แม่ลูกสวิงรัก

    แม่ลูกสวิงรัก บทที่ 94 อดีตอันหวานขม [I]

            ย้อนกลับไปยังดินแดนตอนเหนืออันห่างไกลเดิมพื้นเพบ้านเกิดของกชกรนั้นอยู่ที่จังหวัดเชียงราย สถานที่แห่งนั้นคือโลกอีกใบที่เธอพยายามตัดขาดมานานแต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เสียงเรียกจากอดีตกลับดังชัดเสมอ ราวกับไม่เคยเงียบหายไปจากห้วงคำนึง

            เธอเกิดในตระกูล‘อินทวัฒน์’ตระกูลใหญ่เก่าแก่ที่มีรากเหง้ายาวนานในภาคเหนือผู้คนในวงการต่างรู้จักกันดีว่าอินทวัฒน์ไม่เพียงแต่มีเงินทอง หากยังครองอำนาจสีเทาที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งจังหวัดธุรกิจหลักของครอบครัวคือกิจการเหมืองแร่ ไม้ส่งออก อสังหาริมทรัพย์และที่ดินพัฒนาโครงการถือครองที่ดินขนาดใหญ่ตั้งแต่ไร่ชากาแฟ โรงแรมหรู ไปจนถึงบ้านจัดสรรในเมืองและตามแนวเขา

            และยังมีธุรกิจสีเทาตั้งแต่บ่อนพนันเปิดในพื้นที่ชายแดนห่างไกล แฝงในรีสอร์ตหรูบางแห่ง เชื่อมโยงกับสายการเมืองตำรวจในพื้นที่ค้าทองแลกเปลี่ยนเงินโรงรับจำนำ ใช้ปกปิดการฟอกเงินอย่างแนบเนียน มีธุรกรรมจริงแต่บางส่วนใช้โอนผ่านบุคคลหรือบริษัทบังหน้า

            มีอิทธิพลในงานโยธาประมูลโครงการรัฐมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างหรือจัดหาวัสดุราชการ รับงานซ่อมถนน เขื่อน ประปาในพื้นที่ห่างไกล เกี่ยวพันกับนักการเมืองท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ปล่อยสินเชื่อนอกระบบในชุมชน ให้กู้แบบสัญญาหลวม ๆ ดอกเบี้ยสูง มีการกดดันหรือข่มขู่หากผิดนัด

            ครอบครัวของกชกรมีสมาชิกทั้งหมด8 คน พ่อ แม่ และลูก ๆ หกคน เธอเป็นคนที่สี่ มีพี่ชายสองคน พี่สาวหนึ่งและน้องสาวกับน้องชายสองคน ซึ่งล้วนแล้วแต่เติบโตมาในรั้วรื่นของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ล้อมด้วยกำแพงหินสูงและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เปลี่ยนเวรยามตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

            แม่ของเธอ เป็นหญิงงามผู้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนของแม่มักเปล่งประกายอาทรแม้จะอยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และความเคร่งครัดแต่แม่ก็มักทำให้ทุกมุมของบ้านอบอุ่นและอ่อนโยนขึ้นได้เสมอด้วยถ้อยคำละมุนและมือที่ไม่เคยปล่อยให้ลูกขาดไออุ่นของอ้อมกอด

            ส่วนพ่อผู้เป็นเสาหลักของตระกูลชายสูงวัยผู้มีบุคลิกโผงผาง เสียงดัง เอ่ยคำสั่งทีไรคนทั้งบ้านต้องสะดุ้งบางครั้งเสียงหัวเราะของเขาดังก้องเสียจนบรรดาคนใช้ต้องตกใจขวัญหาย พ่อเธอไม่ใช่คนอ่อนโยนในแบบทั่วไปแต่ในแววตาแฝงด้วยความหวังดีและการปกป้องที่ลูกทุกคนรู้สึกค่อนข้างเข้าถึงได้ยาก

            เขาเคร่งครัดกับลูกน้องและคนงานเน้นปกครองด้วยความกลัว แต่เมื่ออยู่กับลูก ๆ หากใครเชื่อฟังหรือแสดงความตั้งใจดีพ่อจะมีแววตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่ค่อยเอ่ยปากชมแต่ทุกคนในบ้านก็รู้ว่าพ่อรักลูก ๆ มากแค่ไหน โดยเฉพาะกับลูกสาวคนกลางอย่างกชกรซึ่งแม้เขาจะเอ่ยเสียงเข้มทุกครั้งที่พูดด้วย แต่กลับตามใจในหลายเรื่องอย่างเงียบๆ เสมอ

            เพราะกชกรไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง

            ในช่วงวัยมัธยมต้นและปลายกชกรคือความภาคภูมิใจสูงสุดของบ้านอินทวัฒน์ ไม่เพียงเรียนเก่งระดับประเทศหากยังคว้ารางวัลต่าง ๆ ทั้งด้านวิชาการ ศิลปะและการพูดในที่สาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง คะแนนสอบของเธอติดอันดับต้น ๆของจังหวัดทุกปี และยังได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรเยาวชนต้นแบบตามโรงเรียนต่าง ๆอยู่เสมอ

            เธอเป็นนักเรียนที่เรียบร้อยเคร่งขัดในกรอบเฉลียวฉลาด มีวินัยแต่ไม่แข็งทื่อและมีท่าทีสงบเยือกเย็นแบบที่ทำให้คนรอบตัวเกรงใจโดยไม่ต้องใช้อำนาจใด ๆเธอรู้ดีว่าจะวางตัวอย่างไรให้น่าเชื่อถือโดยไม่ดูเย่อหยิ่ง แม่มักชอบบอกว่าเธอเหมือนพ่อในหลาย ๆ แง่ มีความน่ากลัวในแบบของพ่ออยู่หลายส่วน

            แม้พ่อจะไม่เคยเอ่ยปากชมออกมาตรงๆ แต่ทุกครั้งที่มีแขกมาบ้าน กชกรมักเป็นคนแรกที่พ่อแนะนำต่อหน้าทุกคนอย่างภาคภูมิใจเป็นที่คาดหวังของบรรดาญาติพี่น้อง ซึ่งมีทั้งความชื่นชม และอิจฉาริษยา

            กชกรยังจำได้ดีถึงบรรยากาศในห้องอาหารยามเช้าโต๊ะยาวไม้สักทองถูกจัดไว้อย่างสมบูรณ์แบบ พี่น้องทุกคนต้องนั่งเรียงตามลำดับอายุไม่มีใครกล้าลุกก่อนแม้จะทานอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาจะได้ยินแต่เสียงจานกระทบกันเบาๆ กับเสียงของพ่อที่คอยโทรสั่งงานลูกน้องไม่คาด

            ที่แห่งนั้นคือโลกที่เธอเติบโตมาสวยงาม หรูหรา ปลอดภัย แต่กลับทำให้รู้สึกเหมือนเป็นกรงทองอันแสนอึดอัดจนบางครั้งเธอรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก

            พอในช่วงสมัยรั้วมหาวิทยาลัยเธอได้สอบติดคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ ด้วยคะแนนลำดับต้น ๆของประเทศ บรรยากาศในวันปฐมนิเทศยังคงชัดเจน กลิ่นแดดยามสายบนสนามหญ้าสีฟ้าสดของท้องฟ้า และเสียงจอแจของนักศึกษานับพันคนล้วนยังชัดเจนในหูเธอยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนมากมาย ทว่ากลับโดดเด่นจนหลายคนต้องเหลียวมอง

            ความสูงโปร่งของเธอที่เกือบแตะขอบร้อยแปดสิบตั้งแต่ปีหนึ่งรูปร่างอรชรแบบนักกีฬา ไม่มีส่วนไหนเกิน ไม่มีส่วนไหนขาดกล้ามเนื้อที่แน่นกระชับได้รูปเพราะกิจกรรมตั้งแต่ช่วงมัธยมปลายประกอบกับผิวขาวอมชมพูอย่างลูกหลานเมืองเหนือ ริมฝีปากอิ่มสีธรรมชาติและสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้นทำให้เธอเป็นที่พูดถึงทันทีตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

            แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือดวงตาคู่นั้นที่ใครหลายคนไม่อาจลืมได้เมื่อสบตา

            ดวงตากลมโตเรียวรีทรงอัลมอนด์ซ่อนแววเฉยชาเหมือนคนที่มองเห็นทุกสิ่งอย่างเฉยชา และชุดนักศึกษาที่เธอสวมในวันนั้นก็กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่ตรึงตาไม่แพ้ใบหน้า

            เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดที่ตัดเย็บอย่างพอดีตัวกระดุมเม็ดบนสุดถูกปลดลงเล็กน้อยเผยให้เห็นช่วงลำคอระหงและรอยบุ๋มตรงไหปลาร้าเนียนละเอียดผ้าฝ้ายเนื้อบางแนบไปกับหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงยามเธอหายใจ ทำให้หนุ่ม ๆแถวนั้นต่างจดจ้องกันอย่างเสียมารยาท

            กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่าแต่พอดีทรงโอบเอวคอดที่ดูราวกับถูกบีบเข้าด้วยมือของช่างฝีมือระดับเทพขาทั้งสองเรียวยาวแน่นกระชับในถุงเท้าขาวพับระเบียบ รองเท้าหนังดำสะอาดสะท้อนเงาทุกย่างก้าวของเธอดูราวกับหลุดออกมาจากแผ่นโฆษณาของมหาลัย แต่แฝงไว้ด้วยตัวตนที่จับต้องได้

            เธอไม่เคยเสริมแต่งตัวเกินความพอดีไม่ใช้เครื่องประดับฟุ่มเฟือย ไม่แต่งหน้าจัดมีเพียงแค่ลิปสีชมพูอ่อนและดวงตาเรียบนิ่งน่าค้นหาแต่กลับทำให้ทุกคนในรั้วมหาลัยรู้สึกเหมือนถูกมนตร์สะกดในทุกย่างก้าว

            และเมื่อเพื่อนๆ ในรุ่นเห็นเธอ พวกเขาก็ยืนยันตรงกันอย่างเห็นพ้องว่า ต้องส่งชื่อเธอเข้าประกวดดาวมหาลัยให้ได้

            แม้จะอิดออดไม่ค่อยอยากมีชื่อเสียง ไม่ชอบความสนใจที่จดจ่ออยู่กับตนเอง แต่ด้วยแรงยุจากเพื่อนๆ ทั้งหลายที่คะยั้นคะยอทั้งกึ่งแกมบังคับ สุดท้ายเธอก็ยอมเข้าประกวดและนั่นคือจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงที่เธอไม่ได้ต้องการเสียเท่าไหร่

            เธอกลายเป็นดาวคณะอย่างไร้ข้อกังขาก่อนจะคว้ารางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งของการประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยประจำปีในเวลาต่อมาท่ามกลางสายตาของผู้คนจากทุกคณะที่จับจ้องมายังเธอ

            แม้จะมีผู้ชายมากมายพากันหลั่งไหลเข้ามาทั้งเดือนคณะอื่น ๆ รุ่นพี่ที่เรียนอยู่ปีสามปีสี่ไปจนถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยข้างเคียงที่แกล้งมาหากิจกรรมข้ามคณะเพื่อจะได้พบเธอในชมรมหรือโครงการพิเศษแต่เธอกลับไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยแม้แต่คนเดียว

            เธอมองทุกการเข้าหาด้วยแววตาเฉยชาราวกับเป็นแค่เหตุการณ์ที่ต้องพบเจอ ไม่ใช่ความรู้สึกที่มีค่าพอให้ตอบสนองไม่ว่าจะเป็นคำชม ถ้อยคำหวาน หรือของขวัญราคาแพงที่มีคนส่งให้ถึงหน้าหอพักเธอล้วนรับมันด้วยท่าทีสุภาพแต่ห่างเหิน

            กชกรไม่ได้ถ่อมตัวจนถึงขนาดไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนหน้าตางดงามแต่ความสวยนั้นไม่เคยทำให้เธอรู้สึกมีค่าขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

            เธอเรียนหนังสืออย่างตั้งอกตั้งใจเข้าชั้นเรียนครบทุกวิชา ส่งงานตรงเวลา เก็บคะแนนเกือบเต็มทุกวิชา ไม่เคยโดดไม่เคยขาด แม้กระทั่งวันที่มีงานรื่นเริงหรือกิจกรรมที่เหล่านักศีกษาจัดกันเองเธอก็ยังเลือกกลับไปอ่านหนังสือเงียบ ๆ อยู่ในห้องสมุดคนเดียวจนมาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต ภาพของช่วงเวลาที่โลกใบเดิมอันแสนเย็นชาของเธอเริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรก

            เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในช่วงชีวิตปีสองของมหาวิทยาลัยกิจกรรมรับน้องประจำปีของคณะนิเทศศาสตร์จัดขึ้นท่ามกลางแสงแดดและเสียงหัวเราะกชกรในฐานะพี่ปีสองถูกวางตัวให้เป็นหนึ่งในพี่รหัสของกิจกรรมจับสายรหัสที่ซึ่งพี่ปีบนจะจับคู่กับน้องปีหนึ่งแบบสุ่มโดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเธอจำได้แม่นตอนนั้นเธอเองไม่ได้สนใจกิจกรรมอะไรพวกนี้นักแต่ก็รับหน้าที่ตามที่อาจารย์ขอ

            วันนั้นเธอสวมชุดนักศึกษาตามระเบียบแต่ด้วยรูปร่างและบุคลิกของเธอมันกลับทำให้ทุกสายตาจับจ้องราวกับเธอคือศูนย์กลางของลานกิจกรรมแม้จะไม่ได้พูดอะไรมากมายแต่ทุกย่างก้าวของเธอก็เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ไม่อาจละสายตา

            เมื่อถึงเวลาจับสายรหัสพิธีกรบนเวทีประกาศชื่อคู่ของแต่ละคนไปเรื่อย ๆจนกระทั่งเสียงที่ดังลอดไมค์ออกมาเรียกชื่อของเธอและอีกชื่อหนึ่งที่ไม่คุ้นหูเธอก็ตามมาอย่างรวดเร็ว

            ‘นพนิธิ’

            ทันทีที่เธอหันไปตามเสียงเรียกเธอก็เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดนักศึกษาชายที่ดูเรียบร้อยเกินมาตรฐานกล้ามเนื้อแขนที่แน่นเพราะเล่นกีฬา แต่ตัวเตี้ยกว่าเธอประมาณเกือบสิบเซนผิวเข้มแต่สะอาดสะอ้าน และรอยยิ้มกว้างที่ฉายความทะเล้นแบบไม่ตั้งใจเขาโบกมือให้เธอแรง ๆพร้อมรอยยิ้มสดใสราวกับหมาน้อยที่เจอเจ้าของหลังจากหายไปหลายวัน

            ทว่าอีกฝ่ายกลับถูกเธอจ้องมองอย่างเฉยชาไม่หือไม่อือ ไม่มีความเฟรนลี่ ความน่ารักเลยสักนิด ทว่าตอนนั้นเองที่เธอไม่ได้รับรู้เลยว่ากำลังจะมีบางอย่างที่ทำให้ชีวิตหลังจากนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

            ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันของนพนิธิต่างพากันส่งเสียงโวยวายปนหัวเราะอย่างอิจฉาว่าทำไมคนอย่างเขาถึงได้พี่รหัสเป็นตัวท็อปของคณะ คนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครไม่เคยเปิดโอกาสให้ผู้ชายหน้าไหนเข้ามาใกล้เกินระยะผิวเผินอย่างเธอ

