ชีวิตประจำวันแบบใหม่ในเรือนเล็กได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ
บรรยากาศที่เคยเงียบเหงาตลอดสองสัปดาห์ที่มีเพียงนายน้อยและสาวใช้บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวายที่มีชีวิตชีวาของสามชีวิต...
ในทุกๆรุ่งสาง ขณะที่หมอกจางๆ ยังปกคลุมคฤหาสน์ตระกูลเนมูเรียภาพที่คุ้นตาแต่ไม่คุ้นชินของเหล่าผู้อาศัยก็ได้ปรากฏขึ้นคุณชายร่างอ้วนท้วมวิ่งเหยาะๆ นำหน้าด้วยใบหน้ามุ่งมั่น โดยมีเด็กหนุ่มลูกครึ่งหมาป่าผิวขาวซีด(ที่ตอนนี้ถูกจับอาบน้ำจนสะอาดสะอ้าน) วิ่งตามหลังต้อยๆ ทั้งสองวิ่งเหยาะๆไปตามทางเดินปูหินอันสวยงามรอบพื้นที่ของตระกูลเนมูเรียซึ่งทลายฟ้าคาดการณ์ระยะทางได้ถึง 3 กิโลเมตรต่อรอบ
"อรุณสวัสดิ์ครับป้า!วันนี้ดอกไม้สวยนะ!" "เฮ้ลุง! ตัดหญ้าแต่เช้าเลยนะครับ!"
ทลายฟ้าไม่เพียงแค่วิ่งผ่านแต่เขายังแวะทักทายคนสวน คนทำความสะอาด และเหล่าคนงานอย่างเป็กันเองรอยยิ้มและคำทักทายขั้นพื้นฐาน (ที่เริ่มพูดชัดขึ้นเรื่อยๆ)ทำให้พวกคนงานรู้สึกเอ็นดูและชื่นชอบในความไม่ถือตัวของคุณชายคนนี้
ผิดกับปฏิกิริยาของเหล่าญาติสายรองตระกูลเนมูเรียที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตเดียวกันเมื่อพวกเขาเห็นคีลที่ตัวอ้วนตุ้ยนุ้ยในชุดที่ชุ่มเหงื่อวิ่งผ่านหน้าบ้านไปพร้อมกับทาสชั้นต่ำ พวกเขาจะรีบดึงลูกหลานของตนหลบเข้าข้างทางส่งสายตาเหยียดหยามเ็ามาให้ บางคนถึงกับกระซิบกระซาบด้วยความรังเกียจ
"อย่าไปมองนะลูก...อย่าไปสุงสิงกับคนไร้ค่าแบบนั้น"
ทลายฟ้าทำหูทวนลมกับคำพูดเ่าั้ส่วนเ้าลูกครึ่งหมาป่า-ฮุก กลับดูมีความสุขกับการวิ่งอย่างน่าประหลาดมันกระดิกหางสั้นๆ และวิ่งสำรวจนั่นนี่อย่างร่าเริงราวกับทลายฟ้ากำลังพาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาเดินเล่นยามเช้ามากกว่าอบอุ่นร่างกาย
แต่แล้วจู่ๆเ้าฮุกก็หยุดกึกหน้ารูปปั้นสำริดขนาดใหญ่ั์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนส่วนกลาง...มันคือรูปปั้นของ "ดราคอนไคอัส" ผู้เป็ผู้นำตระกูลเนมูเรียในท่วงท่าถือไม้เท้าชูขึ้นฟ้าองอาจสง่างาม น่าเกรงขามราวกับผู้พิทักษ์ของตระกูล
เด็กหนุ่มลูกครึ่งหมาป่าจมูกฟุดฟิดเดินวนรอบฐานรูปปั้น ดวงตาเป็ประกายวาววับ "ข้าชอบเ้านี่...มันดูยิ่งใหญ่ดี" เขาพึมพำด้วยความถูกใจ ก่อนจะค่อยๆขยับเข้าไปชิดฐานรูปปั้นอันศักดิ์สิทธิ์แล้วทำท่าจะ... ควักน้องชายออกมา
ทลายฟ้าที่หันมาเห็นพอดีถึงกับตาเหลือกแทบจะพ่นลมออกจากปากด้วยความช็อก "เฮ้ย!! ไอ้เชี่ยฮุก! หยุดเดี๋ยวนี้!"
