เสียงกริ่งเรียกเข้าแถวดังพอให้ได้ยินไปทั่วทั้งโรงเรียนนักเรียนต่างวางสัมภาระลงแล้วรีบเร่งวิ่งไปที่สนามพลางกระเซ้าเย้าแหย่กันไปมาอย่างสนุกสนานนั่นคงเป็เพราะวันนี้เป็การเปิดเทอมวันแรก หลังจากที่หยุดมาหลายวัน ทำให้บรรยากาศดูสนุกสนานเป็พิเศษ
โรงเรียนมัธยมแห่งนี้เป็โรงเรียนเอกชนขนาดกลาง ตั้งอยู่แถวชานเมือง ของจังหวัดเล็กๆแต่ก็มีนักเรียนจำนวนไม่น้อย นั่นคงเป็เพราะค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าที่อื่นที่สำคัญก็คือ กฎระเบียบของที่นี่ ไม่ได้เข้มงวดเหมือนกับโรงเรียนเอกชนอื่นๆ
เพียงแค่ห้านาทีนักเรียนจำนวนห้าร้อยกว่าคน ก็มายืนเรียงแถวอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยที่หน้าเสาธงเสียงพูดคุยหยอกล้อกันยังมีให้พอได้ยินอยู่บ้างแต่ฉับพลันทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบสงบ เมื่อภาสกร ผู้อำนวยการของโรงเรียนได้ก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าของทุกคน
เขาเป็ชายหนุ่มรูปร่างสันทัดแต่งตัวเนี้ยบไร้ที่ติ รองเท้าขัดมันแวววาวจนสามารถส่องแทนกระจกได้ผมดกดำที่ถูกหวีจัดทรงอย่างเรียบร้อยไม่มีเส้นผมแม้แต่เส้นเดียวที่กล้าแตกแถวชี้โด่ออกมาเฉกเช่นเดียวกับนักเรียนทุกคน ที่ไม่มีแม้แต่คนเดียว ที่กล้ากระดุกกระดิกยามอยู่ต่อหน้าของท่านผู้อำนวยการคนนี้ ด้วยอายุเพียงสามสิบห้าปีแต่เขาก็ก้าวเข้ามาอยู่เหนือใครหลายคนในโรงเรียนแห่งนี้ได้
เวทีขนาดย่อมสูงเพียงแค่หนึ่งเมตรพร้อมหลังคาพอกันแดดกันฝนได้ถูกสร้างขึ้นอีกฝั่งหนึ่งของสนามเพื่อใช้เป็ที่จัดกิจกรรมหน้าเสาธงในตอนเช้าเมื่อทุกคนจัดแถวเรียบร้อยแล้ว นักเรียนจะต้องกลับหลังหันไปหาเสาธงหลังจากเสร็จสิ้นการร้องเพลงชาติ ทุกคนจะกลับหลังหันมาอีกครั้งและจากนั้นก็มีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ พอเป็พิธี โดยมีสภานักเรียนเป็คนดำเนินการทั้งหมด ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกินห้านาทีทุกอย่างก็เสร็จสิ้น และเวลาที่ทุกคนในโรงเรียนเบื่อที่สุดเมื่อตัวแทนนำไมโครโฟนส่องมอบให้กับผู้อำนวยการ ก่อนที่ท่านจะก้าวออกมาหน้าเวทีพร้อมกับกล่าวให้โอวาทนักเรียนด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าจนแทบจะไม่ได้ยินสลับไปมากระเสียงกระแอมขับไล่เสมหะในลำคอ
“สวัสดี นักเรียนที่รักทุกคน” คำทักทายเดิมๆที่ท่านผู้อำนวยการใช้จนทุกคนจำได้ จากนั้นทุกอย่างก็เต็มไปด้วยคำสั่งสอน คำตักเตือน การแนะนำทุกสิ่งทุกอย่างแล้วแต่ที่ท่านจะสรรหามาพูด มีั้แ่ปรัชญากรีกโบราณ ไปจนถึงคำคมของยูทู้ปเบอร์คนดังที่แม้แต่ท่านเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเป็คำพูดของใคร
เสียงรถมอเตอร์ไซด์เก่าๆดังแทรกขึ้นมา พร้อมๆ กับที่สายตาของทุกคนหันไปมองปกติจะไม่มีใครเข้ามาในโรงเรียนในเวลาเช่นนี้ เพราะครูทุกคนรู้ดีกว่าการมาโรงเรียนหลังจากธงชาติถูกเชิญขึ้นเสาแล้ว หมายถึงเงินเดือนจะหายไปจากบัญชีเป็จำนวนไม่น้อยยิ่งนักเรียนไม่ต้องคิดว่าจะมาสายเพราะมันหมายถึงการต้องยืนฟังท่านผู้อำนวยการบ่นเป็เวลานับชั่วโมง รถคันนี้เป็ใครกัน ทุกคนไม่คุ้นเคยกับมันเลยแถมมาเอาตอนที่ผู้อำนวยการกำลังพูดแบบนี้
เสียงกระแอมดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเรียกให้ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับบุคคลตรงหน้า ผู้อำนวยการยังคงพูดต่อไปไม่หยุดโดยไม่มีใครสนใจอีกแล้ว ทุกกำลังจับจ้องไปยังผู้มาใหม่ที่กุลีกุจอรีบนำรถเข้าไปจอดยังโรงรถก่อนรีบวิ่งเข้ามาสมทบกับคณะครูที่ตั้งแถวอยู่ใต้ร่มไม้
“คนนี้แหละครูสังคมคนใหม่ที่จะมาสอนแทนครูสมชายที่ลาออกไป”
“คนนี้ใช่มั้ยที่จะมาสอนแทนครูสมชาย ว้าววววหล่อจัง”
“ต่อไปฉันจะไม่หลับในวิชาสังคมอีกแล้ว”
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในหมู่นักเรียนเมื่อเห็นผู้มาใหม่แบบชัดๆ
ชายหนุ่มผิวขาว หุ่นนักกีฬาอายุประมาณสามสิบหน้า แต่หน้าตาดูละอ่อนกว่าวัย แถมดูท่าทางจะเป็คนขี้อาย นั่นคงเป็ท่าทางเด๋อๆ ด๋าๆที่เดินเข้ามาทักทายเพื่อนครู แถมทรงผมดูไม่เป็ระเบียบออกแนวเซอๆหรืออาจจะเป็เพราะมอเตอร์ไซด์ ที่ทำให้ผมกลายเป็ทรงเช่นนี้เขาแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตกางเกงสแล็คสีดำ กับรองเท้าผ้าใบสีหม่นๆเหมือนไม่ได้ซักมาหลายวัน แถมด้วยสะพายเป้ไว้ด้านข้าง มันอาจจะดูเชยๆแต่สำหรับผู้ชายคนนี้ ดูไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ผู้อำนวยการหันมามองเขาแว๊บนึงเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็เปลี่ยนใจ ไม่ได้กล่าวอะไรกับเขา พร้อมกับหันไปให้โอวาทกับนักเรียนต่อไป
แสงแดดเริ่มแรงขึ้น พร้อมๆกับการปราศรัยของผู้อำนวยการก็เริ่มแรงขึ้นเช่นกัน บัดนี้สายตาของทุกคนเฝ้าจับต้องไปที่ประตูทางเข้าโรงเรียน เหมือนรออะไรบางอย่างไม่เพียงแต่นักเรียนเท่านั้น แต่คณะครูทุกคนก็ดูกระสับกระส่ายเช่นเดียวกัน
เพียงไม่นานก็มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับเสียงฮือฮาเบาๆ ของนักเรียนในแถวจนผู้อำนวยการต้องหันไปมองตาม
เด็กผู้หญิงท่าทางมั่นใจเกินเหตุก้าวเดินอย่างช้าๆ เหมือนไม่ได้เร่งรีบอะไรปากเคี้ยวหมากฝรั่งพร้อมกับสะพายเป้โรงเรียนที่เห็นได้ชัดว่า ข้างในว่างเปล่าไม่มีหนังสือสักเล่ม ที่สำคัญ เธอไม่ได้เดินตรงมาที่หน้าเสาธงด้วยซ้ำเธอมุ่งตรงไปที่ห้องเรียนโดยไม่แคร์สายตาของทุกคนเลย
ทันทีที่นักเรียนคนนั้นก้าวเข้ามาในเขตโรงเรียนเหมือนเป็สัญญาณบอกกับผู้อำนวยการว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องเข้าห้องเรียน ท่านกล่าวสรุปสั้นๆก่อนจะส่งไมโครโฟนให้กับครูเวร ส่งสัญญาณให้นักเรียนทุกคนแยกย้ายเข้าห้องเรียน
ความโกลาหลเกิดขึ้นอีกครั้งทันทีที่ผู้อำนวยการก้าวลงจากเวที นักเรียนทุกคนรู้สึกเหมือนปลดปล่อยจากพันธการต่างก็หันหน้ามาหยอกล้อกันเป็ที่ครื้นเครง บ้างก็ะโกอดคอกันบ้างวิ่งไล่เตะกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงบลง เมื่อทุกคนทยอยเข้าสู่ห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว
.................................................................
