บทที่11 ขายภาพอีกครั้ง
เฉินหนานหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วก็ทำการเตรียมตัวที่จะวาดภาพที่สนามหญ้าหน้าบ้านโดยมีคนทั้งหมดมองอยู่ด้านหลังเฉินหนานยืนหลับตาเป็เวลานานเพื่อร่างภาพในหัวเขาเฉินหนานตั้งใจว่าจะวาดครั้งเดียวให้เสร็จไปเลย
“นั่นเขาทำอะไรน่ะ”ปิงชิงถามเหยาหลัน
“เขากำลังทำสมาธิเพื่อวาดภาพในครั้งเดียว”ปิงชิงพยังหน้าอย่าเข้าใจ จากนั้นเฉินหนานก็ลืมตาขึ้นแล้ววาดปลายพู่กันโบกสะบัดอย่างสวยงามราวกับกำลังล่อยลอยเขาขยับร่างกายซ้ายไปขวาอย่างเป็ธรรมชาติทุกครั้งที่เขาขยับก็เกิดภาพบนแผ่นกระดาษสีขาวด้านหน้าที่ละนิดทีละน้อยมันถักทอกลายเป็ภาพขึ้นเรื่อยๆเขาดูเหมือนกับเซียนที่กำลังวาดภาพอย่างผ่อนคลายทว่าภาพนั้นกลับมีพลังลึกล้ำที่ทำให้คนที่มองภาพถึงกับถูกตรึงเอาไว้ในภวังค์แห่งภาพวาดพวกเขาเหมือนกับว่ากำลังถูกดูดเข้าไปในภาพวาดภาพนั้นยิ่งเวลาผ่านไปทุกคนก็กำลังถูกดูดกลืนลงไปในภาพวาดปิงชิงถึงกันมีน้ำตาใหลออกมาจากการแค่เพียงมองปลายผู้กันสะบัดครั้งแรกมันส่องแสงทอประกายถึงความเหงาของปลายพู่กันไม่นานภาพถูเขาก็ปรากฎขึ้นมาบนกระดาษจากนั้นเมฆหมองก็พาดผ่านแนวทิวเขาความตื้นลึกของเส้นสายของพู่กันที่สะท้อนให้เหลนความอ้างว้างและเห็นถึงความเหงากัดกินในหัวใจของคนที่มองภาพนี้ไม่นานคนทั้งสี่ก็มีน้ำตาใหลออกมาไม่ขาดสายพวกเขาถูกดูดเข้าไปในภาพวาดอย่างสมบูรณ์ไม่มีเสียงได้ๆมันเงียบอสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ และอีกเสียงหนึ่งคือเสียงของพู่กันที่กำลังรังสรรค์ผลงานทรงคุณค่าอันหน้าหวาดกลัวในฝีมือของเขาเวลาผ่านไปห้าชั่วโมงการสะบัดพู่กันก็สิ้นลงแล้วเฉินหนานก็เซ็นชื่อว่าเฉินผู้ลึกลับเอามุมล้างขวาของภาพ
“ผมวาดเสร็จแล้ว”เมื่อได้ยินเสียงของเฉินหนานทุกคนก็ตื่นจากภวังค์แล้วปาดน้ำตาออก
“เป็ภาพที่สุดยอดจริงๆ”เหยาหลางกล่าวขึ้น
“ครั้งที่แล้วฉันว่ามันสุดยอดแล้วทว่าครั้งนี้กลับสุดยอดยิ่งกว่า”หลี่ชิงเหม่ยพูดขึ้นส่วนปิงชิงนั้นไร้คำพูดไปเลย
“คุณนี่ยังเป็มนุษย์อยู่อีกหรือระดับของคุณยังไม่เคยมีใครก้าวไปถึงมากก่อนเลย”เหยาหลันเดินไปกอดแขนเขาทันทีหน้าอกของเธอถูกับแขนของเขาไปมาเฉินหนานทำตาปริบๆไม่รู้ควรทำอย่างไรดี
“อะแฮม…ผมตั้งชื่อภาพนี้ว่าห้วงคำนึง”จากนั้นเหยาหลันก็ประกาศการประมูลภาพวาดของศิลปินลึกลับอีกครั้งในอีกเจ็ดวันข่าวก็กระจายออกไปในวงการศิลปะอีกครั้ง ครั้งที่แล้วงานที่จัดไม่ใหญ่มากแต่หลังจากที่คนที่ซื้อภาพไปครั้งก่อนโพสต์ภาพลงโซเชี่ยลก็มีคนมาขอซื้อภาพถึงสองร้อยร้านทว่าพวกเขาไม่ได้ขาดเงินจึงไม่ขายออกไปในครั้งนี้หลายคนเชื่อว่ามันจะเดือดแน่นอน
