บทที่ 3
สิ่งที่องครักษ์เงาทั้งสามไม่เข้าใจก็คือ นายน้อยทำได้ยังไง พวกเขาฝึกการฆ่ามาทั้งชีวิตยังไม่สามารถจัดการได้รวบรัดหมดจดเช่นนี้
“พี่จัดการโยนลงน้ำให้หมดเลยนะ ทำความสะอาดเรือด้วย อย่าให้อลิสามาเห็น” ชายหนุ่มเหม่อมองแสงสะท้อนระยิบระยับเบื้องหน้า “ออกเรือเถอะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว ตรงนั้นเห็นมั๊ย ตรงแสงนั่น ไปพักผ่อนกันตรงนั้น” สั่งเสร็จทรงกลดก็เดินเข้าเรือไป
คืนนั้นทั้งคืน สามหนุ่มถึงกับหายเมานอนลืมตาโพรง พวกเขากำลังคิดถึงนายน้อย หลายเหตุการณ์ที่พวกเขาเจอ ทำให้ต้องครุ่นคิด นายน้อยเป็ใครกันแน่ ใช่คนหรือปล่าว อายุแค่นี้เอง ทำอะไรเหนืุ์จะทำได้ ยิ่งคิดยิ่งสยิวกายด้วยความหนาวเหน็บ พวกเราจะอารักขาปีศาจได้ยังไง
วันนี้พวกเขากำลังจะออกจากน่านน้ำของ ครูก้า สู่ทะเลหลวง คาดว่าอีก เจ็ดวันจะเข้าสู่น่านน้ำของ เอมเบงกอล
ทะเลหลวงแห่งนี้ขึ้นชื่อในเื่ของโจรสลัด เรือที่แล่นผ่านเส้นทางนี้มักจะโดนโจรสลัดดักปล้นอยู่เสมอ ผู้ชายถูกฆ่า ผู้หญิงถูกข่มขืน ทรัพย์สมบัติจะถูกปล้นไปจนเกลี้ยง ถือเป็ความโชคร้ายของผู้ประสบภัย
เรือประมงของทรงกลดแล่นลอยลำสู่ทะเลหลวงมาสามวันแล้ว ถ้าเร่งเดินทาง อีกสี่วันก็จะเข้าสู่น่านน้ำของเอมเบงกอล แต่พวกเขากลับไม่เร่งรีบอะไร ซ้ำบางครั้งยังจอดลอยลำตกปลาเล่นซะงั้น
ไม่ต้องให้รอนาน เหนือขอบฟ้าไกลออกไป ปรากฏเรือสำเภาใหญ่สามลำ แล่นเคียงข้างเหมือนแข่งกัน ตรงเข้ามาหาพวกเขา แน่นอนนั่นคือเรือ โจรสลัด
กัปตันเรือโจรทั้งสามส่องกล้องตาเดียวมาทางนี้ เป้าหมายของพวกเขาแน่ชัดแล้ว เรือประมงลำนี้แน่นอน
ทรงกลดกับสามองครักษ์เงายืนมองเรือโจรที่แล่นมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เหมือนพวกเขาได้วางแผนการจัดการเอาไว้แล้ว
“มีแผนอะไรมั๊ยครับ นายน้อย”
“มี....แผนคือ ไม่มีแผน”ชายหนุ่มมองเรือโจรทั้งสามด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว “ฆ่าได้ก็ฆ่า ฆ่าไม่ได้ ก็ต้องฆ่าให้ได้”
เป็อีกครั้งที่สามองครักษ์ได้เห็นความเด็ดขาดของนายน้อย
ไม่เคยมีคำว่าฆ่าไม่ได้ในสารานุกรมของทรงกลด
วันนี้ผมจะนั่งดูพวกพี่ลงมือ” ว่าแล้วเขาก็ไปลากเก้าอี้โยกมานั่งบนระเบียงหน้าห้องบังคับการเรือซะงั้น