เขาะโลั่น(ในใจคิดว่าฉิบหายแล้ว!)รีบสับขาหลอกวิ่งกลับมาคว้าคอเสื้อเ้าลูกครึ่งหมาป่าแล้วกระชากออกมาให้ห่างจากรูปปั้นนั้นให้มากที่สุด"แกจะบ้าเรอะ! ขืนแกฉี่รดหัวหน้าตระกูล มีหวังโดนจับถลกหนังหัวแบะกันทั้งบ้านแน่!"
ฮุกทำหน้ามุ่ยค่อยๆ ลดมือลงอย่างแสนเสียดาย "ก็ข้าชอบมันนี่นา...ข้าแค่อยากทำสัญลักษณ์จองไว้..."
"จองบ้าบออะไรเล่า!เป็คนก็ไปฉี่ในส้วมโน่น!" ทลายฟ้าเขกหัวเ้าตัวแสบไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ปนโล่งอก(แต่อีกใจก็แอบคิด... เอาน่า ไว้สักวัน ค่อยพามาแอบปล่อยสักกองก็ได้มั้งหน้าตารูปปั้นน่าหมั่นไส้ชะมัด) ก่อนจะลากคอเ้าตัวป่วนวิ่งต่อท่ามกลางสายตาของพวกคนรับใช้ที่แทบใจหายใจคว่ำ
..
เมื่อการวิ่งยามเช้าสิ้นสุดลงก็ถึงเวลาของ "ภารกิจงานบ้าน"เดิมทีทลายฟ้าด้วยความเกรงใจและเคยชินกับการดูแลตัวเองจึงพยายามจะเข้าไปช่วยเบลล้างจานหรือกวาดพื้นแต่สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์กลับปฏิเสธเสียงแข็งแทบจะเอาตัวเข้าแลกไม่ให้นายน้อยแตะต้องงานบ้าน
"ไม่ได้นะเ้าคะ!มือของนายน้อยมีค่ามาก ไม่ได้มีไว้จับไม้กวาด!"ชักรู้สึกว่าเธอเป็ประเภทแม่ที่โอ๋ลูกจนเกินเหตุหรือเ้าคีลตอนที่ยังอยู่จะเสียคนก็ไม่แปลกใจเลย
เมื่อเถียงสู้ไม่ได้ทลายฟ้าจึงหันไปหาตัวตายตัวแทน... "ฮุก! นายไปช่วยเบลซะ"
เ้าลูกครึ่งหมาป่าทำหน้ามุ่ยอิดออดไม่อยากทำ "ข้าเป็นักรบนะ... งานผู้หญิงแบบนี้ข้าไม่...""ถ้าทำเสร็จ... ฉันจะให้ 'ขนมปังราดน้ำผึ้ง'สองก้อน"
สิ้นเสียงข้อเสนอหูของฮุกก็ตั้งชันทันทีเขาหุบปากแล้ววิ่งไปแย่งไม้กวาดจากมือเบลมาทำอย่างขยันขันแข็ง แม้่แรกจะเก้ๆกังๆ ทำจานแตกบ้าง กวาดฝุ่นเข้าใต้พรมบ้าง แต่เมื่อมีทลายฟ้าคอยยืนกอดอกกำกับ(พร้อมขู่ว่าจะงดขนม) ฮุกก็เริ่มเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็วจนกลายเป็ลูกมือชั้นยอดที่เบลเริ่มขาดไม่ได้
..
