อาเพน “ที่ฉันเคยบอกนายว่าไอเลวนั้น มันทำธุรกิจมืดด้วย นายจำได้ไหม”
คาตัน “อ๋อ ครับ”
“มันคือการค้ามนุษย์ไงละ”
“พวกเราบ้างคนในที่นี้ก็เป็เหยื่อของเ้านั้นละ”
คาตัน"ค้ามนุษย์ อ๋อผมพอเข้าใจแล้ว"
"เอออออ ผมขอขัดสักครู่นะครับ"
"อาเพน! คุณแนะนำทุกคนให้ผมรู้จักหมดแล้ว แล้วตัวคุณละ คุณเป็ใครกันแน่"
อาเพนทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบคาตันกลับ"ฉันก็เป็เพียงอัศวินคนหนึ่งเท่านั้นละนะ"
คาตันไม่ได้คิดที่จะเชื่อสิ่งที่อาเพนเอ่ย เพราะคนที่เป็อัศวินธรรมดาจะรวบรวมผู้คนที่มากความสามารถขนาดนี้มาได้อย่างไร และยังสถานที่อย่างนี้อีก ต้องเป็ผู้ที่มีเส้นสายและอำนาจพอสมควรถึงจะทำได้
แต่คาตันก็ปล่อยผ่านไปเพราะเหมือนเ้าตัวอยากจะปิดบังเอาไว้
จากนั้นอาเพนก็พูดขึ้นมา"เอาละ! เรามาเข้าเื่กันเถอะ"
"อย่างที่รู้พวกเรากลุ่มแอ็กซิส้าที่จะช่วยนาย คาตัน เราไม่้าให้นายเป็เหยื่อของไอเ้านั้น"
"นาย้าจะช่วยพี่สาวนายสินะ"
คาตันชะงักไปครู่ด้วยความใ"พวกคุณรู้ได้ไง"
อาเพน"ก็บอกแล้วไงว่าเราสืบเื่นายมานานแล้ว"
"ด้วยเส้นสายของทางเราแปปเดียวก็รู้แล้วละนะ"
"เรายังรู้อีกนะว่า พี่สาวนายอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสห์"
"พี่ผมอยู่ที่นั้นจริงๆ หรอครับ"คาตันถามด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
"ใช่ แล้วฉันก็มีแผนแล้วด้วย"
คาตันพูดแย้งขึ้นมา"แต่หากพวกคุณเข้ามายุ่ง พวกคุณอาจเดือดร้อนไปด้วยนะครับ"
"วันที่พวกเราตั้งกลุ่มนี้ขึ้น พวกเราก็เตรียมใจกับผลที่จะตามมาไว้แล้ว นายไม่ต้องห่วง"อาเพนพูดด้วยใบหน้าอ่อนโยนและเป็มิตร ชวนให้คาตันรู้สึกโล่งใจเป็อย่างมาก
"ค ครับ ขอบคุณทุกคนมากนะครับ"คาตันก้มหน้าและน้ำตาซึมออกมาด้วยความตื้นตันใจ และโล่งใจเป็อย่างมาก ที่รู้ว่าในโลกนี้ยังมีคนที่พึ่งพาได้ พอพี่สาวหายตัวไปก็เหมือนโลกทั้งใบหายไป ไม่มีใครให้เชื่อใจได้เลย จนมาเจอพวกเขา
พวกเขาทั้งสี่ของกลุ่มแอ็กซิสได้ค่อยๆ เข้ามาปลอบคาตันอย่างเข้าใจ ให้ความรู้สึกเหมือนคนหัวอกเดียวกัน
จากนั้นอาเพนก็ได้เริ่มเล่าแผนการให้ทั้งสามคนฟังรวมถึงคาตันด้วย เมื่ออาเพนเล่าแผนจนจบทั้งสี่คนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ และพร้อมที่จะทำตามแผน โดยเฉพาะคนจากกลุ่มแอ็กซิสทั้งสามที่เชื่อใจในอาเพน โดยไม่มีข้อโต้แย้งแต่อย่างใด
สามวันต่อมา วันเริ่มแผนการของกลุ่มแอ็กซิส
ณ คฤหาสคาแป
"ตูมมมมมมมม!" เสียงะเิดังขึ้นผู้คนวิ่งกันแตกตื่น ไม่มีใครเลยที่จะมีสติพอจะหาต้นสายปลายเหตุของเสียงที่ดังสนั่นนั้น
เสียงะเินั้นเกิดจากสิ่งประดิษฐ์ของโซเซน มันเป็ะเิที่จะมีเสียงดังมากกก แต่ก็ไม่ได้ทำให้สิ่งก่อสร้างพังทราย มันจึงเหมาะแก่การใช้ในการสร้างความวุ่นวายเป็อย่างมาก
โดยในแผนการนี้โซเซนกับเดเมียนทั้งสองมีหน้าที่ดึงความสนใจของคนในคฤหาสห์ โดยคาตันจะลอบเข้าไปเพื่อช่วยแคเซียร์ ส่วนอาเพนและไล่ล่าจะคอยซัพพอร์ตคาตันจากภายนอก
ในระหว่างที่ผู้คนกำลังแตกตื่นกันอยู่นั้น เท็ดก็ได้ยินเสียงะเิเช่นกัน และคนแรกที่เขาคิดถึงคือแคเซียร์ เขาไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น แล้วรีบวิ่งไปที่ห้องใต้ดินเพื่อจะพาแคเซียร์ออกไปยังที่ปลอดภัย เพราะเขาคิดว่าการะเิอาจทำให้ชั้นใต้ดินได้รับความเสียหาย