ครั้งที่แล้วโจรย่องเบา นายน้อยก็จัดการเองเสียหมด วันนี้โอกาสดีที่จะได้แสดงฝีมือให้นายน้อยเห็น ทั้งสามมีสีหน้ากระตือรือร้น
“ใครฆ่าได้น้อย คนนั้นทำอาหารมื้อเย็น”
“ได้ครับ นายน้อย”ทั้งสามรับคำพร้อมเพรียง
สำเภาใหญ่ทั้งสามลำแล่นใกล้เข้ามาในระยะสองร้อยเมตร ปืนใหญ่ทรงโบราณขนาดสองร้อยมิลลิเมตรหน้าเรือทั้งสามลำจ้องมาทางเรือพวกเขา
เสียง ตูม ดังสนั่นจากปืนใหญ่ของเรือลำกลาง ผิวน้ำบริเวณข้างเรือประมงแตกกระจาย น้ำกระเซ็นขึ้นมาถูก หนุ่มทั้งสามที่ยืนนิ่งมองอย่างสงบ ทรงกลดบนเก้าอี้โยกหรี่ตาเล็กน้อยมองสายน้ำที่แตกกระจายข้างเรือ
นี่คือการทักทายเชิงข่มขวัญ
เสียงเฮดังสนั่นมาจากเรือโจรทั้งสามลำ พวกมันดิ่งตรงเข้ามา สองลำซ้ายขวาแล่นโอบข้างปิดเส้นทางถอยของเรือประมง
“ยอมซะโดยดี พวกเราแค่้าสมบัติกับอาหาร อย่าให้ต้องลงมือ”เสียงะโดังมาจากเรือโจรลำกลางตรงหน้า นี่คงเป็หัวหน้าโจรสลัดกลุ่มนี้
ชายวัยสี่สิบห้าปียืนเด่นเป็สง่าบนหัวเรือลำกลาง เขาสวมชุดเครื่องแบบทหารอังกฤษโบราณ เหรียญกับเครื่องหมายต่างๆติดเต็มตัวไปหมด เรียกว่ามาแบบเต็มยศ ชุดใหญ่ไฟกระพริบ
สมุนโจรสองข้างซ้ายขวาก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน เป็นายทหารยศสูงเครื่องแบบสุดเป๊ะ มือกุมปืนกลเล็ก พวกเขามองเป้าหมายเบื้องหน้าด้วยสายตาสงบนิ่ง คงผ่านเื่แบบนี้มาอย่างโชกโชน
ด้านหลังไม่ห่างนักเหล่าลูกสมุนแต่งตัวชุดทหารโบราณหลายสัญชาติกว่าสามสิบชีวิตยืนหน้าสลอนมองมาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ มองผิวเผินเหมือนคณะละครสัตว์คณะใหญ่
ส่วนเรืออีกสองลำซ้ายขวาก็มีสภาพไม่ต่างกัน เต็มไปด้วยทหารชุดโบราณหลายสัญชาติ
สิ่งที่เหมือนกันก็คืออาวุธในมือ มันคือปืนกลมือ MG40 รุ่นใหม่ล่าสุด ทุกคนจะมีปืนชนิดนี้อยู่ข้างกายนอกเหนือจากปืนพกนานาชนิดที่ติดตัว
พวกมันไปปล้นคลังแสงที่ใหนมาหรือ? หรือว่ามีเื้ั มีแบ๊คดีคอยดูแล โจรสลัดกลุ่มนี้ดูไม่ง่ายซะแล้ว
เสียงะเิข้างๆ กับเสียงเฮฮาของคนจำนวนมากทำให้อลิสาต้องโผล่หน้าออกมาดูด้วยความประหลาดใจ
ทันทีที่เหล่าโจรสลัดมองเห็นพวกมันถึงกับตกตะลึงในความงามของหญิงสาว หลายคนตาลุกวาวส่งเสียงซุบซิบดังระงม ‘มีนางฟ้าอยู่บนเรือด้วย’
“มานั่งตรงนี้”ทรงกลดสั่งเสียงเฉียบขาด
