Seen xx Daofhan 7
“พาน้องไปทำบุญวันเกิด ทำไมเหรอ?” ฉันถามกลับ โดยที่มือก็วางช้อนลงบนจานที่ซีนถือ
“ถามดูเผื่อชวนไปกินข้าว” ซีนตอบกลับมาพร้อมกับเราทั้งสองที่เดินออกจากห้องครัว โดยที่ฉันเองก็ไม่ได้ชวนซีนคุยต่อ ระหว่างที่เพื่อน ๆ และน้อง ๆ กำลังสนุกกันฉันก็นั่งมองทุกคนด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของน้องชายฉันยิ่งมีความสุขมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
“ขอบใจ” ฉันเอ่ยบอกน้องชายเสียงนุ่ม เมื่อน้องตักปีกไก่ทอดมาให้ เรากินกันจนอิ่มแล้วตอนนี้เลยนั่งดื่มกันอยู่เป็นส่วนใหญ่ โดยที่มาร์ชกับวุ้นกำลังนั่งร้องเพลงกันอยู่ซึ่งมาร์ชเองก็เอากีตาร์ของเหนือมาเล่นและร้องเพลงอย่างสนุก อ้อ เราย้ายกลับเข้ามาในบ้านสักพักแล้วล่ะ หมอกลงหนามากทำให้เรารู้สึกหนาวเย็นกันถ้วนหน้าเลยย้ายแบบฉุกเฉิน ตอนนี้เราจึงนั่งกันอยู่ในห้องรับแขก ฉันนั่งที่โซฟาเดี่ยวมีน้องชายนั่งที่พื้นตรงหน้า ข้าง ๆ เป็นซีนที่นั่งอยู่บนโซฟากำลังมองน้องชายเขาด้วยสายตาดุ ๆ ก็ซอลขออ้อนดื่มกับพี่ ๆ คนเป็นพี่ชายเชื่อเถอะอีกไม่นานแพ้ลูกอ้อนของน้องแน่ ๆ
“เอ๊ะ เพลงนี้คุ้น ๆ ” ฉันพึมพำกับตัวเองเมื่อได้ยินเสียงเกลากีตาร์ดังขึ้นเป็นการบ่งบอกว่ากำลังเริ่มเล่นเพลงใหม่ กระทั่งเสียงร้องหวาน ๆ ของวุ้นดังขึ้น ฉันเองก็เหมือนตกอยู่ในภวังค์ ฉันนั่งฟังเพลงที่เพื่อนร้องอย่างเหม่อลอย กระทั่งถึงท่อนฮุก ฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอร้องท่อนนั้นออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาช้า ๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน พี่จะไม่ปล่อยให้เราต้องอยู่คนเดียวนะ...
“อีกแล้ว...” มืออุ่น ๆ ของน้องแตะลงที่แก้ม น้องกำลังใช้ข้อนิ้วเกลี่ยน้ำตาให้โดยที่เจ้าตัวยังส่งรอยยิ้มมาให้
“แค่คิดถึงน่ะ”
“เดี๋ยวก็ได้เจอแล้ว” น้องบอก ฉันพยักหน้ารับก่อนจะบอกให้น้องสนุกกับเพื่อน ๆ ฉันต่อ ส่วนตัวเองหยิบแก้วเหล้าเดินออกจากบ้านไปนั่งเล่นที่สวนหลังบ้าน เก้าอี้ตัวเดิม โต๊ะตัวเดิม ขาดก็แค่เจ้าของตัวจริงที่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว ฮึก ทำไมนะ ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงต้องมาเกิดกับคนที่ฉันรัก แม้จะบอกตัวเองให้เข้มแข็งบอกตัวเองให้มีความสุข แต่พอได้คิดถึงฉันกลับกลายเป็นเด็กอ่อนแอที่ยังคงต้องการที่พึ่งพิงในวันที่ยืนไม่ไหว