่สายคือเวลาของ"าบนโต๊ะอาหาร"
อาหารมื้อั์ถูกลำเลียงมาวางจนเต็มโต๊ะกลิ่นหอมฉุยของเนื้อย่างสมุนไพรและซุปกระดูกชวนให้น้ำลายสอ
ทลายฟ้าเพิ่งมารู้ความจริงจากเบลว่าฮุกมีอายุเพียง 13 ปี เท่านั้น ซึ่งอ่อนกว่าร่างของคีลที่มีอายุราวๆ 15 ปี 'มิน่าล่ะ... ถึงได้ดูตัวกะเปี๊ยกเดียวนัก'
ทลายฟ้ามองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยสายตาเอ็นดูปนเวทนาวัย 13 คือวัยที่ร่างกายกำลังยืดตัว แต่เ้านี่กลับโดนจับมาเป็ทาสขาดสารอาหารจนตัวแคระแกร็น 'ในฐานะพี่ชาย...ฉันจะขุนให้นายโตทันฉันให้ได้คอยดู'
และกฎบนโต๊ะอาหารนั้นจะเข้มงวดเป็พิเศษเพื่อให้ฮุกโตอย่างสง่าผ่าเผยเป็ครึ่งมนุษย์ที่ไม่มีใครดูถูกเื่มารยาทบนโต๊ะอาหารได้
"หยุด!"ทลายฟ้าใช้ด้ามช้อนเคาะมือฮุกที่กำลังจะใช้มือหยิบไก่ก่อนเพื่อน "ใช้ช้อน...แล้วก็นั่งหลังตรง หุบปากเวลาเคี้ยว อย่าทำเสียงแจ๊บๆ"
ทลายฟ้าเข้มงวดเื่มารยาทบนโต๊ะอาหารมากแม้ปริมาณอาหารจะมหาศาลเหมือนการแข่งกินจุ แต่ท่วงท่าการกินต้องสง่างาม
และศึกหนักที่สุดประจำวันคือ"ผัก" ฮุกพยายามเขี่ยผักต้มสีเขียวอ๋อยไปไว้ขอบจาน แล้วเลือกกินแต่เนื้อ"ข้าไม่กินหญ้า... ข้าเป็เผ่าไลซิดาส ร่างกายข้า้าเนื้อ"ฮุกเถียงข้างๆ คูๆ
"แต่นายมีร่างกายครึ่งหนึ่งเป็มนุษย์เพราะงั้นแปลว่าแกต้องกินผัก" ทลายฟ้าสวนกลับทันควัน สายตาดุจ้องเขม็ง"ร่างกายมนุษย์้าวิตามินและกากใย... กินเข้าไปซะถ้านายไม่กินผักชิ้นนั้น ฉันจะยึดเนื้อในจานนายทั้งหมด"
สุดท้ายฮุกก็น้ำตาตก ยอมกลั้นใจกลืนผักต้มลงคอ เอือกๆ ท่ามกลางรอยยิ้มพอใจของครูฝึกจำเป็และรอยยิ้มอันอบอุ่นจากเบล
..
และ่บ่ายคือ"นรกแตก"
การฝึกซ้อมในลานหลังบ้านเข้มข้นขึ้นทุกวันทลายฟ้าไม่ได้สอนแค่ท่าล็อกข้อต่อแล้วแต่เขาเริ่มใส่เทคนิคการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ ทั้งการออกหมัด การเตะเจาะยางและการทุ่ม
และคนที่ฝึกหนักที่สุดไม่ใช่ฮุก...แต่เป็ตัวทลายฟ้าเอง
เขาฝึกร่างกายจนถึงขีดจำกัดทุกวันยกหินจนแขนสั่น วิดพื้นจนหน้ามืด หรือซ้อมพุ่งชนจนกล้ามเนื้อฉีกขาดเสียงดังเปรี๊ยะ ความเ็ประดับที่คนทั่วไปคงนอนซมไปเป็อาทิตย์ แต่ทลายฟ้ากลับกระดก"น้ำสกัดเนวาอัค" ตามเข้าไปก่อนนอน
และเมื่อตื่นเช้ามา...ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น กล้ามเนื้อที่ฉีกขาดถูกซ่อมแซมจนสมบูรณ์อาการปวดหายเป็ปลิดทิ้ง พร้อมกับมวลกล้ามเนื้อที่แน่นขึ้นอย่างััได้
'สุดยอด... ร่างกายนี้ตอบสนองต่อการฝึกไวกว่าโลกเดิมเป็ 10 เท่าเลยมั้ง!'
