"เฮ้ย! ทำอะไรของนายวะ?
ชายหนุ่มเ้าของรองเท้าราคาแพงะโถามด้วยความใเมื่อเขาเห็นโบ๊ทกำลังถุยน้ำลายใส่รองเท้าของตัวเองจนเปียกชุ่มไปหมด
“อ้อ...คือผมกำลังใช้น้ำลายเช็ดรองเท้าให้คุณอยู่น่ะครับพอดีผมไม่มีอะไรเช็ดเลย ทิชชูก็ไม่มี น้ำก็ไม่มี ผมก็เลยใช้น้ำลายเช็ดแทนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนน่ะครับ”
โบ๊ทว่าพลางยื่นมือเข้าไปกอดขาของชายหนุ่มล๊อกเอาไว้ก่อนที่เขาจะก้มลงไปบ้วนน้ำลายใส่รองเท้าหนังคู่นั้นอีก
ถุย ถุย ถุย
"ปล่อย!"
ชายหนุ่มตวาด พร้อมกับขืนขยับขาของตัวเองออกจากมือของโบ๊ทด้วยความไม่พอใจ
"สกปรก! กล้าดียังไงเอาน้ำลายสกปรกของมาเช็ดรองเท้าราคาแพงของผมแบบนี้วะ?"
“คุณไม่รู้อะไร? น้ำลายของผมสะอาดจะตาย”
โบ๊ทพูดแบบตีมึนแล้วเขาก็ขยับเข้าไปถ่มน้ำลายรดรองเท้าของชายหนุ่มเพราะความหมั่นไส้เป็การส่วนตัว
ถุย ถุย ถุย
"พอ ๆ ไปได้แล้วไป ไม่ต้องเช็ดแล้ว สกปรก!"
ชายหนุ่มขยับเท้าของตัวเองออกห่างโบ๊ทพร้อมกับขมวดคิ้วและแสดงท่าทางรังเกียจอย่างเปิดเผย
"หึ! ถ้างั้นผมไปนะสายแล้ว"
โบ๊ทยกยิ้มร้ายกับท่าทางนั้นของชายหนุ่มแล้วเขาก็ถือโอกาสเอาตัวรอดด้วยการหันหลังเดินจากไป แต่ทุกอย่างกลับไม่ง่ายเลยเมื่อชายหนุ่มตวาดไล่หลังโบ๊ทไป
"เดี๋ยว! "
"อะไรอีกล่ะ!"
โบ๊ทหันขวับกลับมาทันควันด้วยความรำคาญและไม่พอใจ เพราะโบ๊ทคิดว่าหนุ่มหล่อคนนี้เื่มากจนเกินงาม
"คุณทำอะไรน่ะ!"
โบ๊ทจ้องมองการกระทำที่ประหลาดของชายหนุ่มด้วยใ เพราะว่าตอนนี้ชายหนุ่มกำลังก้มๆ เงย ๆ ถอดรองเท้าหนังราคาแพงของเขาด้วยสีหน้าเครียดก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้ามาหาโบ๊ทและยื่นรองเท้าของเขาให้กับโบ๊ท
"อ๊ะ...นี่คุณ? แสดงความรับผิดชอบด้วย ช่วยเอารองเท้าไปทิ้งขยะให้ผมหน่อย"
"เอ้า! แล้วคุณจะถอดรองเท้าไปทิ้งขยะทำไมไม่ทราบครับ"
โบ๊ทมองรองเท้าหนังและหนังหน้าของชายหนุ่มสลับกันไปมาด้วยความสงสัยแต่แล้วชายหนุ่มก็ถือโอกาสที่โบ๊ทกำลังใยัดรองเท้าเ้าปัญหาใส่มือให้กับโบ๊ทเลย
"เพราะมันสกปรก! และผมก็ขยะแขยงน้ำลายของคุณมากด้วยผมก็เลยไม่อยากใส่มันอีกแล้ว ยังไงก็...ฝากเอาไปทิ้งถึงขยะให้ผมด้วย ขอบใจ ไปล่ะ"
ชายหนุ่มยกยิ้มพอใจ ก่อนที่เขาจะเดินผ่านหน้าของโบ๊ทไปทางตึกเรียนเดียวกันกับโบ๊ททิ้งให้โบ๊ทยืนกอดรองเท้าด้วยความสงสัยตามลำพัง
"อ้าว! เฮ้ย!เดี๋ยวสิ"
สุดท้ายแล้วโบ๊ทก็จำใจต้องหอบรองเท้าหนังของชายหนุ่มไปด้วยความจำเป็แล้วโบ๊ทก็เดินเข้าตึกเรียนไปพร้อมกับรองเท้าเ้าปัญหา
“เฮ้อ! สงสัยนี่ไอ้หน้าหล่อมันคงจะงอนที่เราเอาน้ำลายไปเช็ดรองเท้าหนังราคาแพงของมันมันก็เลยถอดทิ้งประชดเรา เฮ้อ! จะตี๊ดแตกอะไรขนาดนี้วะ”
โบ๊ทบ่นอุบอิบด้วยความไม่เข้าใจแล้วเขาก็เดินเข้าห้องเรียนไป ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เพื่อนสนิทในแก๊งของเขาอย่างรถถัง...
