บทที่ 16 หาดสีขาว
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าสีส้มอ่อนๆพร้อมกับอุณหภูมิที่เย็นสบายของฤดูหนาวในเดือนธันวาคม คร่อก! คร่อก! เสียงกรนดังประสานเสียงอย่าง วงออร์เคสตราบรรเลงเพลง มันดังลั่นอยู่ภายในโบสถ์ของวัดนาคศรัทธาธรรม
“โอ๊ย!! เตะผมทำไม” เสียงแจ็คร้องเมื่อมีคนประสงค์ร้ายเตะมาที่ก้นของเขาซึ่งกำลังนอนหลับฝันดีอยู่
พอพวกเขาทั้งหมดได้ยินเสียงร้องดังออกมาต่างก็พากันลืมตาตื่นขึ้นมา
“อะไร มีอะไร” ทุกคนต่างก็ส่งเสียงออกมาและมองไปที่แจ็คที่นอนเอามือจับก้นของตัวเอง แต่ขณะที่ทุกคนมองแจ็คก็มีอยู่คนหนึ่งทำตัวแปลกๆ งง กับเสียงของแจ็คที่ตะโกนออกมา
แต่ขณะที่แจ็คตะโกนเสียงออกมา ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังหลับฝันดีอยู่ในภวังค์ของห้วงแห่งความฝันเพราะเขากำลังตีขาลอยตัวอยู่ในทะเลสีมรกตมองดูสาวสวยหุ่นนางแบบ เดินนุ้ง บิกินี่ เต็มอยู่ริมชายหาดอันขาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หาดก็ขาว คนเดินหาดก็ขาว มันขาวจริงในความฝันของชายหนุ่ม แต่พอเสียง อะไร ของทุกคนดังขึ้นมา เขาสะดุ้งตื่นและก็พูดตามทุกคนออกมาเหมือนโดนสะกดจิตหมู่ แต่ที่มันแปลกที่สุดก็คือ เขาไม่รู้ตัวเองเลยว่าสาเหตุที่มันเกิดเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากตัวเอง เพราะชายคนนี้ มักมีนิสัยเวลาหลับไปแล้วมักจะฝันค่อนข้างบ่อย ถ้าวันไหนฝันเรื่องสบายๆไม่มีการออกไม้ออกมือ คนที่นอนข้างๆก็สบายตัวไป แต่วันไหนฝันอร่อยมีรสชาติดุเดือดบู๊ล้างผลาส ขยับร่างกายละก็ คราวนี้และคงเป็นคราวเคราะห์ของคนที่นอนข้างๆ เพราะอาจจะมีมือไม้ขาแข้งออกอาวุธเต็มที่ ดีไม่ดีอาจมีหัวแถมปิดท้ายไปด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวออกมานั้น เราก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นและสาเหตุมันมาจากอะไร เราเลยได้เชิญคุณหมอ มาพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่ชายคนนี้ได้เจอ ขอเชิญคุณหมอครับ
“โยมนุ๊ก อาตมาเห็นนะว่าโยนนอนละเมอเตะไปที่ก้นของโยมแจ็ค อาตมาว่าโยมมีปัญหาอะไรสักอย่างกับการนอนแล้วล่ะ อาตมาว่าโยมต้องปรึกษาหมอโดยด่วน ว่าไง”
“อย่าลำบากหมอท่านนั้นเลยครับ ผมคงคิดมากและเครียดไปหน่อย” นุ๊กทำหน้าเขินๆตอบคำออกไป
สิ้นเสียงคำตอบจากผู้ป่วย บรรดาญาติๆต่างพยักหน้าและคิดว่าเหตุผลที่กล่าวออกมามันดูมีเหตุผลดีพวกญาติต่างพอใจกับคำตอบ วู๊!!
