จูเสี่ยวลี่ยืนให้แม่สามีและน้องชายสามีพิจารณาตนเองด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม แม้ในใจของเธอเวลานี้ยังให้กำลังใจตัวเองอยู่อย่างบ้าคลั่ง ‘อดทนไว้นะจูเสี่ยวลี่ ก็ใครใช้ให้ก่อนหน้านี้เธอทำตัวี้เีแล้วยังทำให้บ้านร้อนเป็ไฟกันล่ะ ต่อให้แม่สามีกับน้องชายสามีจะดุจะด่าเธอก็ต้องทน หรือต่อให้แม่สามีจะตบตีเธอก็ต้องยอม’
แม่ซ่งมองลูกชายกับลูกสะใภ้สลับกัน เห็นท่าทางของทั้งคู่แล้วเธอก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงๆ ลูกชายคงเปลี่ยนใจแล้วสินะ
ซ่งเจ๋อก็คิดแบบเดียวกัน แม้ว่าเขาอยากจะให้พี่ชายหย่าขาดจากพี่สะใภ้ แต่ดูจากท่าทางของพี่ชายแล้วพี่ชายคงเปลี่ยนใจไม่หย่าแล้ว ในเมื่อพี่ชายตัดสินใจแล้วเขาจะไปพูดอะไรได้ อีกอย่างพี่ชายไม่ใช่คนที่จะตัดสินใจอะไรง่ายๆ บางทีพี่สะใภ้อาจมีเหตุผลดีๆ ที่ทำให้พี่ชายยอมให้อภัยเธอและจะเริ่มต้นใหม่กับเธออีกครั้งก็ได้ แม้จะเป็คนในครอบครัวเดียวกันแต่เขากับแม่ก็ยังถือว่าเป็คนนอก พี่ชายตัดสินใจอย่างไรก็ต้องแล้วแต่เขา
“พี่ใหญ่ พี่ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม” ซ่งเจ๋อถาม
“ตอนที่ฉันนอนป่วยจนแทบจะไร้ลมหายใจ เธอยังยอมแต่งเข้ามาเพื่อดูแลฉัน แม้ว่าหลังจากนั้นเธอจะเปลี่ยนไป...เอ่อ...นิดหน่อย แต่เธอก็ยังดูแลฉันแล้วเธอยังทำกับข้าวและทำงานบ้านให้พวกเราอย่างดีตลอด อีกอย่างเื่วันนี้ก็เป็เื่เข้าใจผิด เมื่อเราสองคนปรับความเข้าใจกันแล้ว ฉันก็ไม่คิดที่จะหย่า แล้วแกก็เรียกพี่สะใภ้ของแกดีๆ ด้วย” ซ่งหย่วนบอกน้องชาย
“เข้าใจแล้ว” ในเมื่อพี่ชายตัดสินใจแล้ว ซ่งเจ๋อจึงหันไปพูดกับจูเสี่ยวลี่ “ก่อนหน้านี้ที่พูดไม่ดีกับพี่ไป ผมต้องขอโทษด้วยนะครับพี่สะใภ้ แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไรเหรอ” จูเสี่ยวลี่รีบถาม
“ต่อไปพี่ต้องดูแลพี่ชายผมให้ดี พี่...พี่ไม่นอกใจพี่ชายผมได้ไหมครับ ข่าวลือเื่ของพี่กับยุวชนเสิ่นคนนั้นทำให้พี่ใหญ่ของผมถูกคนอื่นหัวเราะเยาะลับหลังอยู่ตลอด” ซ่งเจ๋อพูดออกไปตรงๆ
“ฉันไม่เคยนอกใจอาหย่วนเลยนะ ฉันไม่เคยนอกใจเขาเลยจริงๆ ฉันพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฉันได้” จูเสี่ยวลี่รีบบอก เธอเพิ่งติดต่อกับเสิ่นต้าไห่ได้ไม่นานและยังไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน ต่อให้เมื่อก่อนในใจของเธอจะเอนเอียงไปบ้าง แต่เมื่อนึกถึงอนาคตอันโหดร้ายที่ต้องเจอ เธอต้องยืนยันความบริสุทธิ์ให้ทุกคนเชื่อให้ได้
