รุ่งเช้าแสงทองจากอาทิตย์สาดส่องรำไร สาวสวยตื่นขึ้นด้วยความสดชื่นข้างกายไม่พบชายหนุ่มคู่ใจ เห็นแต่ใบตองห่อหัวเผือกมันที่มีควันกรุ่น เธอจึงเหลียวมองหาขุนฟองด้วยความห่วงใยเพียงครู่เดียวเขามาพร้อมผลไม้ป่า
เมื่อเห็นสาวคนรักจึงยิ้มให้อย่างอบอุ่น“เ้าตื่นนานแล้วฤา ข้าไปหาของกินฮื้อหิวก่ กินโตยกันเน้อ” ชายหนุ่มบรรจงป้อนอาหารให้หญิงสาวด้วยความรักความเอาใจใส่ สาวสวยยิ้มด้วยความสุข แม้เป็อาหารประทังชีวิตแต่ป้อนโดยคนที่เธอมีใจให้ ใจเธอจึงเต้นแรงมีความสุขจากความรักมากกว่าสุขจากรสชาติ อาหารมื้อนี้ช่างเป็มื้อพิเศษสำหรับเธอ
ความสุขท่วมท้นจนเสียงเธอก้องขึ้นในใจ“เราเคยแอบฝันไว้นะ เช้าแรกของวันแต่งงานจะมีชายหนุ่มเสิร์ฟเบรกฟ่าสต์ให้ถึงเตียง ครั้งนี้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละ แหมถ้าได้ตื่นมาบนเตียงนุ่มๆ อาหารเช้าดีๆ ที่เราชอบใช้ช้อนป้อนคงฟินกว่านี้เนอะอิอิ”
ระหว่างป้อนอาหารชายหนุ่มหอมแก้วทั้งสองข้างตลอด จนเมื่อเธอกินเสร็จชายหนุ่มจูบที่หน้าผากเธออย่างทนุถนอม“แม่สะอิ้งกินอิ่มก่ ลำก่ กลางป่าเขาข้าหาได้เท่านี้”
สาวสวยปลื้มปริ่ม ััได้ถึงความรักจนยิ้มออกมา “ไม่เป็ไรค่ะ แค่นี้ก็ดีมากพอแล้วอิ้งอิ่มแล้วค่ะ ขุนฟองทานแล้วรึยังคะ”
“บ่เป็หยัง ข้าเ้าบ่หิวนักถ้ากินแล้วเฮาจักต้องไปต่อ”
ทั้งสองจึงออกเดินทางเลียบลำธารน้ำข้างเชิงเขาไปเรื่อยๆซักพักใหญ่ จึงได้พบหมู่บ้านอยู่ห่างออกไป ต่างหันมายิ้มให้กันด้วยความยินดีเป็สัญญาณว่ามีทางรอดแล้ว
ขณะกำลังจะเข้าเขตหมู่บ้านตับตับตับ!! เสียงปืนกลชุดใหญ่สวนออกมาทั้งสองต่างก้มหลบฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!! ะุแหวกอากาศข้ามหัวทั้งสองไป
หมวดอิงอิ้งครุ่นคิดคิดแวบขึ้นมา “เราควรถอยไม๊คะ”
“บ่ได้ ถ้าเฮาถอยมันจักตามเฮาแฮ๋มยะจะอี้ เฮาจักต้องฝ่าไปหน้าผ่านหมู่บ้านนี้ไป”
หมวดสาวมีสีหน้าแสดงความกังวล“เราไม่มีอาวุธพอ ะุของอิ้งเหลือเพียงสี่นัดเองค่ะ”
“บ่เป็หยัง ข้าจักใช้อานุภาพของจักรแก้วช่วย” พูดจบหลับตาทำใจให้นิ่งน้อมนิมิตของจักรแก้วเข้าไว้ที่กลางกายจนภาพจักรแก้วชัดใสสว่าง แล้วหยิบจักรแก้วออกมาแกนของจักรแก้วหมุนลอยอยู่กลางนิ้วชี้พลางดึงมือหมวดอิงอิ้งให้วิ่งไปข้างหน้า
หมวดสาวพยายามเล็งปืนขณะวิ่งไปยังบ้านที่ะุปืนกลพุ่งออกมา จังหวะที่โจรร้ายขยับตัวโผล่พ้นหน้าต่างเพื่อเล็งยิง ปังปัง!!! แม่นราวจับวางคมะุนัดหนึ่งกรีดเข้าที่หัวไหล่ตัดทะลุออกไป ส่วนอีกนัดโดนข้อมือของโจรเ้าของปืนกล
ขณะทั้งสองวิ่งฝ่าคมห่าะุพลันเกิดแสงสว่างจ้าเย็นตามีวัตถุทรงกลมแก้วใสคลุมร่างทั้งสองหมุนตามไปด้วย ขุนฟองสะบัดนิ้วชี้ใช้จักรแก้วหมุนทำลายห่าะุที่พุ่งเข้าใสจนกระเด็นเบี่ยงทิศไป