“ยังงั้นก็ได้โยม แต่ก็ระวังหน่อยนะเรื่องเล็กน้อยบางครั้งมันก็อันตรายได้น่ะ”
หลังจากคุณหมอได้พูดคุยกับปัญหาที่คนไข้นุ๊กได้พบเจอ บรรดาญาติๆที่ต่างนั่งฟังอยู่ก็คิดไปว่า “นี่มันรายการ พบหมอฯลฯ ที่ดังๆอยู่ในโทรทัศน์” พวกเขาได้แต่ ว้าว! อยู่ภายในใจ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้คิดแบบพวกเขา
เขาคือผู้ถูกกระทำก่อนหน้านี้ แจ็คได้แต่หยิบช็อกโกแลตจากในกระเป๋ากางเกง ขึ้นมาและกัดไปที่แท่งช็อกโกแลตสีดำเคลือบด้วยถั่วเม็ดเล็กๆดูแล้วอร่อยน่ากิน พร้อมกับบ่นในใจไปว่า “อืม มันคงเป็นปัญหาจริงๆ กร้วมๆ เฮ้อ อร่อย”
หลังจากพวกเขาสระสางปัญหาต่างๆจนแล้วเสร็จ เขาพากันลุกแล้วเดินออกจากตัวโบสถ์ พากกันไปหาห้องน้ำทำธุระส่วนตัว จนเป็นเวลา 8.00 น ซึ่งเวลากว่า 1 ชั่วโมงที่พวกเขาจัดการธุระเสร็จ จนกระทั้งพวกเขาเดินมาถึงหน้ากุฏิหลังใหญ่ ที่มีป้ายสีเนื้อไม้เขียนตัวอักษรสีขาวว่ากุฏิเจ้าอาวาสอยู่ตรงข้างกุฎิ พอพวกเขามองไปที่ กุฏิหลังนี้ก็จะเห็น กุฏิไม้ทรงเรื่อนไทยสีเนื้อไม้ มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม เป็นอาคารสร้างด้วยไม้ชั้นเดียว ตั้งเสา ยกพื้นสูง ตีฝาผนังแบบเรือนไม้ฝาปะกน ใช้เทคนิคการเข้าเดือยไม้แบบโบราณ หลังคาแต่เดิมมุงด้วยไม้แป้นเกล็ด
“โห!! กุฏิหลังนี้ต่างจากกุฏิของหลวงพี่อย่างเทียบกันไม่ได้เลย”
“แม้…! โยมนี่มันกุฏิเจ้าอาวาสนะ จะเอาไปเปรียบกับกุฏิพระลูกวัดอย่างกุฏิอาตมาได้ยังไง แต่ก็อย่าไปคิดใส่ใจหาเหตุผลมันเลย ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับญาติโยมเขา ก็อย่างที่เขาว่ากันศรัทธามากก็ใหญ่หน่อยศรัทธาน้อยก็เล็กตาม แต่เพราะจิตศรัทธานี่แหละ กุฏิเลยเป็นแบบที่พวกโยมเห็นกัน”
“ครับ พวกผมเข้าใจมันขึ้นอยู่กับศรัทธานี้เอง”
“ใช้ให้คิดอย่างนั้นก็ได้โยม นั้นไงรถ จอดอยู่ตรงนั้น”
พวกวิทย์มองไปที่นิ้วที่หลวงพี่ชี้ไป และสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือรถปิกอัพ 4 ประตูสีดำ ยี่ห้อ Isuzu D-Max จอดไว้อยู่ข้างซ้ายของหน้ากุฏิเจ้าอาวาส พอพวกวิทย์เห็นพวกเขาต่างยิ้มดีใจออกมาและบอกกับหลวงพี่ไปว่า
“สุดยอดเลยครับหลวงพี่ พวกผมคงต้องรบกวนหลวงพี่แล้วละครับ ว่าแต่หลวงพี่จะไปกับพวกผมหรือเปล่าครับ?”
