หญิงสาวหลับไปนานเท่าไรไม่อาจรู้ได้นางสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงหมาป่าหอนรับกันเป็ทอดๆเสียงอันน่ากลัวดังหวีดหวิวไปทั่วทั้ง พงไพร
เ้าของร่างเล็กกระชับผ้าห่มที่เคยคิดรังเกียจว่ามันสกปรกไว้แนบอกหลายอึดใจต่อมา หูแว่วได้ยินเสียงดังสวบสาบเข้ามาใกล้ตัวจึงรีบลุกขึ้นนั่งแผ่นหลังบอบบางพิงกับฝากระท่อม ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็ส่ำด้วยความตื่นกลัว
เสือหรือหมาป่ากันแน่ที่กำลังเดินใกล้เข้ามา...ทุกลมหายใจเข้าออกคล้ายสะสมทุกความหวาดกลัวให้เพิ่มทวีจู่ๆ ลมก็พัดกรูเกรียว เสียงฟ้าร้องดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในเงาสลัวของรัตติกาลดวงตาสีเขียวทอประกาววาวโรจน์เคลื่อนขยับมาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆเส้นสายแห่งสติการเอาตัวรอดทำให้อู่เจียวเฉินคว้าเอาผ้าห่มกับหมอนะโลงจากแคร่ไม้ไผ่แล้ววิ่งกระแทกประตูกระท่อมพาร่างที่กำลังสั่นงันงกเข้าไปด้านใน
ผังเสียงหยี่เป็คนมีประสาทััไวอยู่แล้วเขาจับความตื่นกลัวของหญิงสาวได้ั้แ่นางเริ่มขยับกายลุกขึ้นนั่งแต่ถึงกระนั้นความห่วงใยที่จะพานางเข้ามานอนในห้องกลับถูกซ่อนอยู่ภายใต้สายตาเย้ยหยัน
เ้ายอมแพ้ก่อน ข้าชนะ!
รอยยิ้มยั่วเย้าราวจะหัวเราะทำให้อู่เจียวเฉินนึกอยากจะกินหัวคนนอนบนเตียงหญิงสาวปูผ้าห่มลงมุมห้องแล้วตลบชายผ้าอีกด้านคลุมร่างซุกลงหาความอบอุ่นและปลอดภัยด้านนอกกระท่อม ฝนกำลังเทลงมาดั่งฟ้ารั่ว เมื่อนางหันหน้าเข้าผนัง จึงไม่เห็นสีหน้าโล่งใจของชายหนุ่ม
รุ่งเช้า คนที่ส่งสายตาอาฆาตให้ผังเสียงหยี่เมื่อคืนกำลังนอนตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มทีแรกชายหนุ่มมาปลุกนางด้วยการเอาเท้าเขี่ย แต่หญิงสาวไม่ยอมตื่นจึงลองยื่นมือแตะหน้าผากนาง มิคาดความสงสัยของเขาจะเป็จริง
“หัวอ่อนจนเป็ไข้อีกแล้ว”คนตัวสูงถอนหายใจ เขาแกล้งนางเพื่อความสนุกเล็กน้อย แต่นางกลับป่วยซ้ำเสียได้
เ้าของกระท่อมเดินผ่านร่างเล็กซึ่งขดตัวซุกใต้ผ้าห่มตรงมุมห้องออกไปตามจงเทาให้มาพร้อมกับยาอีกถ้วยเวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ รองหัวหน้ากลุ่มโจรก็มาถึงกระท่อมพร้อมป้าหวางและสำรับมื้อเช้า
สายตาตำหนิมาพร้อมคำถามของหญิงวัยกลางคนทำให้ผังเสียงหยี่รีบออกตัว
“นางแส่หาเื่ออกไปนอนข้างนอกเองตากลมอยู่ค่อนดึกถึงได้หนีเข้ามานอนก่อนฝนตก ข้าไม่ได้ไล่นางสักคำเลยนะ”
