"ช้าก่อน...ไป๋หลานเรียกิเฉิง ข้ายังให้ท่านไม่หมดเลย พูดจบนางก็หยิบถุงมิติขึ้นมา
"นี่คือสมุนไพรต่างๆ สองหมื่นชนิด ข้าไม่รู้ว่าท่านต้องใช้อะไรบ้าง ก็เลยแลกมาสองหมื่นกว่าชนิดมาให้ท่าน ิเฉิงหลี่ตามองนาง จากนั้นจึงยื่นมือรับถุงจากมือนาง มาเก็บไว้ที่แหวนมิติ
"ขอบคุณ... ิเฉิงกล่าวเสียงเรียบ จากนั้นก็เดินต่อ ส่วนไป๋หลานนางก็เดินตามหลังิเฉิงมา เขาไม่ได้ห้ามที่นางเดินตามมา
ทั้งคู่เดินไปเงียบๆ ไม่มีการพูดจาใดๆ
เื่ที่จ้าววิหารไท่ชิงตั้งิเฉิงเข้ามาเป็ศิษสายในนั้น าุโทั้งห้าไม่มีใครคัดค้าน เพราะพวกเขารู้ดีว่า วิชาแพทต์ของิเฉิงนั้นลึกล้ำ
หากวิชาแพทยังลึกล้ำขนาดนี้ ิเฉิงก็ต้องสามารถปรุงยาได้อย่างแน่นอน นี่คือการคาดเดาจากาุโทั้งห้า เพราะอย่างนี้จึงไม่มีใครคัดค้าน
อีกอย่าง ในหลายปีมานี้ วิหารไท่ชิงไม่ปรากฏศิษที่สามารถปรุงยาได้เลยแม้แต่คนเดียว เพราะส่วนมากมีแต่คนฝึกวิถีลมปราณเท่านั้นที่มาสอบเข้า วิหารไท่ชิง
ณ กลางป่ายามค่ำ ิเฉิงตอนนี้กำลังย่างปลาที่หาได้จากแม่น้ำแถบนั้น กลิ่นหอมเตะจมูก โฮกกก... เสียงท้องร้องของไป๋หลาน นางเดินตามิเฉิงทั้งวัน ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของนางเลย ปลาตัวเดียวที่ิเฉิงกำลังย่างอยู่ตอนนี้หอมจนไปเตะจมูกของนาง
ิเฉิงมองไปที่นาง นางที่เห็นิเฉิงมองมาก็หน้าแดงเพราะความอายทันที ิเฉิงเพียงมองนางเท่านั้นไม่ได้หัวเราะนาง จึงทำให้นางหายอึดอัดกับบรรยากาศในตอนนี้ เดินตามมาทั้งวัน ไม่มีการพูดจาใดๆ ซ้ำยังมาท้องร้องอีก จะไม่ให้นางอายได้ยังไง
หลังจากปลาสุกแล้ว ิเฉิงก็ยื่นปลามาให้นาง " ให้ท่าน.... ิเฉิงกล่าว... ไป๋หลานมองหน้าิเฉิงอย่างงุนงง " .. แล้วของท่านละ"
" ข้ายังไม่หิว.. ท่านยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง ท่านกินเถอะ ิเฉิงพูดเสียงเรียบ ไป๋หลานรับปลาจากิเฉิงมา แล้วตัดครึ่ง
"จากนั้นก็ยื่นส่วนหัวให้ิเฉิง ิเฉิงที่เห็นเช่นนั้นก็ส่ายหัวแล้วพูด " ท่านกินเถอะ ข้ายังไม่หิว พูดจบชายหนุ่มก็กลับมานั่งหน้ากองไฟเหมือนเดิม
โดยปกติแล้ว ไป๋หลานนั้นเป็คนพูดน้อยอยู่แล้ว พอมาอยู่กับิเฉิง ยิ่งทำให้บรรยากาศนั้นเงียบเหงาขึ้นไปอีก ไม่มีใครชวนคุย ก็เลยทำให้บรรยากาศนั้นเงียบ
ิเฉิงที่ไป๋หลานรู้จักเมื่อคืน กับิเฉิงที่นางรู้จักตอนนี้ อย่างกับคนละคนกัน ไป๋หลานนางพอเดานิสัยของิเฉิงออกบ้างแล้ว
