เช้าวันต่อมา
มนสิชาไปที่เพนต์เฮาส์ชั้นสี่สิบเก้าตามนัดหมาย เ้าของห้องกำลังนั่งรอตรงโซฟาด้วยสีหน้าสบายอารมณ์ก่อนจะผายมือให้ไปนั่งที่โต๊ะยาวเพื่อรับประทานอาหารเช้าร่วมกัน
“อาหารถูกปากไหมครับ” เขาเอ่ยถามคนตรงหน้าหวังว่าหญิงสาวจะชอบเมนูที่เตรียมเอาไว้ให้
เธอพยักหน้าพลางดื่มน้ำฝรั่งแล้วตักไข่ดาวกับขนมปังปิ้งมาทานต่อ เวลานี้รู้สึกเหมือนทานอาหารเช้าของโรงแรมตอนไปเที่ยวพักผ่อนมากกว่าทำงานเสียอีกพลันนึกได้ว่าต้องขอดูยาทั้งหมดที่เตชินทร์ได้มา
“ฉันขอยาทั้งหมดที่หมอสั่งมาให้ได้ไหมคะ จะได้รู้ว่าตอนเช้าต้องจัดยาตัวไหนให้บ้าง” มนสิชามองตามชายหนุ่มตาไม่วางเพิ่งสังเกตได้ว่ารูปร่างของเขาสูงโปร่ง เหมือนจะผอมเล็กน้อยและใต้ตามีรอยคล้ำจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
เตชินทร์หยิบกล่องยาขนาดความกว้างหกนิ้วมาให้พยาบาลประจำตัว “ทานอาหารให้เสร็จก่อนก็ได้ครับ วันนี้่เช้าผมไม่มีงานอะไร เราจะได้ค่อย ๆ คุยกันเื่การรักษาไปด้วยเลย”
“ได้ค่ะ” เธอพยักหน้าแล้วบีบมายองเนสกับซอสมะเขือเทศบนไส้กรอกชิกเก้นแฟรงค์แล้วตบท้ายด้วยคาราเมลพุดดิ้ง สีหน้าอิ่มเอิบมีความสุขพร้อมทำงานเต็มที่
หลังจากนั้นจึงได้มีเวลาพูดคุยกับเ้านายเพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพของเขาตามคำแนะนำของแพทย์
“เมื่อคืนนี้นอนหลับสบายไหมคะ” เธอถามเขาด้วยความเป็ห่วงหลังจากเห็นซองยามากมาย “วัยทำงานอย่างเราควรนอนให้ได้วันละเจ็ดถึงเก้าชั่วโมง ร่างกายถึงจะได้พักผ่อน”
“ผมจะพยายามครับ” เขาบอกอีกฝ่ายไปตามตรง วันหนึ่งนอนเพียงสี่ห้าชั่วโมง หรือบางครั้งนั่งทำงานจนลืมเวลานอนไปเสียอย่างนั้น
“อืม... ดูจากเอกสารกองพะเนินบนโต๊ะทำงานแล้ว ฉันรู้ว่ารองประธานคงจะหาเวลาว่างได้ยาก แต่ว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าจัดตารางให้ร่างกายตัวเองได้พักผ่อนบ้าง ออกกำลังกายหรือเดินเล่นชายหาดตอนเย็น ๆ สักหน่อยดีไหมคะ ทำกิจกรรมเล็กน้อยช่วยลดความเครียด” เธอแนะนำเขาด้วยสีหน้าจริงจังหวังว่าเ้านายจะยอมทำตาม
มนสิชารู้ดีว่าหากฝืนเป็อย่างนี้ต่อไปคงจะได้ป่วยอีกหลายโรคจนรักษาได้ยาก
“เดินเล่นชายหาดเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นคุณว่างไหม ผมจะรีบเคลียร์งานให้เสร็จ”
“คงไม่ได้หมายถึงว่าให้ฉันไปเดินเล่นเป็เพื่อนคุณใช่ไหมคะ” หญิงสาวมองคนตรงหน้าตาไม่กระพริบ คาดเดาว่าเขาจะพูดอะไร
“จะให้ผมเดินคนเดียวเหรอครับ” เตชินทร์เลิกคิ้ว ทำตาใสซื่อจนมนสิชาคิดว่าเขาต้องเป็คนสองบุคลิกแน่ ๆ เพราะภาพลักษณ์ที่เห็นกับสิ่งที่เพื่อนร่วมงานเล่าแตกต่างราวฟ้ากับเหว
