หลินซูลี่เดินเข้ามาในบ้านก็เจอเข้ากับแขกที่ไม่คาดคิด เพราะเธอไม่ได้นึกถึงผู้ชายคนนี้มานานแล้ว
“ซูลี่! คุณกลับมาแล้วจริงๆ ด้วย ถ้าวันนี้ผมไม่เจอกับซินเยว่ ผมก็คงไม่รู้ว่าคุณกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว ทำไมคุณถึงไม่ไปหาผมล่ะ หลายปีที่ผ่านมาผมยังรอคุณอยู่ทุกวันเลยนะ” เฉินเฮ่าจงพูดโดยไม่เกรงใจหลินเว่ยฉิงเลยแม้แต่น้อย เพราะทันทีที่หลินซูลี่เดินเข้ามาในบ้าน เขาก็มองเห็นเธอแต่ไกล เธอยังคงสดใสและก็ดูเหมือนว่าเธอจะสวยขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย ความคิดอย่างเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นในใจของเฉินเฮ่าจงทันที เขาก็จะต้องเอาหลินซูลี่มาเป็บ้านเล็กของเขาให้ได้ และเขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่
หลินซูลี่รีบถอยหลังอย่างนึกรังเกียจ เธอไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้มาแตะต้อง “หยุดก่อนค่ะคุณเฉิน มันดูไม่เหมาะเท่าไหร่นะคะที่คุณจะเดินเข้ามาใกล้ฉันขนาดนี้ อีกอย่างคู่หมั้นของคุณก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน กรุณาเกรงใจคู่หมั้นของคุณด้วยค่ะ”
“เอ่อ...” เฉินเฮ่าจงหันไปมองหลินเว่ยฉิงอย่างขอความเห็นใจ ซึ่งหลินเว่ยฉิงก็รู้งานของตัวเอง
“พี่ซูลี่อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ พี่ก็รู้ว่าที่ฉันกับพี่เฮ่าจงต้องยอมหมั้นกันก็เพราะเป็ความ้าของผู้ใหญ่ รอให้ผ่านงานแต่งงานของเราไปสักพัก หลังจากนั้นฉันจะยอมหย่าเพื่อให้เขากลับมาหาพี่”
“ใช่ๆ ผมกับน้องเว่ยฉิงตกลงกันไว้แบบนั้น” เฉินเฮ่าจงรีบพูดสำทับ
“เธอแน่ใจว่าเธอจะทำอย่างนั้นได้จริงๆ หรือหลินเว่ยฉิง เธอจะไม่เสียใจจริงๆ ใช่ไหม เฉินเฮ่าจงคือคนที่เธอแอบรักและแอบฝันถึงมาตลอดเลยนะ” หลินซูลี่ยิ้มเยาะให้น้องสาว ก่อนจะหันไปพูดกับอดีตคนรักด้วยน้ำเสียงสบายๆ เธออยากจะดักคอเขาเอาไว้ก่อน อย่างน้อยเธอก็จะไม่ปล่อยให้เขาพูดถึงเธอในทางที่เสียหายเหมือนในอดีตอีก
“พวกคุณจะตกลงกันไว้ยังไงมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่คะ ฉันไม่อยากเป็บ้านเล็กของใคร และที่สำคัญตอนนี้ฉันก็มีคนรักของฉันอยู่แล้ว เราหมั้นกันหลังจากที่คุณเข้าพิธีหมั้นกับหลินเว่ยฉิงไปแล้วค่ะ ไม่ใช่ฉันที่ทำผิดต่อคุณนะคะ แต่เป็เพราะคุณไม่รักษาสัญญาก่อนเอง เพราะฉะนั้นฉันก็หวังว่าคุณจะไม่เอาเื่ของฉันไปพูดในทางที่เสียหาย”
“ซูลี่คุณยังโกรธผมอยู่ใช่ไหม...ที่ผมทำไปทั้งหมดก็เพราะผมขัดใจคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ ทำไมคุณไม่ยอมเข้าใจผมบ้างล่ะครับ”
เฉินเฮ่าจงเป็คนที่มั่นใจในตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร มีหรือที่เขาจะยอมรับคำปฏิเสธของหลินซูลี่ได้ และหากจะต้องมีใครพูดปฏิเสธ คนๆ นั้นก็ต้องเป็เขาสิถึงจะถูก เขาจะยอมให้ผู้หญิงเป็ฝ่ายบอกเลิกเขาก่อนได้ยังไง มันเป็เื่ที่เสียหน้าเอามากๆ อีกทั้งตอนนี้หลินซูลี่ยังสวยขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ความอยากได้และอยากเป็เ้าของที่เฉินเฮ่าจงมีต่อเธอจึงดูจะมากขึ้นตามไปด้วย
