ตอนที่…2
เื่..ฟางเป็ใคร
ที่โต๊ะอาหารมื้อกลางวันของกลุ่มงาน
“ โอ๊ย! วันเกิดใครกัน ใครเลี้ยงเอ่ย” หัวหน้าพยาบาลถามขึ้นเมื่อเห็นอาหารเต็มโต๊ะ ผิดไปจากที่เคย
“ ไม่มีวันเกิดใครหรอกพี่มีคนเขาเอามาให้พี่ฟางน่ะ”
“ เนื่องในโอกาสอะไร” คนอยากรู้ป้องปากถามแบบกระซิบกระซาบ
“ ไม่รู้เหมือนกัน บอกอย่างเดียวว่าอยากขอบคุณ เพราะคุณฟางไม่รับเงิน ได้ยินแว่วๆว่างั้นนะ อ่อ..พี่ภัทร แล้วพี่ฟางบอกว่าให้ทานกันได้เลย เธอจะออกไปทำธุระข้างนอกอาจจะกลับช้านิดหน่อยให้เรียนพี่ให้ด้วย”
“ อ่อ..งั้นหรอกรึ ถ้างั้นก็ลงมือเลยละกัน มากันครบแล้วนี่” หัวหน้าเปิดงานเลยทันที หมดของคาวแต้วยกผลไม้เข้ามาล้างปาก
“ แหมวันนี้มันลาภปากจริงๆ เสียดายเ้าภาพไม่อยู่ซ๊ะนี่”
“ อ้าว..ฟางไปไหนเหรอครับ” หมอชาญถามขึ้น
“ เห็นแต้วว่าออกไปธุระ” ภัทราตอบ
“ ฟางทำงานที่นี่มานานแล้วเหรอครับพี่ภัทร”
“พี่ย้ายมาเป็หัวหน้าที่นี่สี่ปีพี่ก็เจอเค้าแล้ว ไม่เคยถามสักทีว่าทำงานมากี่ปี แกไม่ค่อยพูดด้วย รังสีอะไรบางอย่างมันออกมาจากตัวแก บางครั้งทำให้เรากลัวและเกรงใจมากๆ”
“ใช่ อันนี้หนูสนับสนุน เพราะหนูเจอบ่อย” แต้วช่วยเสริม
“ ปอว่า เรากำลังพูดถึงบุคคลที่สามอยู่ นั่นคือนินทานะคะ”
“ โธ่ อีปอเดี๋ยวกูตบ คุณภัทรกำลังคุยกับหมออยู่นะ” ป้าพิมพ์ซึ่งนั่งอยู่ด้วยทำท่าเงื้อง่าฝ่ามือ
“ ผมก็ว่าอย่างนั้น แต่เค้าเป็บุคคลที่น่าสนใจจริงๆ ถ้าหากจะให้ผมไปสัมภาษณ์เขาโดยตรง ผมก็ไม่กล้าหรอกครับ รังสีออกอย่างแต้วว่าแหละ แค่เขามองตาแบบตรงๆ ผมก็หยุดกึกแล้ว เขาสะกดจิตได้ด้วยเหรอ ? ” หมอชาญถามแบบทึ่งในตัวฟางไม่หายจากเหตุการณ์ป่าแตกครั้งนั้น
“ ก็เราอยากรู้นี่นะ เราถึงคุยกัน ไม่ได้ว่าอะไรให้เขาเสียหาย มีแต่ชื่นชม ยังงั้นไม่ใช่เหรอทุกคน” แต้วขอความคิดเห็น
“ นั่นสิ ถึงพี่จะเป็หัวหน้า พี่ก็รู้จักเค้าจากประวัติราชการนั่แหละมากที่สุด นอกจาก..”
“ นอกจากอะไรพี่” แต้วรีบซักอย่างสนใจ
“ ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีมั๊ย” นางอ้ำๆอึ้งๆ
“ เอาที่สบายใจก็แล้วกันครับ ถ้าไม่อยากพูดก็ไม่เป็ไรครับ” หมอรุ่นลูกพูด
“ ก็ได้ๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่นะ คือมีอยู่ครั้งหนึ่ง สามีพี่ไปติดผู้หญิงทะเลาะกันบ้านแทบแตก ลูกไปทางผัวไปทาง พี่สุดจะอับอายและทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส กินไม่ได้นอนไม่หลับ”
“ ต้องเป็่นั้นแน่เลยที่พี่ภัทรผอมลงน้ำหนักหายไปเป็สิบโล หน้างี๊ด๊ำดำ” แต้วแทรกขึ้น
“ เออ..แกก็สังเกตุเหรอ”
“ ทำไมคุณไม่เล่าให้พวกเราฟังบ้าง บางทีการได้ระบายความในใจออกไปอาจทำให้รู้สึกดีขึ้น”
“ โธ่! พี่พิมพ์ ภัทรก็อายนะ ผัวเป็นายพลฯตัวเองเป็หัวหน้าระดับผู้บริหาร ขืนปล่อยให้เื่ขมขื่นร้าวฉานในครอบครัวล่วงรู้ไปถึงหูที่สาม เราจะรู้มั๊ยใครรักใครชัง เค้าได้เม้าท์กันสนุกปากปะไร ตกลงจะฟังเื่น้องฟางต่อมั๊ย ”
“ ฟัง..ฟัง..”หลายเสียงรีบบอก
“ วันหนึ่งขณะที่พี่นั่งกุมขมับอยู่ในห้องทำงาน จู่ๆน้องฟางก็เดินเข้ามา แล้วพูดว่า
“ พี่ภัทรคะ พี่ทุกข์มากฟางรู้ ฟางปลอบใจใครไม่เป็ แต่ฟางอยากให้พี่ดูอะไรบางอย่าง เที่ยงนี้พี่เข้าไปในห้องฟางหน่อยสิ..คนเดียวนะคะ”เธอย้ำ
“พี่ก็ไปตามคำที่เค้าบอก เค้าให้พี่นั่งสมาธิหลับตาแป๊บเดียวเท่านั้นแหละเหมือนพี่หลุดไปนั่งดูหนังเื่หนึ่ง พอดูจบน้องฟางก็เขย่าตัวปลุกพี่ให้ลืมตาพอดี ั้แ่บัดนั้นพี่จบเลย จบปัญหาทุกอย่างด้วยสติ และมีความสุขอยู่ทุกวันนี้”
“ ไม่เห็นเล่าให้ฟังเลยว่าดูหนังเื่อะไร” แต้วตัดพ้อ
