ตอนที่ 52
เริ่มตั้งตัว (18)
เข้าสู่ต้นเดือน 9 ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นตัวลงเพราะฤดูเหมันต์ที่กำลังคืบคลานเข้ามา ผู้คนเริ่มจัดเตรียมอาหารเอาไว้กักตุนเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในฤดูเหมันต์ตลอดประมาณ 3 เดือน
ภายในบ้านหลังเล็กๆในยามเช้าก่อนจะออกไปทำงานทั้ง 3 ได้มานั่งประชุมกันเพื่อที่จะหารือบางอย่าง
“ ท่านแม่จะจ้างคนมาซ่อมบ้านงั้นหรือเจ้าคะ? ” จูเฟยถามขึ้นมา
“ ใช่แล้ว!! ” หมิ่นอวี้เฟยนางเห็นควรว่าในครั้งนี้ควรจะได้ซ่อมแซมบ้านที่มีแต่รูประดับอยู่รอบบริเวณบ้านได้แล้ว เพราะว่าอีกประมาณเดือนนึงฤดูเหมันต์ก็จะมาถึงแล้วถ้ามีรูพวกนี้อยู่ภายในบ้านก็คงจะมีแต่ความหนาวเย็นที่เข้ามา
“ ตอนนี้แม่ก็มีเงินเก็บประมาณนึงแล้วเลยคิดอยากจะซ่อมแซมบ้าน และซื้ออาหารกักตุนเอาไว้รวมไปถึงซื้อเครื่องนุ่งห่มในยามฤดูเหมันต์ด้วย ” หลังจากที่ทำงานที่ร้านผักของท่านยายหวังมาสักพักใหญ่ๆ ทำให้ตัวของนางนั้นพอจะมีเงินเก็บอยู่ประมาณนึงเพราะว่าเมื่อผักที่ร้านของท่านยายหวังขายดีก็ได้ส่วนแบ่งเป็นจำนวนนึง
ด้วยข้อตกลงตอนแรกที่ตกลงกันไว้ว่าจะไม่รับเงินเป็นเงินเดือนแต่จะรับเป็นส่วนแบ่งในการค้าขายแทนทำให้เงินที่หมิ่นอวี้เฟยได้รับมาจากท่านยายหวังนั้นมีมากพอสมควร ไม่เหมือนกับพนักงานทั่วไปที่ได้รับเงินเดือนเป็นค่าจ้างรายวัน
“ ให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะท่านแม่~ เงินเก็บของข้าเองก็มีอยู่จำนวนนึงจะได้ช่วยท่านออกค่านู้นออกค่านี่ ”
“ ไม่ต้อง ไม่ต้อง ” หมิ่นอวี้เฟยตอบกลับอย่างทันทีนางรู้ว่าบุตรสาวของนางมีเงินเก็บอยู่ประมาณนึง ที่ได้รับมาจากการค้าขายสมุนไพรแต่ว่าเรื่องพวกนี้ตัวของนางสามารถออกด้วยเงินเก็บของตนเองได้
“ เจ้านำมันไปทำในสิ่งที่เจ้าอยากจะทำเถอะ ”
“ เจ้าค่ะ~ ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้ออกไปกระทำเรื่องทุกอย่างตามปกติเช่นทุกวันโดยการเดินทางไปที่บ้านของท่านยายหวังก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อช่วยกันขนผักก่อนที่จะช่วยกันกระทำหลายๆอย่าง
วันนี้เองก็เป็นวันที่ตัวของจูเฟยต้องเดินทางเข้าไปภายในเมืองเช่นเดียวกันเพราะว่าจะไปค้าขายสมุนไพรเหล่านี้ที่ถึงรอบกำหนดในการค้าขาย
หลังจากยืนรอรถม้าอยู่สักพักเมื่อรถม้ารอบที่ 2 มาถึงก็พากันเข้าไปภายในเมือง รถม้าวิ่งตรงเข้าไปภายในเมืองอู่หนานสู่ถนนเส้นหลักก่อนจะเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆเพื่อเข้าไปที่ร้านของท่านปู่จ้าว
