของหานซั่วเริ่มถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว สายตาที่เขามองลั่วฉิงเทียนเริ่มเปลี่ยนเป็หวาดกลัว