“ แกไม่ต้องรู้หรอกเื่นั้น ชั้นรู้คนเดียวก็พอ”
“ แล้วพี่ฟางจะรู้มั๊ยพี่ ”
“อันนี้ไม่แน่ใจนะ เพราะแกไม่เคยพูด แต่พี่คิดว่ารู้และเห็นทุกอย่างเหมือนอย่างที่พี่เห็น เพราะบางฉากมันโหดร้ายทารุณมากพี่แทบหลุดออกจากสมาธิ เสียงแกก็เข้ามาเตือนว่า เห็นก็คือว่าเห็น ได้ยินก็คือว่าได้ยิน วางลง..วางลงเสีย เนี่ยแกจะประคองจิตพี่แบบนี้ไปตลอดการดูหนังเื่นั้นของพี่เลยนะ..แปลกมั๊ยล่ะ ” นางหยุดพูดพลางคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม
“ แล้วอีกเื่หนึ่งที่ลูกชายพี่ไปสอบนักเรียนนายร้อย ฟางเค้าบอกว่า หนูช่วยให้สอบเข้าได้แต่น้องจะเรียนไม่จบนะพี่ แล้วเ้าต้าร์ก็เรียนไม่จบจริงๆ”
“ พวกเราไม่เห็นรู้เื่เลยล่ะพี่ภัทร”
“ ชั้นจำเป็ต้องรายงานเื่ของฉันทุกเื่ให้พวกเธอทราบด้วยเรอะ เขียนเป็บันทึกเสนอเลยเอามั๊ย ”
“ แป่ว.ว.ว.ว” มีเสียงแซวกันเกิดขึ้น
“ เื่ก็มีประมาณนี้แหละหมอชาญ ไม่มีใครกล้าเข้าไปซักไซ้ไล่เลียงเค้าหรอก จริงๆนะ”
“ ผมกำลังมองว่าน้องเค้าเป็คนเก่ง เก่งมาก แต่เงียบไม่คุยโวโอ้อวด ไม่เรียกร้องอามิสสินจ้าง ถือว่าเป็คนดีมากๆคนหนึ่งเลยทีเดียว”
“ ใช่ พี่ก็ว่างั้น เพราะเค้าไม่เคยนินทาใครนะ แต่ถ้าด่าแล้วด่าตรงๆเลย มีครั้งหนึ่งพี่มาปรึกษาแกเื่ชันญ่าว่าทำเื่น่าอับอายไปยุ่งกับผัวชาวบ้านเมียเขามาร้องเรียนกับมีคนไปพบยืนชงเหล้าให้กับสามีพยาบาลคนหนึ่งระดับหัวหน้าเชียวนะ ผู้ชายก็เอามือโอบเอาไว้แล้วก็ให้ทิปโดยการเอาแบ็งค์ร้อยยัดใส่หน้าอก ชงทีก็เอาเงินยัดใส่ที เห็นคนที่มาเล่าบอกได้เป็พันนะคืนนั้น”
“ แล้วคนเล่าเขาไปเจอที่ไหนล่ะพี่” แต้วจอมสาระแนเื่ชาวบ้านรีบถาม
“ ที่ผับน่ะสิ” พี่ภัทรตอบ
“ แล้วคุณทำไงคะ” ป้าพิมพ์ถามบ้าง
“ ก็เรียกมันมาสอบถาม มันปฏิเสธตาใสเลยนะว่าไม่ใช่มัน ทีนี้เลยกลายเป็ฉันให้ร้ายหาเื่เด็กไปเสียนี่ เลยกลุ้มใจไม่รู้ใครจริงใครเท็จก็เลยเดินมาคุยกับน้องฟาง แค่นั้นแหละน้องแกยกหูโทรศัพท์เรียกมันมาเลย มันบอกไม่ว่างกำลังเสริฟเครื่องมือให้หมออยู่ แกบอกตอแหลหมออยู่นี่มึงมาห้องกูเดี๋ยวนี้เลย พี่งี๊ตกตลึงตัวชาเลย”
“ พี่ฟางพูดได้ขนาดนี้เลยเหรอ คุณพระ” ปอยกมือทาบอก
“ ไม่อยากจะเชื่อ” ป้าพิมพ์พึมพำ
“ แล้วไงต่อครับพี่” หมอชาญกระตุ้น
“ แล้วแกรีบโทรตามหมอแตนเลย บอกหมอมาห้องฟางหน่อยนะมีธุระด่วน หมอแตนก็ดี๊ดีมาเลย ก็ห้องพักแพทย์กับหัองน้องฟางใกล้กันแค่นี้เอง
หมอมาถึงแล้วอีชันญ่ายังไม่มาเลย รอกันอยู่สักพักมันก็มา น้องฟางก็บอกให้หมอแตนนั่งเฉยๆมีอะไรให้ดูไม่ต้องพูดอะไร
“ หมอแตนอยู่ในนี้จริงๆแหละ” มันทักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ เธอคิดว่าพี่ฟางเค้าโกหกเธอเหรอ”พี่ว่ามัน
“เปล่า..เปล่าค่ะหัวหน้า” มันละล่ำลักตอบ น้องฟางจึงเป็ฝ่ายพูดขึ้นว่า
“ มีคนมาร้องเรียนเขาบอกชื่อวรรณา ว่าเธอไปนอนกับผัวเขาชื่อบรรเจิด เขาจะเอาเื่เธอๆจะว่าไง ” ฟางพูดน้ำเสียงเย็นะเืจับขั้วหัวใจ แล้วฟางรู้ชื่อเขาได้ยังไง คนที่มันมาเล่าให้พี่ฟังยังไม่รู้จักชื่อเค้าเลย อีชันญ่าหน้างี๊ซีดเผือดปากสั่นพูดไม่ออก คงจะยืนทรงตัวไม่อยู่เห็นมันเอามือคลำๆหาเก้าอี้แล้วทรุดตัวลงนั่งเหงื่อผุดเม็ดเป้งๆเลย
“ เธอรู้มั๊ยว่าหัวหน้าเกลียดผู้หญิงที่ชอบแย่งผัวชาวบ้านมากแค่ไหน”
“ หนูไม่ได้แย่ง เขามาตามจีบหนูเอง” มันรีบบอกก็เท่ากับยอมรับแล้วว่าเื่เป็ชู้กับผัวคนอื่นเป็เื่จริง
“ แล้วทีนี้จะเอายังไง จะออกจากงานเพื่อไปเสวยสุขกับผัวเขาหรือจะอยากทำงานต่อแล้วกลับตัวใหม่ ไม่แย่งผัวคนอื่นอีกและไม่หาเงินตอนกลางคืนด้วย”