“ฮึก ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย” ฉันเอนหลังพิงเก้าอี้มือยกเครื่องดื่มที่ไร้มิกเซอร์จรดริมฝีปาก ความฝืดเคืองไม่ได้ทำให้ฉันมีอาการอะไรเพิ่มขึ้นอีกนอกจากต้องการลืมความเจ็บปวดพวกนี้ ฉันแหงนมองพระจันทร์บนท้องฟ้า แม่จะมองอยู่ไหมนะ... วันนี้หนูดื่มนะคะแม่ ดื่มอีกแล้ว ขอโทษที่ดื่มบ่อยเดินไปนะคะ
“หมอกลงแล้วนะ” เสียงดุดังขึ้นพร้อมกับผ้าห่มสีหวานถูกคลุมลงบนไหล่ฉันเบา ๆ ซีนนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ ฉันมองเขาแวบหนึ่งจากนั้นก็ดื่มต่อ
“มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า เครียด ๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” ซีนถาม ฉันรับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นห่วง เพราะน้ำเสียงที่เขาสื่อออกมาทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้นได้อย่างทันที
“ไม่หรอก เข้าไปสนุกกับเพื่อน ๆ เถอะ”
“เดี๋ยวนั่งเป็นเพื่อนก็ได้ เราไม่ดื่มอยู่แล้วให้เพื่อนสนุกกันเถอะ” ซีนบอกมาแบบนั้น ฉันเองก็ไม่อยากบังคับอะไรอีก จึงได้แต่นั่งเงียบ ๆ ดื่มเครื่องดื่มและมองพระจันทร์ไปเรื่อย
“ซีน...”
“ครับ?”
“...”
“...”
“ว่าไงครับ มีอะไรบอกเราได้นะ...”
“เรา...คิดถึงแม่”
“น้องเหนือวันนี้รีบกลับนะลูก มากินข้าวด้วยกันนะ พี่ฝันด้วยนะลูก” เสียงหวาน ๆ ของแม่ฉันเอ่ยบอกเมื่อเราสองพี่น้องเตรียมออกไปเรียน วันนี้วันสำคัญของน้องฉันจำได้ เพราะวันนี้เราต่างตื่นขึ้นมาใส่บาตรด้วยกันตั้งแต่เช้าตรู่
“ครับเหนือจะรีบกลับนะครับ” น้องเดินเข้าไปกอดและหอมแก้มแม่อย่างที่เคยทำทุกเช้าก่อนเราจะออกไปข้างนอก
“หนูเองก็จะรีบกลับนะคะ รักแม่นะ” ฉันเข้าไปหอมแก้มแม่บ้าง
“ผมก็รักแม่” ดาวเหนือบอกอย่างไม่ยอมแพ้ ฉันมองน้องขำก่อนจะชวนน้องออกมาเรียน วันนี้ฉันมีสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ส่วนน้องก็ไปเรียนตามปกติ ฉันสอบตอนบ่ายนู่นแต่ก็อยากเดินทางไปส่งน้องเข้าโรงเรียนก่อนจากนั้นค่อยไปที่มหาลัยที่จัดสอบ
“พี่ฝัน” ระหว่างที่เราเดินออกจากบ้านเหนือก็เอ่ยเรียกเสียงตื่นเต้น
“หือ? ว่าไง” ฉันมองน้องชายเพียงคนเดียว
“วันนี้ผมจะซื้อเค้กมาให้แม่เป่า”
“ให้แม่เหรอ? วันนี้วันเกิดเรานี่นา” ฉันแกล้งกวนน้องกลับ น้องพยักหน้ารับจริงจัง ที่ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของน้อง
“แต่ผมอยากให้แม่เป่า”
“แบบนั้นก็ได้ จะซื้อเองใช่ไหมล่ะ”
“ครับ เดี๋ยวซื้อเอง พี่ตั้งใจสอบนะเจอกันที่บ้านนะครับ”