            แต่เขากลับตรงเข้ามาโดยไม่ลังเลพูดไม่หยุด ถามสารพัดเหมือนกลัวว่าเวลาจะหมด ทั้งเรื่องคณะ เรื่องคลาสเรียนเรื่องกิจกรรมยันเมนูร้านอาหารในโรงอาหารฝั่งตรงข้ามคณะ เธอกำลังฟังน้ำเสียงเจื้อแจ้วนั่นอยู่จริงๆ แม้ว่าจะรำคาญแค่ไหนก็ตาม ทว่าภายนอกเธอกลับทำหน้านิ่ง ตอบอีกฝ่ายเท่าที่จำเป็นในเรื่องที่ถามไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น

            หลังวันนั้นชื่อของนพนิธิก็ผูกติดกับชื่อของกชกรไปโดยปริยาย

            ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเริ่มเรียกกันก่อนว่า‘คู่รหัสสุดล้มเหลวแห่งปี’ เพราะทุกคนในคณะต่างรู้ว่าคู่นี้ช่างแตกต่างเสียเหลือเกินหญิงสาวผู้เงียบขรึมและเย็นชา กับรุ่นน้องชายแสนเฟรนลี่ราวกับหมาน้อยขี้เล่นทว่าเมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว กลับมีบางอย่างที่ดูลงตัวอย่างประหลาด

            และนับจากวันนั้นกชกรก็คิดว่าตัวเองเริ่มมองโลกเปลี่ยนไปทีละนิดอย่างไม่รู้ตัว

            กชกรไม่เคยเข้าใจนักว่าทำไมสายตาของเขาถึงทำให้เธอรู้สึกแปลกประหลาดนัก

            นพนิธิมักมองเธอด้วยดวงตากลมโตที่เจือแววเว้าวอนและความใสซื่อปนทะเล้นในคราเดียวกันราวกับลูกหมาน้อยที่เฝ้ามองเจ้านายด้วยความศรัทธาและคาดหวังเธอเองก็ไม่เคยคิดจะตีความมันให้ลึกนัก แต่ยิ่งได้เจอกันบ่อยครั้งยิ่งรับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่แค่ความเคารพแบบน้องรหัสธรรมดาหากเป็นบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น

            เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ตรงข้ามกับเธอทุกอย่าง

            เฟรนลี่ยิ้มง่าย เข้ากับใครก็ได้ มีวาทะศิลป์เป็นเลิศ ปากหวาน หยอดเก่งแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคนกะล่อน และเขาเป็นที่รักของเพื่อน ๆ ทุกอย่างช่างตรงกันข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิงเหมือนขั้วบวกขั้วลบทั้งที่มีใบหน้ากลาง ๆ ไม่ได้หล่อเหลาอะไรค่อนข้างออกจะไปทางเรียบจืดด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับเพื่อนชายรอบข้างแต่ตัวเขากลับมีบางอย่างในตัวที่ทำให้คนรอบกายรู้สึกว่าโลกใบนี้นั้นสดใสกระปรี้กระเปร่า ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเธอเอง ที่พยายามไม่แสดงออกก็ตาม

            กชกรรับรู้มาบ้างว่านพนิธิมีฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เขายังเด็กต้องอาศัยอยู่กับญาติห่าง ๆและส่งเสียตัวเองเรียนด้วยการทำงานพิเศษแทบทุกชนิดที่ไม่ผิดกฎหมาย ตั้งแต่พนักงานร้านหนังสือไปจนถึงเป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหารยามค่ำคืนหลังเลิกเรียน แม้จะมาจากครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะมั่งคั่งแต่นพนิธิกลับเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ได้ทุนการศึกษาพิเศษของมหาวิทยาลัย ด้วยผลการเรียนระดับดีเยี่ยมมาตั้งแต่มัธยมปลายความพยายามและความอดทนของเขาทำให้เขาฝ่าฟันทุกอุปสรรคเข้ามาเรียนที่นี่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเส้นสายหรือฐานะ

            แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาขมขื่นแม้แต่น้อยเขายังช่วยเหลือเพื่อนเสมอ ๆ ไม่ว่าใครจะขอให้ช่วยพิมพ์รายงาน ลอกการบ้าน หรือให้ความร่วมมือช่วยงานต่างๆ ในงานกิจกรรมของคณะ เขาก็ไม่มีท่าทีลังเล ไม่มีคำปฏิเสธ และไม่มีแม้แต่คำบ่น

            ตรงข้ามกับผู้ชายที่เคยเข้าหาเธอทั้งชีวิตอย่างสิ้นเชิงที่บ้างครั้งก็ชอบมองนพนิธิที่อยู่ข้างกายเธออย่างดูถูกดูแคลนซึ่งเธอรังเกียจสายตาแบบนั้นเป็นที่สุด

            กชกรเคยเจอแต่คนที่ใช้เงินซื้อความสนใจจัดของขวัญแพง ๆ มาให้โดยไม่ถามว่าเธออยากได้หรือไม่ใช้คำหวานหลอกล่อด้วยความมั่นใจเกินเหตุ บางคนถึงขั้นพูดออกมาตรง ๆว่าอยากได้เธอไว้เป็นแฟน เพราะเธอเหมาะกับสถานะทางสังคมของพวกเขา

            แต่กับน้องรหัสคนนี้เขากลับทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีผู้ชายแบบนี้อยู่ในโลก

            ตลอดช่วงที่เป็นพี่น้องรหัสกันพวกเขาได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวบางวันก็นั่งกินข้าวกลางวันที่โรงอาหารเดียวกัน โดยเขาจะเป็นฝ่ายจองโต๊ะให้ก่อนเสมอบางวันหลังเลิกเรียนก็มานั่งรอเธอที่หน้าคณะยกแก้วโกโก้เย็นหรือชานมไข่มุกมาให้พลางยิ้มเขิน ๆบางครั้งก็ชวนไปเดินเล่นในงานกิจกรรมประจำปีของมหาวิทยาลัยหรือแม้แต่ตอนเช้าที่เขาเอาขนมปังปิ้งใส่ถุงมาแขวนหน้าล็อกเกอร์เธอไว้ โดยไม่เคยใส่ใจความทื่อมะลื่อของเธอเลยสักครั้ง

            เขาไม่เคยแสดงว่าต้องการจีบเธออย่างชัดเจนเพราะเหมือนเขารู้ว่าไม่คู่ควรกับเธอ

            เขาชอบหยอดคำพูดแปลกๆ ใส่เธอเสมอ คำพูดที่ทำให้ใบหน้าเธอร้อนผ่าวแต่ก็ไม่เคยรู้สึกรังเกียจเลยแม้สักครั้ง กลับกันเธอเริ่มเฝ้ารอช่วงเวลาสั้น ๆเหล่านั้นในแต่ละวันอย่างไม่รู้ตัว

            เขาทำให้เธอหัวเราะแม้จะเพียงในใจ

            เขาทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นคนธรรมดาที่สามารถยิ้มได้โดยไม่ต้องสงวนท่าที

            และเขาคือคนแรกที่ทำให้เธออยากอยู่ในโลกของความรู้สึกมากกว่าโลกของเหตุผล

            ตอนนั้นกชกรไม่รู้เลยว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่

            ความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อยระหว่างเสียงล้อรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่มักจะมาจอดหน้าคอนโดหรูระดับ Luxury Segmentที่พ่อเธอซื้อไว้ให้เธอพักอาศัยคนเดียวเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมและความปลอดภัย กับถุงอาหารร้อน ๆที่ส่งกลิ่นหอมทะลุถุงพลาสติก เข้ามาส่งเธอทุกครั้งหลังเลิกเรียน