“ หนูไม่ได้หาเงิน” มันเถียงเสียงแข็ง
“ ที่ผับศาลาแดงคืนนั้น เสธฯณรงค์สามีพี่อิงอรหัวหน้าวอร์ดอายุรกรรมหญิง ที่เธอไปกระแซะให้เขาเอาเงินยัดนมนั่นล่ะ ยังจะปฏิเสธเหรอ”
“ อ๋อ..หนูไปเที่ยวกับเพื่อนๆแล้วเจอท่านก็เข้าไปสวัสดีทักทาย แค่นั้นเองจริงๆค่ะพี่”
“ ในนั้นมีกล้องวงจรปิดถ้าพี่อิงอรเขาเอาเื่ไปขอเปิดดู เธอจะว่ายังไง” คราวนี้นางชันญ่าจอมตลบแตลงก้มหน้าน้ำตาไหล
“ พี่คงเอาเธอไว้ที่แผนกเราอีกต่อไปไม่ได้แล้วนะ” หัวหน้าพยาบาลพูดขึ้น ชันญาไหลลงไปจากเก้าอี้ไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นพนมมือขึ้นไหว้อ้อนวอนสาบานสาไบ่ว่าจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกขอให้เมตตามันสักครั้งเพราะมันต้องเลี้ยงลูกและแม่ของมันอีก
“ เฮ้อ! เอาไงดีหมอแตน” พี่ภัทราหันไปขอความคิดเห็นจากหมอแตนที่จู่ๆก็ถูกเชิญเข้ามาแบบไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ ตอนแรกก็งงๆ ฟังไปฟังมา โอ้โห..ชันญ่านี่เธอร้ายขกาจขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
“ เอาล่ะๆ เธอออกไปได้แล้ว เื่จะให้เธออยู่หรือไปนั้นเดี๋ยวจะบอกอีกที ”
“ค่ะ” มันรับคำแล้วก็ยกมือไหว้ทุกคนก่อนจะออกไป
นี่ก็เป็อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างความอะเมสซิ่งให้กับพี่มากๆว่าน้องฟางรู้รายละเอียดเื่ราวเหล่านี้ได้ยังไง ยังมีอีกหลายเื่นะ ” หัวหน้าพยาบาลพูดค้างได้แค่นั้น คนถูกนินทาก็เปิดประตูเข้ามา หมอชาญแก้เก้อให้ด้วยการทักทายว่า“ วันนี้ลาภปากผ่านมาเลยได้กินของอร่อยๆ ไม่ทราบหนุ่มไหนเอามาเลี้ยงน้องสาวของเราเอ่ย ”
ฟางหัวเราะหึๆก่อนจะตอบว่า
“ ไม่ใช่หนุ่มไหนหรอกค่ะ นี่ฟางออกไปซื้อกระเช้าผลไม้เดี๋ยวว่าบ่ายๆจะไปเยี่ยมภรรยาเขาสักหน่อย พี่ภัทรไปเป็เพื่อนฟางบ้างสิ ”พูดจบเธอก็หันไปทางต้นกำเนิดการนินทา ทำให้เ้าตัวใรีบรับคำทันที
“ดะ..ได้..ได้สิ ”
“ ใครเป็อะไรเหรอครับ ”หมอหนุ่มถามขึ้น
“ จริงๆไม่ได้เป็ญาติกันหรอกค่ะ ฟางแค่ช่วยเหลือเค้านิดๆหน่อยแล้วเค้าอุตส่าห์สั่งอาหารมาเลี้ยงก็เลยคิดว่าไปเยี่ยมไข้เขาสักหน่อยดีกว่า”
“ ถ้างั้นบ่ายๆผมว่างผมไปด้วยนะ หมอไปเยี่ยมคนไข้ รู้จักหรือไม่รู้จักไม่แปลกหรอก ใช่มั๊ยพี่ภัทร ” เขาถามความเห็นพี่ใหญ่
“ จ้า..ดีจ้าไปกันหลายๆคนจะได้ไม่เคอะเขิน” อ้าว..บ่ายโมงแล้วแยกย้ายกันไปทำงานเถอะ”
ป้าพิมพ์ช่วยตัดบทแก้เคอะเขินในวงนินทาให้
“ น้องฟางทานอะไรมาหรือยังจ๊ะ”ภัทราถามแก้เก้อ
“ ฟางทานก๊วยเตี๋ยวมาแล้วค่ะพี่ภัทร”
“ งั้น เดี๋ยวบ่ายแก่ๆพี่จะเดินไปเรียกนะหมอชาญ ตอนนั้นคนไข้คงหมดแล้วล่ะ”
“ครับ ผมจะนั่งอยู่ในห้องตรวจนั่นแหละ พร้อมเมื่อไหร่ก็เอิ้นละกัน”
“ แหม! เอิ้น..ภาษาบ้านไหนกันล่ะนี่ ”ภัทราพูดลับหลังกับฟางสองสาวพยักหน้าแล้วหัวเราะให้กัน
การไปเยี่ยมไข้ก็เป็ไปอย่างปกติไม่มีอะไรซับซ้อนเหมือนขอบคุณกันไปขอบคุณกันมา แต่หมอชาญกับหัวหน้าพยาบาลไม่ยอมหยุดแค่นั้น
“ หมอ พี่ว่ามันต้องมีอะไร ต้องมีอะไรแน่ๆ ”
“ เพียงแต่เราไม่รู้ว่าอะไร ” หมอชาญต่อให้ หลังจากที่ทั้งสามกลับจากการไปเยี่ยมผู้ป่วยมาแล้วก็แยกย้ายกันไปเพราะใกล้เวลาเลิกงานแล้ว หมอชาญจึงเดินไปหาคุณภัทราที่ห้องทำงาน
“ พี่ภัทร ”
“ อ้าว..หมอยังไม่ไปอีกเหรอ ”
“ ยัง..ผมว่า..อยากจะสืบเื่นี้สักหน่อย ”
“เอาเลยๆ พี่จะช่วย อยากรู้อยู่เหมือนกัน ”
“ งั้นพรุ่งนี้เช้า ผมราววอร์ดเสร็จแล้วจะไปเยี่ยมเขาอีกที แล้วก็จะเรียบๆเคียงๆคุยกับแฟนเค้า ผู้ชายคุยกับผู้ชาย แมนๆไม่มีอะไรต้องปกปิด หรือพี่ว่าไง ?
