อาทิตย์ต่อมา
“ไหมมีงานที่สนามแข่งรถแกอยากรับไหม”เจ๊นีน่าโทรหาสายไหมแต่เช้า มีงานด่วนติดต่อมาระบุว่าขอเป็สายไหมสนามแข่งรถชื่อดังค่าเข้าแพงหูฉี่ไม่รวยจริงไม่มีปัญหาเข้าไปได้หรอกไม่รู้ว่าเ้าของงานไปรู้จักสายไหมตอนไหนระบุว่าแค่เธอคนเดียวราคาที่ให้สูงลิ่วกว่าครั้งไหน
“เมื่อไหร่เจ๊”
สนามแข่งรถเคยไปมาบ้างแต่ไม่ใช่ที่นี่เคยได้ยินได้ฟังเื่ราวมาบ้างเขาจัดงานแต่ละครั้งยิ่งใหญ่เงินหมุนเวียนเป็ร้อยล้านรถแข่งแต่ละคันราคาเป็สิบๆล้านแพงแบบนั้นคนอย่างเธอคงไม่มีปัญญาได้เข้าไปหรอก
“เย็นนี้ห้าโมงเป็ต้นไป”
“ทำงานยังไงคะ” เธอสนใจยอมรับตรงๆว่าเห็นแก่เงิน ค่าจ้างที่ให้มากกว่าคนอื่นมันดูล่อใจ
“นั่งเป็เพื่อนลูกค้าVIPให้ความบันเทิงนะไหม เหมือนงานเก่าๆที่เคยทำ”
“แบบนี้ถ้าเขาทำอะไรไหมไม่แย่เหรอ”
“ก็คิดอยู่เหมือนกันชั่งใจอยู่ตั้งนานว่าจะรับงานให้แกดีไหม เอางี้นะเจ๊บอกให้รู้ก็พอแกไม่ต้องรับหรอกห่วงความปลอดภัยของแก”
“แต่เงินค่าจ้างเป็แสนมันน่าสนเจ๊ก็รู้นี่ว่าแม่ไหมติดการพนัน”
“แล้วตกลงแกจะรับหรือไม่รับ”สายไหมรวนเร ใจนึงก็อยากได้เงินอีกใจก็กลัว
“คิดว่ารับดีไหมเจ๊ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะน่าจะตัดสินใจได้ดีกว่าไหม”
“ถ้ามันจำเป็แกก็รับเถอะสนามใหญ่ๆแบบนั้นระบบความปลอดภัยคงดีอยู่เดี๋ยวเจ๊จะกำชับคนจัดงานให้ดูแลแกให้ดีหน่อย”
“ค่ะเจ๊ ขอบคุณมากนะคะ”สายไหมวางหูพยายามไม่คิดมาก ทำงานแล้วได้เงินคิดอะไรมากมาย
สนามแข่งรถ
สายไหมแจ้งชื่อให้กับเ้าหน้าที่ด้านนอกมีคนพาเดินเข้ามาด้านใน ผู้หญิงผู้ชายเดินกันขวักไขว่รถแบรนด์ดังหลายเ้าโชว์อยู่ในสนาม ช่างยนต์กำลังวุ่นวายกับการเช็คเครื่อง
“คุณสายไหมใช่ไหมครับ”ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็เ้าหน้าที่ในสนามแต่งตัวดูดีกว่าทุกคนเข้ามาหาเธอ
“ใช่ค่ะ”
“ผมใหญ่นะครับผู้จัดการที่นี่”
“สวัสดีค่ะเรียกว่าไหมก็พอค่ะ”
“ยินดีที่รู้จักครับ”
“ครับน้องไหมเดี๋ยวแพรวจะพาน้องไปเปลี่ยนชุดห้องด้านโน้น เปลี่ยนเสร็จแล้วก็มานั่งที่นี่นะครับเดี๋ยวคุณบอสคงมาถึง”
“อ้อไหมคงยังไม่รู้คุณบอสเป็เ้าของที่นี่นะครับ ท่านสั่งไว้ให้ดูแลไหมให้ดีๆ”
“ขอบคุณค่ะ”เธอเดินตามผู้หญิงที่ชื่อแพรว เธอสวยมากแต่ทำหน้าไม่ค่อยพอใจไม่รู้ว่าทำไม
“นี่ชุดเธอเปลี่ยนให้เรียบร้อยแล้วตามไปที่สนาม”แพรวเดินเข้าไปหยิบชุดและส่งให้เธอยังไม่ทันที่สายไหมจะรับชุดเธอก็กระชากมือกลับ งงใจกับอาการของเธอแบบนี้เรียกว่าไม่ชอบหน้ากันได้ไหม
สายไหมมองรอบๆห้องเพื่อจะเช็คดูความปลอดภัยของตนเองเช็คหลายๆอย่างในห้องกลัวที่สุดที่จะมีกล้องตัวไหนซ่อนอยู่เมื่อแน่ใจว่าไม่มีเธอก็ลงมือเปลี่ยนชุดเดรสเปลือยไหล่สีดำความสั้นกำลังพอดีไม่ได้โป๊ะมากเกินไป