[ห้องเรียน]
“เดี๋ยวค่อยเอากลับบ้านไปซักมาคืนเขาพรุ่งนี้ก็ได้แต่กูจะเอาไปคืนมันที่ไหนวะ? ในเมื่อชื่อแซ่มันกูก็ยังไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำแต่ยังไงก็เรียนอยู่ที่เดียวกันอยู่แล้ว สักวันเราก็ต้องเจอเขาอยู่ดีแหละ”
โบ๊ทบอกกับตัวเองเบา ๆก่อนที่เขาจะเอารองเท้าหนังของชายหนุ่มที่เขายังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะเรียนของเขาอย่างเบามือจากนั้นเขาก็ก้มลงไปหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะเรียนโดยไม่สนใจที่จะทักทายเพื่อนที่นั่งจับผิดตัวเองั้แ่เข้าห้องเรียนมาแล้วเลย
กึก กึก
"ไอ้โบ๊ท! นี่มึงหอบรองเท้าใครมาด้วยวะ?"
รถถังเพื่อนสนิทของโบ๊ทขยับเก้าอี้เข้ามาชิดกับเก้าอี้ของโบ๊ทพร้อมกับสะกิดไหล่ถามด้วยความสงสัย เพราะเขานั่งแอบสังเกตท่าทางแปลก ๆของโบ๊ทมานานแล้ว
"ไม่รู้เหมือนกัน พอดีเขาฝากให้กูเอามาทิ้งถึงขยะให้เขากูก็เลยถือติดมือมาด้วย"
โบ๊ทบอกรถถังโดยที่ยังจ้องมองรองเท้าหนังนิ่งอย่างใช้ความคิดเพราะตอนนี้เขากำลังรู้สึกผิด ใจหนึ่งโบ๊ทก็อยากกลับไปขอโทษเขาที่ตัวเองไปบ้วนน้ำลายใส่รองเท้าของเขาแบบนั้นและในจังหวะนั้นรถถังจอมซนก็ยื่นมือเข้าไปหยิบรองเท้าออกมาจากลิ้นชักของโบ๊ทหนึ่งข้างพร้อมกับจ้องมองรองเท้าด้วยสายตาวิบวับ
"โห! รองเท้ายังใหม่เอี่ยมอยู่เลยนะมึงยี่ห้อหลุยวิกตองอีกต่างหาก กูขอได้ไหมอ่ะ?"
หมับ!
โบ๊ทคว้ารองเท้าหนังจากมือของรถถังกลับมาวางไว้ในลิ้นชักของตัวเองพร้อมกับบอกเหตุผล
"ไม่ได้นะโว้ย! เพราะเดี๋ยวกูจะเอากลับบ้านด้วยไปซักมาคืนเ้าของเขาพรุ่งนี้"
"คืนเ้าของเหรอ? แล้วใครเป็เ้าของอ่ะ?แล้วทำไมมึงต้องเอารองเท้าไปซักให้เขาด้วยวะ?"
คราวนี้รถถังถึงกับนั่งหันหน้าเข้าหาโบ๊ทเพื่อไล่บี้เอาคำตอบกันเลยทีเดียวซึ่งเมื่อโบ๊ทโดนรถถังกดดัน โบ๊ทจึงยอมสารภาพความจริงออกมาในที่สุด
"คือ...เมื่อเช้ากูเผลอไปทำรองเท้าราคาแพงของเค้าเปื้อนน่ะตอนนี้กูก็เลยกำลังรู้สึกผิดต่อเขา กูเลยคิดว่าจะเอารองเท้าเปื้อนคู่นี้กลับบ้านไปซักมาคืนเขาเพื่อไถ่โทษ"
"อ้อ...นี่แสดงว่ามึงซุ่มซ่ามไปเดินเหยียบเท้าใครเค้ามาอีกแล้วใช่ไหม?"
รถถังจับผิดพร้อมกับจิ้มนิ้วลงบนหัวของเพื่อนด้วยท่าทางสนิทสนมและโบ๊ทก็ยอมรับออกมาตามตรงโดยไม่บิดพลิ้วเลยแม้แต่น้อย
"อืม...กูเหยียบเท้าคนมาอีกแล้วล่ะ แถมเขายังหล่อมากด้วยนะมึง"
โบ๊ทหลุดปากพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปอย่างลืมตัวและกว่าที่เขาจะรู้ตัวรถถังก็โวยวายขึ้นซะแล้ว
"ห๊ะ? คนอย่างมึงชมคนอื่นว่าหล่อเป็ด้วยเหรอวะ?ปกติแล้วกูไม่เคยได้ยินมึงชมผู้ชายคนไหนเลยนี่หว่าขนาดกูหล่อขนาดนี้มึงยังไม่เคยชมกูเลย"
“เอ่อ...ที่จริงแล้วกูก็ไม่ได้ชมใครหรอกว่ะพอดีอารมณ์ไม่ดีนิดหน่อย ก็เลยพูดเพี้ยนไปน่ะมึง”
โบ๊ทแถไปแบบข้าง ๆ คู ๆ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยแก้เก้อเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติของตัวเอง...
.....
sundog