“ หมอไปน่ะเหมาะแล้ว ถ้าพี่ไปสิน่าสงสัย เค้นความจริงเอามาให้ได้นะหมอ ”ภัทราว่า เก็บข้าวของลงกระเป๋าถือแล้วต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
บ่ายแก่ๆของวันรุ่งขึ้น
“ ฮัลโหลห้องพักพยาบาลภัทราพยาบาลวิชาชีพพูดค่ะ
“ พี่ภัทร ผมเอง หมอชาญน่ะ มาหาผมที่ห้องพักแพทย์หน่อยสิ คดีเด็ด..เด็ดจริงๆ ”
“ มีคนอื่นอยู่รึป่าว ”
“ ไม่มีผมอยู่คนเดียว ”
“ ได้ๆรอแป๊บนึง ”พยาบาลสาวใหญ่รีบวางหูโทรศัพท์เดินออกมาสั่งลูกน้อง
“ พี่ไปประชุมนะ ”แค่นี้ก็รู้กันไม่มีใครกล้าตามรีบเดินจ้ำอ้าวๆไปที่ห้องพักแพทย์ไปถึงก็เคาะประตู
“ ก๊อก..ก๊อก ”
“ เชิญครับ ”หมอชาญตอบรับจากข้างใน
“ โอ๊ย..พี่รีบจะแย่ ว่าไงๆ เร็วอยากรู้ ”นางว่ากระหืดกระหอบ หมอชาญจับข้อมือพี่ภัทรลากไปนั่งที่โซฟาด้วยกัน
“ คืองี๊นะพี่ เมื่อคืนผมก็ไปเยี่ยมเขาอีก ดูท่าทางเขาไว้ใจผมมากขึ้น ผมก็อ้างว่าน้องฟางฝากไว้ให้ช่วยดูแลทางแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนแผนอื่นฟางเค้าก็ดูแลไป นี่ผมพูดเดาๆไปเพราะเราก็รู้กันอยู่ว่าน้องเค้ามีความพิเศษอยู่ตรงส่วนนั้น นั่นแหละเป็บ่อเกิดแห่งความไว้วางใจขึ้นมาเลยล่ะ เขาเล่าว่าภรรยาได้รับอุบัติเหตุ จริงๆแพทย์บอกสมองตายแล้ว ทำใจได้เมื่อไหร่ให้บอกจะได้สั่ง NRคือสั่งงดการฟื้นคืนชีพ เขาทำใจไม่ได้ลูกก็เพิ่งสองขวบเอง ทีนี้ก็มีเพื่อนพ่อที่เป็นายทหารชั้นผู้ใหญ่มาเยี่ยมหาพ่อ
บังเอิญเขากลับไปอาบน้ำที่บ้านท่านก็ทักว่าทำไมผ่ายผอมไปป่วยเป็อะไรรึป่าว ตอนนั้นเขาไม่มีกระจิตกระใจจะพูดกับท่าน จึงยกมือไหว้แล้วเดินเลี่ยงไป คงเป็พ่อเขานั่นแหละที่คุยให้ฟัง หลังจากนั้นใครจะประสานงานกับใคร ใครจะเชื้อเชิญใครให้มาเล่นเื่นี้ เขาไม่รู้เลย คืนนั้น สี่ทุ่มกว่า จริงๆเขาต้องกลับบ้านแล้วแต่ความที่เขามีความเศร้าโศกเสียใจเป็อย่างมากและถึงปล่อยให้เขาเฝ้าเมียไป ก็ไม่มีผลได้ผลเสียอะไรเพราะพยาบาลที่ขึ้นเวรก็รับทราบจากหมอว่าเมียเขาตายแล้วแค่รอการตัดสินใจจากญาติว่าจะให้ปลดเครื่องช่วยหายใจออกเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ก็มีผู้หญิงสองคนเดินเข้ามาคนหนึ่งเขาจำได้ว่าเป็หัวหน้าไอซียูที่เขาเห็นหน้าเป็ประจำ อีกคนก็คือคุณฟาง ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่รู้จักเธอ
“ เดี๋ยวเชิญคุณออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ”หัวหน้าห้องไอซียูพูดพร้อมกับเดินออกมากับเขา พอออกมาหน้าห้องไอซียูซึ่งก็มีระเบียงม้าหินอ่อนยาวๆตั้งอยู่ มีพ่อกับเพื่อนพ่อคนเดิมยืนกอดอกรออยู่ เพื่อนพ่อพูดขึ้นว่า
“ เอาเป็อันว่าการที่ลุงได้ไปหาพ่อเอ็งในวันนี้ถือว่าเป็การดลจิตดลใจของออย(ออยคือชื่อภรรยาเขา)ที่มาขอความช่วยเหลือก็แล้วกันว่าเธอยังไม่ตาย ให้ช่วยเธอหน่อย มันอาจฟังดูเหลวไหลไร้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ แต่ความบังเอิญไม่มีในโลกนี้ ทุกคนที่ลุงยกโทรศัพท์ขึ้นติดต่อขอความช่วยเหลือมัน โช๊ะๆ ประสานงานกันได้อย่างรวดเร็วและเหลือเชื่อ โดยเฉพาะคุณฟาง ซึ่งยากมาก ยากจริงๆที่จะติดต่อกับเธอ แต่พอเธอรับโทรศัพท์ เธอว่ายังไงเอ็งอยากรู้มั๊ย รึเห็นเป็เื่ไร้สาระ”
“ คุณลุงครับ ณ.เวลานี้สำหรับผมใครก็ได้ อะไรก็ได้ช่วยเมียผมที ช่วยผมด้วย อย่าพรากเธอไปจากผมเลยครับคุณลุง ” เขาพูดพร้อมยกสองมือปิดหน้าร้องไห้ พ่อเขาจึงเข้าไปโอบกอดปลอบประโลมใจบุตรชายคนเดียว