            กชกรจำได้ว่าเธอเริ่มเฝ้ารอเวลาเหล่านั้นโดยไม่ตั้งใจช่วงเวลาหลังเรียน หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เธอมักจะชวนนพนิธิออกไปเลี้ยงอาหารหรูๆ ในห้างดังด้วยกันในฐานะน้องรหัสที่ต้องดูแล

            เขากินอย่างมูมมามเหมือนเด็กชายที่เพิ่งโดนปล่อยจากค่ายลูกเสือใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเต็มไปด้วยความสุขอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์และทุกคำที่เขาเคี้ยวต่อหน้าเธอนั้น มันกลับทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด

            เขาไม่เคยเล่นบทชายหนุ่มแสนดีในแบบที่ผู้ชายคนอื่นพยายามทำเขาไม่เคยตีหน้าขรึมหรือเสแสร้งเป็นคนสุขุม เขาแค่เป็นคนธรรมดาที่พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่ออยู่ในโลกที่ไม่ง่ายเลยสำหรับเขา

            บางครั้งเขาก็ทำงานพิเศษเก็บเงินเพื่อชวนเธอไปกินอะไรดีๆ บ้าง เท่าที่เขาจะพอทำได้ เป็นการตอบแทนความห่วงใยที่เธอมีให้ ทั้งการติวหนังสือการให้คำปรึกษาเรื่องเรียน หรือแม้แต่การขึ้นมายืมคอมพิวเตอร์ของเธอเพื่อทำรายงานตอนที่เขาต้องประหยัดค่าใช้จ่ายไม่สามารถไปใช้บริการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ได้

            กชกรปฏิเสธทุกครั้งเมื่อรู้ว่าเขาอาจต้องอดมื้อเย็นหรือยืมเงินเพื่อนเพื่อพาเธอไปกินร้านอาหารหรูๆ แต่ความดื้อรั้นของเขาก็ไม่เคยยอมแพ้จนเธออ่อนใจ

            ไม่ว่าเธอจะมีธุระอะไรจะติดฝน หรือต้องไปสถานที่ไกลแค่ไหน เขาก็มักจะโผล่มาเงียบ ๆพร้อมหมวกกันน็อกใบที่สอง และรถมอเตอร์ไซค์คันเดิมที่คำรามเสียงเบา ๆรอเธออยู่ตรงหน้าโถงคอนโดหรูหราตรงข้ามกับการแต่งตัวของเขาอย่างไม่อาย

            เขาไม่เคยพูดถึงความต่างระหว่างโลกของเขากับโลกของเธอเลยสักครั้งแม้ความต่างนั้นจะฉายชัดอยู่ในทุกก้าวย่าง ตั้งแต่พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบในล็อบบี้ไปจนถึงกลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมอ่อน ๆ บนกายเธอที่ติดมากับเสื้อนักศึกษาเรียบเนี้ยบ

            แต่เขาก็ยังมาและเธอก็ยังเปิดประตูให้เขาเข้ามาเสมอ

            ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่พัฒนาไปอย่างเรียบง่ายแต่ก็รวดเร็วในความรู้สึก

            กชกรและนพนิธิไม่เคยพูดกันตรงๆ ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคืออะไร ตั้งแต่กชกรเพิ่งเริ่มขึ้นปีสามพวกเขาก็เริ่มเดินจับมือกันบ้างโดยไม่รู้ตัว บางวันกระเป๋าปากกาของเขากลายเป็นกระเป๋าของเธอบางวันของกระจุ๊กกระจิ๊กในแบบฉบับผู้หญิงของเธอก็ไปอยู่ในกระเป๋าของเขาของส่วนตัวเธออยู่ที่เขา ของส่วนตัวเขาอยู่ที่เธอ

            เพื่อน ๆเริ่มถาม เริ่มแซว เริ่มเหล่สายตาแปลก ๆ มาให้บ่อยขึ้น บางคนถามตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมว่าทั้งคู่เป็นอะไรกันกชกรมักตอบกลับไปเพียงว่าแค่น้องรหัส แต่เธอก็ถูกสายตาเหยียดขำ ๆ ของพิมพ์ลภัสมองกลับมาอย่างหมั่นไส้และแซวเธอทุกครั้งซึ่งกชกรก็ได้แต่ยิ้มแห้ง พยายามรักษาหน้าให้นิ่งเข้าไว้เพื่อข่มความร้อนระอุที่ขึ้นมาบนใบหน้า

            เธอยังจำได้ดีถึงแววตาของเขาในวันนั้นแววตาที่ไม่เคยมองเธอด้วยความมั่นใจเลยสักครั้ง แม้เพื่อนในคณะของพวกเขาจะต่างเข้าใจดีว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นอย่างไรแต่ก็หยอกล้อ แซวกันบ้างในวงสนทนาอย่างไม่จริงจัง แต่กับคนอื่น ๆที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดพวกเขานัก สายตาเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยคำถามบ้างก็ปนความดูแคลนอย่างหนัก

            เธอเคยได้ยินมาหลายครั้งเสียงกระซิบกระซาบลอยลมจากโต๊ะข้างๆ บ้างแสดงความเสียดายอย่างเสียไม่ได้ บ้างพูดตรง ๆ ว่า ‘เหมือนดอกฟ้ากับหมาวัด’หรือแม้แต่คำพูดแรงกว่านั้นที่เธอไม่เคยรับรู้

            นพนิธิไม่เคยบอกอะไรเธอเลย

            เขายังคงยิ้มยังคงพูดดี ยังคงประคับประคองความสัมพันธ์นั้นด้วยการกระทำเล็ก ๆ เงียบ ๆ เช่นเดิมไม่เคยกล่าวถึงถ้อยคำดูถูกที่เธอรู้ในภายหลังว่าเขาต้องเผชิญกับมันบ่อยแค่ไหน

            นพนิธิเลือกจะนิ่งเงียบเพราะเขาไม่แน่ใจ ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิ์อยู่ในที่ตรงนั้นหรือไม่ไม่มั่นใจว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงการที่เธอสงสารหรือเป็นความรู้สึกรักจากใจจริงๆ

            และเพราะเธอเองก็ไม่เคยพูด

            จนกระทั่งวันนั้นวันที่เธอไม่สามารถทนกับความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอนชัดเจนระหว่างพวกเขาได้อีกต่อไปไม่อยากให้เขารับคำดูถูกเหล่านั้น แต่อยากให้เขาได้ยืดอกอย่างเสมอภาคกับเธอ

            ฝนตกหนักในตอนเย็นเธอขึ้นแท็กซี่ไปยังหอพักชายย่านลาดพร้าวที่เขาอาศัยอยู่ ห้องพักเล็ก ๆเก่าโทรมที่เขาแทบไม่เคยชวนเธอไปเพราะกลัวเธอจะไม่สบายใจในความคับแคบของโลกที่เขาอยู่

            แต่เธอกลับยืนอยู่ตรงหน้าห้องนั้นเปียกปอนทั้งตัว มือกำเสื้อคลุมบางไว้แน่นและเมื่อเขาเปิดประตูมาเห็นเธอในสภาพนั้น ดวงตาเขาก็สั่นระริกเหมือนทุกอย่างรอบตัวกำลังพังทลาย

            เธอเดินเข้าไปหาด้วยจังหวะที่มั่นคงกว่าทุกก้าวในชีวิตพูดในสิ่งที่เธอไม่เคยพูด พูดในสิ่งที่เธอไม่เคยกล้าและบอกเขาอย่างชัดเจนว่าเขาเป็นผู้ชายของเธอ

            เป็นของเธอไม่ว่าจะมีใครคิดว่าเขาคู่ควรหรือไม่

            เธอพูดด้วยความภาคภูมิใจไม่ใช่ด้วยความเวทนา ไม่ใช่ด้วยความสงสาร ไม่ใช่แม้แต่ความอดทน แต่เป็นเพราะเธอ ‘เลือก’ เขา

