Sol xx Mifa 9
“อารมณ์ดีเชียว” เข็มเอ่ยแซวทั้งยังยื่นนิ้วมาจิ้มที่แก้มเบา ๆ
“อะไรเล่า” สรหัวเราะร่าเมื่อเห็นว่าฉันตอบตอบกลับเขิน ๆ วันนี้เรานั่งเรียนกันตั้งแต่เช้าแล้วและตอนนี้ก็รอเวลาสอบเก็บคะแนน ฉันเรียนจวบจนจะจบปีหนึ่งแล้วด้วยซ้ำแต่ก็ยังไม่ชินเท่าไหร่ อ้อ ฉันกลับมาอยู่ห้องตัวเองแล้วนะแม้จะเจอเรื่องน่าตกใจอยู่บ้างแต่ฉันอยากมาอยู่ห้องตัวเองมากกว่า ฉันไม่สบายใจจริง ๆ ที่ต้องไปอยู่ห้องซอลแบบนั้น
“แล้วค่ายที่คุยกันไว้ยังจะไปอยู่ไหม?”
“ไปสิ คุยกันไว้แล้วนี่นา”
“เหมือนสอบเสร็จก็จะไปกันเลย ตื่นเต้นเหมือนกันนะค่ายอาสาครั้งแรก” สรพูดพร้อมกับรอยยิ้มตื่นเต้น ฉันเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน จะได้ไปออกค่ายอาสากับรุ่นพี่ที่คณะ ไม่รู้ว่ามีคณะไหนไปด้วยบ้างแต่พวกเราสี่คนลงชื่อเข้าร่วมโครงการแล้วเรียบร้อย ยังไม่ได้บอกที่บ้านเลยไม่รู้จะตกใจกันหรือเปล่าที่ฉันจะไปค่าย แต่แค่คิดก็ดูน่าสนุกแล้วนะ
“วันนี้สอบเสร็จไปไหนกันต่อ?” เพลิงกระซิบถามเสียงเบาเมื่อเป็นจังหวะที่อาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาในห้องเพื่อสอนต่อ
“หิวข้าว ไปกินข้าวกันก่อนไหม” ฉันชวนเพื่อน
“ได้ เดี๋ยวสอบเสร็จค่อยคุยกันอีกที”
“ได้ ๆ”
เกือบสองชั่วโมงที่อยู่ในห้องสอบ ฉันแทบจะอาเจียนออกมา มันวิงเวียนปวดหัวไปหมด กระทั่งสอบเสร็จถึงได้ออกมารอเพื่อนที่หน้าห้องเพื่อรอไปกินข้าวด้วยกัน ระหว่างที่รอโทรศัพท์ก็มีข้อความที่ถูกส่งเข้ามา เป็นข้อความจากซอลที่ตอนนี้น่ะกำลังวุ่นวายกับการเตรียมออกไปรับน้องที่ต่างจังหวัด ของคณะเขารับรุ่นที่ต่างจังหวัดส่วนพวกฉันมีออกค่าย
Sol :: สอบเสร็จหรือยัง
Sol :: ทำได้หรือเปล่า
Sol :: กำลังออกไปกินข้าวกับเพื่อนนะ
Sol :: ส่งรูปภาพ
Sol :: สอบเสร็จแล้วโทรหาหน่อยนะครับ
Sol :: คิดถึง
“บ้าบอ” เอ่ยพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว มีอันต้องเขินตลอดเมื่อได้อ่านข้อความจากซอลที่ส่งเข้ามา ชอบนักนะที่ทำให้ฉันรู้สึกเขินแบบนี้น่ะ ระหว่างรอเพื่อนฉันก็โทรหาซอลตามที่อีกฝ่ายได้ส่งข้อความมาบอก รอสายสักพักปลายสายก็มีสัญญาณตอบรับพร้อมกับเสียงที่เริ่มต้นทักทายอย่างตื่นเต้น
(สอบเสร็จแล้วเหรอ? เป็นยังไงบ้าง)
“สอบเสร็จแล้ว ไม่มั่นใจเท่าไหร่” ฉันตอบตามที่รู้สึก
(ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องเครียดเดี๋ยวครั้งหน้าเรามาตั้งใจใหม่) ซอลเอ่ยปลอบเสียงหวาน
“อื้อ เข้าใจแล้ว”
(กินข้าวหรือยัง? ให้ไปรับไหม)
“ไม่ต้องมาหรอก เราจะออกไปกินข้าวกับเพื่อนแล้วค่อยกลับห้อง”
(ห้องเรา?)