“ ไป ไปนั่งกันก่อนคงต้องรอสักพักล่ะนะ ”พ่อเขาว่า
“ คุณลุงครับเล่าต่อสิครับว่า คุณผู้หญิงคนนั้นเขาว่ายังไง ”
“ คุณฟางเธอว่า เธอจะไปเดี๋ยวนี้ ช้าอาจจะไม่ทันการ ลุง พ่อและก็คุณแป๋วจึงออกรถไปรับคุณฟางที่บ้านมาด้วยกัน แล้วลุงต้องขอบใจคุณแป๋วมากเลยนะที่อำนวยความสะดวกให้ ถ้าไม่มีหัวหน้าไอซียูมาสั่งการพยาบาลเวรคงไม่ให้เราเข้าไปแน่ ซึ่งเราจะไปว่าเขาก็ไม่ได้เพราะเขาทำตามหน้าที่ ต้องขอบคุณหลายๆคนที่แนะนำกันมาเรื่อยๆจนมาพบคุณแป๋ว คุณจะกลับก่อนก็ได้นะลุงจะให้เ้าชัชมันขับรถไปส่ง ”
“ ไม่เป็ไรหรอกค่ะท่าน แป๋วก็อยากดูด้วยว่าผลจะเป็ยังไง เดี๋ยวแฟนแป๋วจะตามมาด้วยค่ะ เคลียร์งานอยู่”
“ ผัวทหารเมียพยาบาลเวลาไม่ค่อยจะตรงกันเลยนะ ”ท่านว่าพร้อมกับหัวเราะ
“ เอ้อ..ฆ่าเวลาแห่งการรอคอยด้วยการเล่าให้เ้าชัชฟังว่าระหว่างอยู่ในรถเราคุยอะไรกันมาบ้างดีมั๊ยเกลอ ” พ่อเขาพูดขึ้น
“เอ้า..เอ็งก็เล่าไปสิ ”
“ เอ็งนั่นแหละช่างเล่าดี ”
“ ว๊ะ..ไอ้นี่ ก็ได้ข้าเล่าเองก็ได้ ”
“ คือ วิธีการของคุณฟางเค้าต้องขอััคนไข้ ขอจับมือในที่เงียบๆและห้ามรบกวนเด็ดขาด ซึ่งอันนี้ต้องขอบคุณแป๋วที่ไปกำชับลูกน้องให้เรา ” คุณลุงพูดพร้อมทั้งพยักหน้าไปทางหัวหน้าไอซียู
“ คุณฟางเธอจะถอดจิตไปตาม แล้วพาดวงจิตเมียเอ็งกลับมา จะสำเร็จหรือไม่ ไม่มีใครรับรองผล เราทำได้อย่างดีที่สุดคือ รอ และส่งกำลังใจไปช่วยคุณฟางให้เธอทำสำเร็จ ”
พอดีกับพันตรีชนะชัยมารับแป๋วพอดี พอเห็นว่าเป็อดีตนายพลฯเก่าทั้งคู่อยู่ ณ.ที่นั้นด้วยก็รีบเข้ามาทำความเคารพทันที
“ สวัสดีครับท่าน แป๋วได้แต่บอกว่าเป็ญาติของเพื่อนไม่คิดว่าจะเป็เ้านายเก่าทั้งสองท่านเลยครับผม ”
“ เ้านงเ้านายอะไรกัน หัวโขนนั้นถอดออกไปนานแล้ว ใช่มั๊ยเกลอ” ว่าแล้วนายพลฯเฒ่าก็หัวเราะให้แก่กัน
และแล้วเื่ราวต่างๆก็ถูกถ่ายทอดไปยังสามีของพี่แป๋ว เขาฟังอย่างทึ่งจัด ที่ทึ่งก็เพราะไม่คิดว่าสองนายพลจะเชื่อเื่แบบนี้ จากเวลาห้าทุ่มที่ฟางเข้าไป แล้วเงียบหายไปเลยจนกระทั่งตีห้า เธอเดินกลับออกมาด้วยทีท่าอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ทั้งห้าคนที่นั่งรออยู่ด้วยใจจรดจ่อ ต่างลุกผึงขึ้นราวกับนัดกันไว้
“ เธอกลับมาแล้วคะ พรุ่งนี้เช้าไปรับพระเดินหลที่ออกบิณฑบาตรให้เข้ามารับบาตรจากคนป่วยด้วนนะคะ ขอสักสามองค์ก็พอ ขออนุญาตนะคะพี่แป๋ว ” ฟางพูดพร้อมทั้งหันหน้าไปทางหัวหน้าไอซียู
“ ได้ค่ะได้ เดี๋ยวพี่จะอยู่อำนวยความสะดวกให้”
“ ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวฟางขอกลับก่อนนะคะ”เธอเอ่ยขึ้นเรียบๆ
“เดี๋ยวลุงขับรถไปส่ง ถ้าโชคดีเจอพระข้างทางจะได้รับมาเลย ”
“ ถ้างั้นเดี๋ยวแป๋วกับแฟนจะไปตลาดซื้อดอกไม้อาหารหวานคาวเตรียมไว้ให้นะคะ ”
สองพ่อลูกยกมือไหว้
“ โอ๊ย คุณลุงไหว้หนูทำไม ” แป๋วร้องอย่างใ
“ ช่างมีน้ำใจเหลือเกินแม่คุณ ”เขาเองก็ซาบซึ้งในน้ำใจของทุกๆคนในคืนนี้ที่ไม่มีใครยอมหลับยอมนอนกันสักคนเดียว ทั้งๆที่พวกเขาเ่าั้ไม่ได้เป็ญาติกับเขาเลย คุณลุงไปส่งคุณฟาง พี่แป๋วกับผู้พันชนะชัยไปตลาด เขากับพ่อเข้าไปหาออยด้วยใจที่เต้นระทึก ว่าจะได้เห็นออยในสภาพไหน มันยากที่จะคาดเดาจริงๆ ผู้ป่วยที่หมอบอกว่าสมองตายแล้วอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้จะเป็อย่างไร?