จูเสี่ยวลี่ตอบน้องชายสามีด้วยท่าทางมั่นใจ แต่เมื่อเธอมองไปที่สามีก็เห็นว่าเขาทำหน้าเหมือนไม่พอใจ เธอนึกว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของเธอ “ฉันพูดจริงๆ นะ เื่นี้ฉันพิสูจน์ได้”
“พอแล้วน่า ฉันรู้แล้ว” ซ่งหย่วนมองภรรยาอย่างไม่พอใจ ‘เธอช่างขยันพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองเสียจริง กับฉันยังพอเข้าใจได้ แต่กับน้องชายของฉันเธอจะพิสูจน์ยังไงไม่ทราบ หรือว่าคืนนี้ฉันควรจะมีคืนแรกกับเธอเพื่อให้เธอเลิกพูดคำนี้สักที’
“ถ้างั้นพวกพี่คุยกับแม่ต่อก็แล้วกัน ผมจะออกไปทำงานก่อน อย่างน้อยวันนี้ได้ค่าแรงหกแต้มก็ยังดี” ซ่งเจ๋อพูดจบก็เดินออกไป
“ไปเถอะ...ไปทำงานให้ดี ฝากบอกฝ่ายผลิตด้วยว่าวันนี้แม่ลางานครึ่งวัน” แม่ซ่งบอกลูกชายคนเล็กก่อนจะหันมาพูดกับลูกชายคนโตและลูกสะใภ้ “ในเมื่อพวกเธอสองคนไม่หย่ากันแล้วฉันก็จะไม่พูดอะไรมาก ยังไงเื่นี้ก็เป็เื่ส่วนตัวของพวกเธอ แต่ฉันขอถามเธอหน่อยได้ไหมว่าวันนี้เธอะโลงไปในแม่น้ำทำไม เธอไม่รู้เหรอว่าะโลงไปในน้ำเย็นแบบนั้น ถ้ามีคนช่วยเธอไว้ไม่ทัน มีหวังเธอได้ตายเป็ผีเฝ้าอยู่ริมตลิ่งไปแล้ว”
จูเสี่ยวลี่ดีใจที่เธอยังไม่ได้ทำเหมือนในความฝันที่ไปตีโพยตีพายใส่ร้ายครอบครัวซ่งจนทำให้สามียอมหย่า เธอยิ้มให้แม่สามีอย่างประจบเอาใจก่อนจะพูดด้วยท่าทางเขินอาย “ที่ฉันตกลงไปในแม่น้ำวันนี้มันเป็แค่อุบัติเหตุจริงๆ ค่ะแม่ พอดีฉันได้ยินจากจื่อหลินว่าแม่ของฉันทำไก่ตุ๋นไว้ที่บ้าน ฉันไม่ได้กินเนื้อมาหลายวันแล้วก็เลยรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อไปกินไก่ตุ๋น ฉันไม่ทันระวังก็เลยตกลงไปในแม่น้ำน่ะค่ะ”
“เธอทำเหมือนว่าฉันปล่อยให้เธออดอยากแม้แต่เนื้อก็ไม่มีให้กินอย่างนั้นล่ะ” แม่ซ่งมองลูกสะใภ้อย่างไม่พอใจ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อสองวันก่อนฝ่ายผลิตมีคำสั่งให้เด็กหนุ่มในหมู่บ้านเร่งเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเพื่อที่จะได้ปลูกข้าวสาลีให้ทันก่อนเข้าฤดูหนาว แม่ซ่งกลัวว่าลูกชายทั้งสองคนจะไม่มีแรงทำงาน เธอจึงไปซื้อเนื้อหมูที่ตลาดมาตุ๋นให้ลูกชายกิน แต่เธอมีเงินน้อยจึงซื้อเนื้อหมูมาได้แค่ครึ่งจินก็เลยไม่ได้แบ่งหมูตุ๋นให้ลูกสะใภ้
