ตอนที่ 19 การหวนคืน (1)
อาหารมื้อนี้ กระทั่งมันฝรั่งและผักใบสุดท้ายถูกกินจนหมด พวกนางถึงยอมหยุดมือ
หลังจากที่กินผักจนเกลี้ยงจาน ซย่าเสี่ยวฉานก็เอ่ยปากอีกว่า “พี่หญิง ไปกันเถิด คราวหน้าข้าจะพาท่านมากินที่นี่อีก”
ขณะที่ซย่าเสี่ยวฉานและพี่สาวกำลังพาเจ้าเด็กทึ่มเดินลงบันไดมาด้วยกัน เวลานี้ ไม่ไกลนักก็มีเงาของคนผู้หนึ่งกำลังมองตรงมาที่นางสองคน ดวงตาฉายแววชั่วร้ายแวบผ่าน
แน่นอนว่าซย่าเสี่ยวฉานไม่รู้ว่ามีคนกำลังวางแผนกับตนเองอยู่ แต่ถึงจะรู้ก็ไม่กลัว คนเราขอเพียงมีจิตใจที่เข้มแข็งก็ไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใด ถึงอย่างไร ไม่ว่าจะเล่นลูกไม้อะไรมาก็ต้านกลับได้เสมอ
ขณะที่เดินอยู่บนถนน ซย่าเสี่ยวฉานก็ซักถามซย่าเสี่ยวหงที่อยู่ข้างๆ ว่า
“พี่เสี่ยวหง ท่านจะกลับไปบ้านแม่หรือจะอยู่ข้างนอกด้วยตัวเอง ขอบอกไว้ก่อนว่า หากจะอยู่ข้างนอกด้วยตนเอง ข้าก็ยังพอมีเงินอยู่บ้าง ท่านจะไม่ขัดสนเรื่องเสื้อผ้าและอาหาร”
ซย่าเสี่ยวหงส่ายหน้า ดวงตาเปียกชื้นพลางพูดว่า
“น้องสาว ไม่ ไม่เอาเช่นนี้ ข้าคิดถึงบ้าน ข้าอยากจะกลับไป ในทุกๆ วันข้าคิดถึงบ้านจนแทบทนไม่ไหว ทุกครั้งที่ข้าถูกทุบตีอย่างโหดเหี้ยม เพียงแค่นึกถึงบ้าน ข้าถึงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้”
ซย่าเสี่ยวฉานได้ยินคำพูดนั้นก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ถอนหายใจแล้วไม่ได้พูดอะไรอีก
ถึงแม้จะช่วยพี่สาวออกมาได้ แต่พี่สาวก็ไม่ใช่ตัวนางเอง พี่สาวเกิดมาเป็นคนอ่อนโยนและเชื่อฟัง นางมีความรักและความผูกพันต่อบิดามารดาอย่างลึกซึ้ง อีกทั้งพี่สาวของนางก็ไม่ได้กลับชาติมาเกิด และไม่รู้ถึงความโหดเหี้ยมและยอดเยี่ยมของพ่อแม่กับพี่สะใภ้ ทั้งยังไม่เคยมีประสบการณ์ชีวิตมาก่อน ดังนั้น หากว่ากันตามตรง พี่สาวคนนี้ของนางยังคงมีความหวังกับครอบครัว ต่อให้ถูกขายไปแต่นางจะละทิ้งความสัมพันธ์กับครอบครัวอย่างง่ายดายได้อย่างไร
เพื่อเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา อาจจะต้องให้พี่สาวรู้ถึงความโหดร้ายของพ่อแม่อย่างแจ่มแจ้ง พี่สาวจึงจะมีความสุขที่แท้จริง
ซย่าเสี่ยวฉานเดินนำซย่าเสี่ยวหงและเจ้าเด็กทึ่มไปที่ร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตำบลในทันที
ด้วยนิสัยของหลี่ฉงเหวิน หลังจากไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ เขาจะต้องวางแผนบางอย่างเป็นแน่ เกรงว่าจะนำเรื่องการหาเงินของนางแพร่งพรายออกไป ดังนั้น ก่อนจะเกิดเรื่องนั้นขึ้น นางจะต้องรีบใช้เงินให้หมดโดยการซื้อสิ่งของทุกอย่างที่ควรซื้อไว้
เมื่อเห็นซย่าเสี่ยวฉานกำลังเดินไปที่ร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซย่าเสี่ยวหงก็กังวลเล็กน้อย พูดว่า “น้องสาว พอแล้วๆ ไม่ต้องซื้อแล้ว”
ซย่าเสี่ยวฉานมองไปที่ซย่าเสี่ยวหงที่มีท่าทีขี้ขลาด ระมัดระวังและทำหน้าราวกับไม่เคยพบเห็นโลกภายนอก นางไม่ได้รังเกียจ แค่รู้สึกปวดใจ ช่างเป็นพี่สาวที่อ่อนโยน คุณธรรมเป็นเลิศ จิตใจงดงามและมักคิดถึงผู้อื่นอยู่เสมอ
“พี่หญิงอย่าได้กังวลไปเลย”
ครู่ต่อมาซย่าเสี่ยวฉานก็พูดกับเสี่ยวเอ้อร์ในร้านว่า “เสื้อผ้าสำเร็จรูปของร้านนี้ขายอย่างไรหรือ”
“เสื้อผ้าชุดสำเร็จรูปทั่วไปห้าสิบอีแปะ ดีขึ้นมาหน่อยก็ร้อยอีแปะ”
ดีที่มีเสื้อผ้าราคาไม่กี่ร้อยอีแปะ แน่นอนว่าเสี่ยวเอ้อร์ของร้านจะไม่ซักไซ้พวกบ้านนอกที่สวมเสื้อผ้าโกโรโกโสเหล่านี้
เห็นสายตาดูถูกของเสี่ยวเอ้อร์ในร้าน ซย่าเสี่ยวฉานไม่ได้รู้สึกโกรธ นางพูดว่า “หยิบแบบที่ราคาหนึ่งร้อยอีแปะมาสามชุดตามความสูงของพวกเรา”
เสี่ยวเอ้อร์ในร้านเดิมทีมีท่าทางดูถูกชาวบ้านเหล่านี้ พอได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่า “ต้องการทั้งหมดสามชุดใช่หรือไม่ ขอรับ ขอรับ ข้าจะนำเสื้อผ้ามาให้ท่านทั้งสาม”
ไม่นานนัก เสี่ยวเอ้อร์ของร้านก็หยิบเสื้อผ้าสามชุดส่งให้ทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว ซย่าเสี่ยวฉานรีบจ่ายเงินและเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องลองของร้านก็เป็นอันเสร็จสิ้น