หลังจากนั้นเฉินหนานก็ขอตัวกลับไปที่คอนโดโดยมีเหยาหลันไปส่งที่คอนโดส่วนปิงชิงที่ยังตกอยู่ในความภวังค์ยังไม่มีการตอบสนองอันใดจนชิงเหม่ยต้องมาเขย่าตัวเธอเบาๆ
“เป็อะไรไปปิงชิง”
“เขา…เขาสุดยอดเหลือกินค่ะคุณป้า”ชิงเหม่ยยิ้ม
“ใช่แล้วขนาดเหยาหลันยังชอบเขาเลยเขาจะธรรมดาได้ยังไง”ปิงชิงดวงตาเป็ประกาย
“แล้วหลานจะเข้าเรียนไหมในเมื่อขาของหลายหายแล้ว”
“แน่นอนค่ะหนูอยากไป”
“แล้วที่ไหนล่ะเธอหน้าจะเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วใช่หรือไม่”
“ใช่ค่ะทีแรกหนูอยากเขาที่ปักกิ่งแต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว”
“งั้นหรือ”เธอไม่ตอบแต่ยิ้มออกมาแทน
เฉินหนานมาถึงคอนโดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเฉินหนานมองไปที่เบอร์ที่โทรเข้ามาจากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ผมเฉินหนาน”
“ฉันมาถึงจีนแล้ววันพรุ่งนี้จะไปหาคุณได้ที่ไหน”
“คุณไปที่ห้องอาหารวินเทอร์ผมจะไปพบคุณตอนสิบโมง”หลังจากนั้นเฉินหนานก็ทำการศึกษาเกี่ยวกับการสร้างอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นเขา้าสร้างความแตกต่างระหว่างคุณภาพของสินค้าบนโลกนี้สินข้าของเขาต้องเป็ที่หนึ่งเท่านั้น แล้วเขาไม่ลืมที่จะฝึกพลังให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆต่อไปเขาจะต้องออกเดินทางไปที่แปลกๆเพื่อหาแร่และสมุนไพรแปลก็มาพัฒนาสินค้าและพลังของเขาเฉินหนานนึกถึงแร่ประหลาดที่เหยาหลัยพูดถึงเขาจึงเข้าไปอ่านข่าวปรากฎว่าไม่มีข่าวของแร่นั้นเลยทำให้เขาผิดหวังมากอย่างไรก็ตามเข้าต้องรอสอบเสร็จก่อนถึงจะสามารถไปที่เกาะจินเหมินได้
เช้าวันต่อมาเฉินหนานไปที่ห้องอาหารเมื่อพนักงานเห็นเฉินหนานจึงต้อนรับอย่างดีต้องบอกว่าตอนนี้เฉินหนานไม่ใช่คนธรรมดาอีกแล้วดังนั้นที่นี้เขาถือว่าเป็แขกคนสำคัญเขารอหยานชิงเยว่ในห้องส่วนตัวเฉินหนานอ่านข่าวรอเธออย่างใจเย็นไม่นานเธอก็โทรศัพท์เขามาหา หลังจากที่หยานชิงเยว่ได้สืบข่าวเขามาก็พบว่าเป็เด็กนักเรียนธรรมดาที่หน้าแปลกคือมีตระกูลใหญ่สองตระกูลไปมาหาเขาอยู่บ่อยๆทำให้เธอต้องมาดูด้วยตัวเองว่าเฉินหนานเป็คนแบบใด
“นี่ฉันเองฉันถึงห้องห้องอาหารแล้ว”
“อ่องั้นหรือเดี๋ยวพนักงานที่ร้านจะพาคุณมาส่งที่ห้องเอง”เมื่อเธอวางสายพนักงานก็เดินมาถามจากนั้นก็พาเธอมาหาเขาในห้อง เมื่อเธอมองไปที่เฉินหนานก็พบว่าเขายังเป็เด็กอยู่แต่มีความสวยเยือกเย็นมากการวางตัวของเขามันเหมือนกับตาเฒ่าเ้าเล่ห์ในร่างชายหนุ่มรูปงามทั้งสองจับมือทักทายแล้วนั่งลง จากนั้นเฉินหนานก็พยักหน้าให้พนักงานให้นำอาหารมาเสริฟ จากนั้นเธอก็เปิดปางงามๆของเธอ