“อื้ม!! อาตมาได้ฟังโยมแจ็คเล่าเรื่องทั้งหมดของพวกโยมแล้ว พร้อมกับที่อาตมาถามปัญหาที่ยังคงสงสัยเกี่ยวกับเรื่องแปลกๆพวกนี้ อาตมาก็คิดว่า หากให้อาตมาอยู่รอพวกหลวงพ่อที่นี่คงไม่ทันการเป็นได้ อาตมาว่าจะออกไปกับพวกโยมและคอยตามหาพวกหลวงพ่ออีกที่ เพราะเห็นว่าโยมจะขึ้นเหนือไปด้วยใช้ไหม?”
“ครับ แผนที่พวกผมวางกันไว้พวกเราจะเข้าไปตัวเมืองกรุงเทพและขึ้นไปที่พิษณุโลกพาแจ็คไปส่งบ้าน แต่ปัญหาก็อยู่ที่ว่าพวกผมไม่รู้ว่าทางข้างหน้ามันจะเจออะไรบ้าง พวกผมอาจต้องเปลี่ยนแผนไปตามแต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่หลวงพี่คิดว่าไงครับ” วิทย์พูดตอบคำหลวงพี่ที่ถามออกมา
“เอางั้นก็ได้โยม อาตมาต้องฝากพวกโยมด้วย ยังไงก็ไม่มีดีกว่านี้แล้วล่ะ”
“ครับพวกผมก็ฝากด้วยเหมือนกัน”
“ได้งั้น อาตมาขึ้นกุฏิไปเอากุญแจรถก่อนพวกโยมก็ขึ้นมาหยิบเสบียงที่พูดไว้กันด้วยสิ” “ครับ” สิ้นเสียงสนทนาระหว่างวิทย์กับหลวงพี่ พวกเขาทั้งหมดต่างพากันขึ้นกุฏิ พอไปถึงภายในกุฏิ สิ่งที่เขาสัมผัสและเห็นคือภายในกุฏิหลังนี้มีพื้นที่จัดสรรและแบ่งออกเป็น 3 ห้อง มีห้องโถงใหญ่ 1 ห้อง ห้องเล็กด้านข้างซ้าย ขวาอยู่อีก 2 ห้องซึ่งหน้าต่างของทั้ง 2 ข้างของห้องเล็กประดับด้วยมุ้งลวดกันยุงไว้ป้องกันยุงเข้ามาภายในกุฏิ เพราะบริเวณโดยรอบของกุฏิมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมคอยให้ร่มเย็นแก่กุฏิหลังนี้
หลังจากพวกเขาทั้งหมดเข้ามาภายในกุฏิแล้วต่างก็พากันแยกสำรวจค้นหาข้าวของที่จำเป็นเก็บกลับออกไปให้ได้มากที่สุด จนเวลาร่วงเลยมากว่า 1 ชั่วโมง พวกเขาก็พากันลงมาจากกุฏิและตรงไปที่ รถ Isuzu D-Max สีดำทันที่ พอไปถึงหน้ารถหลวงพี่ ส่งรีโมทกุญแจรถให้กับนุ๊กที่อยู่ใกล้ที่สุด พร้อมกับบอกไปว่า
“เอานี้โยม รีโมทกุญแจ อาตมาก็ไม่รู้นะว่ารถจะติดหรือเปล่า ลองดูเอาละกัน”
“ครับ” พอนุ๊กได้รีโมทกุญแจจึงกดเปิดปลดล็อคประตู ติ๊ด! พอเสียงประตูปลดล็อค นุ๊กเปิดประตูขึ้นไปที่นั่งคนขับแล้วจับเกียร์ขยับไปที่ตัว P พร้อมกับเหยียบเบรกและกดไปที่ปุ่มสตาร์รถ นุ๊กกดปุ่มไป 2 ครั้ง จนรถสตาร์ติดขึ้นมา บรึน! มันเป็นโชคดีของพวกเขาที่รถคันนี้สตาร์ติดขึ้นมา พอวิทย์เห็นนุ๊กสตาร์รถติด
“ไอ้นุ๊กมึงดูระดับน้ำมันในถังดิ ว่ามันเต็มถังอยู่หรือเปล่า”