เวลาที่ิเฉิงเมา นั้นคือตัวตนที่แท้จริงของเขา แต่ว่าตัวตนของเขายามนี้คือตัวตนที่คนอื่นบังคับให้เขาเป็ นี่คือสิ่งที่นางเดา
"วัวปีศาจระดับยอดยุทธ์... ท่านคิดยังไงถึงรับภารกิจนี้ ถึงแม้สัตว์อสูรจะไม่สามารถฝึกวิถียุทธ์ได้ แต่พลังของมันกลับแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วๆไปเสียด้วยซ้ำ??... นางพลันถามขึ้น
"ก็แค่ฆ่าทิ้งมิใช่รึ... ิเฉิงตอบ ไป๋หลานได้ยินคำตอบ นางก็เงียบไปทันที
จากนั้นิเฉิงก็หยิบเตาหลอมขึ้นมา แล้วนำสมุนไพรลงไปแปดชนิด จากนั้นิเฉิงก็อัดพลังยุทธ์ใส่เข้าไปในเตาหลอม วิถีโอสถนั้น ไม่เกี่ยวว่าผู้ฝึกจะมีพลังยุทธ์ธาตุอะไร ขอเพียงผู้ฝึกกลั่นพลังยุทธ์ให้บริสุทธิ์ ก็สามารถฝึกวิถีโอสถได้แล้ว แต่ความยากของวิถีโอสถนั้นคือ ขอบเขตพลังยุทธ์ยิ่งผู้ใดมีพลังยุทธที่สูงและสามารถกลั่นให้พลังบริสุทธิ์ และระดับของยาที่ปรุง ก็จะยิ่งมีระดับสูง แต่มันไม่ง่ายเลย เพราะหากไม่มีพร์ด้านนี้ จะไม่สามารถกลั่นพลังยุทธ์ให้บริสุทธิ์ได้ หากไม่สามารถกลั่นพลังยุทธ์ได้ ก็ไม่สามารถฝึกวิถีโอสถได้
ระดับยาที่ปรุงนั้นแบ่งเป็สี่ระดับคือ ต่ำ กลาง สูง สูงสุด วิถีโอสถนั้นไม่มีขอบเขต ไม่มีเคล็ดที่ตายตัว เพราะความสามารถของยาที่ปรุงนั้น ผู้ฝึกจะคิดค้นสูตรขึ้นมาเรื่อยๆ นี่คือความอัศจรรย์ของวิถีโอสถ ว่ากันว่าเซียนโอสถในอดีตนั้นสามารถปรุงยาที่มีพลังทำลายสูง เทียบเท่ากับขอบเขตพลังยุทธ์เซียนเทว....
ปรุงให้เป็ยามันก็เป็ยา ปรุงให้เป็พิษมันก็เป็พิษ ปรุงให้มันกลายเป็ะเิมันก็มีพลังทำลายสูง นี่คือความซับซ้อนของวิถีโอสถ ไม่มีขอบเขต ไม่ตายตัวเื่เคล็ดการปรุง ถึงแม้วิถีโอสถจะไม่มีเคล็ดวิชาต่อสู้เหมือนวิถีอื่น แต่ความน่ากลัวของวิถีโอสถ คือ พิษ และะเิที่พลังทำลายสูง
หลี่น่าจ้าววิหารไท่ชิง ก็โดนผู้ฝึกวิถีโอสถรอบวางยาพิษ หากนางไม่ได้ิเฉิงละก็.. อีกไม่ถึงปี นางได้ตกตายอย่างแน่นอน
ตอนนี้ิเฉิงกำลังปรุงยาบางชนิด ไป๋หลานเพียงมองดูด้วยความสนใจ นางไม่กล้าส่งเสียงดังแม้แต่จะขยับตัวนางยังไม่กล้า เพราะกลัวจะไปทำลายสมาธิของิเฉิง
จากนั้นไม่นานภายในเตาหลอมก็พลันเกิดเป็แสงสีขาว ภายในเตาปรากฏเป็ยา4ก้อน กลิ่นอายของยานั้นหอมอย่างพูดไม่ถูก พูดได้เพียงว่ามันหอมมาก นี่คือยาระดับกลาง
ไป๋หลานสายตาเป็ประกาย นางไม่เคยเห็นวิธีปรุงยามาก่อน นางถึงได้สนใจ "นี่คือยาอันใด... " นางถามิเฉิง