“จ้า เจอกันนะ ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย” เราโบกมือลากันและกัน ส่งน้องที่โรงเรียนเสร็จตัวฉันเองก็เดินทางไปยังมหาลัยที่จะสอบ ระหว่างนั่งรอสอบและอ่านหนังสืออยู่นั้นโทรศัพท์ก็มีสายเรียกเข้าเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จักและไม่ได้บันทึกไว้ฉันเลยไม่รับ นั่งรอไปสักพักแม่ก็โทรหาฉัน
“ค่ะแม่”
(หนูสอบหรือยังนะลูก แคก)
“ยังเลยค่ะ อีกชั่วโมงครึ่งค่ะ”
(แม่ แม่ขอให้หนูสอบได้นะลูก ลูกสาวของแม่เก่งมาก ๆ เลยนะ แม่ขอให้หนูมีความสุขมาก ๆ นะลูกรัก ฝากดูน้องด้วยนะ หนูไม่ต้องกดดันตัวเองนะเข้าใจไหม แค่ทำในสิ่งที่หนูมีความสุขแม่จะมองหนูกับน้องอยู่ห่าง ๆ นะลูก)
“แม่คะทำไมพูดแปลก ๆ แบบนั้นล่ะคะ” ประโยคของแม่ทำให้ฉันเริ่มใจไม่ดี แม่ไม่เคยพูดแบบนี้เลย ไม่เคยพูดทำนองว่าจะทิ้งฉันกับน้องไปไหน แบบนี้ฉันไม่สบายใจเลย
(ฮึก แม่ แม่รักลูกนะ)
“แม่คะ แม่! แม่!!” เกิดอะไรขึ้น ทำไม ทำไมแม่พูดแบบนั้น ฉันเริ่มอยู่ไม่สุขส่งข้อความหาแม่แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่มีวี่แววที่จะเปิดอ่านเลย ฉันเลยตัดสินใจส่งข้อความไปหาน้องชายแต่น้องก็บอกว่าแม่โทรหาเพิ่งวางไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเหมือนกัน นั่นหมายความว่าแม่โทรหาน้องก่อนแล้วค่อยโทรหาฉันอย่างนั้นเหรอ
“เชิญเข้าห้องสอบได้แล้วค่ะ” เสียงของอาจารย์คุมสอบดังขึ้น ฉันจึงเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพายและรีบเข้าห้องสอบไป แม่คะ หนูจะตั้งใจสอบนะคะ แม่รอกินมื้อเย็นพร้อมหนูกับน้องด้วยนะ
เมื่อออกจากห้องสอบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ความสุขฉันมีอันต้องพังทลายลงเมื่อมีข้อความจากน้าใจคนสนิทของแม่ บอกให้รีบไปที่โรงพยาบาล ฉันคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากอาคารที่ใช้สอบทันทีอย่างไม่คิดชีวิต ภายในใจร้อนรนไปหมด พอไปถึงโรงพยาบาลก็เจอกับน้าใจยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ไม่รู้ทำไมในความรู้สึกระยะทางจากจุดที่ยืนไปยังน้าใจนั้น ฉันถึงรู้สึกว่ามันไกลแสนไกล
“นะ น้าใจ” เอ่ยเรียกคนที่ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเสียงสั่นเครือ หัวใจเต้นแรงตึกตักด้วยความหวาดกลัว ยิ่งเห็นว่าน้าใจร้องไห้ฉันยิ่งไม่อยากคิดอะไรต่อ
“เกิดอะไรขึ้นคะน้าใจ แม่อยู่ไหน วันนี้แม่จะออกไปหาน้าใจนี่คะ” ไม่ใช่หรอก มันไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดหรอก
“คุณฝัน ฮึก คุณเล็กเกิดอุบัติเหตุ...”
“คุณฝันคะ...”
“ไม่จริงหรอก แม่โทรหาหนูแล้ว เย็นนี้เราจะกินข้าวด้วยกัน ไม่ใช่แม่หรอก”
“คุณฝัน...”