เมื่อเข้าไปถึงร้านตัวของจูเฟยก็ได้เริ่มกระทำตามปกติเช่นทุกวัน ดวงตาของนางสังเกตไปเห็นบางอย่างสังเกตเห็นสมุนไพรที่ตากแห้งเอาไว้ด้านหน้าร้าน
จูเฟยเก็บรายละเอียดนั้นเอาไว้ก่อนที่จะทำการค้าตามปกติเช่นทุกวัน บริเวณโต๊ะกรมใจกลางร้านน้ำชาและขนมถูกนำมาต้อนรับเด็กทั้งสองที่มาค้าขายกับท่านปู่จ้าว
หลังจากที่นำสมุนไพรและตรวจเช็คทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยท่านปู่จ้าวไปนำถุงเงินมามอบให้กับจูเฟยเช่นเดิม เด็กน้อยที่หนึ่งมือถือขนมเอาไว้ได้ใช้อีกมือนึงคว้าจับถุงเงินที่ถูกส่งให้มาก่อนที่จะนำเข้าไปภายในเสื้อแล้วรอบเก็บเข้าไปภายในแหวนห้วงมิติทันที
ยังไม่ต้องตรวจเช็คเลยสักนิดรู้ดีอยู่แล้วว่าอย่างไรท่านปู่จ้าวก็คงจะไม่คดโกงนางอย่างแน่นอน อีกอย่างเดี๋ยวค่อยกลับไปนับที่บ้านก็ได้อย่างไรเสียร้านแห่งนี้ก็ไม่หนีไปไหนอยู่แล้ว
“ เอ้า!! ยัยหนูไม่นับงั้นรึ ”
“ ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะข้าเชื่อใจท่านปู่อยู่แล้ว~ ” จูเฟยยิ้มรับ
“ ว่าแต่ท่านปู่จ้าวเจ้าคะข้ามีเรื่องอยากจะถามอย่างนึง ”
“ ว่าอย่างไร!! ”
“ ข้าอยากจะถามว่าสมุนไพรที่ท่านตากแห้งเอาไว้ด้านหน้าร้าน นั่นคือวิธีการที่ท่านต้องนำไปใช้ในการค้าขายใช่หรือไม่เจ้าคะ ” นี่เป็นเรื่องที่นางนั้นอยากรู้ตั้งแต่สังเกตเห็นได้ว่าด้านหน้าร้านนั้นมีสมุนไพรคอยตากแห้งเอาไว้อยู่ตลอดทุกครั้งที่เดินทางมา
“ ไม่ผิด~ มันเป็นเพราะว่าสมุนไพรในร้านข้าซื้อขายกับพ่อค้าต่างเมือง จะขนส่งสมุนไพรไปแต่งต่างเมืองก็ต้องกระทำเช่นนี้ ถ้าไม่ตากแห้งเอาไว้แล้วเก็บมันเป็นอย่างดีสมุนไพรก็คงจะไม่สามารถเก็บรักษาไว้ถึงเมืองอื่นๆได้ ”
“ การเดินทางจากเมืองอู่หนานใช้เวลาในการเดินทางไปถึงเมืองหลวงของแคว้นหลิวมันตั้ง 7 วันเชียวนะ สมุนไพรของข้าต้องซื้อขายกับพ่อค้าจากเมืองหลวง เพราะเช่นนั้นเลยต้องตากแห้งสมุนไพรเอาไว้ เพื่อที่จะสามารถนำไปขายได้ ”
“ เอ๋!!! ท่านปู่จ้าวซื้อขายกับพ่อค้าที่เมืองหลวงหรือเจ้าคะ~ ”
“ ใช่แล้ว!! ข้าทำการซื้อขายกับพ่อค้าที่เมืองหลวง เพราะว่าเมื่อก่อนข้าเคยทำกิจการอยู่ที่นั้นเลยมีเส้นสายมากพอสมควร เมื่อกลับมาอยู่ที่เมืองอู่หนานเลยใช้เส้นสายนั้นทำการค้าขายได้ ”
“ อ้าว~ เหตุใดท่านปู่ถึงออกมาจากเมืองหลวงและมากระทำการค้าขายอยู่ภายในเมืองอู่หนานแห่งนี้ล่ะเจ้าค่ะ?? ” ภายในเมืองหลวงนั้นน่าจะสามารถทำการค้าขายได้กำไรมากกว่า และดูจากเส้นสายของท่านปู่ก็น่าจะมีมากพอสมควร จูเฟยเลยสงสัยว่าเหตุใดท่านปู่ถึงต้องละทิ้งกำไรมากมายภายในเมืองหลวงแล้วออกมาทำการค้าขายอยู่ภายในเมืองชนบทเช่นนี้