“ไปเดินด้วยก็ได้ค่ะ ยังไงก็เป็งานดูแลรองประธานอยู่แล้ว”
“ไม่ต้องห่วงเื่โอทีนะครับ คุณทำเื่เบิกมาได้เลย ผมจะเซ็นอนุมัติให้ หลังจากเดินเสร็จแล้วเดี๋ยวผมเลี้ยงอาหารเย็นคุณด้วยเลย” เตชินทร์รีบบอกกลัวว่าจะโดนปฏิเสธเพราะตารางงานที่เพิ่มขึ้นจากเดิม
“เอ่อ...” เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งเพราะรู้สึกเหมือนคนตรงหน้ากำลังดูแลเธอมากกว่าเสียอีก “ฉันเกรงใจคุณจริง ๆ นะคะ ตอนนี้รู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานของตัวเองยังไงก็ไม่รู้”
“ผมบอกคุณแล้วว่าไม่ต้องเกรงใจ ผมต่างหากต้องขอบคุณที่คุณคอยมาดูแลผม อย่างน้อยเมื่อวานนี้ผมก็ได้ทานอาหารและกินยาตรงเวลา” เตชินทร์สีหน้าจริงจัง เขามองดวงตาสีอำพันของมนสิชาไม่วางตาแล้วพูดต่ออีกว่า “ตอนเย็นคุณรอผมที่ล็อบบี้นะครับ ผมขอเบอร์มือถือคุณได้ไหม เผื่อว่าผมหาคุณไม่เจอ”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอถึงกับคิดในใจ ล็อบบี้มีอยู่ที่เดียวใจกลางโรงแรม ทำไมถึงจะหาไม่เจอ แต่สุดท้ายต้องให้เบอร์โทรส่วนตัวไปเพราะเหตุผลเื่งาน
หลังจากตกลงกันเรียบร้อย มนสิชาจึงรู้ว่าเธอมีหน้าที่ดูแลเื่อาหารในแต่ละมื้อ จัดยาใส่ซองเล็ก ๆ ให้เตชินทร์พกไว้กับตัว หรือถ้าวันไหนมีนัดพบหมอจะต้องไปโรงพยาบาลกับเขาด้วย ทานอาหารเช้าและเที่ยงกับเขาเพราะเ้าตัวทานอาหารคนเดียวจะรู้สึกไม่อยากอาหาร คอยส่งข้อความถามไถ่เตือนเขากินยาให้ตรงเวลา และถ้ามีเื่ฉุกเฉินนอกเวลางาน เธอจะต้องมาหาเขาทันทีโดยไม่ต้องห่วงเื่ค่าล่วงเวลา
นอกเหนือจากนั้นคือพักผ่อนอยู่ในห้องพยาบาลคอยดูแลลูกค้าและพนักงานโรงแรมช่วยเพื่อนร่วมงานไปก่อนเพราะยังไม่ได้พยาบาลคนใหม่เข้ามาร่วมทีม
ณภัทร เลขาฯ ของเขาเห็นว่ามนสิชาตั้งใจทำงานของตัวเองเป็อย่างดีจึงรู้สึกสงสารไม่น้อยที่เธอไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเ้านาย เมื่อได้อยู่กันสองคน ณภัทรจึงถามเตชินทร์ว่า “เหตุผลที่นายรับคุณมนสิชาเข้ามาทำงานคงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดใช่ไหม”
“ฉันแค่ไม่อยากโดนพี่หมอกับคุณแม่บ่นว่าไม่ยอมดูแลตัวเองเลยรับพยาบาลพิเศษตามที่บอก” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว แค่นึกถึงหน้าเธอคนนั้นก็เผลอยิ้มออกมา
“กลายเป็คนมีเล่ห์เหลี่ยมไปั้แ่ตอนไหน ปกติไม่เห็นสนใจใครสักหน่อย” เขาส่ายหน้ารู้สึกเหนื่อยใจล่วงหน้าเพราะรู้ดีว่าเตชินทร์จงใจเลือกมนสิชาเข้ามาทำงานนี้เพราะอะไร