“ญาติคุณลิธิดามาหรือยังครับ...” ฉันทรุดนั่งกับพื้นอย่างกับคนไร้เรี่ยวแรงเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของแม่ ไม่จริงใช่ไหม มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม ฮึก ทำไมเป็นแบบนี้กัน
“พะ พี่ฝัน...” เสียงสั่นเครือที่ดังขึ้นตรงหน้ายิ่งทำให้ฉันเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม น้องชายฉันยืนอยู่ตรงหน้า มือถือกล่องเค้กที่บิดเบี้ยวดูไม่เป็นทรง ชุดนักเรียนที่สวมอยู่เปื้อนสีดำคราบดิน บ่งบอกได้อย่างดีว่าน้องก็คงรีบมาที่นี่ไม่ต่างจากฉัน
“เชิญญาติคุณลิธิดาครับ” เราสองพี่น้องเดินจับมือตามคุณหมอเข้าไปยังห้องหนึ่งโดยมีน้าใจเดินตามหลังมาไม่ห่าง มือเราสองพี่น้องจับกันแน่นก้าวตามหลังคุณหมอไปอย่างเชื่องช้า กระทั่งถึงห้อง ๆ หนึ่งเราสองพี่น้องปล่อยโฮอย่างไม่คิดอายเมื่อเจอร่างแม่ที่ไร้วิญญาณนอนหลับใหลบนเตียงแสตนเลสสีเงิน
“แม่!!!!” เหนือวิ่งเข้าไปกอดแม่ไว้เสียงร้องไห้ของน้องบาดลึกลงไปในความรู้สึก ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ฉันยังไม่พร้อมที่จะรับ ฉันยังไม่อยากจะยอมรับความจริง
“แม่!! ฮึก ทำไม ทำไมทิ้งผมกับพี่ไปแบบนี้ เราสัญญากันแล้วไม่ใช่เหรอ ฮื่อ!”
“เราจะไปเที่ยวด้วยกัน เราจะกินข้าวด้วยกันทุกวัน ฮึก ทำไมไม่ไม่รอผมกับพี่ก่อน แม่! ตื่นสิ”
“...” ฮึก แม่คะ ตื่นขึ้นมาสิ ตื่นขึ้นมาอยู่กับหนูกับน้อง เราจะอยู่ด้วยกันนี่คะ แม่บอกหนูแบบนั้นนะ
“แม่คะ ตื่น ตื่นสิ” ฉันเข้าไปจับมือแม่ไว้ มือที่เคยอบอุ่นและคอยกุมมือเราสองพี่น้องไว้ด้วยรัก แต่ตอนนี้มือคู่นั้นกลับที่ไร้ซึ่งไออุ่น...
“แม่ครับ ฮื่อ แม่ ไม่เอาแบบนี้ ผมไม่เอาแบบนี้แม่ ฮื่อ!”
“ผมจะไม่เล่นเกมแล้วก็ได้ จะไม่เล่นเกมจนแม่เป็นห่วงแล้ว แม่กลับมานะ กลับมาอยู่กับผมนะแม่” เสียงร้องอ้อนวอนของเหนือเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอ้างว้าง ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้น ความรู้สึกที่อ้างว้าง
“ฮึก แม่ครับ วันฮึก วันนี้วันเกิดผมนะครับ เมื่อเช้าแม่อวยพรผมแล้ว...”
“...”
“แม่ขอให้ผมมีความสุข แล้วผมจะมีความสุขได้ยังไงถ้าไม่มีแม่ฮึก แม่ครับผมขอ...”
“...”
“ของขวัญวันเกิด ผมขอให้แม่กลับมาได้ไหม ฮื่อแม่!!! ...”
“หนูรักแม่นะคะ หนูจะดูแลน้องเองแม่ไม่ต้องห่วงนะ...” ประโยคสุดท้ายที่ฉันได้เอื้อนเอ่ยกับแม่ทั้งน้ำตา
บาดแผลที่เกาะกินภายในใจฉันและน้อง มันไม่มีวันหายไป เพียงแต่เราทั้งคู่ต่างกักเก็บมันไว้ลึกสุดใจ เพื่อที่จะจับมือกันให้แน่นและใช้ชีวิตต่อไปให้มีความสุขอย่างที่แม่ต้องการ...
“หลับเหรอครับ”
“ใช่ สักพักแล้ว ร้องไห้ด้วย...”
“ครับ พี่มีเรื่องเครียดเยอะผมรู้ ผมขอพาพี่ขึ้นไปพักก่อนนะครับ”
“เดี๋ยวพี่อุ้มไปส่งที่ห้องให้ เราส่งแขกเถอะ”
“ขอบคุณครับ”
“พี่ซีน...”
“หือ? ว่าไงครับ”
“พี่ชอบพี่ผมเหรอ?”
“ใช่ ชอบ หรือบางทีมันอาจจะเป็นรักไปแล้วก็ได้”
======
แงงง พี่ซีนฝากดูแลไนท์ด้วยนะลูก
ปล. คอมเม้นๆๆกันเล้ย!!