หยิบเครื่องสำอางมาแต่งแต้มใบหน้าให้มีสีสันด้วยความที่ต้องออกงานบ่อยเธอจึงมีความสามารถในการแต่งหน้าโดยไม่ต้องพึ่งมืออาชีพเมื่อจัดการเสื้อผ้าหน้าผมเสร็จแล้วจึงเดินออกมาด้านนอกสำรวจรอบๆสนามที่นี่หลายอาคารแยกเป็โซนๆไปแต่ละแห่งตกแต่งด้วยความหรูหราสวยงามสามารถเชื่อมหากันได้
เดินกลับมาที่เดิมคนเยอะกว่าเมื่อกี้ชายหญิงวิ่งวุ่นทำหน้าที่ในสนาม พนักงานชายหลายคนยิ้มให้ เธอก็ยิ้มตอบคุณใหญ่ดูเหมือนว่าจะกำลังสั่งงานด้านโน้นเขามองเห็นเธอและกำลังเดินตรงมา
“ไหมดูสวยมากเมื่ออยู่ในชุดนี้”
“ขอบคุณค่ะ”เธอยิ้มหวานกลับเขินนิดๆที่มีชายหนุ่มหน้าตาดีชมซึ่งหน้าเป็เื่ปกติของผู้หญิง ไม่ได้อินกับอะไรมากคำพูดบางคำไม่รู้ว่าพูดออกมาจากใจหรือเปล่า
“เดี๋ยวพี่พาเราไปนั่งตรงโน้นสักพักคุณบอสและเพื่อนคงมาถึง ไหมรู้หน้าที่แล้วใช่ไหมต้องทำอะไรบ้าง”
“ค่ะพี่ใหญ่ ไหมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”
“ไม่มีอะไรหรอกเพื่อนคุณบอสนิสัยดีทุกคน” ไม่ได้หนักหนาสำหรับเธอสักเท่าไหร่เมื่อก่อนก็เคยรับงานแบบนี้ แต่พอได้เป็เด็กในสังกัดของเจ๊แกก็จะเข้มงวดและเลือกงาน และนั่นทำให้เธอเป็ที่รู้จักมากขึ้นค่าตัวก็สูงขึ้นเช่นกัน
“อ้าวน้องไหมมานานแล้วหรือครับ”คุณบอสเ้าของร้านเคยเห็นตามงานแต่ไม่ได้รู้จักเป็การส่วนตัวมาก่อนเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างเพอร์เฟค ยิ้มทีนึงทำสาวๆแถวนี้ไม่อยากละสายตาไปไหน
“ไหมมาถึงสักพักค่ะ”สายไหมตอบคำถามด้วยรอยยิ้มที่คิดว่าสวยที่สุดใครๆก็บอกว่าเธอยิ้มสวย เพราะยิ้มแบบนี้แหละทำให้ได้งานทุกครั้ง
“ตามสบายเลยนะไหมถ้า้าอะไรบอกใหญ่ได้ตลอดเวลา คนกันเองอย่าเกรงใจ”
คุณบอสพูดอย่างเป็กันเองถึงจะดูเป็หนุ่มหล่อแต่บอกได้เลยว่าครบเครื่องมองแป็ปเดียวก็รู้ว่าเป็ผู้ชายที่เก่งฉลาด น่าทึ่ง คงเป็ผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุด
งานนี้เขาไม่ได้จ้างแค่เธอคนเดียวมีผู้หญิงอีกสี่คนมาเพิ่มรับผิดชอบโต๊ะใครโต๊ะมัน ทุกคนใส่ชุดเหมือนกันหมดหนึ่งในนั้นเธอรู้จักอยู่คน ไม่ได้สนิทกันมากเป็นางแบบเหมือนกันแต่คนละสังกัดเธอสวยมากมีเสน่ห์ผู้ชายตามจีบมากมายทีเดียว
“มินนี่อยากดูแลโต๊ะนี้”เธอประกาศกร้าวต่อหน้าคุณใหญ่
“ไม่ได้มินนี่คุณบอสเขาเจาะจงให้ไหมดูแล”
“ทำไมจะไม่ได้เมื่อก่อนฉันก็ทำหน้าที่นี้มาตลอด”
“พูดไม่รู้เื่วะเธออยากรู้ก็ไปถามคุณบอสได้ไหม อย่ามาล้ำเส้นหน้าที่ฉัน”
มินนี่หงุดหงิดมองสายไหมแข็งกร้าวและเดินชนพี่ใหญ่ออกไปสักพักก็กลับมาทำหน้าไม่พอใจสายไหมแอบเซ็งเื่อะไรก็ไม่รู้ทำไมต้องเป็เธอที่โดนลากมาซวย
