ตอนที่ 16
นักปรุงยาอี้เฟย
เมื่อนักประเมินเข้าใจว่าเสวี่ยิเป็นักปรุงโอสถ ห้องรับรองก็ถูกเปิดใช้ เสวี่ยิที่พูดผิดไปก็ปล่อยเลยตามเลย เพราะคิดว่ายังไงนี่ก็เป็การปลอมตัว แถมเขาก็้ามาประมูลเม็ดยาเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น และไม่คิดว่าตัวเองจะต้องนำเม็ดยามาประมูลอีกในอนาคต
เพื่อยืนยันข้อมูลของเสวี่ยิอีกครั้ง สมาคมพ่อค้าจึงส่งหญิงสาววัยสิบแปดสิบเก้าสองนาง ทั้งคู่น่าตาจิ้มลิ้มสวมใส่อยู่ในชุดเซ็กซี่งดงาม ออกมารับรอง และทดสอบเสวี่ยิในไปในคราเดียว ตัวเสวี่ยิเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะชมดูอิสตรีสวยงาม ติดแต่ว่าตอนนี้เขานั้นได้สวมรอยเป็นักปรุงยากำมะลอ และหากนับตามจริงปลอมตัวรวมถึงสวมรอยเป็นักปรุงยา สำหรับเสวี่ยิก็เป็สิ่งที่แปลกใหม่ และไม่คุ้นเคย ทำให้ในตอนนี้นั้นจิตใจของเขาจึงไม่สงบนิ่งนัก ก้มหน้าก้มตาจ้องมองเพียงแต่หัวเข่าตนเอง ผู้จับตาทั้งหลายจึงได้ยืนยันไปตามเดิมว่าเสวี่ยินั้นหาได้ใส่ใจในอิสตรี อาจจะเป็ผู้คลั่งไคล้ในศาสตร์ปรุงยาอย่างแท้จริง
หลังจากที่ข้อมูลของเสวี่ยิถูกรายงานขึ้นไป เหล่าผู้าุโของสมาคมพ่อค้าต่างก็ให้ความสนใจ เพราะผู้ที่ปรุงสกัดยาธาตุพลังได้นั้น หาได้ยากยิ่ง แม้ผู้ใช้จะเป็เฉพาะกลุ่มมากกว่ายาจำพวกที่ใช้ฝึกฝนลมปราณ แต่ก็ทำกำไรได้มหาศาลกว่ามากนัก เมื่อมีรายงานว่าเสวี่ยิหาได้สนใจอิสตรี เหล่าพ่อค้าจึงเรียกผู้ประเมินคนเดิม ให้ละหน้าที่จากด้านหน้ามาเป็ผู้รับรองเสวี่ยิแทน
อาจเป็เพราะว่าเสวี่ยิคุ้นเคยกับชายที่มาประเมินเขาในเบื้องต้นอยู่ก่อน ทำให้เมื่อเขาเป็ผู้มาต้อนรับขับสู้ บรรยากาศในห้องจึงดูผ่อนคลายกว่าที่ควรจะเป็อย่างมาก ยิ่งทำให้ผู้จับตามั่นใจว่าเสวี่ยิต้องเป็ผู้คลั่งไคล้ในศาสตร์ปรุงยาอย่างแน่นอน
"ยา...ยานี่มัน" ชายวัยกลางคนที่ใช้เข็มเล็กหย่อนลงไปในน้ำยาทดสอบ ซึ่งตัวเข็มเพิ่งจะจิ้มลงไปในเนื้อเม็ดยาซึ่งเสวี่ยินำมา ไปทดสอบดูก็ต้องตื่นตะลึง เมื่อรับรู้ว่ายาเม็ดนี้หาใช่โอสถอัคคีระดับทั่วไป แต่มันคือ...โอสถอัคคีมรกต เป็โอสถธาตุเพลิง ระดับมนุษย์ขั้นกลาง ซึ่งแม้แต่นักปรุงยาระดับสูงที่สมาคมพ่อค้ามีสายสัมพันธ์ด้วย ก็หาได้ปรุงกลั่นได้แม้แต่คนเดียว แม้จะแอบลอบถอนหายใจเสียดายเล็กน้อยที่ความบริสุทธิ์นั้นต่ำไปสักนิด เพราะยาเม็ดนี้มีความบริสุทธิ์เพียงแค่ 65 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถึงว่าตกมาตรฐานของเม็ดยาทั่วไป ที่้าตัวยาขั้นต่ำคือ 70 เปอร์เซ็นต์
"ยาอัคคีมรกตเม็ดนี้มีความบริสุทธิ์ของตัวยาต่ำกว่าเกณฑ์ไปเล็กน้อย หากจะนำออกประมูลเกรงว่า..." คำกล่าวของผู้ประเมินทำเอาเสวี่ยิหน้าถอดสี "แต่เพราะมันเป็โอสถหายาก ดังนั้นข้าต้องขอตัวไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นก่อนนะขอรับ ขอท่านนักปรุงยาโปรดให้อภัย และอดทนรอสักครู่"