ิเฉิงหยิบยาขึ้นมา จากนั้นก็ส่งให้นางแล้วพูด " ให้ท่าน...ยานี้จะช่วยให้ท่านฝึกวิถีลมปราณได้เร็วขึ้น.... พลันได้ยินไป๋หลานยิ่งสายตาเป็ประกายยิ่งกว่าเดิม
"ให้ข้าจริงรึ... นางถามเพราะไม่อยากจะเชื่อ ยาที่สามารถทำให้ฝึกวิถีลมปราณได้เร็วขึ้น แต่ิเฉิงกลับหยิบยื่นให้นางได้ง่ายดายเพียงนี้ แต่นางยังไม่กล้ารับ
"งั้นข้าจะทำลายทิ้งหากท่านไม่รับน้ำใจครั้งนี้ของข้า.... ิเฉิงพลันหยิบเอาคำพูดของนางมาย้อน นางที่โดนคำพูดของตัวเองย้อน
ก็พูดไม่ออกทันที เพียงยื่นมือไปรับยาเท่านั้น
"ขอบคุณ.. นางกล่าวเสียงเรียบ
"ยานี้มีชื่อหรือไม่... นางพลันถามิเฉิง เพราะไม่รู้จะเรียกชื่อยาว่าอะไร
" ยาปราณแท้... " ิเฉิงตอบ นี่คือสิ่งที่ท่ายทอดจากเฒ่าหมื่นโอสถ ที่ิเฉิงบรรลุตำราของเขา
"แท้จริงแล้วท่านฝึกตนกี่วิถีกัน.... วิถีลมปราณข้าก็ััได้ว่าท่านมีพร์นี้ แต่ท่านกลับไม่ค่อยสนใจเท่าใดนัก ส่วนมากจะฝึกแต่วิถีกระบี่ วิถีโอสถท่านก็ฝึก ช่างทำให้ข้าแปลกใจนัก... นางถามิเฉิงด้วยความสงสัย
ิเฉิงไม่ได้ตอบคำถามของนาง เขายังคงนั่งอย่างสงบหน้ากองไฟ
" เมื่อคืนข้าเมาไม่ได้สติจนควบคุมตัวเองไม่ได้...ขอท่านอย่าได้ถือสา.. อยู่ๆิเฉิงก็พูดเื่เมื่อคืนขึ้นมา
ไป๋หลานพอได้ยินิเฉิงพูดถึงเื่เมื่อคืน นางที่นั่งสงบตอนนี้ก็หน้าแดงขั้นมาทันที
"ช่างเถอะ... นางกล่าวเสียงเรียบ จากนั้นทั้งคู่ก็เงียบไป
"นี่เ้าเด็กงี่เงา.. วาจาการควงสาวของเ้าสุดยอดเลยจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ..ข้าเมาไม่ได้สติขอท่านอย่าถือสานะ ฮ่าๆๆๆๆ ซิ่วอิงในห้วงดวงจิตพูดล้อเลียนแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ นานๆทีนางจะหัวเราะออกมาด้วยอารมณ์แบบนี้ นางตอนนี้กำลังถูกิเฉิงค่อยๆเปลี่ยนทัศนะคติ ของนางอย่างช้าๆโดยที่ตัวนางเองก็ไม่รู้
ิเฉิงขมวดคิ้วทันทีกับวาจาเสียดสีของนาง....... "อาจารย์นี่ท่าน.... " ิเฉิงเถียงไม่ออก จากนั้นเขาก็เงียบไป
รุ่งอรุณมาเยือน ทั้งคู่ก็ออกเดินทางต่อ พอเดินมาถึงเขตซานเมืองเล็กแห่งหนึ่ง ิเฉิงกลับพบว่า ในหมู่บ้านกลับไม่มีคนอาศัยอยู่เลยสักคน เป็หมู่บ้านร้างแห่งหนึ่งเท่านั้น
จากนั้นิเฉิงกับไป๋หลานก็เดินเข้าไปในหมู่บ้าน แต่ทั้งคู่ก็ต้องใ เพราะตามทางในหมู่บ้าน มีแต่ซากศพที่เหือดแห้ง เหมือนโดนดูดเืเนื้อยังไงยังงั้น
"ท่านว่าศพพวกนี้มันแปลกๆไหม... ิเฉิงถาม
"ใช่... แปลกมาก