ตอนนี้ไฟในสนามสว่างไสวนักแข่งเริ่มลงสนามกันบ้างแล้ว พริตตี้สวยๆเดินกันให้ว่อนพี่บอสเข้ามานั่งในโต๊ะที่เธอดูแล เขายิ้มอ่อนโยนให้เธอและชวนคุยเขาคุยสนุกไม่มีความรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่กับเขาบางครั้งเขาก็วิ่งวุ่นไปจัดการปัญหาในสนามและก็กลับมาที่โต๊ะเหลือบมองไปรอบๆก็เจอกับสายตาไม่พอใจของมินนี่
“ไอ้ตอมทางนี้” พี่บอสน่าจะเรียกเพื่อนของเขา อะตอมชะงักเท้าทันทีเมื่อเห็นสายไหม
“หวัดดีครับน้องสายไหม”เขายิ้มให้เธอทั้งปากและตา สายไหมยิ้มตอบเขารู้จักเธอได้ยังไงเป็ความสงสัยที่เก็บไว้ในใจพี่บอสแนะนำเธอให้รู้จักเพื่อนเขาอะตอม
“ช้าจังนะมึงไอ้ฟิวอยู่ไหนแม่งจะถึงเวลาแข่งแล้วมัวทำห่าไรนักหนา” พี่บอสพูดกับเพื่อนอย่างหัวเสียนี่คงจะเป็ตัวตนของเขาจริงๆเมื่ออยู่กับเพื่อน
“จะกังวลทำเชี่ยไรเดี๋ยวมันก็มา”อะตอมตอบเนิบๆไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
“ไม่กังวลได้ไงดูมันทำถึงมันจะเก่งแค่ไหนแต่ถ้ามันไม่มาซ้อมถ้าก็แพ้ได้เหมือนกันกูลงข้างมันไปเท่าไหร่มึงน่าจะรู้”
“มึงก็รู้ว่างานมันยุ่งแค่ไหน่นี้พ่อมันปล่อยให้ลุยงานเดี่ยว จะเอาเวลาที่ไหนมาซ้อมวะ ถามจริง”
“แล้วเสือกแข่งทำไมเดือดร้อนกู สัส ”บอสพูดใส่อารมณ์
“ใครใช้มึงลงเดิมพันข้างกูเสือกเองแล้วจะบ่นทำเชียไร” คนที่กล่าวถึงเดินเข้ามาในโต๊ะมองหน้าเพื่อนด้วยสายตาท้าทายอะตอมยิ้มมุมปากตายยากจริงไอ้ฟิว พูดถึงก็โผล่มา
“แม่งก็ไม่อยากลงหรอกถ้าไอ้ห่านั้นไม่ใช่ไอ้เอ็ม” แววตาบอสดูแค้นเมื่อพูดถึงผู้ชายคนนั้น
“เจ็บแค้นมันว่างั้นเถอะ”กาฟิวหรี่ตามองยิ้มเยาะมุมปาก
“เออแค้น อยากเห็นมันแพ้”
บอสพูดรอดไรฟันการแข่งขันครั้งนี้เขาจงใจโปรโมตให้มันดัง เพื่อที่จะได้เห็นความพ่ายแพ้ของไอ้ผู้ชายจัญไรที่มันแย่งคนรักของเขาไม่ใช่สิตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่มีความหมายต่อเขาอีกแล้วอยากเห็นพวกมันย่อยยับชิบหาย
“มึงได้ความสะใจกูได้ตังหยวนๆ”
กาฟิวพูดชิลๆ เขาเหลือบเห็นสายไหมโลกแม่งกลมวะ เมื่อคืนยังปฏิเสธเขาแต่วันนี้กลับมานั่งลอยหน้าลอยตาบริการผู้ชายรอยยิ้มเหยียดจึงมีให้แค่เธอคนเดียว
“ลงสนามได้แล้วไอ้ฟิว”บอสเตือนสติ
“เดี๋ยวก่อนดิไอ้บอสถ้ากูชนะมึงจะให้อะไรพิเศษหรือเปล่า”เขาปรายตาไปยังสายไหมบอสมองตามหัวเราะฮึฮึ พอเข้าใจว่ามัน้าอะไร
“กูมีแค่เงิน อย่างอื่นไม่มีวะ”บอสยักไหล่ทำท่ากวนตีน
“พูดแบบนี้ถ้ากูแพ้ขึ้นมาก็ช่วยไม่ได้นะมึง”กาฟิวผิวปากเดินตัวปลิวไปสนาม
“สัสเอ้ย”
บอสวิ่งตามเพื่อนทั้งสองคุยกันจริงจังสักพักกาฟิวก็ลงสนาม ก่อนจะลงสนามเขามองมาที่เธอและพูดพึมพำคนเดียวแต่เธออ่านปากของเขาได้ว่าคำพูดสุดท้ายเขาเอ่ยชื่อเธอ