แต่ผลข้างเคียงคือ..."ตัวเขาไม่ได้ดูผอมลง" น้ำหนักตัวของคีลพุ่งพรวดขึ้นด้วยซ้ำแต่มันไม่ใช่ไขมันเหลวๆ เหมือนเมื่อก่อนมันคือกล้ามเนื้อที่ถูกสร้างทับถมไขมันจนตัวหนาปึก
ทลายฟ้ายืนส่องกระจกพิจารณารูปร่างที่ดู "ตัน" และ "ใหญ่ั์"ราวกับรถถังเดินได้ 'จะให้ลดน้ำหนักฮวบฮาบตอนนี้คงไม่ได้ไม่งั้นชั้นได้มีนมห้อยต่องแต่งแน่... ต้องค่อยเป็ค่อยไป' 'ในเมื่อตัวใหญ่อยู่แล้วก็ใช้ประโยชน์จากน้ำหนักตัวนี่แหละ'
ทลายฟ้าเปลี่ยนแผนการฝึกเขาเลิกโฟกัสที่ความพลิ้วไหวแบบรุ่นน้ำหนักน้อย แต่หันมาเน้นศาสตร์แห่งการใช้"มวล" ปะทะ ท่าทางการยืนเริ่มเปลี่ยนไป... ขาแยกกว้าง จุดศูนย์ถ่วงต่ำมั่นคงดุจภูผา เขาเริ่มฝึกท่าผลัก การกระแทก และการทรงตัวในแบบฉบับของ"ซูโม่" ผสมผสานกับการปล่อยหมัดหนักหน่วงแบบ"มวยสากลรุ่นเฮฟวี่เวท" มากขึ้น
ฮุกที่รับบทเป็คู่ซ้อมเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังวิ่งชนกำแพงเหล็กทุกครั้งที่ทลายฟ้ากระแทกฝ่ามือเข้าใส่ฮุกจะปลิวละลิ่วไปกระแทกต้นไม้ราวกับว่าวสายป่านขาด
ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูอ้วนท้วนสมบูรณ์..."เครื่องจักรสังหารรุ่นเฮฟวี่เวท" กำลังถูกประกอบร่างขึ้นอย่างเงียบเชียบ!
..
แต่ถึงจะให้ความสำคัญกับการสร้างร่างกายทลายฟ้ากลับยกให้ "ภาษา" เป็ภารกิจสำคัญอันดับหนึ่ง
เวลาล่วงเลยไปหนึ่งเดือน...ครูสอนภาษาที่ไคอัสเคยลั่นวาจาว่าจะส่งมา กลับไร้วี่แวว ไม่มีใครโผล่หัวมาสักคน...ชัดเจนว่านี่คือการ "ทิ้งขว้าง" อย่างสมบูรณ์แบบ
ทลายฟ้าไม่ยี่หระเขาใช้โอกาสทุกวินาทีเรียนรู้จากเบล และขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดของเรือนเล็กเขาอ่านหนังสือทุกเล่มที่ขวางหน้า ลากเ้าฮุกมานั่งเรียนด้วยบังคับให้คัดลายมือด้วยกันหลังอาหารเย็น แม้แต่วันหยุดพักร่างกาย 1 วันในสัปดาห์เขาก็ทุ่มเวลาทั้งหมดให้กับการท่องศัพท์
สำหรับอดีตแชมป์โลกที่ต้องเดินทางแข่งขันไปทั่วทวีปการเรียนรู้ภาษาใหม่ไม่ใช่เื่ยากเกินความสามารถ เทคนิคการจดจำ การสังเกตและความกล้าที่จะพูดผิดๆ ถูกๆ ทำให้พัฒนาการของเขาก้าวะโอย่างน่าใ
เพียงหนึ่งเดือนต่อมา...ทลายฟ้าสามารถสื่อสารบทสนทนาพื้นฐานได้คล่องแคล่วแถมยังเผื่อแผ่ความรู้ไปสอนให้เ้าฮุกสามารถอ่านออกเขียนได้อีกด้วยเบลมองภาพนั้นด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาซึมด้วยความปลาบปลื้ม"ความอัจฉริยะของนายน้อย... ไม่ได้หายไปไหนจริงๆ ด้วย"
...........
ทว่า...ภายใต้สายตาจับจ้องของไคอัสและคนในตระกูลที่มองลงมายังเรือนเล็กพวกเขามองเห็นเพียงภาพที่น่าสมเพช ภาพของเด็กหนุ่มสิ้นหวังที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้จะหนีไปไหนก็ไม่ได้ เอาแต่เล่นสนุกอยู่กับทาสชั้นต่ำวันแล้ววันเล่า ไร้อนาคตไร้ศักดิ์ศรี เป็เพียงจุดด่างพร้อยของตระกูล
หารู้ไม่ว่า...ภายใต้ฉากหน้าที่ดูไร้พิษสงนั้น ในกรงขังแห่งความไร้ค่า... "เขี้ยวเล็บ"ของราชสีห์และหมาป่ากำลังถูกลับให้คมกริบขึ้นในทุกๆ วัน มันกำลังรอเวลา...เวลาที่จะฉีกกระชากกรงขังนี้ออกเป็ชิ้นๆ และประกาศศักดาให้โลกใบนี้ได้รับรู้!