“มีสตรีเป็สาวเป็นางที่ไหนอยากนอนร่วมห้องกับชายแปลกหน้า”ป้าหวางตำหนิพลางยื่นมือแตะศีรษะคนใต้ผ้าห่ม
“นั่นสิเอานางไปปล่อยได้แล้ว ขืนอยู่ต่อก็ทำให้พี่ใหญ่ต้องลำบากเคี่ยวยารักษาไม่เกิดประโยชน์อะไร” จู่ๆหญิงสาวที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ก็สอดขึ้นกลางวงจงหลิงนั้นลอบตามพี่ชายมาติดๆ เพราะอยากรู้ว่าค่ำคืนที่ผ่านมาพี่ต้าเสียงของตนกับหญิงสาวที่นางไม่ชอบหน้า‘ถึงขั้นไหน’กันแล้ว
ผังเสียงหยี่ตวัดสายตาดุๆใส่คนพูด ป้าหวางจึงแทรกขึ้นก่อน “คนทั้งคนจะปล่อยทิ้งขว้างแบบหมูหมาได้อย่างไรก่อนจะส่งตัวนางกลับไปก็รักษาให้หายก่อนเถอะ”
“จริงหรือเ้าคะพี่ต้าเสียงนางหายแล้วท่านจะส่งนางกลับไปใช่ไหม”
หัวหน้ากลุ่มโจรไม่ตอบนางแต่กลับหันไปคุยกับจงเทา “จำเป็ต้องเปลี่ยนยาไหม”
“อาจจะมีอาการปอดบวมแทรกซ้อนให้นางพักรักษาตัวในที่อุ่นๆ จะดีกว่า” บนพื้นไม่เหมาะกับคนป่วย
ผังเสียงหยี่เข้าใจเจตนาที่สื่อมาทางแววตาของเพื่อน“ส่งนางไปอยู่กับป้าหวางก็แล้วกัน รักษาให้หายแล้วค่อยว่ากันใหม่”
กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินออกไปหน้ากระท่อมทิ้งให้ป้าหวางอยู่ดูแลคนป่วย และทิ้งให้จงหลิงฟึดฟัดเพราะขัดใจที่เขาเมินเฉยคำพูดของนาง
“รักษาหายแล้วไม่ใช่ยังรั้งตัวนางไว้นะ”
สายตาที่จงหลิงมองอู่เจียวเฉินนั้นมีแววริษยาไม่ปิดบังนางเคยคิดว่าตนเองมีความสวยมากพอจะดึงดูดความสนใจผังเสียงหยี่ได้ในสักวันทว่าเมื่อวันที่เขาพาหญิงสาวชุดแดงกลับมาด้วยความมั่นใจว่านางเป็เพียงสตรีแรกรุ่นหนึ่งเดียวในกลุ่มก็คลอนแคลน เ้าสาวที่เขาฉุดมาด้วยนั้นผิวขาวสะอ้านรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นในเสื้อผ้าหรูหราทำให้นางมองอย่างตะลึงนับประสาอะไรกับใจชายที่อยู่แต่กลางป่าเขานางเกรงว่าชายที่ตนหมายปองจะมีใจคิดถึงหญิงอื่น ตัวนางที่เฝ้ารักเฝ้ามองเขามาหลายปีและเติบโตอยู่ใต้สายตาของเขาจะเป็ได้เพียงแค่น้องสาว
“เื่บางเื่หากมันไม่ใช่ก็ไม่อาจฝืนชะตาฟ้าลิขิตคนบางคนยิ่งไล่ต้อน เขายิ่งหนีห่าง ความรู้สึกจะฝืนใจกันได้อย่างไร” ป้าหวางปรามความคิดเตลิดไกลของจงหลิงที่นางเห็นมาั้แ่เข้าวัยแรกสาวแต่ผู้เยาว์กว่ากลับสะบัดหน้าแง่งอนใส่คำเตือนด้วยความหวังดีนั้น
จงเทากล่าวขอโทษกับความไร้มารยาทของน้องสาวที่ความเอาแต่ใจชักเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆดูเหมือนยิ่งเติบโตเขายิ่งควบคุมสั่งสอนนางได้น้อยลง