ท่านผู้อำนวยการค่อยๆยกกาแฟขึ้นซดอย่างใจเย็น แม้ในใจของเขาจะร้อนจนแทบะเิออกมา แต่เขาเป็คนที่เก็บอาการได้เป็อย่างดีไม่เคยแสดงความโกรธออกมาให้ใครเห็นมีเพียงมือสองข้างที่ประสานกันอยู่เท่านั้นที่สั่นเล็กน้อยๆ บ่งบอกว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน
เขาจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่จ้องเขม็งแต่อีกฝ่ายกลับยิ้มตอบกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณมาสายั้แ่เริ่มงานวันแรกเลยนะคุณ..” ผู้จัดการเอ่ยเสียงเรียบๆพลางก้มลงมองใบสมัครที่วางอยู่ตรงหน้า “คุณนาวิน”
“ครับ พอดีผมไม่คุ้นเส้นทางผมไม่ทราบว่าอีกทางนึงมันพาอ้อมไปไกล กว่าจะวกกลับมาได้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร” ครูคนใหม่พยายามอธิบายเหตุผล
“คุณก็น่าจะออกให้เร็วกว่านี้ หรือไม่ก็คุณน่าจะรู้ว่าคุณต้องมาทำงานแต่เช้าคุณก็ต้องเตรียมตัวสำรวจเส้นทางไว้ั้แ่เนิ่นๆไม่ใช่มาลองผิดลองถูกเอาในวันนี้”
“ครับๆพรุ่งนี้ผมจะไม่มาสายอีกแล้วครับ”
“คุณไม่ต้องสัญญากับผมหรอกพรุ่งนี้ทำให้ได้ก็แล้วกัน วันนี้ถือว่า เป็ครั้งแรก ผมจะไม่เอาผิดกับคุณก่อนแต่หากยังมาสายอีก ผมหวังว่าคุณคงอ่านข้อตกลงของโรงเรียนเรามาดีแล้วนะ”
ไม่มีคำตอบจากครูนาวินเขาได้แต่พยักหน้ารับ พร้อมกับก้มลงมองนาฬิกาเป็ระยะๆ
“คุณก็รู้ว่าโรงเรียนของเราเน้นวิชาการเป็สำคัญแต่การที่ครูจะใส่วิชาการให้เด็กได้ ครูต้องมีความพร้อม และครูจะมีความพร้อมได้ก็ต้องเป็คนที่รู้จักตรงต่อเวลาคุณรู้ใช่มั้ยว่าโรงเรียนของเราเข้าแถวเจ็ดโมงสี่สิบหน้า ฉะนั้นทุกคนต้องมาพร้อมกันที่โรงเรียนั้แ่เจ็ดโมงครึ่ง”
“ทราบครับ” นาวินตอบพลางก้มมองนาฬิกาอีกครั้ง
“ผมเนี่ยให้อิสระในการทำงานกับครูทุกคนเลยนะไม่เคยไปก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว ขอแค่ทุกคนทำงานให้เต็มที่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ อ้อ แล้วอีกอย่าง รองเท้าของคุณ ผมว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับที่นี่สักเท่าไหร่เลยนะไอ้เสื้อลายสก๊อตนี่ก็ดูมันออกจะนักเลงไปหน่อยผมว่าคุณแต่งตัวให้ดีกว่านี้สักหน่อยก็ดีนะ เด็กๆ จะได้ไม่เอาไปเป็เยี่ยงอย่าง”
“ครับ” นาวินก้มมองนาฬิกาอีกครั้ง
“อย่าลืมนะครับคุณนาวินเื่การตรงต่อเวลาเป็สิ่งสำคัญ การเข้าสอนก็เหมือนกัน อย่าให้นักเรียนต้องรออย่ารอให้เสียงออดดังจึงจะลุกไปสอน คุณต้องไปรอที่หน้าห้องก่อนนักเรียนจะได้เห็นถึงความตั้งใจของเรา”
“ครับ” นาวินยิ้มแห้ง “ท่าน ผอ.ครับ คือว่า”
“มีอะไรไม่สบายใจอย่างนั้นหรือหรือว่าผมพูดมากไป ผมเนี่ยนะ อยากให้ครูทุกคนเป็แบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียนถึงได้คะยั้นคะยอพวกเราให้อยู่กติกา อย่าหาว่าผมอย่างโน้นอย่างนี้เลยแต่คุณเองมาใหม่ เดี๋ยวก็จะเข้าใจเอง”
“ครับ คือ..”