“เปล่า ห้องเรา ห้องเราเองอ่ะ” ฉันรีบเอ่ยบอกเขา แต่เหมือนซอลจะไม่พอใจเท่าไหร่ที่ได้ยินว่าฉันจะกลับคอนโดตัวเอง
(ดื้อ) นึกว่าเขาจะดุอะไรเสียอีก ตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้เพราะนอกจากจะไม่ด่าแล้วเขายังเอ่ยประโยคที่แสดงออกว่าเป็นห่วงนั่นมาอีก
(ก็รู้ว่าเป็นยังไง ทำไมถึงอยากกลับไปที่นั่นล่ะ)
“ก็นั่นห้องเรา ไม่มีอะไรหรอก”
(ครับ ๆ เดี๋ยวทำงานเสร็จจะรีบกลับไปหานะ ถึงร้านอาหารแล้วก็บอกนะครับ)
“รับทราบค่ะ”
(จะไปตอนไหน เพื่อนออกมาหรือยัง)
“ออกมาพอดีเลย งั้นเราวางก่อนแล้วกันนะ”
(ครับ ขับรถดี ๆ ถึงแล้วก็บอก)
“แหม ๆ คนมีแฟน ต้องรายงานตลอดสินะเนี่ย” เข็มเอ่ยแซว ทำอย่างกับตัวเองไม่โทรบอกแฟนเวลาจะไปไหนมาไหนอย่างนั้นแหละ
“ตัวเอก็มีเถอะ” ฉันรีบเถียงกลับ เข็มหัวเราะลั่นก่อนจะกอดคอเดินออกจากอาคารเรียน
“ก็อยากแซว แกเหมือนน้องเล็กของกลุ่มเลยฟา น่าแกล้งมากอะ” สรเฉลยเมื่อเราเดินกันมาได้สักพัก
“กลายเป็นน้องเฉยเลย” ฉันว่าพรางหัวเราะ
“แกยังเป็นน้อง ดูพวกมันเรียกเราสิ มันเรียกเราว่าพ่ออะ” เพลิงฟ้องฉันด้วยใบหน้าง้ำงอ ตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้นแล้วนะจะหนึ่งปีแล้วที่รู้จักกันมา เพื่อนทั้งสามต่างมีไลฟ์สไตล์คล้ายกับฉัน เราจึงเข้าใจและเข้ากันได้อย่างดี เวลาเที่ยวหรือไปไหนมาไหนฉันสนุกมากเลยล่ะ ตอนนี้ฉันติดเพื่อนจนพ่อและแม่แซวว่าฉันอาจจะลืมทางกลับบ้านไปแล้วก็ได้
“ทุกคนอย่าลืมบอกที่บ้านนะว่าจะไปค่ายน่ะ กลัวว่าจะเป็นห่วงกัน” เพลิงเอ่ยย้ำเมื่อเรากำลังนั่งกินข้าวด้วยด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งไม่ไกลจากมหาลัย เราตั้งใจจะกินข้าวแล้วแยกย้ายกันกลับน่ะ เลยเลือกออกมากินอาหารนอกมหาลัย
“ไปกี่วันนะ” ฉันถามย้ำกับเพื่อนเพื่อความมั่นใจ
“สี่วันสามคืนอันนี้ยังไม่ชัดเจนนะ” สรตอบ สี่วันสามคืนอย่างนั้นเหรอ เหมือนจะตรงกับวันที่ซอลไปรับน้องนอกสถานที่เลยหรือยังไงนะฉันเองก็ยังไม่มั่นใจ แต่ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา เขาทำหน้าที่ของเขาส่วนฉันก็ทำหน้าที่ของฉันเหมือนกัน ไม่มีอะไรน่ากังวลหรอก เอาไว้เย็นนี้ค่อยบอกเขาแล้วกันส่วนที่บ้านศุกร์นี้ฉันจะกลับบ้านไปบอกทุกคนด้วยตัวเอง
“จะว่าไป งานกลุ่มเหลืออันไหนบ้างเคลียเสร็จกันหรือยัง” เข็มถามเมื่อเรากินข้าวกันเสร็จแล้วเรียบร้อยและกำลังนั่งย่อยกันอยู่
