ตอนที่ 4
ปรับปรุงตัว
“แม่ครับ ผมหิว”
เ้าตัวเหม็นสองคน กำลังจ้องหน้าฉันตาไม่กะพริบ ในแววตามีร่องรอยคาดหวัง ฉันได้ยินแม้กระทั่งเสียงท้องร้องโครกคราก ของเด็กๆ ส่วนเด็กน้อยตัวเล็กที่นอนบนเตียงเตา แม้จะยังพูดไม่ชัด ยังร้องบอก “ติน ติน” หล่อนคงจะหิวเช่นกัน
ฉันจึงรีบลุกขึ้น ต้องหาอะไรให้เด็กน้อยทั้งสาม รองท้องก่อน จึงเดินไปที่ตะกร้าที่วางไว้อยู่บนโต๊ะข้างเตียง ซึ่งในตะกร้ามีเพียงเครื่องสำอาง ที่ฉันซื้อมาเพื่อตัวเองเท่านั้น จึงทำทีรื้อของและล้วงเอา ซาลาเปาไส้หมูสับ กับซาลาเปาไส้ถั่วดำ ออกมาจากมิติ 3ลูก พร้อมนมผง
“แม่ครับซื้ออะไรมาครับ” แฝดผู้พี่เอ่ยถาม
“ซาลาเปาจ๊ะ อร่อยนะ” ฉันตอบ
ก่อนกิน ฉันจึงไล่เด็กๆ ให้ไปล้างหน้าล้างตา และล้างมือให้สะอาด ถึงจะยื่นซาลาเปาให้เด็กแฝด คนละลูก ส่วนฉันก็แบ่งซาลาเปากับสาวน้อย คนละครึ่ง ไม่กล้าให้กินมากกว่านี้ หลังจากนี้ก็ไปต้มน้ำ ชงนมให้กินคนละแก้ว
“แม่ครับ อร่อยมากครับ มีอีกหรือเปล่าครับ ยังไม่อิ่มเลย” เ้าเด็กหน้าเหม็นคนน้องถาม
“ไม่มีแล้วจ้ะ”
“เดี๋ยวก็จะกินข้าวเย็นกันแล้ว”
“พอแค่นี้ก่อนนะ”
“ถ้าพวกลูกๆ ทำตัวดีและเชื่อฟัง วันหลังแม่จะได้ซื้อมาให้กินใหม่” “เอาละ แม่ต้มน้ำร้อนไว้ให้แล้ว พวกลูกทุกคนไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันให้สะอาด พาน้องเล็กไปอาบด้วย เดี๋ยวแม่ยกน้ำร้อน ไปผสมในถังให้ อย่าลืมสระผมด้วยนะ” ฉันกล่าว
“ ครับ/คร้า” เด็กๆ รับคำโดยพร้อมเพรียงกัน ่ที่ลูกกำลังอาบน้ำ ฉันเข้าไปเตรียมเสื้อผ้าให้ลูกๆ ทำไมมีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ ส่วนเสื้อผ้าของเ้าหล่อนมีมากมายและยังใหม่อยู่ รักแต่ตัวเองจริงๆ เลยนะ
เด็กๆ ก็ดูน่ารักน่าชัง เชื่อฟังดี แม้ฉันเพิ่งจะมาและได้ัั ยังตกหลุมรัก อาจเป็เพราะฉันยังคิดถึงลูกที่ฉันแท้งไป ฉันยังคงเสียใจอยู่ และเด็กๆ เหล่านี้ ได้เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ฉันขาด
ฉันจะตั้งใจเลี้ยงดูพวกเค้าอย่างดี จะให้ความรัก ความเอาใจใส่ อบรมสั่งสอน ไม่ให้พวกเค้าเดินเข้าไปในวงจรอุบาทว์ และมีชีวิตบัดซบในอนาคต
ฉันจึงเอาเสื้อผ้าเด็กแบบเรียบ ๆ เข้ายุคสมัย ในมิติ มาให้พวกคนคนละชุด เมื่อพวกเขา ได้ชุดใหม่ต่างดีใจ เก็บอาการไม่อยู่ เมื่อแต่งตัวเรียบร้อย ก็ให้ไปนั่งเล่นที่หน้าบ้าน ส่วนฉันก็ไปอาบน้ำ วันนี้ตัวเหนียวเหลือเกิน
ที่ฉันนอนสลบไม่รู้ตัว หลังกลับมาจากซื้อของในเมือง มีอาการแน่นหน้าอกและล้มฟุบ เ้าของร่างเดิมน่าจะหัวใจวาย ฉันจึงมาสวมร่างนี้ได้ เมื่อได้อาบน้ำ ร่างกายสดชื่นขึ้น ก็ได้ยินเด็กร้องเรียก
“คุณน้า คุณน้า”
“คุณน้า คุณน้า”
ฉันเดินออกมาดู จึงเห็น เด็กวัยรุ่นผอมสูง ผิวขาว อายุประมาณ 15 ปี น้องชายของเ้าของร่างเดิม จ้าวเฮ่าเยว่ ที่ยืนหิ้วไก่อยู่ในมือ เขาหน้าตาเหมือนน้องชายของฉันเมื่อชาติที่แล้วยังกะแกะ