            และแววตาของนพนิธิที่สบกับเธอในวินาทีนั้นก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

            เขาโผเข้าหาเธอราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปริมฝีปากของเขาแตะลงที่ริมฝีปากเธออย่างไม่ลังเลมือทั้งสองข้างประคองใบหน้าเธอไว้แน่นและทุกอย่างหลังจากนั้นก็ไหลลื่นเหมือนฝนที่ตกกระหน่ำอยู่ด้านนอก

            เธอถอยหลังเพียงเล็กน้อยแต่ไม่ใช่เพราะปฏิเสธ หากเป็นเพราะความประหลาดใจในน้ำหนักมือเขาในแรงสัมผัสที่ตรงไปตรงมาและแรงกล้ากว่าที่เธอคาดไว้

            เขาโน้มตัวลงมาอีกครั้งกดเธอลงกับฟูกบาง ๆ ใต้ร่างมือซุกซนของเขาร้อนผ่าวเมื่อแตะโดนแผ่นหลังเปียกฝนของเธอส่วนลึกในใจเธอกระตุกวาบอย่างคาดไม่ถึง

            แต่เธอไม่ผลักเขาออกเธอไม่ร้องห้าม

            ในความเร่าร้อนที่เขาระบายออกมานั้นมันไม่ใช่ความลุ่มหลงจากราคะเพียงอย่างเดียว หากเต็มไปด้วยความรักความไม่มั่นใจที่สะสม ความปะทุของความรู้สึกที่เขากดทับมานาน

            เธอจึงยอมโอบเขาไว้แน่นและปล่อยให้ตัวเองหลอมละลายไปในอ้อมแขนของผู้ชายที่เธอเลือกด้วยหัวใจ

            กชกรจำได้ว่าวันนั้นเสียงฝนยังคงกระทบหลังคาสังกะสีบางๆ ที่ห้องพักเก่าริมถนนลาดพร้าวอย่างต่อเนื่องขับเน้นความเงียบงันภายในห้องจนหัวใจของเธอเต้นรัวชัดเจนในอกความอบอุ่นจากอ้อมแขนของนพนิธิยังคงไม่จางหายริมฝีปากที่แนบแน่นเมื่อครู่เปี่ยมด้วยแรงอารมณ์ที่ทำให้เธอทั้งหวั่นไหวและตกตะลึงอยู่ในใจแต่ไม่ใช่เพราะเธอกลัวหากเพราะเธอไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต

            มือของเขาลูบไล้ต้นแขนเธออย่างอ่อนโยนก่อนจะละริมฝีปากจากเธอแล้วสบตาเธอด้วยแววตาเปี่ยมความจริงจังนพนิธิเบาเสียงพูดคล้ายกระซิบเบา ๆ

            "พี่ตุ๊ก...ให้ผมดูแลพี่นะครับ...คืนนี้พี่เป็นของผมได้ไหม"

            กชกรไม่ตอบเธอเพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่แก้มสองข้างร้อนวูบขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่แล้วหลุบตามองต่ำเมื่อเขาค่อย ๆเอื้อมมือมาคลายกระดุมเม็ดบนของเสื้อนักศึกษาที่เปียกชื้นของเธอออกทีละเม็ด ช้า ๆอย่างระมัดระวังและนอบน้อม ราวกับกำลังแกะเปลือกของของขวัญล้ำค่าที่ไม่อาจทำให้บุบสลายได้แม้แต่นิดเดียว

            นิ้วมือของเขาสั่นน้อยๆขณะปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายก่อนจะเลื่อนมือมาสัมผัสผิวกายเธอที่เปลือยเปล่าด้านในอย่างแผ่วเบาชุดชั้นในคอตตอนเรียบสีอ่อนที่แนบแน่นกับผิวเนื้อเปียกชื้นถูกเลื่อนขึ้นเหนือศีรษะอย่างนุ่มนวลเขาวางมันข้างตัวด้วยความทะนุถนอมไม่แพ้ชุดผ้าไหมราคาแพงที่สุดที่เขาเคยเห็น

            นพนิธิหันกลับมาถอดเสื้อของตัวเองออกบ้างเผยแผงอกที่แม้ไม่ล่ำบึ้กแต่ก็เต็มไปด้วยความพยายามของเด็กหนุ่มที่ต้องผ่านชีวิตอันเหน็ดเหนื่อยมาตลอดแขนทั้งสองข้างยกขึ้นครู่หนึ่งเพื่อปลดเข็มขัดและปลดกระดุมกางเกงขณะที่เธอเองก็รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังร้อนวูบไปราวกับถูกไฟเผา

            เมื่อทั้งสองร่างเปลือยเปล่าต่อหน้ากันกชกรกลับรู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต

            เธอก้มหน้าลงมือทั้งสองยกขึ้นกอดอกปิดหน้าอกเปลือยเปล่าไว้แน่นบิดตัวเล็กน้อยไปทางข้างเหมือนต้องการซ่อนตัวจากแสงไฟในห้องที่สลัวแต่ก็ยังมากเกินพอจะเผยให้เห็นเรือนร่างขาวเนียนของเธอในสายตาของชายหนุ่มที่ยืนมองด้วยลมหายใจหนักอึ้ง

            "พี่..."

            กชกรเอ่ยเบา ๆเสียงเธอสั่นน้อย ๆ อย่างอายจัด

            "พี่ไม่เคย...ทำแบบนี้มาก่อนเลยนะนพพี่...ทำไม่เป็น"

            นพนิธิเข้ามาใกล้แล้วใช้สองมือประคองมือเธอลงอย่างเบามือก่อนจะย่อตัวลงสบตาเธอที่นั่งยกเข่าขึ้นเล็ก ๆ อยู่ปลายเตียงเขายิ้มอ่อนโยนแบบที่เธอเคยเห็นในทุกวันแต่ในวันนี้มันอบอุ่นยิ่งกว่าเดิมนัก

            "พี่ตุ๊กไม่ต้องกลัวนะครับ...ผมทำเป็น"

            เขาพูดเสียงนุ่ม

            "วันนี้พี่เป็นของผมนะผมจะดูแลพี่เอง ไม่เจ็บแน่นอน...ผมสัญญา"

            เธอมองตาเขาแล้วจู่ ๆ ก็ตอบกลับด้วยสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยราวกับพยายามซ่อนบางอย่างไว้ไม่มิด

            "ทำเป็น?"

            เสียงของเธอแม้แผ่วเบาแต่แฝงไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่เฉียบคมขึ้น

            "แสดงว่า...เธอเคยมีอะไรกับคนอื่นมาก่อนเหรอ"

            นพนิธิชะงักแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเมื่อครู่สั่นระริก มือเขาชะงักค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะหลุบตามองต่ำ

            "คือ...มัน...ก่อนหน้านี้..."

            เขาอึกอัก

            "ช่างมันเถอะ"

            กชกรพูดแทรกขึ้นอย่างนุ่มนวลแต่แฝงด้วยอารมณ์ที่บีบคั้น

            "นั่นเป็นเรื่องในอดีตพี่เข้าใจ...แต่ถ้า...ถ้าหลังจากนี้ยังมีอีกล่ะก็..."