"ด.ดะได้ครับ" เสวี่ยิใจคอสั่นไหว เพราเขาตั้งความหวังไว้กับเม็ดยาเม็ดนี้อย่างมาก หากมันไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลได้ เขาคงต้องหางานในเมืองหยกม่วงทำ เพื่อกอบกู้สถานะการเงินที่กำลังจะย่ำแย่ของตัวเองเสียแล้ว
ผ่านไปไม่ถึงสองนาที ผู้ประเมินคนเดิมก็กลับมาพร้อมชายแต่งตัวหรูหราผู้หนึ่ง ซึ่งต่อมาเขาได้แนะนำตัวเองว่าชื่อ จางหลง เป็หนึ่งในผู้าุโของสมาคมพ่อค้า เสวี่ยิจึงจำต้องแนะนำตัวเองบ้าง โดยเขาได้ใช้ชื่อปลอมที่ตัวเองตั้งมา นั่นก็คือ...อี้เฟย...นักปรุงโอสถอี้เฟย
"ผู้าุโอี้ เนื่องจากยาอัคคีมรกตของท่านนั้น มีปัญหาตามที่เสี่ยวอู่แจ้งเอาไว้ ซึ่งเราคงไม่สามารถเอาเม็ดยาของผู้าุโไปเข้าร่วมประมูลได้ เพราะมันเป็กฎระเบียบของการประมูล" เสวี่ยิรับฟังด้วยความผิดหวัง แต่ยังคงรักษามารยาทโดยการพยักหน้ารับ "นั้นจะเป็ไรไหม ถ้าทางเราจะขอรับซื้อเม็ดยาอัคคีมรกตเม็ดนี้เอาไว้เอง"
"รับซื้อเอาไว้เอง" เสวี่ยิทวนคำ "ได้ ๆ แน่นอน" เมื่อรู้ว่าเม็ดยาขายได้ เขาจึงรีบตกปากรับคำในทันที
"แต่เพราะว่าตัวยาตกเกณฑ์มาตรฐานในการซื้อขายทั่วไป สมาคมจำเป็ต้องเอามันไปปล่อยยังตลาดมืด ราคาที่ได้จึงอาจจะไม่พอใจผู้าุโนัก..."เขาหยุดเว้นจังหวะ
"ไม่เป็ไรเสนอราคามาเลย" เสวี่ยิรีบตอบกลับทันควัน เพราะตอนนี้เขาอยากรีบ ๆ รับเงินแล้วเดินจากไปให้ไวที่สุด
"จะเป็ไรไหมถ้าข้าจะเสนอราคายาอัคคีมรกตเม็ดนี้ที่ 10000 เหรียญทอง" จางหลงเอ่ยพร้อมกลืนน้ำลายเหนียว เพราะแม้เขาจะเป็ผู้าุโ แต่งานใหญ่เช่นการดึงดูดนักปรุงยาที่สามารถปรุงยาระดับมนุษย์ขั้นกลางได้นั้น ถือเป็ผลงานชั้นยอด แต่สำหรับยาที่มีพลังธาตุขั้นกลางนั้น ถือเป็เื่ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นไปอีกหลายขั้น จนอาจจะเทียบได้กับผู้ปรุงยาระดับมนุษย์ขั้นปลาย หรือขั้นสูงสุดเลยทีเดียว
เสวี่ยินิ่งเงียบไม่ตอบคำ ดวงตาจ้องมองไปที่เม็ดยาเขม็ง ตอนนี้ในหัวของเขาเหม่อลอยไปถึงเงิน 10000 เหรียญทองจนสติแทบจะหลุดลอย จนอยากที่จะโบยบินออกไปเต้นรำตีลังกาไปมาซักสี่ห้าตลบ เพราะเงินจำนวนนี้แม้แต่คิดฝันเสวี่ยิยังมิเคยฝันถึงมาก่อน
ฝั่งของจางหลงที่เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเสวี่ยิ พร้อมด้วยอาการนิ่งเงียบไม่ตอบคำ ยิ่งทำให้มันว้าวุ่นใจ เพราะหากทำให้นักปรุงยาระดับนี้หลุดรอดไป มันต้องถูกเหล่าผู้คนในสมาคมก่นด่าไปสามชั่วโคตรแน่ ๆ เมื่อมีปัญหาย่อมต้องหาทางแก้ "ถ้าผู้าุโ ท่านยังไม่พอใจ ข้ายินดีจะเพิ่มให้เป็ 12000 เหรียญทอง" รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจางหลง เพราะเขาเชื่อว่าตัวเลขเดิมนั้นคงจะย่ำแย่เกินไปสำหรับเสวี่ยิ
"12000 เหรียญทอง" เสวี่ยิพึมพำพลาง เอื้อมมือไปหยิบเม็ดยาหมายจะใส่ขวดปิดจุก เตรียมยื่นประเคนส่งให้จางหลงด้วยความยินดี