ในขณะเดียวกันคาตันก็กำลังไปห้องใต้ดิน ก็พบเข้ากับเท็ดที่เดินผ่านหน้าเขาไป แต่ดูเหมือนจะรีบร้อนมากจนไม่ทันสังเกตุคาตันเลยด้วยซ้ำ
ทำให้คาตันต้องชะงักไปและไปต่อไม่ได้ เพราะทางที่เท็ดไปก็เป็ทางที่เขาจะไปเช่นกัน นั้นก็คือห้องใต้ดินที่ขังแคเซียร์ไว้
ทางด้านเท็ดที่ตอนนี้มาถึงห้องใต้ดินแล้วกำลังค้นกุญแจจากพวงกุญแจที่เขาพกมาเพื่อจะเปิดประตูห้องขังของแคเซียร์
"นาย! นายเกิดอะไรขึ้นฉันได้ยินเสียงะเิ"
"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่ทุกคนแตกตื่นกันหมด"เท็ดพูดไปพร้อมกับค้นกุญแจจากพวงกุญแจที่พกมา
"แล้วนายทำไมยังอยู่ที่นี้อีก ไม่ออกไป"
"ผมจะทิ้งพี่ไปได้ยังไงละครับ"เท็ดพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้วยความอ่อนโยน ทั้งๆ ที่ดูรีบร้อนเป็อย่างมาก เหงื่อนี้ไหลเต็มใบหน้าและเต็มมือที่กวักไกวในการหากุญแจ
ทำให้แคเซียร์ใจเต้น ตึกตัก และอะดีนารีนสูบฉีด หน้าแดงก่ำ ร่างกายร้อนภาค นี้เราเป็อะไรไปอีกแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้รอยยิ้มอันตรายจริง
ไม่ได้ๆ แคเซียร์สายหน้าเหมือนพึ่งดึงสติกลับมาได้ ตอนนี้ต้องพาเท็ดออกไปให้ได้ก่อน เราไล่เขา เขาคงไม่ไปแน่
"นี่เท็ด มันไม่มีกุญแจหรอกนะ นายเลิกหาได้แล้ว"
เท็ดทำท่างงๆ"ครับ?"
ลูกกรงนี้มันเหมือนถูกตั้งระบบไว้ให้ใช้เวทมนตร์ของอเล็กเปิดได้คนเดียว ถ้าจะเปิดมันต้องทำร้ายลูกกรงเท่านั้น เท็ดคนเดียวคงทำร้ายไม่ได้
แคเซียร์เหงื่อออกเต็มใบหน้าและก้มหน้าด้วยความวิตก เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ "เฮอออ~ ฉันสะสมพลังเวทไว้ได้ไม่มาก หากเป็นายอาจจะทำได้"
"ฉันจะถ่ายพลังเวทที่ฉันมีให้นาย นายก็แค่ใช้พลังฉันด้วยดาบของนาย ฟันลูกกรงนี้ ง่ายๆ แค่นี้แหละ"
"ครับผมเข้าใจแล้ว"เท็ดพยักหน้าด้วยใบหน้าที่จริงจัง และตั้งใจเต็มที่
แคเซียร์ยื่นมือออกไปนอกลูกกรงพร้อมบอกให้เท็ดยื่นมือมา
จากนั้นแคเซียร์ค่อยๆหลับตาลงพร้อมกับมีแสงสีเงินประกายวาววับเกิดขึ้นรอบๆตัวเธอจนไปถึงมือที่ทั้งสองจับกันอยู่ ทำให้เท็ดรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากกับแสงที่สวยงามที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอ
เมื่อแสงดับลงแคเซียร์ก็ถึงกับทรุดหวบด้วยความหมดแรง และหน้าซีดเผือก จากนั้นก็หอบด้วยความเหนื่อยล้าเหมือนไปวิ่งมาสักกิโลยังงั้นแหละ
"พี่สาวเป็อะไรไหมครับ"
"ไม่ ฉันไม่เป็ไร แฮกๆ แค่หน้าวูบนิดหน่อย"แคเซียร์เอ่ยออกมาพร้อมกับเอามือจับหน้าผากและพิงกับลูกกรง
เท็ดมั่วแต่เป็ห่วงแคเซียร์ เขาเลยพึ่งรู้สึกได้ถึงพลังเวทเมื่อสักครู่ที่ตัวเธอ มันมาอยู่ในมือของเขาแล้ว แถมไม่ใช่น้อยๆเลย นี้ขนาดโดนผนึกพลังไว้ยังมีพลังที่มากถึงขนาดนี้
เท็ดได้พลังเวทที่แคเซียร์มาก็ชักดาบที่คาดไว้ที่เอวขึ้นมาแล้วถ่ายพลังเวทจากมือเขาลงไปที่ดาบ
"ถอยไปครับ"
แคเซียร์เห็นเท็ดที่ทำท่าจะลงดาบก็ได้ถอยไปก่อนแล้ว เธอถอยไปด้วยท่าทางที่ดูอ่อนแรงเป็อย่างมาก ยืนแทบจะยืนไม่ไหว
เมื่อเท็ดเห็นแคเซียร์ถอยไปแล้วจึงได้ลงดาบฟันไปที่ลูกกรงเป็แนวทแยงจากขวาไปซ้าย เพียงหนึ่งที ก็ทำให้ลูกกรงแหลกกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
"ไปกันครับ"
จบ บทที่ 10 รอยยิ้มอันตราย
โปรดติดตามตอนต่อไป