            เธอไม่พูดต่อแต่แววตาเธอเปลี่ยนไปทันที สงบนิ่งแต่น่ากลัวอย่างจับใจเหมือนแววตาที่ไม่ต้องขู่ก็ทำให้ใคร ๆ ไม่กล้าทำผิดซ้ำ

            นพนิธิกลืนน้ำลายลงคอเงียบๆ ก่อนจะพยักหน้าเร็ว ๆ

            เขาโน้มตัวเข้าใกล้อีกครั้งแล้วจับมือเธอไว้แน่นก่อนจะค่อย ๆ ดันเธอลงไปบนฟูกผืนบางของเขาอย่างระมัดระวัง

            เขาประคองต้นขาของเธอทั้งสองข้างแล้วค่อย ๆ แยกออกจากกัน ช้า ๆ ราวกับกลัวจะทำให้เธอตกใจ

            ใบหน้าของเขาโน้มต่ำลงและร่างกายของเขาก็แทรกตัวเข้ามาอยู่ระหว่างเรียวขาที่ยังสั่นไหวเบา ๆ ของเธอ ทำให้เห็นรอยแยกสวาทซึ่งจะมอบความเสียวให้เขาหลังจากนี้มันมีขนหมอยขึ้นปกคลุมอยู่นิด ๆ ดูน่ารักไปหมดทุกส่วน

            มือเขาขยับลงต่ำค่อย ๆ จับแท่งเนื้อของเขาไว้แน่นแล้วขยับปลายมันไปแตะเบา ๆ ที่ปากทางสวรรค์ของเธอที่กำลังปิดสนิทและเธอจะให้เขาได้เป็นคนแรกที่ได้ทะลวงมันเข้ามา

            กชกรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อความร้อนจากปลายลึงค์ควยแตะกับกลีบแคมเนื้ออ่อนของเธอเธอกำมือแน่นกับผ้าปูฟูก สูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว

            นพนิธิเปล่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้นเจือเสียงหัวเราะค่อยๆ

            "พี่ตุ๊ก...มันสวยมากเลยครับ...ตรงนี้ของพี่น่ะ...สวยจนผมแทบไม่อยากละสายตาเลย..."

            เขาก้มลงกระซิบที่หูเธอเบาๆ พร้อมกับขยับปลายลำควยถูไปตามร่องหีอย่างแผ่วเบา

            "ผมดีใจนะครับ...ที่ได้เป็นผู้ชายคนแรกของพี่"

            กชกรหลับตาแน่นความเขินอายและแรงอารมณ์ตีกันวูบวาบ เธอไม่รู้จะตอบอะไรได้แต่เม้มปากแน่นและพยายามไม่หายใจแรง

            นพนิธิค่อย ๆกดปลายแท่งแข็งนั้นลงไปที่ปากร่องหี และออกแรงดันเข้าไปช้า ๆ

            มันเข้ายากกว่าที่เขาคิดไว้มากความแน่นที่ต้านทานปลายลำเข้าไปทำให้เขารู้ทันทีว่านี่คือของจริง ไม่มีการเสแสร้งไม่มีใครเคยสัมผัสที่นี่มาก่อนเขา

            แท่งเนื้อของเขาเข้าไปได้เพียงแค่หัวเท่านั้นก่อนที่แรงต้านจากภายในร่องลึกจะแน่นหนาจนเขาต้องหยุด

            นพนิธิขมวดคิ้วเล็กน้อยถอนลมหายใจเฮือก แล้วค่อย ๆ ดึงแก่นกายออกมาเพื่อจะตั้งหลักใหม่อีกครั้ง

            เขากระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้งเบาๆ ด้วยเสียงสั่นนิด ๆ

            "พี่ตุ๊ก...เดี๋ยวนพจะค่อยๆ ทำนะครับ...เราจะทำไปด้วยกัน"

            นพนิธิพยายามดันหัวควยเข้ามาในหีเธอนิดนึงแล้วเธอก็ได้แต่ร้องโอ้ย ๆ ออกมา จนเขาต้องดึงควยออกมาและเสียบเข้าไปใหม่ เธอร้องโอ้ยอีกรอบเพราะควยของนพแทรกเข้ามาในหีเธอลำบากมาก คงเพราะร่องสวาทนี้ไม่เคยโดนเสียบมาก่อนทำให้รูเธอตอนนั้นมันคับตึงไปหมด

            นพนิธิพยายามแทรกเข้ามาหลายครั้งเธอจึงเอามือข้างนึงมาแบะจิ๋มของตัวเองให้กว้างขึ้น เขาจับหัวลึงค์มุดเข้ามา ร่องแคมหีที่ถูกนิ้วเธอแหวกออกให้บานมากขึ้นตอนนี้หอยของเธอทำได้เพียงแค่อมปลายลึงค์ของนพไว้เท่านั้น แต่ยังแทงไม่เข้าถึงกลางลำควยเขื่องนพเอนตัวไปข้างหน้ามากขึ้นเพื่อจะเพิ่มแรงและจะได้กดควยได้สะดวกขึ้น และนพก็สอนเธอให้พยามแอ่นก้นให้หีดันขึ้นมาช่วยเสริมแรง

            “พี่ช่วยแอ่นก้นขึ้นให้นพหน่อยสิครับ”

            นพออกเสียงดังอึ๊ดๆๆสู้แคมของเธอที่ลอยสูงขึ้นมา ตอนนี้นพคงอยากให้ควยมุดเข้าไปในหีเร็วๆ แต่มันดันเข้าได้แค่หัวมันล่อไม่ได้อยากเอาเข้าไปทั้งท่อน เลยแทงแรง ๆไปครั้งหนึ่งจนกชกรต้องร้องแบบจุก ๆ น้ำตาคลอ และบอกให้นพพอก่อน

            นพอธิบายเธอว่าร่องหีมันแห้งเสียบเข้าไม่ได้ต้องทำให้มันลื่นก่อน นพถอนควยออกมา นั่งลงบนเตียงมองดูกชกรที่เอามือปิดจิ๋มของตัวเองทำหน้าแบบเจ็บๆ เธอไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนเลยจริง ๆ

            ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยเธอเคยเห็นในหนังที่พิมพ์ลภัสเปิดให้ดู พวกเขาล่อกันสบาย ๆ เลยคิดว่าอวัยวะเพศของผู้หญิงกับผู้ชายน่าจะเสียบกันได้ง่ายๆ แต่พอทำจริงแล้วมันดันไม่ง่ายเลย

            นพมองควยตัวเองและมองหีของเธอสลับไปมาเธอมองหน้านพแล้วถามอย่างเขิน ๆ ว่าทำไงดี

            นพบอกว่าต้องให้ร่องเสียวของเธอมันลื่นก่อนสักพักเขาก็ลุกมาก้มลงตรงหว่างขาเธอ แลบลิ้นขบแม้มดูดหีดังจุ๊บจั๊บสองสามครั้งและค่อยดูดลึกเข้าไปในปาก แหย่ลิ้นเข้าเข้าออกอย่างช้า ๆ เอาลิ้นมาตวัดปลายติ่งตรงเนินรอยแยกบ้างเล่นเอาเธอเสียวจนตัวงอ

            กชกรคิดแล้วก็ขำกับความไร้เดียงสาของตัวเองในตอนนั้น

            เธอจำได้ว่าตัวเองจับหัวนพโยกอย่างช้าๆ ตามจังหวะ เพราะว่าเสียวมาก ๆ ไม่เคยเสียวแบบนี้มาก่อนในชีวิตเพิ่งได้รู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์นั้นทำให้เธอมีความสุขมากแค่ไหน ไม่แปลกใจเลยที่มนุษย์ใคร่กระหายมันอย่างไม่มีวันจบสิ้นสามารถแลกได้กับทุกอย่างเพื่อแค่ขอให้ได้ทำ

            นพเงยหน้ามาคุยกับเธอบอกว่าแค่นี้คงน่าจะใช้ได้แล้วเขาดันตัวเองลุกขึ้นแล้วล้วงคลำไปตามร่องแคม และเอานิ้วกลางแหย่กรีดเบา ๆ เอานิ้วลองเข้ามาเป็นตัวเบิกทางตอนนี้ปลายนิ้วนพจับไปตรงเนินสามเหลี่ยมแฉะ ๆ แล้วเอานิ้วทิ่มเข้าทิ่มออก ได้ยินเสียงดังแจ๊ะๆๆ แล้วค่อย ๆ กดนิ้วลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนสุดด้ามนิ้ว จากนั้นเพิ่มนิ้วชี้เข้าไปอีกนิ้ว เธอก้มหน้าลงดูหีของตัวเองและเอามือมากอดไว้ที่คอนพและโยกเอวดันเข้าหา