คิดไว้ว่าเสร็จงานแล้วค่อยทำอาหารดีๆ ชดเชยให้ลูกสะใภ้ในภายหลัง แต่ไม่คิดว่าลูกสะใภ้จะน้อยใจจนต้องกลับไปกินอาหารที่บ้านเดิมจนเกิดเื่แบบนี้ เธอมองลูกสะใภ้อย่างรู้สึกผิด “ถือว่าก่อนหน้านี้ฉันลำเอียงรักลูกชายมากไปก็เลยไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของเธอ ต่อไปถ้าลูกชายฉันได้กินอะไร เธอก็จะได้กินอย่างนั้นเหมือนกัน”
จูเสี่ยวลี่ยิ้มให้แม่สามี “จะโทษแม่ได้ยังไงล่ะคะ เป็ฉันที่ตะกละเองต่างหาก ว่าแต่...แม่ให้อภัยฉันแล้วใช่ไหมคะ”
“ฉันมีสิทธิ์ไปโกรธเธอหรือไง” แม่ซ่งจ้องลูกสะใภ้ “ฉันหวังแค่ว่าต่อไปเธอจะดูแลอาหย่วนให้ดี ไม่ว่าเธอกับเขาจะแต่งงานกันด้วยเหตุผลอะไร แต่ในเมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ดี ส่วนเื่ที่อาเจ๋อพูด ถ้าเธอไม่มีอะไรกับเสิ่นต้าไห่จริงๆ เธอก็ไปมาหาสู่กับเขาให้มันน้อยๆ หน่อย อย่าปล่อยให้ชาวบ้านเอาเื่ของเธอไปนินทา อาหย่วนเป็ผู้ชาย ถึงแม้ข่าวลือจะทำให้เขาถูกคนหัวเราะเยาะว่าถูกเมียสวมเขา แต่มันก็ไม่เหมือนเธอที่เป็ผู้หญิง หากข่าวลือว่าเธอมีชู้ดังไปถึงข้างนอก เธอไม่กลัวว่าจะมีคนมาจับเธอไปปรับทัศนคติแล้วแห่ประจานรอบเมืองหรือไง พ่อแม่ของเธอแล้วก็น้องสาวของเธอจะเอาหน้าไปไว้ไหน เธอควรคิดถึงพวกเขาให้มาก”
จูเสี่ยวลี่ได้ยินคำสั่งสอนของแม่สามีก็น้ำตาคลอ หากเป็เมื่อก่อนเธอคงโวยวายกลับและยังหาว่าแม่สามีกล่าวหาเพื่อทำลายชื่อเสียงของเธอแน่ แต่ตอนนี้คำพูดของแม่สามีแม้จะพูดตรงไปบ้างแต่มันก็เต็มไปด้วยความห่วงใย แม่สามีตักเตือนเธอด้วยความหวังดี “ขอบคุณนะคะแม่ ต่อไปฉันจะอยู่ให้ห่างจากยุวชนเสิ่น ฉันจะไม่ไปทำงานให้เขาอีกแล้วค่ะ”
“ว่าแต่เธอไปทำงานให้เขาทำไม งานในบ้านเรามีจนล้นมือแต่ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะทำ” แม่ซ่งถามอย่างสงสัย ั้แ่ลูกสะใภ้แต่งเข้ามา หล่อนจะขยันใน่แรก แต่หลังจากนั้นหล่อนก็ไม่ทำอะไรเลย แล้วอยู่ๆ มาบอกว่าจะไปทำงานให้บ้านคนอื่น เหตุผลนี้มันฟังขึ้นที่ไหนกัน
“พ่อของฉันไม่สบายน่ะค่ะ ฉันไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนให้พ่อไปหาหมอ ยุวชนเสิ่นจึงเสนอให้ฉันไปช่วยเขาทำงานบ้านเพื่อแลกกับค่าจ้าง ฉันก็เลยไปทำงานให้เขาโดยไม่ได้คิดเื่นี้ให้รอบคอบ ทำให้คนเข้าใจผิดหาว่าฉันกับเสิ่นต้าไห่แอบไปทำไม่ดีลับหลังอาหย่วน ฉันขอโทษด้วยนะคะ” จูเสี่ยวลี่เลือกที่จะตอบคำถามแบบเดียวกับที่เธอบอกกับสามี