ต้นเหตุของโรคกระเพาะครั้งแรกเป็เพราะเขาทุ่มเทกับงานเหมือนคนบ้า หาเื่ทำตัวให้ยุ่งจะได้ไม่คิดมากเื่แผลใจที่รักแรกเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่เขา
ไม่ว่าใครจะบอกอย่างไรก็ไม่สนจนคนที่บ้านต้องบังคับให้หยุดพักผ่อนไม่อย่างนั้นจะตัดขาดเขาจากครอบครัวจึงยอมทำตามโดยปริยาย
จากนั้นจึงรักษาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็การเข้ารับการรักษาแบบขอไปทีก็ตาม
การบริหารงานในโรงแรมลูเซียโน่่เปิดสาขาใหม่ทำให้ทุกคนต้องทำงานให้เต็มที่ ยิ่งเป็ผู้บริหารแล้วต้องเครียดกว่าพนักงานคนอื่น ๆ เป็เท่าตัวจึงโหมทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนละเลยสุขภาพของตัวเองจนโรคกระเพาะถามหาอีกครั้ง
แม้ว่ารองประธานจะเป็โรคกระเพาะจากความเครียดและไม่ดูแลตัวเองก็จริง แต่อาการนั้นได้รับการรักษาจนหายดีั้แ่เมื่อเดือนก่อน
เวลานี้ร่างกายของเขาสุขสบายดียิ่งกว่าอะไรยกเว้นนอนไม่พอจนขอบตาดำเพราะ่ครึ่งเดือนที่ผ่านมาเดินทางไปประชุมบ่อยแต่กลับแสร้งทำเป็คนน่าสงสารด้วยแววตาไร้พิษสงเพียงเพราะอยากรับเธอคนนั้นเข้ามาทำงานทั้งที่คุณสมบัติยังไม่ถึงเกณฑ์กำหนด ทำตัวผิดแปลกไปจากปกติที่เดิมทีรับเฉพาะคนตรงคุณสมบัติเท่านั้นเพื่อให้ได้มาตรฐานที่ประธานใหญ่ตั้งเอาไว้
“ไม่ใช่สักหน่อย” เตชินทร์ปฏิเสธทันควัน
“เราเป็เพื่อนกันมาตั้งกี่ปี แค่มองหน้านายฉันก็รู้แล้วว่านายคิดอะไรอยู่” ณภัทร์แตะไหล่คนตรงหน้า ท่าทางจริงจังแล้วพูดเตือนเป็นัยว่า “ถ้านายทำอย่างนั้นกับคุณมนสิชา ระวังจะเสียใจทีหลังนะ”
“ไม่มีทางหรอก” เขายิ้มให้เพื่อนสนิท มั่นใจว่าจะไม่มีวันนั้นก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานตัวเองทั้ง ๆ ที่ปกติไม่เคยคิดออกไปไหนในเวลาทำงานนอกจากห้องน้ำ
เตชินทร์ตรงลิ่วไปยังห้องพยาบาลพร้อมกล่องเค้ก Red Velvet อ้างกับหญิงสาวว่า “ผมมาคิดดูแล้วเื่ที่คุณบอกให้หาเวลาพักผ่อนวันหยุดอย่างน้อยอาทิตย์ละวัน ตอนที่คุณเล่าเื่เที่ยวรอบเกาะที่วางแผนไว้ ผมว่าน่าสนใจดีนะครับ”
“ฉันว่าจะไปที่เกาะนั้นวันจันทร์ ถ้าไปเห็นกับตาแล้วว่ามันสวยแค่ไหน เดี๋ยวจะถ่ายรูปมาให้รองประธานดู เผื่อคุณจะรู้สึกอยากออกไปที่ไหนบ้าง” เพียงแค่คิดว่าจะได้เที่ยวอย่างที่ตั้งใจไว้ ดวงตาสีอำพันของมนสิชาลุกวาวตื่นเต้นไปล่วงหน้า
“คุณจะไปกับใครเหรอครับ” จู่ ๆ เ้านายคนนั้นนึกอยากรู้ขึ้นมาทันใด
“ไปคนเดียวค่ะ พอดีเพื่อน ๆ ยังไม่ว่าง”
“ถ้าอย่างนั้นผมไปด้วยได้ไหมครับ” เตชินทร์เสนอตัวเองขึ้นมาทันทีโดยลืมไปเลยว่าเขาไม่เคยคิดอยากไปเที่ยวที่ไหนมาก่อน แต่ครั้งนี้รู้สึกอยากอยู่กับคนตรงหน้าให้นานกว่าเดิม