อลิสากับเดินไปนั่งบนลังไม้ใบหนึ่งด้านหลังชายหนุ่มด้วยท่าทีสงบนิ่ง ไม่สะทกสะท้าน เธอไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเขาเลย
เรือโจรทั้งสามลำเทียบใกล้เข้ามา ลำซ้ายขวาผลักบันไดไม้พาดใส่เรือประมงเตรียมก้าวขึ้นเรือของเหยื่อ
สี่หนุ่มกับหนึ่งหญิงสาวบนเรือประมงไม่ได้มีอาการใ สีหน้ายังคงราบเรียบ พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ตรงหน้า สายตายังคงจับจ้องที่หัวหน้าโจรบนเรือใหญ่ลำกลาง
เมื่อบันไดไม้เทียบเรือมั่นคงแล้ว ปรากฎชายวัยกลางคนสวมแว่นหนาเตอะในชุดกังฟูจีนก้าวข้ามบันไดมา ด้านหลังตามติดด้วยชายร่างใหญ่หน้าตาเหี้ยมเกรียมอีกสองคน นี่คงเป็ฝ่ายเจรจา
“เรา้า สมบัติ อาหาร แล้วก็ผู้หญิง”เขาประกาศความ้าทันทีที่ยืนประจันหน้าทรงกลด
“คนของผม ลุงจะเอาไปทำอะไร”ทรงกลดกล่าวเสียงเนือยๆ สามองครักษ์เงาอยู่ในลักษณะเตรียมพร้อม รอเพียงนายน้อยสั่งเท่านั้น
“ฮึ ฮึ ฮึ ไอหนู เอ็งคงไม่รู้จักจอมโจรอับดุลบาฮิม วันนี้ถือว่าพวกแกโชคร้าย ยอมซะดีๆ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
ทรงกลดไม่สนใจคำขู่ เขากวาดตามองไปรอบๆ “น่าจะร้อยห้าสิบคน พวกพี่ไหวมั๊ย”น้ำเสียงช่างปกติยิ่งนัก ไม่ได้เกรงกลัวกับสภาพตรงหน้าเลย
อรุณเบิกมองนายน้อยด้วยความชื่นชม “ลองดูครับ นายน้อย”
“พี่ช่วยบอกมาก่อนว่าจะจัดการยังไง”
“อันดับแรกก็จับลุงแว่นนี้เป็ตัวประกัน ส่วนไอั์สมองหมึกนี้มอบให้บงโอ”อรุณเบิกอธิบายแผนการ
ทั้งสามยิ้มสบตากัน การต่อสู้ระยะประชิดตัวไม่มีใครสู้พวกเขาได้อยู่แล้ว
ลุงชุดจีนได้ยินก็เกิดอาการโกรธ หูแดง ตาขวาง เขาโบกมือให้สัญญานสมุนซ้ายขวา
เห็นเพียงบงโอขยับกายไหววูบะโตัวลอยเท้าซ้ายเสยเข้าปลายคางไอั์ซ้ายอย่างจัง ยังไม่หมดแค่นั้น ในเวลาเดียวกันสองมือกดบ่าไอั์อีกคนออกแรงบิด ร่างั์ทั้งร่างลอยขึ้นหมุนตามแรงบิดกลายเป็ลูกข่างใหญ่เสียการทรงตัวร่วงฟาดกับพื้นเรืออย่างจัง
พลั๊ก! โครม! สองเสียงดังสนั่นเกิดขึ้นเกือบจะพร้อมกัน ชายร่างั์ทั้งสองโดนสยบในท่าเดียว สายตาเหล่าโจรถึงกับตะลึงงัน
ลุงชุดจีนขยับแขนหมายล้วงบางสิ่งออกมา แต่ก็ต้องชะงัก มือถูกจับไขว้หลัง รู้สึกเหมือนมีวัตถุเย็นเยียบกดตรงลำคอ เหลียวหน้าไปเห็นอรุณเบิกยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ลุงแว่นพยายามดิ้นฮึดฮัดชายหนุ่มก็ตามล๊อคกดให้นิ่ง