เขาจับมือพ่อแน่น เหมือนเด็กน้อยที่หวาดกลัวกับอะไรสักอย่างที่รออยู่ข้างหน้า ใกล้เข้าไป..ใกล้เข้าไป ในม่านที่รูดปิดไว้ทั้งสามด้าน เขาเห็นการเคลื่อนไหว คือขาของพยาบาลที่เดินไปเดินมาในนั้น และแล้วม่านนั้นก็ถูเลื่อนออก ภรรยาของเขาถูกถอดท่อช่วยหายใจที่ใส่ทางปากออก ไม่ได้ครอบหน้ากาก
อ็อกซิเย่น มีแค่น้ำเกลือที่ยังให้อยู่ เขายิ้มทั้งน้ำตา
“ คนไข้หายใจได้เองแล้วค่ะ หมอเวรมาดูบอกให้ถอดออกได้ ให้จิบน้ำได้นิดหน่อยนะคะเพราะเจ็บคอจากท่อที่ใส่ลงไป อาจมีเสียงแหบหรือมีเืปนเสมหะออกมาบ้างก็ไม่เป็ไรนะคะ เดี๋ยวจะค่อยๆดีขึ้น ”
ว่าแล้วเธอก็เดินจากไป ภรรยาเขาได้ใส่บาตรโดยเขาเป็คนหยิบใส่ ล้วคุณออยจับชายเสื้อเขา เธอยังเสียงแหบและเจ็บคอพูดไม่มีเสียง เขาถามคุณลุงว่าคุณฟางเล่าอะไรให้ฟังบ้าง ท่านก็บอกไม่ได้เล่า จะถามก็เกรงใจเพราะดูท่าทางเธอเหนื่อยมาก คงต้องรอฟังจากออยคนเดียว
สามวันต่อมาภรรยาเขาออกจากไอซียูมาอยู่ห้องพิเศษแล้ว พี่แป๋วยังตามมาเยี่ยมทุกวัน นัยยะหนึ่งก็คืออยากรู้เื่ราวในพาร์ทของคุณออยนั่นเอง ส่วนคุณลุงบอกว่าถ้าพูดได้เมื่อไหร่ให้โทรตามอยากจะมาฟังด้วย นี่คือเื่ราวที่ผมไปสืบมาได้แค่นี้ครับพี่ภัทร”หมอหนุ่มนักสืบเล่ามายืดยาว
“ แล้วถ้าคุณออยพอจะพูดได้บ้างแล้วเขาจะโทรตามเรามั๊ยนะ ” หัวหน้าพยาบาลรำพึงรำพัน หมอหนุ่มนักสืบก็พลอยเงียบไปด้วย
“ พี่ว่าหมอนั่นแหละ ทำทีไปเยี่ยมไข้ทุกวัน ”
“ เอางั้นเหรอ”
“ เอางั้นสิ ”
เหตุการณ์ปกติมาได้ 2-3 วัน จู่ๆหมอชาญก็เดินมาหาพยาบาลสาวใหญ่ที่ห้องทำงาน
“ พี่ภัทร ”หมอหนุ่มทำท่าจ๊ะเอ๋
“ โอ๊ย..ใ อะไร๊หาหมอชาญ แหมเล่นเป็เด็กเชียว ” เธอทำท่าใยกมือทาบอก
“ กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่เชียว” นางว่า
“ ข่าวดี ”
“ อะไร ” ทั้งสองคนทำท่ากระซิบกระซาบกัน
“ นี่ถ้าเมียหมอมาเห็นท่านี้ต้องเข้าใจผิดคิดว่าเรามีอะไรกันแน่เลย” สาวใหญ่หัวเราะคิกคัก
“ พี่ถามผมยัง” ภัทราตบหลังหมอหนุ่มดังป้าบ
“ แหม ! หมอนี่ พี่ก็พูดเล่นไปงั้นแหละ ว่าแต่มีอะไร? ”
“ เมื่อเช้าผมไปราววอร์ดเลยแวะไปเยี่ยมคุณออย เธอพูดได้แล้ว ”
“ เหรอ ! จริงเหรอ ”นางอุทาน
“ แล้วเธอเล่าว่าไง” สาวใหญ่ถามอย่างกระตือรือล้น
“ คุณชัชบอกว่า เนื่องจากมีคนอยากฟังเื่นี้หลายคน เขาจึงอยากให้ภรรยาเขาพูดทีเดียวจบ เขาขอนัดคืนนี้ทุ่มตรง พี่ว่างรึป่าว ”
“ ไม่ว่างก็ต้องว่างแหละ แล้วหมอล่ะจะไปฟังมั๊ย”
“ โธ่ ! ผมลงทุนไปขนาดนี้แล้วนะพี่ภัทรไม่น่าถาม ” ภัทราหัวเราะชอบใจ
“ เออๆ ถ้างั้นทุ่มนึงเจอกัน ”
“ ได้ๆ ”หมอชาญนักสืบจำเป็โบกมือให้แล้วเดินออกไป
ที่ห้องพิเศษ 702 ชื่อผู้ป่วย นางกรุณา สิทธิแสวง ภายในห้องล้วนมีผู้สนใจในเื่ราวที่เธอฟื้นขึ้นอีกครั้งอย่างเหลือเชื่อ คุณลุงคนสำคัญและพ่อของสามีนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ คนอื่นๆก็ยืนล้อมรอบเตียงก็มีคุณ
ชัชวินทร์ คุณภัทรามากับหมอชาญและหมอแตน พี่แป๋วกับสามี และหมอธนูเ้าของไข้ที่ทึ่งจัด ส่ายหัวอย่างเดียว บอกเป็เชิงตลกว่าจะไปเผาตำราทิ้ง รวมคุณออยด้วยก็สิบคนพอดี
“ แหม..ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเลยดีมั๊ยคะ ”ออยพูดขึ้นเบาๆ ทุกคนหัวเราะชอบใจ ชัชวินทร์จึงพูดขึ้นว่า
“ ในพาร์ทของเรา ผมเล่าให้ออยฟังหมดเเล้ว
ก็อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ ต่อไปนี้จะเป็ในพาร์ท
ของออย ที่จะเล่าครั้งนี้เป็ครั้งแรก เริ่มเลยนะครับ” แล้วเขาก็พยักให้ภรรยา
“ เริ่มเลยจ้ะออย ”
“ วันนั้นออยไปซื้อของใช้ในครัวที่ร้านสะดวกซื้อ จอดรถไว้ฝั่งตรงข้าม ก็กำลังจะข้ามถนนมีรถยนต์วิ่งมาเร็วมาก จำได้ว่าตัวเองใสุดขีดสองมือที่หิ้วของพะรุงพะรังปล่อยของลงหมด แล้วออยก็ไม่มีความรู้สึกอะไรอีกเลย มารู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ในขบวนอะไรก็ไม่รู้เดินกันเป็แถวๆ มีทุกเพศทุกวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ออยอยู่ท้ายๆขบวน เห็นเขาเดินก็เดินตามเขาไป ข้ามน้ำข้ามเขาไปเรื่อยๆไม่มีกลางวันกลางคืน จนตัวเองรู้สึกว่ามันจะนานเกินไปแล้ว อยากกลับบ้านจึงเดินออกจากแถว ทันใดนั้น! ก็มีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวดำมะเมี่ยม ไม่ใส่เสื้อนุ่งผ้าสีแดงแบบถกเขมรมือถือหอกใบใหญ่ขาววับ มาผลัก