“ฉันอธิบายแล้วแต่คุณก็ยังไม่ยอมฟัง ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก” หลินซูลี่เริ่มรำคาญเฉินเฮ่าจงขึ้นมาบ้างแล้ว
“คุณไม่รักผมแล้วหรือครับซูลี่” เฉินเฮ่าจงแสร้งทำท่าเสียใจ “แต่ผมยังรักและรอคุณมาตลอดเลยนะครับ”
“คุณถามฉันว่าฉันยังรักคุณไหมอย่างนั้นหรือคะ” หลินซูลี่ยิ้มหวานเต็มหน้า “อันที่จริงไม่ว่าจะตอนนี้หรือที่ผ่านมา ฉันก็ไม่เคยรักคุณเลยค่ะ ฉันมาคิดทบทวนดูแล้ว อาจเป็เพราะว่าตอนนั้นฉันขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัวมั้งคะ พอคุณมาบอกรักฉันก็เลยตอบตกลงที่จะคบกับคุณ”
“เพราะคุณมีคนใหม่แล้วใช่ไหมคุณถึงพูดอย่างนี้ ผู้ชายคนนั้นมันเป็ใคร! ทำไมมันถึงกล้ามาแย่งผู้หญิงของผม”
“ผู้หญิงของคุณคือหลินเว่ยฉิงค่ะไม่ใช่ฉัน คุณช่วยจำเอาไว้ให้ขึ้นใจด้วย”
“ผมไม่เชื่อหรอกซูลี่ว่าคุณไม่เคยรักผม ที่คุณยอมหมั้นกับคนอื่นก็เพราะคุณอยากประชดผมเท่านั้น” เฉินเฮ่าจงยังไม่ยอมรับ
“คุณนี่มันหลงตัวเองจริงๆ เลยนะคุณเฉิน เอาเป็ว่าคุณจะคิดยังไงก็แล้วแต่คุณ แต่ขอให้รู้ไว้ว่าฉันไม่เคยรักคุณ และฉันก็จะไม่มีวันรักคุณด้วย” หลินซูลี่รีบเดินกลับห้องพักของตัวเองไปอย่างหงุดหงิด โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสายตาที่เฉินเฮ่าจงใช้มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอยากเอาชนะมากขนาดไหน รวมถึงสายตาของหลินเว่ยฉิงที่มองไปที่เธอก็ไม่ต่างกัน
หลังจากที่เฉินเฮ่าจงถูกหลินซูลี่ปฏิเสธ และเธอยังมาเดินหนีเขาไปอย่างไม่สนใจใยดีอีก เขาทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งรู้สึกเสียหน้า ั้แ่เล็กจนโตเขายังไม่เคยง้อหรืออ้อนวอนผู้หญิงคนไหนเท่ากับเธอมาก่อนเลย เฉินเฮ่าจงโกรธจนไม่รู้ว่าจะระบายมันออกมาได้ยังไง หลินเว่ยฉิงจึงเสนอว่าจะดื่มเหล้าเป็เพื่อนเขา
“ผมรู้ว่าคุณรักผม คุณตัดใจจากผมไม่ได้จริงๆ หรอกซูลี่” เฉินเฮ่าจงดื่มเหล้าเข้าไปมากจนเขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
“รักสิคะ ในใจของฉันมีพี่คนเดียว ฉันรักพี่มาตลอด แต่พี่ก็ไม่เคยสนใจฉันเลย พี่ไม่เคยมองมาที่ฉันเลย” หลินเว่ยฉิงเริ่มร้องไห้ เป็เพราะฤทธิ์เหล้าเธอถึงกล้าระบายความรู้สึกออกมาให้เขาฟัง
เฉินเฮ่าจงกอดหลินเว่ยฉิงไว้ในอ้อมแขน เขาเริ่มหอมแก้มเธอ จูบเธอ และสุดท้ายอารมณ์ปรารถนาของเขาก็ไม่อาจหักห้ามได้อีกต่อไป และเป็เพราะฤทธิ์เหล้าที่พวกเขาดื่มเข้าไปมาก เฉินเฮ่าจงคิดว่าหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขานั้นคือหลินซูลี่ เขาแสดงความรักอย่างดุดันและพร่ำเรียกชื่อเธอออกมาไม่ขาด ส่วนหลินเว่ยฉิงที่อยู่ในอาการสะลืมสะลือนั้นกลับไม่ได้ยินชื่อนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอโอนอ่อนและตอบรับชายหนุ่มตามอารมณ์ปรารถนาของตัวเองอย่างเต็มที่เช่นกัน อารมณ์ของทั้งคู่รุนแรงและเร่าร้อน แม้แต่จะย้ายจากห้องรับแขกไปที่อื่นพวกเขาก็ไม่อาจทำได้
จ้าวหวั่นฮุ่ยที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องรับแขก เมื่อนางเห็นลูกสาวกับว่าที่ลูกเขยกำลังแสดงบทรักกันอยู่ นางใจนทำอะไรไม่ถูก และภาพทับซ้อนในอดีตก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของนางทันที จ้าวหวั่นฮุ่ยกรีดร้องออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ เสียงร้องนั้นดังมากจนทำให้หลินเว่ยฉิงและเฉินเฮ่าจงหยุดกิจกรรมดังกล่าวลง