เมื่อพูดถึงเรื่องนั้นท่านปู่จ้าวนั่งอยู่ด้านหน้าก็ได้คอตกในทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหนักใจก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาแล้วถอนหายใจลากยาว “ เฮ้อ!! ”
ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความอิดโรย “ ข้าไม่ไหวแล้ว~ ”
“ ที่เมืองหลวงการค้าขายมั่งคั่งเฟื่องฟูก็จริงอยู่แต่ว่า สิ่งที่เป็นอันตรายมากที่สุดมันก็คือการแข่งขันที่สูงมาก ข้านะแก่ชราและก็ใกล้จะตายแล้ว ในตอนหนุ่มๆก็ทำกิจการอยู่ภายในเมืองหลวงไม่เกรงกลัวผู้ใด แต่พอแก่ชราเข้าก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข ”
“ การแข่งขันภายในเมืองหลวงนะถ้าผู้ใดเกิดถอย 1 ก้าวก็จะถูกผู้อื่นเหยียบย่ำทันที การกระทำกิจการภายในเมืองหลวงแต่มันไม่ได้ง่ายเลย ”
“ เมื่อข้าชราสิ่งเดียวที่ข้าสามารถกระทำได้ถ้าคิดอยากจะพักผ่อนก็คือการถอยออกมาเลย ข้ามาเปิดร้านสมุนไพรอยู่ภายในเมืองเล็กๆแห่งนี้มันก็ดียิ่งนักไม่ต้องไปแข่งขันกับผู้คนมากมาย ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุข ” ท่านปู่จ้าวพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ดูเหมือนว่าตัวเขานั้นจะพึงพอใจกับชีวิตของตนเองในตอนนี้เป็นอย่างมาก
จูเฟยได้ยินเรื่องเล่าเช่นนั้นนางก็ทำการครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้น อีกหน่อยถ้ากิจการต่างๆของนางใหญ่โตก็คงจะต้องขยับขยายเข้าไปภายในเมืองหลวงเพื่อที่แสวงหากำไรให้มากขึ้น เพราะเช่นนั้นการได้ฟังเรื่องเล่าจากท่านปู่จ้าวที่เคยค้าขายภายในเมืองหลวงมามันก็เป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก
ดูเหมือนว่าการค้าขายภายในเมืองหลวงมันคงจะต้องมีรากฐานที่มั่นคงพอสมควร แน่นอนว่าการกระทำธุรกิจภายในยุคนี้เส้นสายเองก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญถ้าได้รับการสนับสนุนจากขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์ก็คงจะสามารถทำธุรกิจได้อย่างราบรื่น
ปัจจัยในการทำธุรกิจยุคนี้มีมากมายยิ่งนักทำให้นางนั้นต้องคิดอย่างหนัก อาจจะต้องกินเวลาถึง 10 ปีกว่าที่ธุรกิจของนานจะสามารถก้าวเข้าไปภายในเมืองหลวงได้
จูเฟยครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้นอยู่สักพักก็ได้สลัดความคิดนั้นออกไปก่อนแล้วกลับมาสนทนาเรื่องที่นางนั้นยังค้างอยู่ “ แล้วข้าอยากจะถามว่าถ้าเป็นสมุนไพรสดมันจะขายได้ราคาดีกว่าหรือไม่เจ้าคะ? ”