“ฉันมีเื่อยากถามคุณ”
“ได้ผมจะตอบคำถามของคุณ”เธอยกยิ้ม
“เป้าหมายของคุณคืออะไรในการเปิดบริษัทครั้งนี้”
“ผม้าผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงทีสุดและมียอดขายสูงที่สุดในโลกคุณเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ว่าสินค้าผมเป็อย่างไร”
“ใช่มันดีมากเรียกได้ว่าถ้ามันปลอยออกสู่ตลาดเมื่อไรวงการเครื่องสำอางต้องวุ่นวายแน่”
“งั้นคุณกล้าที่จะทำงานกับผมไหมผมจะทำให้คุณตื่นเต้นและคุณจะได้เห็นว่าผมนั้นสุดยอดเพียงใด”
“คนหลงตัวเองหรือเปล่าคำว่าสุดยอดน่ะ”ในละหว่างที่เธอจะพูดต่อเมื่อเธอมองไปที่ตาของเขาก็ต้องใดวงตาของเขามุ่งมั่นมากเมื่อเธอแววตาของเขาก็ตัดสินใจได้ทันที
“ผมไม่ได้หลองตัวเองแต่ผมทำได้จริงๆ”สายตาของเฉินหนานเต็มไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นจนเธอต้องสั่นสะท้านมันเหมือนกับว่าเขากำลังเขาไปในจิติญญาของเธอ
“แล้วเงินลงทุนรอบแรกคุณให้เท่าไรคะบอส”เฉินหนานยิ้มออกมาทันที
“คุนคิดว่าสินค้ารอบแรกนี้ต้องใช้เท่าไร”
“ตอนนี้เราขาดคนงานและโรงงานอาจต้องใช้ถึงยี่สิบล้าน”เฉินหนานคิดสักครู่จากนั้นขอเลขบัญชีของเธอ
“เอานี่เงินและนี่สูตรทั้งสองเธอเอาไปยื้นจดทะเบียนลิขสิทธิ์จากนั้นก็เริ่มผลิตได้เลยแล้วก็จดทะเบียนบริษัทด้วยชื่อสโนว์กรุ๊ป”เมื่อเธอเห็นยอดเงินที่เขาโอนมาให้ก็ตกตะลึงร้อยล้าน เธอไม่เคยเห็นใครที่ส่งเงินง่ายๆออกมากับคนแปลกหน้าอย่างนี้ข้อแรกคือเขาโง่ส่วนข้อสองคนทที่มั้นใจว่าไม่มีใครโกงเขาได้
“ได้คะบอส”ได้ยินดังนั้นเฉินหนานก็โลงอกทันทีนี่แสดงว่าเธอรับข้อเสนอของเขาแล้ว
“เอาล่ะในเมื่อเธอเป็พนักงานคนแรกของบริษัทฉันจะให้หุ้นเธอสิบเปอร์เซ็นต์และเงินเดือนของเธอตามที่เห็นสมควร”หยานชิงเยว่รู้ว่าเฉินหนานนั้นมีครอบครัวฐานะปานกลางไม่มีคนหนุนหลังแต่เขาสามารถจ่ายเงินร้อยล้านอย่างง่ายดายเพียงนี้ทำให้เธอเกินความท้าทายขึ้นมาเขาต้องเป็คนแบบไหนกันถึงหาเงินมากมายขนาดนี้ด้วยอายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่หากเธอรู้ความคิดเขาล่ะก็เธอคงไม่พูดแบบนั้นตอนนี้เฉินหนานกำลังร้องให้อยู่การจ่ายร้อยล้านนี้เขาทำเพื่อมัดใจเธอเท่านั้นไม่ถึงห้าวันเขาจ่ายเงินไปสามร้อยห้าสิบล้านแล้ว
“เอาล่ะเธอมีอำนาจในบริษัทสโนว์เท่ากับฉันนอกจากฉันแล้วไม่มีใครสั่งเธอได้”เมื่อทั้งสองตกลงกันหยานหยุนหยาก็ทำเนินการทันทีเธอและคนของเธอย้ายเขามาอยู่ที่จีนและเช่าตึกในเครือของตระกูลฟู่ด้วยราคาเหมือนให้ฟรีหยานชิงเยว่ถึงกับใกับราคาเช่า
เมื่อจัดการเื่ทุกอย่างหมดเสร็จเฉินหนานก็กลับไปเรียนต่อครึ่งวันหลังแน่นอนว่าเขาโดนเรียกไปพบโดยครูเมิ่ง