“เราเสร็จแล้วล่ะ เหลือแค่ส่ง” ฉันตอบ งานชิ้นล่าสุดฉันคู่กับเพลิง เราทั้งสองนัดกันทำในช่วงหลังเลิกเรียนแล้วและตอนนี้ก็ทำเสร็จเรียบร้อยไม่มีงานค้างอะไรแล้ว ที่เหลือตอนนี้ก็แค่อ่านหนังสือเตรียมสอบ แม้จะมีบางรายวิชาที่พวกฉันได้สอบไปก่อนแล้วแต่ก็ยังมีอีกหลายวิชาที่ต้องสอบตามตารางสอบของทางมหาวิทยาลัย
“เยี่ยม เราก็เสร็จแล้ว”
“เราแยกกันเลยไหม จะได้กลับไปพัก มีโอกาสว่างตอนบ่ายทั้งที” สรเสนอ ก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก เราเหนื่อยกันมาทั้งสัปดาห์แล้วบ่ายนี้ไม่มีเรียน พรุ่งนี้ก็หยุดดังนั้นฉันว่าเราควรจะกลับไปพักผ่อนกันดีว่า
“งั้นเรากลับกันเถอะ ไปพักผ่อนกัน”
“อือ ตามนั้นเลย ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรหาเราได้เลยนะ” ฉันกับเพื่อนโบกมือลากันที่หน้าร้านอาหาร แต่จังหวะที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกล สายตาก็เหลือบเห็นร้านขนมหวานฉันจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่นั่นแทน อยากได้เครื่องดื่มเย็น ๆ สักแก้ว เค้กสักสองสามชิ้นกลับไปกินที่ห้อง แค่คิดก็มีความสุขมาก ๆ แล้วล่ะ
“เอาช็อกโกแลตเย็นหวานน้อยหนึ่งแก้วค่ะ แล้วก็ลาเต้เย็น”
“รับเป็นช็อกโกแลตเย็นหวานน้อยหนึ่งแก้วกับลาเต้เย็นนะครับ รับอย่างอื่นเพิ่มไหมครับ?” พนักงานที่ทำหน้าที่รับออเดอร์เอ่ยถามกลับมาพร้อมกับยิ้ม ฉันพยักหน้าก่อนจะสั่งเค้กที่ต้องการไป กระทั่งจ่ายเงินและเดินไปนั่งรอฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นรอ ส่วนมากฉันจะเข้าไปส่งข้อความในกลุ่มไลน์ครอบครัว เวลามีอะไรฉันก็จะทักเข้าไปในนั้นแทน ใครว่างก็จะเข้ามาคุยมาตอบเล่นกับฉัน
“เครื่องดื่มได้แล้วครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณลูกค้ามาคนเดียวเหรอครับ?” พนักงานที่นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเอ่ยถามฉันอย่างสนใจ แต่ว่า เขาเห็นฉันมากับใครหรือเปล่าล่ะ ทำไมยังถามแบบนั้นอยู่อีก
“ค่ะ มาคนเดียว มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ต้องขอโทษด้วยครับ พอดีว่าตอนสั่งเหมือนเห็นคนเดินตามคุณลูกค้ามาด้วยนึกว่ามาด้วยกัน” พนักงานยิ้มแหย ๆ ส่งมาให้ จากนั้นก็รีบขอตัวกลับเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ แต่ที่พนักงานคนนั้นพูดน่ะ ฉันมาคนเดียวนะ ตั้งแต่เดินจากร้านอาหารมาจนถึงที่นี่ วินาทีที่ฉันเปิดประตูร้านเข้ามาไม่มีลูกค้าคนอื่นตามเข้ามาเลยสักคนเดียว เขาตาฝาดหรือเปล่า
=====
ยังไม่กล้าแตะเยอะเพราะกลัวโน๊ตบุ๊คน็อคไปก่อน ทั้งตกและแตก ล่าสุดสองวันก่อนทำหกใส่ พึบพับจนใจสั่น ช่วงนี้รอแบบใจเย็นๆก่อนนะคะ ถ้าว่างเค้าจะรีบเอาไปซ๋อม T_T