“ สมุนไพรสดงั้นรึ แน่นอนสำหรับสมุนไพรบางชนิดเมื่อทำการตากแห้งมันก็อาจจะทำให้สรรพคุณบางตัวของมันด้อยค่าลงไป แต่ว่าก็อย่างที่เจ้ารู้นั่นแหละว่าการค้าขายส่วนใหญ่พ่อค้าสมุนไพรก็จะนำมันมาตากแห้งทั้งนั้น ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจูเฟยคิดธุรกิจอีกอย่างหนึ่งของนางขึ้นมาได้เลยทันที ด้วยค่ายกลเก็บรักษาที่นางร่ำเรียนมาจากท่านอาจารย์บางทีอาจจะทำการค้าส่งก็ได้
เปิดบริษัทการค้าส่งหรือการขนส่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีมากเพราะมันน่าจะทำกำไรได้มากมาย
บางทีอาจจะตั้งสมาคมการค้าขายเมืองอู่หนานขึ้นมาก็ได้ ทำการตั้งสมาคมคัดเลือกกลุ่มพ่อค้าและแม่ค้าที่อยากจะเข้าร่วมจากนั้นก็ก่อตั้งบริษัทขนส่งขึ้นมาแล้วทำการค้าขายสินค้ามากมายไปที่ตาเมืองเพื่อทำกำไร
แต่นั่นมันก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักนึงอยู่ดีถ้านางอยากจะก่อตั้งสมาคมที่ใหญ่เพียงนั้นคงจะต้องรวบรวมชื่อเสียงในฐานะพ่อค้าหรือเจ้าของกิจการ เพราะฉะนั้นเป้าหมายของนางยังคงไม่หายไปนั่นคือการที่จะต้องสร้างร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดภายในเมืองขึ้นมาให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก
ถ้าสามารถสร้างร้านอาหารเลื่องชื่อภายในเมืองแห่งนี้ได้ตัวของนางก็จะมีชื่อเสียงในฐานะเจ้าของกิจการแล้วก็จะน่าเชื่อถือในฐานะแม่ค้า จากนั้นตัวของนางก็จะได้รับความเชื่อมั่นและมีอำนาจต่อรองกับพ่อค้ามากมายเพื่อที่จะก่อตั้งสมาคมการค้าเมืองอู่หนานขึ้นมา
แต่ในตอนนี้นางอาจจะสามารถทำการค้าส่งเล็กๆได้ ตารางเรียนค่ายกลการเก็บรักษาจากท่านอาจารย์มาจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนี้ก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้
“ มีอันใดงั้นหรือยัยหนูเจ้าถึงถามค่าเช่นนี้ ” ท่านปู่จ้าวได้เอ่ยถามขึ้นมา เขามองเห็นท่าทางของเด็กน้อยตรงหน้านั้นเปลี่ยนไปอยู่สักพักแล้ว
“ ไม่มีอันใดเจ้าค่ะท่านปู่จ้าวท่าเช่นนั้นข้าขอลาก่อนนะเจ้าคะ ” จูเฟยกลับมาทำหน้าตาใสซื่อเช่นเดิม นางรีบกระโดดลงจากเก้าอี้ของตนเองพร้อมกับขนมที่หยิบติดมือไปด้วยหนึ่งชิ้นแล้ววิ่งออกไปจากที่ร้านอย่างรวดเร็ว
อวี้หลินที่มีหน้าที่มาดูแลคุณหนูตัวน้อยก็รีบวิ่งตามคุณหนูของนางไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ฤดูเหมันต์มันใกล้เข้ามาถึงแล้วทางเมืองหลวงเองก็มีการจัดเตรียมตัวอยู่มากมายเหมือนกันเพื่อเตรียมรับฤดูเหมันต์ที่กำลังจะมาถึง
บริเวณเขตนอกเมืองหลวงภายในป่ามีบ้านหลังเก่าที่ถูกตั้งอยู่ ตอนนี้ที่บ้านหลังเก่าหลังนั้นมีกลุ่มคนได้มารอบนัดพบกันอยู่ที่สถานที่นั้นโดยทำท่าทางลับๆล่อๆ
จบตอน