ออยให้กลับเข้าไปในแถว
“ ฉันจะกลับบ้าน” ออยะโบอกเขา
“ เ้าตายแล้วกลับไม่ได้ ” เขาบอก ออยก็งง เอ๊ะ! เราตายแล้วจริงๆเหรอ ก็ไม่เชื่อ มองไปยังคนอื่นก็เดินกันไปไม่พูดไม่จา ทุกครั้งที่ออยคิดจะหนีออกจากขบวนนี้ชายคนนั้นก็จะปรากฏตัวขึ้นมาอีกทันที ถ้าไม่คิดหนีเขาก็จะหายไป เหมือนปล่อยให้พวกเราเดินไปกันเอง วันเวลาผ่านไปนานแค่ไหนออยไม่ทราบ แล้วจู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นร้องเรียก
“ คุณออย..คุณออย..คุณกรุณา สิทธิแสวง ภรรยาคุณชัชวินทร์ สิทธิแสวง ถ้าอยู่ในขบวนนี้ออกมา ถ้าคุณไม่ออกมา คุณจะไม่ได้กลับบ้านอีกเลยนะ..ออกมา..คุณออยออกมา” ผู้หญิงคนนั้นเดินตามขบวนพร้อมทั้งร้องเรียก ตอนแรกออยคิดว่าเธอมาตามคนอื่นที่ชื่อเสียงอาจคล้ายออย แต่พอเธอพูดว่าภรรยาคุญชัชวินทร์ ออยชูมือขึ้นเลยแล้วร้องบอก
“ ออยอยู่นี่ ออยอยู่นี่ค่ะคุณ” พร้อมทั้งวิ่งออกจากขบวน ทันใดนั้น!7 ผู้คุมเตี่ยวแดงคนนั้นก็ปรากฏกายขึ้นมาอีกแล้ววิ่งไล่จับ ออยวิ่งหนีสุดชีวิตจนไปหลบอยู่ข้างหลังของผู้หญิงคนนั้นได้ ชายผู้คุมแสดงอาการโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก ร้องคำรามเสียงดังอย่างกับสัตว์ป่า แล้วเอาด้ามหอกกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนแผ่นดินะเื
“ ส่งผู้หญิงคนนั้นมา” เขาะโใส่คุณฟาง
“ ไม่ ” คุณฟางตอบพร้อมทั้งกางแขนออกทั้งสองข้างเป็เชิงปกป้องออย คล้ายๆถ้าจะเอาเธอไปก็ข้ามศพฉันไปก่อนประมาณนั้น ผู้คุมคนนั้นโกรธมากปรี่เข้าหาคุณฟางแล้วใช้หอกใบใหญ่แทงพรวดเข้าใส่เธอเต็มกำลังด้วยโทสะ คุณฟางเบี่ยงตัวหลบแล้วจับด้ามหอกไว้กระชากเต็มแรงพอหอกหลุดออกจากมือผู้คุมเธอก็ใช้ส่วนด้ามกระแทกเข้าที่หน้าอกเขาเต็มกำลัง คุณพระช่วย! ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวแค่นั้นจะมีพละกำลังมหาศาลกระแทกชายตัวใหญ่เป็ั์ปักหลั่นกระเด็นไปไกลเกือบกิโล เรียกว่าลอยหวื๊ดไปเลยทีเดียว คุณฟางหันมาคว้าข้อมือออยแล้วะโ
“ วิ่ง ”
ออยไม่รู้ว่าเราวิ่งมานานเท่าไหร่และไกลแค่ไหน รู้แต่ว่ามันเหนื่อย เหนื่อยมากจนแทบจะขาดใจอยู่แล้ว ก็มาถึงสถานที่หนึ่งก็คือเตียงที่ออยนอนอยู่ คุณฟางหันมาพูดกับออยว่า
“ กลับเข้าร่างตัวเองเดี๋ยวนี้ ” แล้วตัวเธอเองก็นั่งลงทับร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆเตียง ซึ่งออยมารู้ทีหลังว่าก็คือร่างของคุณฟางนั่นเอง
“ ถ้ารู้สึกว่ามีลมอุ่นๆไหลเวียนเกิดขึ้นในร่างกายให้พยายามลืมตาบอกฉัน ไป..เข้าไป” เธอพูดพร้อมกับลุนหลังออยให้ขึ้นไปบนเตียง ตอนแรกที่ออยนอนทาบร่างตัวเองมันเย็นมาก เย็นยะเยียบเหมือนซากศพ เสียงคุณฟางร้องบอก
“ หายใจสิ หายใจ หายใจลึกๆยาวๆ ลมปราณจะได้เดิน อย่าให้การที่ฉันต้องเสี่ยงชีวิตไปตามคุณกลับมาในครั้งนี้เสียเปล่า หายใจสิคุณออย หายใจ ” ออยรับรู้ถึงความยากลำบากอย่างแสนสาหัสของใครก็ไม่รู้ที่เราไม่รู้จักแล้วมาช่วยเรา ออยจะต้องกตัญญูต่อเขา ไม่ทำให้เขาผิดหวัง ทั้งๆที่ตอนนั้นออยเหนื่อยมากไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้ว และแล้วออยก็ทำสำเร็จกระแสลมอุ่นๆเริ่มไหลเวียนเข้า..แล้วก็ออก เข้า..แล้วก็ออก นั่นแสดงว่าออยหายใจเองได้แล้ว จึงพยายามลืมตาขึ้น ออยเห็นผู้หญิงคนนั้นด้วยตาเนื้อของออยเอง เธอยิ้มให้แล้วบอกว่า
“ เดี๋ยวหมอเ้าของไข้จะมาดูนะ ฉันไปล่ะ ”เธอพูดพร้อมทั้งหันหลังเดินจากไป โดยที่ออยยังไม่ได้ขอบคุณเธอสักคำ นี่คือทั้งหมดใน
พาร์ทของออยค่ะ ”
มีเสียงคล้ายคนพ่นลมหายใจออกมาอย่าง
โล่งอกหลายๆคน
“ โอย.ย.ย ลุ้นอะไรอย่างนี้ เหนื่อยเลยอ่ะ”พันตรีชนะชัยแฟนของแป๋วพูดขึ้น
“ นั่นสิ ” ทำไมมันถึงลุ้นระทึกในหัวอกหัวใจได้ขนาดนี้ ” คุณภัทราเสริมขึ้นบ้าง