ระหว่างที่ทั้งสองกำหลังวิ่งผ่านบ้านที่เป็แหล่งซุ่มของมือปืนทันใดนั้นบอลลูนแก้วั์หยุดเปล่งอานุภาพกระทันหัน นักรบหนุ่มใจหายวาบจึงกวัดแกว่งดาบในมือเพื่อปัดะุออกไป เสียงะุกระทบกับดาบดัง แก๊งแก๊งแก๊ง!!อย่างไม่ขาดสายหมวดสาวพยายามยิงสวนไปที่เป้าหมายเพื่อกดดันให้เกิดการหยุดยิง
จังหวะที่กำลังกวัดแกว่งดาบะุนัดหนึ่งแก๊ง!!! เสียงะุกระทบคมดาบวิถีะุกลับเบี่ยงเข้าหาขุนฟอง คมะุเฉียดเข้าที่ไหล่ซ้ายความเ็ปทำให้ขุนฟองสะดุ้งเล็กน้อยเสียงเขาร้องออกมาเบาๆ “โอ้ย!!” วินาทีที่คมะุเฉือนโดนไหล่นักรบหนุ่มขบกรามแน่นจากความเ็ปหมวดสาวมองชายในดวงใจด้วยความห่วงใย
เมื่อวิ่งเลยบ้านหลังนั้นเสียงปืนสงบลงชั่วคราว เมื่อเคลื่อนที่มาถึงถนนกลางหมู่บ้านเสียงปืนกลระดมยิงอีกครั้งหนึ่งตุบตุบตุบ!!! ทั้งสองจึงหาบ้านหลังหนึ่งเป็ที่กำบัง
ทันใดมีเสียงคนร้ายคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง“555555สุดท้ายพวกแกสองคนก็ไม่รอด ตายเสียเถอะ”
ขณะกำลังจะลั่นไกหมวดสาวยกปืนล้มตัวลงเพื่อให้พ้นวิถีะุของคนร้ายคนนั้นพร้อมยิงสวนไปสองนัดปังปัง!!!!คมะุเจาะทะลุหน้าอกคนร้าย หมวดสาวทำท่าโล่งใจ ถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง คนร้ายอีกคนเล็งะุมายังหนุ่มสาวขุนฟองใช้ดาบในมือพุ่งเข้าใส่ตวัดโดนข้อมือคนร้ายล้มลง คนร้ายอีกคนประทับยิงขุนฟอง ตับตับตับ!!!! ชายหนุ่มนักรบตีลังกาม้วนตัวหลบะุทั้งหมดได้
เห็นชัดว่ามีคนร้ายอีกคนกำลังจะยิงใส่หมวดสาวเธอจึงเล็งปืนขึ้นมาพร้อมกดไก แชะ แชะ ะุในแม็กกาซีนหมด เธอใจหายวาบกำลังจะเบี่ยงตัวหลบ
ทันใดนั้นมีห่าะุปืนกลดังขึ้นตับตับตับ!!!! คนร้ายล้มลงกับพื้นทันที
“ดาบช่วย” เสียงร้องดีใจสุดขีดระคนกับความแปลกใจ “ดาบมาได้ยังไงคะ อิ้งกำลังจะเดทสะมอเร่เลยอิอิ”
ภายใต้วิกฤตเธอยังอดที่จะหยอดมุกใส่ เพื่อเป็การลดความกังวลของดาบตำรวจผู้เป็ดั่งญาติสนิท
“ก็ GPSของหมวดไง ทุกคนเป็ห่วงหมวดกับท่านขุนฟองนั่นอะ ไม่รู้ดูแลหมวดดีแค่ไหน” พูดประโยคนี้ด้วยอารมณ์เคืองขุนฟองประหนึ่งพ่อหวงลูกสาว
“เราพยายามแกะรอยหมวดทั้งคืนสัญญาณไม่มีเพิ่งเห็นสัญญาณเคลื่อนที่เมื่อสายวันนี้เองหมวดเป็ไงบ้างครับขอโทษที่กระพ้มมาช้าไปนีดส์นึงขอรับ”
“อิ้งปลอดภัยดีค่ะ...ยัยจีมเป็ไงมั่ง”
“คุณจีมปลอดภัยดีไม่าเ็อะไรครับแต่เธอห่วงหมวดมากๆ เลยครับ” หมวดอิงอิ้งอดยิ้มด้วยความซาบซึ้งถึงความห่วงใยของเพื่อนไม่ได้
“หมวดครับ มีกำลังตำรวจ 30 นายมาเคลียร์พื้นที่เพื่อจับปราบคนร้ายที่ระดมยิงนี่ครับ มีผู้กองศุภชัยเป็หัวหน้าชุดปฏิบัติการครับ เชิญหมวดมาที่รถเพื่อเตรียมกลับคงล้ามากหลงป่าเดินเท้ามาไกลมาก ผมรับภาระกิจมารับและคุ้มครองหมวดให้กลับฐานในฐานะที่หมวดเป็หัวหน้าชุดปราบแก๊งผู้การมาริษขอรับ” ดาบบุญช่วยร่ายรายงานยาวเพื่อจูงใจหมวดสาวให้หยุดปฏิบัติการ เพราะคาดได้ว่าเธอพร้อมลุยต่อสู้กับร้ายต่อ
“แหมดาบก็ตีกันอิ้งนะคะแล้วทราบจำนวนคนร้ายไม๊คะว่าในพื้นที่นี้มีกี่คน แล้วผู้การมาริษอยู่ไหนคะ”