            นพนั่งเบ็ดหีเธอรัวๆ นานอยู่หลายนาที

            พอนพเห็นนิ้วเข้าไปลึกได้สุดๆ ก็คิดว่าแท่งอุ่น ๆ ตอนนี้ก็ต้องเข้าได้เหมือนกัน

            เขาลองอีกครั้งบอกให้เธอเอนตัวลงไปนอนใหม่และสั่งให้แหกขากางออกอีกรอบ แคมหีของเธอตอนนี้เริ่มแบะออกจากกันเล็กน้อยและมีน้ำใสๆอยู่ตรงปากรอยแยกมากขึ้นเขาเอนตัวลงทับเธอไว้ สภาพเต้านมทั้งสองข้างดันหน้าอกของนพจนบี้แบน

            “โอ้ววว... นมพี่ตุ๊กนุ่มมากเลยครับ”

            ตอนนี้ฝนข้างนอกยังไม่หยุดตกและเหมือนจะตกหนักมากขึ้นทำให้ในห้องเย็นเฉียบ ลดความร้อนรุ่มที่เธอกับเขากำลังร่วมกันทำได้ดี นพขยับเอวซ้ายขวาจัดแจงพร้อมรับการเสียบควยกลับเข้ามาในรูหอย

            “พี่ตุ๊กจับมันเสียบเข้าไปหน่อยสิครับ แสดงให้เห็นว่าพี่รู้สึกกับผมยังไงกันแน่”

            เขาอ้อนวอนกระซิบขอให้จับลำควยให้ตรงรูและจับสะโพกเธอกดลงควยนพค่อย ๆ ไหลมุดเข้ามาในรูหีเธออีกครั้ง คราวนี้ปลายลึงค์เสียบเข้าไปได้ง่ายกว่าครั้งแรกเพราะได้น้ำลายช่วยให้ไหลเข้าได้สะดวกแต่ยังมาติดตรงกลางลำ นพเอามือจับเอวของเธอให้ลอยขึ้นและดันเข้าไปแต่ก็ยังติด ๆขัดๆ เธอบอกว่าแค่นี้คงได้แล้วหล่ะ ไม่ต้องให้ลึกมากก็ได้

            แต่นพอยากเอาควยให้เข้าไปลึกๆ เขาถอนมันออกมานิดแล้วแทงเข้าไปใหม่ ถอน ออกมาอีกหน่อยแล้วล่อเข้าไปใหม่ ควยนพเริ่มค่อยๆ มุดลึกเข้าไปเรื่อย ๆ

            นพยัดเกือบจะมิดลำแล้วน้ำเหมือกของเธอไหลออกมามากขึ้นทำให้เขาล่อได้สะดวกมากขึ้น เสียงฝนยังคงซัดกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างบานเก่าเสียงหยดน้ำที่กระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าในห้องเล็ก ๆที่เต็มไปด้วยไออุ่นและแรงอารมณ์ ณเวลานี้กลับเต็มไปด้วยจังหวะการเคลื่อนไหวที่เร่าร้อนและไม่อาจหยุดยั้งได้

            ร่างกายของกชกรสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงความแน่นอึดอัดที่กำลังคืบคลานเข้ามาในร่างของเธอลึกสุดๆราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังแหวกกลีบเนื้ออันบอบบางของเธอเพื่อบุกทะลวงเข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่เคยมีใครเข้าถึงมาก่อนเสียงหอบหายใจของเขาดังแผ่ว ๆ อยู่ข้างหูเธอมือที่ประคองสะโพกเธอไว้แน่นกำลังใช้แรงดันแก่นกายของเขาเข้ามาในร่องรักอย่างระมัดระวังและนุ่มนวลแต่ก็แน่วแน่เกินกว่าจะถอยหลัง

            “อื้อออออส์... แน่นดีจัง”

            เสียงครางแผ่วๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของกชกร ขณะความร้อนจากลำเนื้อของเขาค่อย ๆสอดแทรกเข้ามาจนได้หมดลำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างน้ำตาซึมเอ่อคลอขึ้นมาเพราะทั้งความเจ็บ ความแน่น และความสุขที่ประหลาดเกินบรรยาย

            “พี่ตุ๊ก... ควยผมมันเข้าไปได้หมดแล้วนะครับ... พี่เป็นของผมแล้วนะตอนนี้”

            เสียงของนพนิธิแหบพร่าด้วยแรงอารมณ์เขาโน้มหน้าลงมากระซิบใกล้ ๆ ข้างหูมือยังคงโอบรัดเอวบางแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดมือไปในห้วงฝัน

            ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล แก่นกายของเขาเสียบเข้าไปได้จนสุดความรู้สึกแน่นตึงแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนวูบที่แผ่ซ่านทั่วร่างกายของเธอดวงตากชกรปิดแน่น น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงจากหางตาพร้อมกับเลือดพรหมจรรย์สีแดงจางที่เปรอะออกมาตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างร่างของเขาและเธอ

            เขาไม่ได้ขยับทันทีหากแต่แช่ค้างไว้เพียงชั่วครู่ซึมซับความแน่นหนึบจากร่องลึกที่โอบกระชับแท่งเนื้อของเขาไว้แน่นราวกับไม่ยอมปล่อยจากนั้นเขาจึงเริ่มเคลื่อนไหว...ช้า ๆ และลื่นไหลราวกับคลื่นแรกที่ซัดเข้าฝั่งหลังพายุสงบ

            “อึก...หีมันบีบควยแน่นสุด ๆ ไปเลย...”

            เขากระซิบพยายามควบคุมลมหายใจขณะเริ่มขยับเอวเข้าออกร่างของกชกรสั่นระริกไปตามจังหวะการเสียดสีครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน

            เสียงเนื้อกระทบเนื้อเบาๆ ดังขึ้นตามจังหวะการกระแทกที่ค่อย ๆ เร่งเร็วขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงความลื่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติที่ร่างกายของเธอเริ่มหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อแรงเสียดสีและแม้จะยังรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในบางจังหวะแต่ความเสียววาบที่แล่นปราดขึ้นมาในอกกลับมากพอจะกลบความเจ็บนั้นจนมิด

            “ต้องแบบนี้แหละครับพี่ตุ๊กถึงเรียกว่ากระเด้า”

            แก่นกายของเขายังคงขยับเข้าออกอย่างต่อเนื่องในท่วงท่ามิชชันนารีเขาโน้มตัวลงจนอกแนบอก ขาของเธอกางออกอย่างเต็มที่เพื่อรับแรงกระแทกจากด้านหน้าลมหายใจของเขาร้อนระอุเป่ารินอยู่ที่ต้นคอของเธอขณะสะโพกยังไม่หยุดขยับแม้สักเสี้ยววินาที

            กชกรหลับตาแน่นอีกครั้งน้ำตาไหลเงียบ ๆ โดยไร้เสียงสะอื้น มันไม่ใช่เพราะความเจ็บปนความสุขเสียวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนมันไม่เหมือนที่พิมพ์ลภัสเคยบอกว่าครั้งแรกจะเสียวจนลืมโลกเลยสักนิดเดียว

            “พี่ตุ๊ก... พี่รู้ไหม... ผมรักพี่นะครับ”

            เขากระซิบอีกครั้งเสียงสั่นพร่าอย่างกลั้นไม่อยู่มือของเขาสอดประสานมากุมมือเธอที่วางแนบข้างใบหน้าไว้แน่น