เฉินเฮ่าจงดื่มเหล้าเข้าไปมากทำให้จนป่านนี้เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น แต่หลินเว่ยฉิงตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว เธอนั่งก้มหน้าร้องไห้ต่อหน้าแม่ของเธออย่างน่าสงสาร และบนหน้าของเธอก็มีรอยฝ่ามือของแม่เด่นชัดอยู่ข้างแก้ม
“หนูขอโทษค่ะแม่ เื่ทั้งหมดเป็ความผิดของหนูเอง แม่อย่าโทษพี่เฮ่าจงเลยนะคะ ถ้าหนูไม่ชวนให้พี่เฮ่าจงอยู่ดื่มเหล้ากับหนู เื่อย่างนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น”
“บอกแม่มาซิว่าทำไมลูกสองคนถึงได้ดื่มเหล้าเข้าไปมากมายขนาดนี้ จริงอยู่ที่แม่ไม่เคยห้ามลูกดื่มเหล้า แต่แม่ก็เคยย้ำกับลูกแล้วว่าอย่าดื่มจนเกินกำลังที่ตัวเองจะรับไหว แล้วสุดท้ายเป็ยังไง คำสอนของแม่มันไม่มีความหมายเลยใช่ไหม”
“ไม่ใช่นะคะแม่ หนูจำคำสอนของแม่ได้ทุกคำ แต่วันนี้หนูรู้สึกว่าหนูทนไม่ไหวอีกแล้วค่ะ ในใจของพี่เฮ่าจงมีแต่นังซูลี่ แม้แต่อยู่ต่อหน้าหนู เขาก็ยังบอกรักมัน เขาไม่เคยห่วงความรู้สึกของหนูเลย หนูเจ็บตรงนี้มากเลยค่ะแม่” หลินเว่ยฉิงใช้มือกุมที่หน้าอกของตัวเองทั้งที่ยังร้องไห้ จากนั้นเธอก็เล่าเื่ทั้งหมดให้แม่ฟัง
จ้าวหวั่นฮุ่ยมองลูกสาวด้วยอารมณ์หลากหลาย นางไม่ใช่คนที่โชคดีในเื่ของความรัก นางหลงรักหลินฮ่าวแต่เขาไม่สนใจความรักที่นางมีให้ เขากลับไปรักหวังหลันหลันซึ่งเป็แค่ลูกของคนงานในบ้าน หรือแม้จะมีผู้ชายอีกหลายคนที่นางสนใจ แต่คนพวกนั้นกลับสนใจแค่ฐานะของนางเท่านั้น ลูกสาวของนางคงจะไม่อาภัพเหมือนนางหรอกใช่ไหม นางมีคำพูดมากมายอยากจะบอกกับลูกสาว แต่สุดท้ายนางก็เลือกที่จะปล่อยผ่านเื่นี้ไป
“ลูกตั้งใจว่าจะทำยังไงต่อไป”
“แม่คะ” หลินเว่ยฉิงพูดกับมารดาเสียงเบา “ถึงยังไงหนูกับพี่เฮ่าจงก็หมั้นกันแล้ว อีกไม่นานพวกเราก็ต้องแต่งงานกัน”
“แล้วถ้าหากเฮ่าจงเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาล่ะ ถ้าเขาบอกว่าเขาไม่อยากแต่งงานกับลูก สิ่งที่ลูกสูญเสียไปวันนี้จะทำยังไง ในอนาคตลูกยังจะมีอะไรให้ได้ภูมิใจกันอีก”
“แต่พี่เฮ่าจงเป็ผู้ชายคนแรกของหนูนะคะแม่”
“เฮ่าจงเป็ผู้ชายคนแรกของลูกน่ะใช่ แต่ลูกใช่ผู้หญิงคนแรกของเขาไหมล่ะ แล้วยังจะคนในใจของเขานั่นอีก”
“หนูจะทำยังไงดีคะแม่” หลินเว่ยฉิงร้องไห้ด้วยความกลัว
“เอาเถอะ แม่จะไปพูดกับครอบครัวเฉินให้เลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้นก็แล้วกัน ส่วนลูกก็คุยกับเฮ่าจงให้เข้าใจ เื่นี้หนูเป็ฝ่ายเสียหาย ยังไงเฮ่าจงก็ต้องรับผิดชอบ”
เฉินเฮ่าจงตื่นมาได้สักพักแล้ว แต่เขายังแกล้งหลับต่อเพราะอยากรู้ว่าว่าที่แม่ยายจะจัดการเื่นี้ยังไง ‘จะเลื่อนการแต่งงานให้เร็วขึ้นอย่างนั้นหรือ ได้สิครับน้องเว่ยฉิง แต่น้องต้องมีข้อแลกเปลี่ยนให้พี่ด้วยนะ ไม่อย่างนั้นอย่าว่าแต่งานแต่งเลย แม้แต่การหมั้นหมายของเรา พี่ก็อาจจะยกเลิกไปเลยก็ได้ ไหนๆ สิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตของเธอก็ถูกพี่ทำลายไปแล้วนี่’