“เธอไปไหนมาตอนเช้า”เฉินหนานกระอักกระอ่วนไม่รู้จะตอบยังไง
“ผมมีปัญหานิดหน่อยครับ”
“ปัญหา”!!!จากสายตาที่ดุกลับเป็ความห่วงใยทันที
“เกิดเื่อะไรหรือเปล่ามีอะไรให้ครูช่วยไหม”เฉินหนานงงกับท่าทีของเธอทันที เมิ่งชิงอู๋เองก็รู้ตัวแล้วว่าทำพลาดไป
“อะแฮ่มเพราะว่าฉันเป็ครูถึงได้ห่วงหลอกนะ”เฉินหนานหัวเราะ
“ไม่เป็อะไรครับผมจัดการไปแล้ว”
“อ่อจริงสิอีกไม่กี่วันจะมีงานของทางโรงเรียนห้องของเราก็ต้องเข้าร่วมด้วยนะ”
“อะไรนะแต่นี้มันใกล้สอบแล้วนะครับ”
“มันช่วยไม่ได้ผู้อำนวยการตอบรับข้อเสนอไปแล้ว”
“แล้วมันมีงานอะไรหรือครับ”
“กีฬาสานสัมพันธ์กับโรงเรียนในจงซาน”
“ให้ตายเธอนี้มันบ้าไปแล้วแกล้งกันชัดๆมาจัดงานตอนใกล้สอบเนี่ยนะ”เฉินหนานแอบด่าในใจถึงเขาจะไม่กังวลแต่เพื่อนเขาอย่างจอนเปาได้รับผลไปเต็มๆเพราะหัวจินเปาไม่ค่อยดีนัก
“เอาล่ะผมเข้าใจแล้ว”สิ่งที่เฉินหนานไม่คาดฝันคือแทนที่นักเรียนจะโกรธกลับดีใจกันเพราะจะได้เจอสาวสวยและหนุ่มหล่อจากที่อื่น
“อะไรกันฉันหล่อยังไม่พองั้นหรือ”เฉินหนานถอนใจ
เฉินหนานยังคงไปเรียนตามปกติแต่เขาไม่ลืมเข้าห้องสมุดทุกวันตอนนี้หนังสือที่หายากในห้องสมุดถูกเขาอ่านจนหมดแล้วเขาอ่านไว้มากหนักสือที่ให้ความรู้ทุกอย่าเขาอ่านมันหมดเขากำลังจะกลับไปบ้านเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ครับแม่นี่ผมเอง”
“พ่อของลูกโทรมาบอกว่าปีใหม่นี้อาจจะกลับมาน่ะ”
“จริงหรือครับแม่”
“ใช่จ้าเขาบอกว่าขอให้ลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆได้นะ”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วครับแม่”
“อ่อเมื่อวานมีผู้หญิงมาหาลูกด้วยนะเธอสวยมากๆเลยพอๆกับหนูรินเลย”เฉินหนานคิดในใจแม่ของเขาก็รู้จังรินหับเหยาหลันอยู่แล้วนี่ใครกันที่มา
“ใครกันครับแม่”
“เห็นว่าชื่อปิงชิงน่ะลูก”
“อะไรนะนี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่”เฉินหนานคิดในใจ
“แล้วเธอมาทำอะไรครับ”
“เขาบอกว่าแค่มาทักทายแม่และลูกก่อนกลับน่ะ”เฉินหนานโลงใจพ่อของเธอน่ากลัวเกินไปเกิดไปทำอะไรลูกสาวเขาเฉินหนานไม่รู้จะทำยังไงดี
“งั้นผมวางสายก่อนนะครับผมอยู่ในห้องสมุด”
“ได้จ้าลูก”เฉินหนานคิดอยู่สักพักว่าเขาไม่ได้เจอพ่อของเขามานานแล้วไม่รู้ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่
เฉินหนานกลับมาถึงบ้านวันนี้เป็วันศุกร์แล้วพรุ่งนี้เป็งานโรงเรียนสานสัมพันธ์ที่จัดขึ้นเฉินหนานลำบากใจมากจริงๆแทนที่จะเอาเวลาไปดูว่าการเพราะปลูกเป็อย่างไงเขาตั้งชื่อสวนกล้วยไม้ว่าสวนสโนว์แล้ววันอาทิตย์ยังต้องไปงานประมูลภาพที่เขาวาดด้วย
“เห้องานยุ่งเสียจริง”…