“ คุณฟางนี่เธอเป็ใครหรือครับ ” หมอธนูเ้าของไข้ถามขึ้น
“ เอ่อ..ถ้าตามประวัติข้าราชการในโรงพยาบาลก็คือเ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งไม่มีอะไรน่าสนใจเลยน่ะหมอ แต่ถ้าจะถามถึงความมหัศจรรย์ในตัวเธอพวกเราก็ไม่มีใครรู้มาก่อน ไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็ใคร? สาวใหญ่หัวหน้าพยาบาลพูด
“ เอ้อ..เธอตัวเล็กผมยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าจัดว่าเป็คนสวยคนหนึ่งเลยใช่มั๊ยครับ แล้ววันที่เธอไปตามคุณออยเธอใส่เสื้อสีขาวและกางเกงก็คงจะเป็สีขาวด้วยใช่มั๊ยครับ ถ้าผมจำไม่ผิดนะ ” หมอธนูผู้เป็เ้าของไข้พูด
“ อ้าว..นายเคยเห็นคุณฟางมาก่อนเหรอ ” หมอชาญถามขึ้นเพราะเป็หมอรุ่นราวคราวเดียวกัน
“ เปล่า ไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้จักมาก่อน ”เขาว่า
“ แล้วทำไมพูดถึงรูปร่างหน้าตาของน้องฟางได้ถูก ” ภัทราถามขึ้นบ้าง
“ เค้าไปตามผมในคืนนั้น ”
“ ห๊า.า.า.า! อะไรนะ? ”ทุกคนอุทานขึ้นพร้อมๆกัน
“ เอาแล่ว..เอาแล้ว..” เป็เสียงของพันตรีชนะชัย
“ เล่าซิ..เล่าซิ ” หมอชาญรีบกระทุ้ง
“ ผมนอนหลับอยู่ที่ห้องพักแพทย์เวรศัลยกรรม ก็มีคนมาจับข้อเท้าผมเขย่าๆ ผมคิดว่าพยาบาลเวรเข้ามาปลุก แต่ก็นึก เอ๊ะ..ปกติจะโทรเข้ามานี่นา ก็เลย เออๆลืมตาขึ้นดูก็เห็นเป็ผู้หญิงสวยผมยาวใส่ชุดขาวตัวเล็กๆ บอกว่าให้ไปดูคนไข้หน่อยตอนนี้คนไข้ฟื้นแล้ว หายใจเองได้แล้ว หมอควรไปสั่งถอดเครื่องช่วยหายใจออกซ๊ะ ไปเดี๋ยวนี้เลย ผมยังนอนงงๆอยู่ เธอก็เดินไปที่ประตู ก่อนจะออกประตูไปเธอหันมาบอกว่าคนไข้ชื่อกรุณา สิทธิแสวงอยู่ไอซียูนะ แล้วเธอก็เดินผ่านประตูออกไป ผมขอย้ำว่าเดินผ่านนะครับ ไม่ได้เปิดประตูแล้วเดินออกไป ผีหลอกสิครับ ผมดีดตัวผึงวิ่งออกไปที่เคาท์เตอร์พยาบาลทุกอย่างเงียบกริบ พยาบาลยังฟุบหลับอยู่เลย เอาไงดีวะ
ผมยืนเกาหัวแกรกๆยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเป็เวลาตีสี่กว่าๆเกือบตีห้า เอาวะเป็ไงเป็กันไปดูให้มันเห็นกับตา ขณะที่กำลังเดินจากตึกศัลยกรรมไปห้องไอซียูก็ครุ่นคิดไป ตายห่ะ..กรุณา สิทธิแสวง รอ NR นี่หว่าทำไมจะฟื้นได้วะ ผมจ้ำอ้าวๆเลย หรือผียัยกรุณาจะมาหลอกเรา แต่หน้ากรุณาก็ไม่ใช่แบบนี้นี่นา พอมาถึงเตียงของคนไข้ซึ่งลืมตาแป๋วเลยเอามือชี้ไปที่เครื่องช่วยหายใจทำนองให้เอาออกให้ฉันที ผมจึงไปปลุกพยาบาลเวรให้มาจัดการออฟให้ ฟังปอดฟังหัวใจมันโอเคนี่หว่า ก็เลยกลับหอไปอย่างงงๆ เห็นว่าจะสว่างแล้วเลยกลับไปอาบน้ำอาบท่าดีกว่า เดี๋ยวค่อยมาราววอร์ดใหม่ เป็ไงใน
พาร์ทของผมตื่นเต้นดีมั๊ย ” หมอธนูเอ่ยถาม
“ อืม! ก็เข้าท่าดีนะ” คุณลุงที่ฟังมาเงียบๆเอามือจับคางแล้วรำพึงออกมาเบาๆ
“ แต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้อยู่ดีว่า ฟาง..เป็ใคร?
“ นั่นสิฟางเป็ใคร แล้วใครจะกล้าถาม ”
“ เธอเป็ใคร เป็ลูกศิษย์ของเกจิอาจารย์ท่านใด เป็ใครกลับชาติมาเกิด หรือมีญาณวิเศษจากอดีตชาติติดตัวมา หรือเธอเพิ่งมาฝึกปฏิบัติธรรมเอาในชาตินี้ โอ้ย.ย.ย งง ปวดหัว ”หมอชาญพูดพร้อมกับเอามือบีบขมับตัวเอง
“ คนที่สามารถถอดจิตไปตามิญญากลับมาเข้าร่างได้นี่ไม่ธรรมดาแล้วนะ ”คุณลุงเสริม
“ กระแทกยมฑูตกระเด็นไปตั้งกิโล นี่มันอะไรกัน มีฤทธิ์ขนาดนี้ บ้า ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ”พันตรีชนะชัยสบถขึ้น
“ ออยไม่ได้บ้านะคะ ออยเห็นยังไงก็เล่ายังงั้น”
“ เปล่าๆ ผมไม่ได้ว่าคุณออย ผมกำลังว่าตัวผมเองครับ ว่าอยากจะเป็บ้า” ทุกคนจึงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“ ฟาง เธอเป็ใครกันนะ ” หมอแตนซึ่งไม่เคยพูดอะไรเลยรำพึงขึ้นมาเบาๆ
งวดนั้นหวยออก 702 สามตัวบนตรงๆพี่ภัทราผู้ช่างสังเกตุ และเอามาซื้อใต้ดินรับทรัพย์ไปเต็มๆคนเดียว งานเลี้ยงมื้อกลางวันจึงเกิดขึ้น คราวนี้เธอเชิญหมอธนู คุณชัชวินทร์ที่เข็นรถให้ภรรยานั่งมาร่วมรับประทานเลี้ยงในครั้งนี้ด้วย