ทำให้ฉันดีใจมาก น้ำตาไหล เหมือนได้เจอญาติพี่น้องที่ฉันรักและเป็ห่วงที่สุด ในชาตินี้ไม่คิดว่าจะมีน้องชายคนที่หน้าเหมือนกันกับชาติที่แล้ว จึงโผเข้ากอด และตบหลังน้องเบาๆ “ดี ดี” พูดไปน้ำตาไหลไป
“พี่ครับ เป็อะไรหรือเปล่า” น้องเอ่ยถาม
“พี่ดีใจ พี่คิดถึงน้องมากนะ” ฉันเอ่ย
“ผมอยู่ใกล้แค่นี้ คิดถึงก็มาหาได้ครับ”
“พี่รักน้องมาก น้องรู้ไม่”
“รู้ครับ”
ตอบพลางก็ชูไก่ป่าตรงหน้าฉัน
“พี่ครับ วันนี้ ผมขึ้นเขา จับไก่ป่ามาได้ 1 ตัวจึงนำมาให้พี่ทำอาหาร บำรุงร่างกาย พี่กับพวกหลานๆ ครับ” เขากล่าว
“ถ้าอย่างนั้น น้องช่วยจัดการไก่ให้พี่ เด่วพี่จะตุ๋นน้ำแกงบำรุง และน้องต้องอยู่กินข้าวกับพี่ด้วย ห้ามปฏิเสธ”
“ครับ ไม่เกรงใจนะครับ” น้องชายรับคำ
เมื่อน้องชายจัดการไก่ให้ฉันเรียบร้อย ฉันก็ไล่ให้ไปอาบน้ำ เพราะน้ำร้อนบนเตายังเหลืออยู่ ฉันจึงจัดเสื้อผ้าใหม่ให้น้องชายเปลี่ยน บอกว่าเป็ของพี่เขยที่ใส่ไม่ได้แล้ว เพราะคับ น้องชายจึงรับไว้อย่างเกรงใจ ฉันจึงไล่ให้น้องชายไปช่วยดูพวกหลานๆ ที่นั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ส่วนฉันก็รีบเข้าครัว หุงข้าวขาว ตุ๋นไก่กับเครื่องยาจีน ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน ผัดผักน้ำมันหอย และทำไข่ตุ๋น โรยหน้าด้วย ต้นหอม พริก ที่ผัดในน้ำมันมาราดบนหน้าไข่ตุ๋น ส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั่วบ้าน เมื่อทำเสร็จ ก็เรียกน้องชายกับลูกๆ มาล้อมวงกินข้าว
“แม่ครับ น่ากินจัง” แฝดพี่กล่าว
“จะกินให้อร่อย เลยครับ” แฝดน้องเอ่ย
“ดีแล้ว กินให้หมด กินเยอะๆ นะ” ฉันกล่าว
“อร่อยมากครับ พี่” น้องชายพูด
ทุกคนมีความสุขกับข้าวมื้อนี้มาก อาหารทุกอย่าง หมดไม่มีเหลือ แม้กระทั่งข้าวในหม้อ ฉันจึงไปหยิบ แอปเปิลที่หั่นเป็ชิ้นๆ แล้วมาให้กินล้างปาก
เมื่อกินข้าวเสร็จเรียบร้อย ก็ช่วยกันเก็บกวาดล้างจาน อากาศเริ่มมืด น้องชายก็ลากลับบ้าน ฉันจึงบอกให้เด็กๆ ไปแปรงฟัน เตรียมตัวเข้านอน ส่วนลูกสาวนอนกับฉัน แต่วันนี้เ้าแฝดก็ขอมานอนด้วย พวกเราจึงมานอนเบียดๆ กันบนเตียงเตาทั้งหมด
เมื่อลูกๆ หลับแล้ว ฉันจึงสำรวจมิติ จะเห็นว่าเมื่อฉันเอาของออกจากมิติมาใช้ ของเ่าั้จะลดลง หมดแล้วหมดเลย ใช้แล้วหมดไป
ฉันต้องวางแผนการใช้ชีวิตให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่สามารถก้าวผ่านวิกฤต ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง เพราะของในมิติมีสิทธิ์หมดไป
ในเมื่อฉันไม่มีความสามารถ ในการทำนา ใช้แรงงานแลกแต้ม ฉันต้องหาลู่ทางหาเงิน โดยการค้าขาย หรือแลกเปลี่ยน ลำพังจะอาศัยเงินเดือนสามีคงไม่เพียงพอ เพราะเด็กกำลังโต ฉันต้องบำรุงพวกเขาให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ส่งเสริมให้พวกเขามีการศึกษา เพราะการศึกษาเท่านั้น จะยกคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น คิดไปคิดมาค่อนคืนก็หลับไปไม่รู้ตัว