แม่ซ่งมองลูกสะใภ้อย่างจับผิด แต่เธอก็ไม่เห็นท่าทางมีพิรุธใดๆ เธอก็เลยถอนหายใจ “ั้แ่พี่จูตกจากูเาในปีนั้น นอกจากขาของเขาจะผิดรูปแล้ว ร่างกายของเขาก็ไม่แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน พี่หญิงจูก็สามวันดีสี่วันไข้ แล้วพวกเขาสองคนยังต้องไปพบหมอตามนัดทุกเดือน ไหนจะค่าเรียนมัธยมต้นของจื่อหลินอีก ค่าใช้จ่ายของพวกเขามีมากจริงๆ นั่นล่ะ ตอนที่พวกเขาให้เธอแต่งมาเป็สะใภ้บ้านเราเพื่อแลกกับเงินสองร้อยหยวน เธอก็เอาแต่โวยวายหาว่าพวกเขาขายลูกกิน ทีนี้รู้หรือยังล่ะว่าทำไมพวกเขาถึง้าเงินสองร้อยหยวนมากขนาดนั้น เฮ้อ...ในเมื่อเธอหาเงินเพื่อที่จะส่งกลับบ้านก็หมายความว่าเธอเข้าใจอะไรๆ ดีแล้ว ถ้างั้นต่อไปก็ทำดีกับพวกเขาให้มาก แต่ทำดียังไงก็อย่าให้กระทบกับชื่อเสียงก็พอ”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะแม่” จูเสี่ยวลี่เดินเข้าไปจับมือแม่สามี “ขอบคุณนะคะแม่ที่ให้โอกาสฉัน ฉันรับรองว่าฉันจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังแน่นอนค่ะ”
“ยุวชนเสิ่น นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรอยู่เหรอคะ” ไฉปาเม่ยเดินยิ้มเข้ามาถาม เธอแอบชอบเสิ่นต้าไห่มานานแล้ว แต่ติดที่เสิ่นต้าไห่ดูเหมือนจะชอบจูเสี่ยวลี่ เธอจึงไม่มีโอกาสเข้าใกล้เขา แต่วันนี้เกิดเื่ขึ้นกับจูเสี่ยวลี่ คิดว่าจูเสี่ยวลี่ไม่น่าจะมาหาเสิ่นต้าไห่ได้แล้ว เธอจึงตัดสินใจมาหาเขาเพื่อหวังจะบอกความในใจ เธอเชื่อว่าหากเธอยอมเสนอตัว เสิ่นต้าไห่ต้องไม่ปฏิเสธเธอแน่ เพราะหลายครั้งเธอเห็นว่าลับหลังจูเสี่ยวลี่ เสิ่นต้าไห่ก็ไล่แจกขนมจีบให้สาวๆ ในหมู่บ้านอยู่หลายคน
“อ้าว...ปาเม่ยนี่เอง นึกว่าใครเสียอีกเห็นเดินสวยๆ มาแต่ไกล” เสิ่นต้าไห่ส่งยิ้มกรุ้มกริ่ม
ไฉปาเม่ยเขินจนหน้าแดง “สวยอะไรกันคะ หน้าตาอย่างฉันจะไปสู้จูเสี่ยวลี่ได้ยังไง”
“เกี่ยวอะไรกับเสี่ยวลี่ล่ะ ผมกับหล่อนไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น คุณอย่าบอกนะว่าคุณเชื่อข่าวลือที่ชาวบ้านพูดเหลวไหล” เสิ่นต้าไห่มองไฉปาเม่ยอย่างจริงใจ “เป็จูเสี่ยวลี่ที่มารบเร้าขอทำงานบ้านให้ผม เห็นบอกว่า้าเงินเพราะพ่อไม่สบาย ผมสงสารก็เลยให้เธอมาทำงานบ้านแล้วจ่ายค่าจ้างให้เธอเท่านั้น”