            และจังหวะการเคลื่อนไหวของเขาก็ยังคงดำเนินต่อไป

            ภายในร่องลึกที่โอบกระชับราวกับช่องทางสวรรค์แก่นกายของเขาเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างลื่นไหลแบบไดนามิกปลายลำเสียดสีกับผนังภายในที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสร้างเสียงที่ประสานไปกับเสียงลมหายใจหอบหนักและเสียงฝนที่ยังคงตกไม่หยุดด้านนอกราวกับเป็นท่วงทำนองแห่งความหลงไหลที่ไม่มีสิ่งใดสามารถแทรกแซงได้

            จนเธอเริ่มมีอาการจะเสร็จดูเหมือนนพจะรู้ปล่อยให้ตัวเธอกระตุกยึก ๆ ร่างเกร็งสะท้อนครางเสียวมันเป็นเสียงครางที่เธอไม่เคยเชื่อว่าจะได้ยินมันออกมาจากตัวเองมันเหมือนไม่ใช่เสียงของเธอ

            นพดันตัวเธอพลิกขึ้นให้เธอเป็นฝ่ายอยู่ข้างบนบ้างและตอนนี้เธอนั่งทับบนตัวเขาไว้ นพค่อยๆ แอ่นเอวบดควยคลึงโคกหอยของเธอช้าๆ จากนั้นพยายามเด้งเอวขึ้นใส่ร่องหีของเธอนพคอยสอนให้เธอยกเอวขึ้นลงประสานกับเขา เธอเริ่มได้จังหวะ นพก็ปรับจังหวะตามได้ เราสองคนเด้งรับกันดังลั่นพับๆๆๆๆๆเกรงว่ายังไงข้างห้องก็ต้องได้ยินอย่างแน่นอน

            “เกือบจบแล้วอีกนิดเดียวครับ!!”

            นพสูดปากกัดฟันบอกสักพักเธอก็รัวจังหวะมากขึ้นและล้มตัวลงพร้อมหายใจ หอบ ๆ แรง ๆ บนตัวนพ เธอเสร็จไปแล้วอีกรอบและค่อยเอนตัวลงนอนข้าง ๆ นพ

            นพรอเธอหายหอบแป๊บนึงก็ลุกขึ้นพลิกตัวเธอนอนหงาย จับควยเสียบกลับเข้ามาอีกครั้ง สะโพกแกร่งของเด็กหนุ่มโหมเด้าอัดร่องหีเธอย้ำๆๆ ซอยอีกสองสามนาทีกว่า ก็ กระตุกน้ำเงียบทะลักเข้าอัดรูหีเธอบางส่วน นพตกใจรีบดึงลำควยออกแล้วน้ำว่าวขุ่นขาวก็พ่นใส่ท้องบ้างหว่างขาบ้าง เลอะเต็มเตียงไปหมด เขาชักว่าวรีดน้ำออกละเลงใส่หอยเธอจนหมดสภาพร่องสวาทแดงมีน้ำรักไหลย้อยออกมาด้วยไม่หยุด

            เสียงฝนที่เคยดังสาดซัดอย่างต่อเนื่องภายนอกค่อย ๆ แผ่วลงเหลือเพียงละอองเบาบางราวกับม่านบาง ๆที่กั้นโลกไว้จากความจริงอันโหดร้ายข้างในห้องพักเก่าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคล ความร้อนของเรือนร่างและกลิ่นเฉพาะของความปรารถนาที่ถูกปลดปล่อยออกมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนั้นยังคงอ้อยอิ่งไม่จางหาย

            ภายใต้ผ้าห่มผืนบางร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองคนซุกแนบกันอย่างแน่นแฟ้น กชกรนอนตะแคงหันหลังให้เขาโดยมีวงแขนของนพนิธิโอบกอดจากด้านหลังแน่นหนาราวกับไม่ต้องการปล่อยเธอให้หลุดหายไปจากอ้อมแขนอีกต่อไปแก้มเธอซบลงกับปลอกหมอนเก่า ๆ ที่ชื้นไปด้วยเหงื่อและกลิ่นน้ำหอมจาง ๆจากเสื้อของเขาที่ถูกใช้แทนผ้าปู

            หัวใจของกชกรยังคงเต้นถี่เสียงนั้นดังอยู่ในหูของเธอเหมือนยังไม่ยอมผ่อนคลายแม้ร่างกายจะถูกเติมเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากอ้อมกอดของเขาแล้วก็ตามทุกสัมผัสของนพนิธิยังคงหลงเหลืออยู่ทั่วกายเธอ ทั้งริมฝีปาก มือและแม้กระทั่งแก่นกายที่เพิ่งถอนออกมาไม่นานนัก

            มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนมาสอดประสานกับนิ้วมือของเธอไว้แน่นแนบกับแผ่นท้องแบนราบเขาซบหน้าลงกับเรือนผมของเธอและเป่าลมหายใจเบา ๆ ที่ท้ายทอย

            “ผมรักพี่นะครับ...”

            เสียงกระซิบแผ่วเบานั้นเรียกเธอกลับจากภวังค์เธอขานรับเบา ๆ ในลำคอโดยไม่หันไปมอง เพียงแค่บีบมือเขาตอบกลับไปช้า ๆ ด้วยแรงเบาๆ ที่แฝงความอบอุ่น

            พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันอีกไม่มีคำบอกรัก ไม่มีสัญญา ไม่มีคำอธิบายใด ๆที่มากไปกว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งคู่ความเงียบงันที่อบอวลอยู่ภายในห้องเล็กนั้นไม่ได้เป็นความอึดอัดหากเป็นความเงียบที่บรรจุไปด้วยความรู้สึกเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยเป็นถ้อยคำ

            นพนิธิกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีกลมหายใจของเขาเริ่มสม่ำเสมอขึ้นราวกับใกล้จะหลับ และในเวลาไม่กี่นาทีต่อมาเสียงหายใจแผ่วเบาที่เป่ารินบริเวณต้นคอของเธอก็เปลี่ยนเป็นจังหวะลมหายใจลึกที่สื่อว่าเขาหลับไปแล้วจริงๆ

            กชกรยังไม่หลับเธอลืมตาอยู่ในความมืดของห้องที่มีแสงสลัวลอดเข้ามาจากไฟถนนด้านนอก รอยยิ้มบาง ๆผุดขึ้นที่มุมปากดวงตาเธอฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำตาที่ยังคงไหลซึมออกมาโดยไม่ต้องฝืนกลั้น

            มันไม่ใช่น้ำตาของความเสียใจหากเป็นน้ำตาที่เปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมและความตื้นตันในบางสิ่งที่เธอเองก็ไม่เคยคิดว่าจะได้รับในชีวิตความรักที่ไม่ต้องพูด ความผูกพันที่ไม่ต้องสัญญาและความไว้ใจที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องร้องขอ

            เธอกับเขานอนหมดแรงกันทั้งครู่และก็พล่อยหลับไปทั้งสองคนคิดว่าโลกทั้งใบได้สงบลงในอ้อมแขนของชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความจริงใจ

            ทว่าตอนนั้นทั้งเธอและเขาต่างไม่ได้รู้ตัวเลยว่าความสุขที่กำลังเสพอยู่นี้ สายฝนได้เริ่มตั้งเค้าใหม่อีกครั้งและหนนี้พายุกำลังจะมาพร้อมกับบางสิ่ง ก่อนที่พายุลูกใหม่จะโถมกระหน่ำเข้ามาทดสอบความแข็งแรงของหัวใจ

            และเมื่อเธอคิดย้อนกลับไปมองตัวเองในช่วงวัยนั้น...

            กชกรกลับคิดว่าตัวเธอช่างโง่เขลาสิ้นดีที่คิดว่ามันคือรักแท้จนยอมเสียทุกสิ่งได้

    คล้ายกับเรื่องแม่ลูกสวิงรัก ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392