“อย่าขยับดีกว่า เดี๋ยวมีดจะพลาดบาดเอา”อรุณเบิกกระซิบข้างหูเค้นเสียงออกมาจากลำคอ
แกร๊ก! เสียงกระชับปืนดังประสานขึ้นรอบลำเรือ ปืนนับร้อยกระบอกหันมาทางสามองครักษ์เตรียมพร้อมที่จะยิงถล่ม รอเพียงคำสั่งของหัวหน้า ทุกอย่างอยู่ในความเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมและคลื่นปะทะข้างเรือเท่านั้น ที่บ่งบอกว่า โลกยังไม่ได้หยุดหมุน
แป๊ะ! แป๊ะ! แป๊ะ! อับดุลบาฮิมปรบมือช้าๆ เขาเป็คนที่ชอบการต่อสู้เป็ชีวิตจิตใจ การจะปล่อยให้ลูกน้องระดมยิงมันง่ายเกินไป นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็น
หัวหน้าสลัดโบกมือห้าม หันไปสั่งการกับลูกน้องข้างๆ“อูซา ติน กาและ พวกนายลงไป”
หลังสิ้นเสียง ชายร่างใหญ่สันทัดสามคนะโตัวลอยคว้าเชือกผูกเสากระโดงเรือประมงอย่างเชี่ยวชาญ พวกเขาพากันรูดตัวลงพื้นแล้วก้าวมายืนประจันหน้ากับสามองครักษ์หนุ่ม
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังขึ้นสามนัดหลายคนสะดุ้งด้วยความใ มองเห็นลุงชุดกังฟูกับสองสมุนร่างั์เข่าอ่อนทรุดกองกับพื้นแน่นิ่ง
ะุยังทะลุร่างลุงแว่นเฉี่ยวเอวอรุณเบิกเป็แผลยาวเืชายหนุ่มไหลหยดติ๋งๆ
ส่วนโบอาก็ไม่ต่างกันะุที่ทะลุร่างั์เจาะเข้าหัวไหล่ซ้าย เขาถึงกับทรุดลงนั่งกองกับพื้น
“ไร้ประโยชน์จริงๆ”อับดุลบาฮิมบ่นอุบพร้อมกับเก็บแม๊กนั่ม357ชนิดลูกโม่รุ่นคลาสสิคเข้าซองข้างเอว
ไม่รู้ว่าเขาตำหนิลูกน้องที่ตายไปหรือตำหนิตัวเองที่ยิงพลาดไม่สามารถเก็บหนุ่มเรือประมงได้
เหล่าโจรมองเห็นเป็เื่ปกติ นี่เป็กฎ ใครที่พลาดมีแต่ ตาย เท่านั้น เป็รางวัล
สองหนุ่มที่โดนะุทะลุผ่านมาลอบกลืนน้ำลายด้วยความตระหนก ระยะแค่นี้ หากเปลี่ยนเป้าเป็พวกเขา ก็คงไม่รอด
อลิสาเองก็ตาโตอ้าปากค้าง เธอกำลังช็อค
ทรงกลดยังคงนอนหลับตาบนเก้าอี้ที่โยกขยับช้าๆเป็จังหวะ เมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้น เขาก็พยักหน้าเรียกอรุณเบิกให้เข้ามาใกล้ๆ
“ไหวหรือปล่าว พี่รุน”ชายหนุ่มเหลียวมองาแที่เอวของอรุณเบิก
“ยังได้ครับ นายน้อย”
ทรงกลดหันฝ่ามือเข้าหาตัวกระดกสี่นิ้วให้ยื่นหน้ามาใกล้ เขากระซิบสั่งได้ยินเพียงสองคน
“หาทางจมเรือสองลำข้าง ส่วนลำใหญ่ข้างหน้าผมจะเอาไว้ใช้ พวกเราจะสละเรือลำนี้”