ข้ออ้างนี้เสิ่นต้าไห่กับจูเสี่ยวลี่ตกลงกันว่าจะเอาไว้ตอบคำถามคนอื่น เขาจึงพูดมันได้อย่างลื่นไหลเมื่อมีคนสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขา อย่างไรเขาก็เป็ยุวชนคนเมืองที่มีชื่อเสียงที่ดี เขาจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่ากำลังล่อลวงภรรยาคนอื่นอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาอาจถูกจับไปปรับทัศนคติหรือไม่ก็ถูกแห่ประจาน ความดีที่สร้างมาก็จะพังทั้งหมด
“อ๋อ...ที่แท้เสี่ยวลี่ก็มาช่วยคุณทำงานบ้านนี่เอง” ไฉปาเม่ยพยักหน้าเข้าใจ แม้เธอจะรู้ว่านี่เป็เพียงข้ออ้างก็ตาม “แต่ว่าวันนี้เสี่ยวลี่คงมาทำงานบ้านให้คุณไม่ได้แล้วนะคะ”
“ทำไมล่ะ? หรือว่าเป็เพราะข่าวลือเธอก็เลยจะไม่มาทำงานเพื่อรับค่าจ้างจากผมแล้ว” เสิ่นต้าไห่แสร้งถามอย่างสงสัย เขารู้ว่าวันนี้จะเป็วันที่จูเสี่ยวลี่วางแผนจะะโน้ำเพื่อขอหย่ากับซ่งหย่วนแล้วขนเสื้อผ้าย้ายมาอยู่กับเขา และที่เขานั่งรออยู่บ้านอย่างใจเย็นก็เพื่อรอต้อนรับผู้หญิงโง่คนนั้น เมื่อผู้หญิงโง่คนนั้นมาใช้ชีวิตร่วมกับเขา ถึงตอนนั้นเขาก็จะเลิกทำงานในไร่แล้วให้หล่อนหาเลี้ยง ชีวิตเขาต่อจากนี้จะได้สบายเสียที งานใช้แรงแบบนั้นเขาเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
“ไม่ใช่ค่ะ วันนี้เธอไปทำอีท่าไหนก็ไม่รู้จนพลัดตกลงไปในแม่น้ำ ดีที่สามีของเธอกับชาวบ้านเห็นเข้าเสียก่อนก็เลยลงไปช่วยเธอได้ทัน ตกลงไปในน้ำเย็นขนาดนั้นคิดว่าเธอคงมาทำงานให้คุณไม่ไหวแล้ว” ไฉปาเม่ยมองเสิ่นตาไห่อย่างเขินอาย “ถ้างั้นฉันทำงานบ้านให้คุณดีไหมคะ ฉันไม่คิดค่าจ้างกับคุณก็ได้”
เสิ่นต้าไห่ได้ยินว่าจูเสี่ยวลี่เริ่มทำตามแผนแล้ว อีกทั้งเมื่อคิดตามคำพูดของไฉปาเม่ย เขาก็คิดว่าวันนี้จูเสี่ยวลี่คงมาหาเขาไม่ได้แน่ ถ้างั้นวันนี้เขาก็ว่าง แล้วยังมีสาวงามมาหาถึงบ้าน เสิ่นต้าไห่ยิ้มกริ่ม
“ถ้างั้นคงต้องรบกวนคุณแล้ว เข้าไปในบ้านกันเถอะครับ”
ไฉปาเม่ยไม่คิดว่าเสิ่นต้าไห่จะตอบรับเร็วขนาดนี้ เธอยิ้มอย่างดีใจและไม่เก็บอาการ “ได้ค่ะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะทำความสะอาดบ้านให้คุณอย่างดี จะทำให้คุณเลิกคิดถึงจูเสี่ยวลี่ให้ได้เลยค่ะ”
“ผมบอกแล้วว่าผมกับหล่อนไม่ได้เป็อย่างข่าวลือ” เสิ่นต้าไห่มองไฉปาเม่ยด้วยสายตาหวานหยด “คนที่ผมสนใจไม่ใช่คนมีสามีแล้ว คุณมองตาผมแล้วคุณพอจะได้คำตอบหรือยังว่าผมสนใจใคร”
ซ่งเจ๋อกับจูจื่อหลินที่ยืนอยู่หน้าบ้านพักของเสิ่นต้าไห่ถึงกับหันไปมองหน้ากัน หรือว่าพวกเขาสองคนจะเข้าใจพี่เสี่ยวลี่ผิดไปจริงๆ