“มีอะไรว่ามา”
“คือผมมีสอนคาบแรกครับนี่ก็เลยเวลามาตั้งสิบห้านาที ป่านนี้นักเรียนคงจะรอกันแล้วครับ”
“ก็ไปสิ มานั่งเสนอหน้าอยู่ทำไมเล่า” ผู้อำนวยการโบกมือไล่นาวินไปไกล
“งั้นผมขอตัวนะครับ”
นาวินลุกจากเก้าอี้พร้อมกับเดินเกาหัวแกรกๆออกไป ปล่อยให้ผุ้จัดการนั่งจ้องมองแผ่นหลังของเขาเดินผ่านประตูห้องไป พลางกำมือแน่น “ไอ้หมอนี่มันต้องเจอดีสักวัน” ผู้อำนวยการสบถออกมาเบาๆ
....................................................
นาวินกลับมาที่โต้ะทำงานหลังจากสอนคาบแรกเสร็จเขาพบว่า ในห้องทำงาน มีโต๊ะหลายๆ โต้ะวางติดๆ กัน ในตอนนี้มีครูอยู่สองคนที่ยังคงนั่งอยู่ส่วนคนอื่นๆ คงจะไปสอนกันหมดเมื่อเห็นน้องใหม่เดินเข้ามาที่โต๊ะทั้งสองรีบเดินเข้ามาทักทายในทันที
“เป็ไงบ้างละครับคาบแรกสอนห้องไหนมาละครับ” เสียงครูผู้ชายเอ่ยทักทายขึ้นมาก่อน
“ม.6/2 ครับ” นาวินตอบกลับไป
“โอ้โห คาบแรกก็เจอห้องเด็ดเลยอะดิ ห้องนี่นะมีแต่พวกหัวโจกทั้งนั้น อ้อ ลืมแนะนำตัวผมสันติครับ เป็ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อนาวิน เรียกผมว่าวินก็ได้”
“ส่วนคนนี้ ครูจันจิรา สอนวิชาภาษาไทย และยังโสดอีกด้วย ฮ่าๆๆ” ครูสันติแนะนำครูผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆให้นาวินรู้จัก ทั้งสองพยักหน้าให้กันด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ครูสันติจะพูดต่อ
“ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าท่านผู้อำนวยการเรียกตัวอาจารย์ไปพบเหรอ”
“ใช่ครับพอดีเมื่อเช้าขับรถมาผิดทาง เลยต้องอ้อม ใช้เวลานานหน่อย มาสายไปห้านาทีดีที่ท่านผู้อำนวยการยังปรานี” นาวินตอบกลับไปเพราะไม่เห็นว่ามันจะเป็เื่ร้ายแรงอะไร
“ระวังให้ดีเลยนะผุ้อำนวยการคนนี้แกค่อนข้างเฮี้ยบ ดูนิ่งๆ สงบๆ แบบนั้นแหละเวลาแกเอาจริงขึ้นมาใครห้ามแกก็ไม่เคยฟัง” ครูสันติบอกให้นาวินฟัง
“ครับ มันก็คงจะสายแค่วันนี้แหละ”
“ดีแล้วมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย” ครูสันติตบบ่านาวินเบาๆ
“ครับครู เออ จริงสิ เมื่อกี้ผมเข้าสอนห้อง ม.6/2ไปเจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าจะชื่อพาฝัน เธอเอาแต่หลับทั้งคาบเลยผมพยายามปลุกหลายหนก็ไม่ยอมลุก นักเรียนคนอื่นๆ ก็ดูเหมือนไม่อยากจะให้ผมไปยุ่งกับเด็กคนนั้นสักเท่าไหร่ เมื่อเช้าผมก็เห็นเธอมาสายแต่ก็ไม่ยอมกลับไปเข้าแถว แถมยังเดินขึ้นห้องโดยที่ไม่มีใครทำอะไรเธอเลย เธอเป็ใครเหรอครับ ถึงมีอภิสิทธิ์ขนาดนั้น”
ทั้งครูสันติและครูจันจิรามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนที่ครูสันติจะสั่งสัญญาณให้ครูจันจิราเป็คนตอบ
“ทางที่ดี ครูวินอย่างไปยุ่งกับเด็กคนนี้เลยค่ะ”
“ทำไมเหรอครับ” นาวินชักสงสัย
“เอาเป็ว่า เชื่อที่พวกเราบอกก็แล้วครูอย่าไปยุ่งกับเด็กคนนั้นเลย” พูดจบครูสันติกับครูจันจิราก็เดินจากไปปล่อยให้นาวินนั่งงงอยู่เดียว