“หึๆ...ดาบเดาไม่ผิดหมวดก็จะลุยจังในฐานะอาช่วยไม่อนุญาตนะครับกลับไปพักก่อนนะคร้าบ หยุดรักแล้วพักก่อน” ประโยคสุดท้ายชำเลืองตาเขียวมาที่ขุนฟอง
“เรากำลังแกะรอยผู้การมาริษเรากำลังหาหลักฐานลากผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมดออกมาไอ้ฉัตร..อุบส์..อิอิ..สารวัตรฉัตรชัยถูกคุมตัวตอนนี้นอนโรงหมอไปเรียบร้อย ห้ามประกันตัวรอขึ้นศาลอย่างเดียว ส่วนสารวัตรสุดกล้าไม่รอดเสียชีวิตในที่เกิดเหตุตามที่หมวดเห็น ญาติมารับศพเตรียมจัดงานที่วัดละครับ”
ขณะที่ดาบบุญช่วยเรียกสารวัตรฉัตรชัยว่า ‘ไอ้ฉัตร’ เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้แต่เมื่อดาบคนสนิทรายงานถึงสารวัตรสุดกล้าแววตาหมวดสาวสลดมีน้ำตาคลอขึ้นมาทันที
เมื่อตั้งสติได้อิงอิ้งปาดน้ำตาทิ้งหันมองขุนฟองด้วยความเป็ห่วง
“ท่านขุนฟองแผลที่หัวไหล่เป็อย่างไรบ้างคะ”คำถามของสาวสวยทำให้เขาหวนนึกถึงคำเทศน์สอนของครูบาจันทร์ ณ วันที่ตนยังคงเป็พระภิกษุ
“จิตเป็ธาตุสำเร็จบัดใดที่เ้าเกิดรัก โลภ โกรธ หลง จักยะฮื้อใจขุ่นมัว หากเ้าต้องต่อสู้ฮื้อรักษาใจฮื้อดี ประคองใจไว้กลางกาย แม้จักโกรธอารมณ์โกรธนั้นก็บ่เข้าลึกถึงจิตเ้า แม้จักขุ่นมัวก็บ่ดำมืดจักเป็เพียงจุดดำในใจ ลดทอนอานุภาพพลังบุญได้แต๊”
โขคดีที่ะุเพียงถากทำให้แผลไม่ลึก พยาบาลใส่ยาฆ่าเชื้อทำแผลให้ก็เรียบร้อย หมวดอิงอิ้งมีอาการอ่อนเพลียจากการตรากตรำ พยาบาลจึงประคองเธอนอนลงเพื่อให้น้ำเกลือในรถพยาบาลเดินทางเข้าเมืองทันที โดยมีขุนฟองนั่งดูแลอยู่ข้างๆระหว่างนั้นอิงอิ้งถามขุนฟองขึ้นมาว่า
“ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นคะอยู่ๆ ม่านกำแพงแก้วกันะุก็วูบหายไป”
จากที่เขานึกถึงคำคำเทศน์สอนของครูบาจันทร์ เขาจึงตระหนักได้ว่า“ข้าผ่านการต่อสู้ครานี้มาหลายเตื้อจิตของข้าเ้าโกรธกับเมื่อคืน...” หยุดพูดเพราะเกิดความละอายขึ้นชั่ววูบ ขณะที่สาวสวยหน้าแดงกล่ำเป็อันรู้กัน “แลเป็เพราะข้ามีใจฮักแม่นางยิ่งนัก”
แม้อิงอิ้งจะเขินอายแต่ในใจคิดว่า “แหมภายใต้วิกฤตยังพูดหวานอีกนะ..แล้วพยายามไม่พูดออกมาตรงๆว่าจุ๊บเราห่วงเราจะอาย...แหม..น่ารักซะ”
เสียงหนักแน่นของขุนฟองพูดแทรกเสียงในใจของเธอว่า“อานุภาพของดวงแก้วหยุดเตื้อนึง คงเป็ไปตามหลักธรรม รัก โลภ โกรธหลง ทำให้ใจขุ่นมัว”
การปราบเหล่าร้ายกลางป่าผ่านไปโดยดีตำรวจสามารถจับคนร้ายทั้งหมดได้สิบคนบางส่วนาเ็บางส่วนยอมวางอาวุธจำนนแต่โดยดี ตำรวจจึงคุมขังเพื่อเตรียมส่งศาลฟ้องในคดีก่ออาชญากรรมร้ายแรง
ส่วนหมวดสาวกับขุนฟองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการอิดโรยจากการหลงป่า จำเป็ต้องตรวจหาโรคติดต่อ เช่น มาลาเรียฯลฯ ขุนฟองเริ่มปรับตัวได้กับโลกยุคปัจจุบันคุ้นเคยกับตึกสูง เครื่องมือทางการแพทย์สมัยใหม่ไม่แสดงความตื่นใออกมา