“เออ มันยังเต็มอยู่ กูว่าคงไม่มีปัญหากับน้ำมันแล้วล่ะ มันโอเคเลย”
“เออ งั้นกูกับแจ็คไปกันก่อน มึงก็ระวังด้วยล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงสบายใจได้ ว่าแต่มึงเหอะระวังหน่อยละกัน ยังไงก็ระวังไว้หน่อยดีกว่า พร้อมกับนุ๊กยื่นกระเป๋ามิติส่งไปให้วิทย์
“ไปดีมาดีละโยมพวกอาตมาจะรอ”
“ระวังตัวด้วยพี่วิทย์ฝากพี่แจ็คด้วยนะคะ” กลุ่มที่รออยู่ที่วัดต่างพากันบอกลาและเป็นห่วงพวกวิทย์และแจ็คที่พากันออกไปข้างนอก พวกเขาได้แต่มองตามหลังวิทย์กับแจ็คที่กำลังเดินออกไป
ไม่นานวิทย์กับแจ็คก็มาถึงหน้ารถ Jeep Wrangler พอแจ็คสตาร์รถเสร็จ บรื้นๆ! เสียงเครื่องยนต์ที่ดังออกมา พร้อมกับที่วิทย์ที่นั่งอยู่ข้างที่นั่งคนขับ ส่งสายตามองออกไปที่ วัดนาคศรัทธาธรรมทั้งยังหันมองไปที่กุฏิเจ้าอาวาสที่พวกเขาพึ่งออกมากัน แต่การมองของวิทย์มันเหมือนเป็นการย่ำเตือนตัวเองว่า เขาจะต้องกับมาที่วัดนี้อีกครั้งหนึ่ง
“ออกรถเลยแจ็ค นี้มันก็จะสิบโมงเช้าแล้ว เรายังมีเหลือเวลาอีก 8-9 ชั่วโมงกว่าจะมืดทำเวลากันหน่อยดีกว่า”
“ครับ แล้วเราจะไปที่ไหนกันดีพี่”
“เอ็งขับตามที่พี่บอกไปล่ะกัน ยังไงก็ระวังหน่อยละกัน ตามสองข้างทาง เราไม่รู้อะไรมันจะโผล่ออกมาบ้าง ยังไงก็ปลอดภัยไว้ก่อน ไม่ต้องห่วงปืนพร้อมกระสุนพร้อมแม่งมาก็ยิงทิ้ง”
“เอางั้นหรอครับ” แจ็คมองไปที่วิทย์ที่พูดที่เล่นที่จริงบางครั้งแจ็คก็แยกไม่ออกว่าอันไหนพี่เขาล้อเล่นเอาสนุกหรือจริงจัง แต่แจ็คก็ยังเชื่อพี่คนนี้เสมอ 4 วันมันอาจจะสั้นสำหรับคนบางคนแต่กับแจ็คที่เจออะไรต่าง ๆมากมาย จนเขารอดมาได้อย่างทุกวันนี้ มันเป็นคำตอบทุกอย่างที่เขาจะวางใจและเชื่อในตัววิทย์ แต่คำว่าเชื่อของแจ็คมันก็เชื่ออย่างที่คนปกติปฏิบัติต่อผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือมา เขาทำกัน
หลังจากวิทย์คุยบอกเส้นทางที่กำลังจะไปไม่นานรถก็ออกมาถึงหน้าถนนใหญ่
ถนนใหญ่ยังคงดูเหมือนเดิมทุกอย่างซากศพสุนัขกลายพันธุ์ที่วิทย์ยิงตายไปก็ยังคงมีร่างของพวกมันอยู่ตามจุดที่พวกมันตายไป พอรถแล่นมาได้สักพักวิทย์ก็มองออกไปที่หน้าต่างรถ คอยดู ข้างทางอย่างทุกที่ แต่ไม่นานก็มีเสียงดัง ปัง!ดังจนได้ยินถึงในรถ แต่มันไม่ได้มีแค่เสียงปืนแค่นัดเดียวที่ทั้งคู่ได้ยิน
ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังออกมาจากแถวนั้น พร้อมกับเสียง เอียด! เหยียบเบรกของแจ็ค
“พี่วิทย์ผมว่ามันไม่ปกติแล้ว คงต้องมีอะไรสักอย่างแล้วละครับ”
วิทย์มองถนนข้างหน้า ซึ่งขณะที่รถจอดและหยุดลง ทำให้ตัวรถห่างจากสีแยกข้างหน้าประมาณ 200 เมตร จากจุดที่พวกเขาอยู่ ความรู้สึกของวิทย์มันบอกว่าแยกข้างหน้ามันคงไม่มีเรื่องดี ๆสำหรับพวกเขาทั้งคู่ แต่เพราะมันเป็นสีแยก มันจึงมีทางเลือกให้พวกเขาแค่ 3 ทางเท่านั้นไม่ไปซ้ายก็ขวาสุดท้ายก็ตรงไป พอรถหยุดมาได้สักพัก มันนานกว่า 15 นาที ที่วิทย์กับแจ็คเฝ้ารอและตัดสินใจ เพราะพวกเขาทั้งคู่ต่างพยายามฟังเสียงที่ส่งออกมาจากรอบบริเวณนั้น จนเสียงที่ทั้งคู่ได้ยินตลอด15 นาที มันมีแต่เสียงของปืนที่ยิงออกมาไม่หยุด จนเหมือนว่าเสียงปืนที่พวกเขาได้ยินมันจะไม่มีวันหยุด มันมีแต่ ปัง! และก็ปัง! อยู่อย่างนั้น จนวิทย์ตัดสินใจบอกแจ็ค
แจ็คเอ็งขับไปที่แยกนั้นก่อน เพื่อเราจะเห็นอะไรมากขึ้น จากที่ฟังเสียงมาพี่ว่าเสียงมันมาจากแยกซ้ายข้างหน้าเราว่ะ
หลังจากแจ็คฟังวิทย์ เขาขับรถเคลื่อนตัวตรงไปข้างหน้า
ไม่นานก็ถึงตรงหน้าสีแยก วิทย์ส่งเสียงบอกให้แจ็คหยุดรถแล้วกดปุ่มเปิดกระจกรถให้ลงมา จนกระจกรถด้านที่นั่งคนขับลงมาจนสุด วิทย์หยิบปืน SIG-Sauer SSG 3000 ขึ้นมาและเอาปืนพาดไปที่หน้าต่างพร้อมกับมองไปที่ลำกล่องของตัวปืน จนภาพที่ตาเขาเห็นคือ ฝูงซอมบี้และสัตว์กลางพันธุ์และเหล่าทหารที่กำลังยิงฆ่าพวกมันไม่หยุด ทั้งยังมีรถหุ้มเกราะจอดเต็มอยู่สองข้างทาง 5-6 คัน มันดูเหมือนอยู่ในหนังที่เหล่าทหารพวกนี้ปิดล้อมจำกัดพื้นที่บริเวณนี้ให้ได้มากที่สุด ทั้งยังเสียงปืน ดังสนันหวันไหว ปลอกกระสุนตกกระเด็นเต็มพื้นถนนกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง กล่าวได้ว่าภาพตรงหน้าที่วิทย์ได้เห็นคือเหล่าทหารกำลังเดินถือปืนยิงสาดกระสุนใส่พวกฝูงซอมบี้อย่างไม่หยุด จนเสียงแจ็คหยุดสิ่งที่วิทย์กำลังทำอยู่
“เป็นไงบ้างพี่ เห็นอะไรบ้าง”
“ทหารว่ะ ดูจากที่เห็นแล้ว นานจะมีกันไม่เกิน 80-90 คนได้”
“ทหารหรอพี่ ก็ดีสิ เราจะได้ตามพวกเขาไปกัน ยังไงก็น่าจะปลอดภัยนะ”
พอฟังสิ่งที่แจ็คพูดออกมา วิทย์ไม่รู้ว่ามันจะปลอดภัยอย่างที่แจ็คคิดหรือเปล่า? มันเป็นสิ่งที่วิทย์ก็อย่างรู้เหมือนกัน