แต่อีกฝ่ายกลับเข้าใจผิด คิดว่าเสวี่ยิกำลังจะเก็บยาใส่ขวดกลับ แล้วสะบัดก้นเดินจากไป จึงรีบโพล่งออกมา "ข้าให้ 15000 เหรียญทอง" พร้อมชิงคว้าขวดยาเอามาจากมือของเสวี่ยิ "หรือถ้าท่านผู้าุโอี้เฟยไม่พอใจเชิญ เสนอตัวเลขเพิ่มเติมมาได้เลย...ข้ายินดีสู้ราคา"
เสวี่ยิเงยหน้ามองจางหลงด้วยรอยยิ้มพิกล ก่อนจะตอบออกไป "ข้าพอใจยิ่งนัก"
จางหลงยกแขนขึ้นเช็ดปาดเหงื่อที่ซึมไหลบริเวณหน้าผาก ก่อนจะลุกขึ้นเชื้อเชิญเสวี่ยิไปชมดูการประมูลยังห้องรับรองวีไอพี พร้อมแจ้งว่าเดี๋ยวจะมีพนักงานนำเงินที่ได้ไปให้เสวี่ยิที่ห้องประมูล ขอให้เสวี่ยิสนุกกับการประมูลหอไม้ดำที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
หลังจากที่เสวี่ยิเข้าไปนั่งพักที่ห้องวีไอพีการประมูลก็เริ่มขึ้นพอดี แต่ตอนนี้เขาหาได้สนใจการประมูลแม้สักนิด เพราะเสวี่ยิกำลังจิตใจเหม่อลอยคิดถึงแต่เงิน 15000 เหรียญทองที่ตัวเองกำลังจะได้รับ
แน่นอนว่าหลังจากที่ข่าว...นักปรุงยาอี้เฟย ถูกส่งต่อขึ้นไป เหล่าผู้าุโหลักของสมาคมพ่อค้าต่างก็ถูกเรียกตัวเข้าประชุม เพื่อหาทางดึงรั้งนักปรุงยาอี้เฟยเอาไว้กับสมาคม หากดึงรั้งเอาไว้ไม่ได้ก็ควรจะสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ก่อน
แต่จู่ ๆ ก็มีผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นมาว่าพวกเขาล้วนเป็กระต่ายตื่นตูม เพียงคำกล่าวลอย ๆ ก็ล้วนเชื่อถือกันเป็เด็ก ๆ ทั้งที่ยังมิได้พิสูจน์ทราบว่านักปรุงยาอี้เฟยนั้น เป็ของจริงหรือของปลอม หากว่าเป็ของปลอมการเสียเงินไป 15000 เหรียญทองก็นับเป็ที่น่าอับอายยิ่งนัก
การขัดแข้งขัดขากันเอง นั้นมีอยู่ในทุกกลุ่มองค์กร การเห็นผู้คนได้ดีกว่าย่อมมีผู้ที่อิจฉาตาร้อน ในสมาคมพ่อค้าก็เช่นกัน เพราะหากเื่ของนักปรุงยาอี้เฟยเื่จริง ผู้ที่ทำหน้าที่ออกหน้ายืนยัน และดึงรั้งในคราแรกเช่นจางหลง ก็นับว่าได้สร้างความดีความชอบใหญ่หลวงต่อสมาคมพ่อค้า
"แล้วท่านผู้าุโม่อจะพิสูจน์เช่นใด" จางหลงที่เกี่ยวพันโดยตรงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงห้วน ท่าทางไม่ค่อยพอใจนัก แต่เพราะสิ่งที่ผู้าุโม่อกล่าวมาล้วนมีน้ำหนักมันจึงไม่ได้ต่อต้านคัดค้าน
"อืม หากจะให้เขาปรุงยาเพื่อพิสูจน์ในตอนนี้ ก็จะเป็การเสียมารยาท"ผู้าุโอีกคนเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะหันไปยังผู้ที่เป็ประธานของสมาคมพ่อค้า...เฟยอี้หยิน ซึ่งเพิ่งจะเดินกลับมาจากการเป็ประธานเปิดการประมูล
"ที่ท่านผู้าุโม่อพูดมานั้นสำคัญยิ่ง แต่การพิสูจน์โดยที่ไม่ทำให้บัวช้ำน้ำขุ่นล้วนจำเป็" สิ้นเสียงเฟยอี้หยิน ก็ปรากฏพนักงานคนหนึ่งของสมาคมพ่อค้าทะลึ่งพรวดเข้ามาในห้องประชุม
"รายงานด่วนครับ ผู้จับตาให้มาแจ้งว่ารู้แล้วว่า...นักปรุงยาอี้เฟย นั่นชื่นชอบสิ่งใด"
เฟยอี้หยินลุกขึ้นยืนในทันทีที่ได้ยิน "ดีมาก...รีบเอ่ยมา"