[จบ] ภรรยาคนโปรดในดวงใจของประธานฉี

    บทที่ 3 ทำจนกว่าเธอจะหายโกรธ

    บทที่ 3 ทำจนกว่าเธอจะหายโกรธ


            “ฉีส่าว นักข่าวพวกนั้นถ่ายรูปไปแล้ว แล้วฉันจะอยู่ในวงการนี้ต่อไปได้ยังไง?”


            ไป๋หย่ามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ดูน่าสงสารจับใจ


            “ตราบใดที่ยังมีผมอยู่ คุณก็สามารถเดินเฉิดฉายได้อย่างสบายใจ ต่อให้ครึ่งหนึ่งของวงการบันเทิงเป็๲ของคุณหนูลู่ คุณก็ไม่ต้องกลัวไป”


            “ไปพักผ่อนก่อนนะครับ”


            น้ำเสียงปลอบโยนของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าของไป๋หย่าในตอนนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มทันที เธอจึงจ้องมองไปยังลู่จั่นเหยียนที่กำลังอับอายด้วยสายตาท้าทาย แล้วก็เดินจากไปอย่างงามสง่า


            แม้จะไม่มีมือที่สามอันน่าหงุดหงิดแล้ว แต่ลู่จั่นเหยียนกลับไม่รู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย กลับกันเธอยิ่งรู้สึกเครียดมากขึ้นไปอีก


            ขณะเดียวกันที่ฉีส่าวฉิงก็ถอดผ้าเช็ดตัวออกจนเผยให้เห็นรูปร่างของเขาอย่างชัดเจน ทำให้เธอเม้มปากและหลบสายตาไปโดยไม่ได้ตั้งใจ


            แต่ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจบังคับให้เธอหยุดการกระทำที่จะหันหน้าหนี จนฉีส่าวฉิงที่สังเกตเห็นก็หัวเราะเยาะออกมาทันที


            “อะไรกัน? มองผมด้วยสายตาร้อนแรงขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณหนูลู่ เมื่อคืนผมยังให้คุณไม่พออย่างนั้นเหรอ?”


            ใบหน้าของลู่จั่นเหยียนแดงก่ำโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงสายตาได้เช่นกัน เธอจึงได้แต่เชิดหน้าสู้และตอบกลับไป


            “คุณคิดมากไปแล้วละ คุณเป็๲สามีของฉัน ต่อให้จะมอง ฉันก็มองได้อย่างเปิดเผยนะ”


            “หืม?”


            ดวงตาที่แฝงรอยยิ้มเอาไว้เคลื่อนเข้ามาใกล้ในชั่วพริบตา อีกทั้งนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มก็เชยคางของเธอขึ้นมาด้วยสายตาที่แสนเย้ายวน แต่แฝงความเ๾็๲๰าไว้บางเบาเช่นกัน


            “ลู่จั่นเหยียน คุณหมายความว่ายังไงกันล่ะ? หรือว่าคุณอยากให้ภาพลักษณ์ที่ ‘ยิ่งใหญ่’ ของผมถูกเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ตระกูลฉีของพวกเราเสียหน้าไปด้วยงั้นเหรอ?”


            แม้ว่าจะจับได้ว่านอกใจจริง ๆ ก็ไม่เห็นจะเป็๲อะไร กลับกัน… เขารู้สึกว่ามันน่าตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ


            แต่การที่พานักข่าวมาจับผิดเป็๲กลุ่มใหญ่แบบนี้ มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก


            “นายยังรู้จักหน้าตาของตระกูลฉีอีกงั้นเหรอ?”


            ถึงแม้ฉีส่าวฉิงจะไม่ได้รักเธอก็ตาม แต่อย่างไรแล้วลู่จั่นเหยียนก็ถือว่าเป็๲ภรรยาของตระกูลฉีที่ทุกคนรู้จัก


            ดังนั้นการที่เขาไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นจนทำให้เธอเสียหน้าก็เท่ากับว่าเป็๲การทำให้ตระกูลฉีเสียหน้าไปด้วยเหมือนกัน


            “คุณลืมไปแล้วหรือไง? เมื่อครู่ผมเพิ่งจะบอกกับสื่อซุบซิบไปว่าเมื่อคืนเราสนุกกันมากเลยนะ ถ้าผมเป็๲คุณในตอนนี้ก็ควรจะรู้สึกภูมิใจมากที่ได้แต่งงานกับสามีที่เก่งกาจขนาดนี้”


            เมื่อเห็นเขาเผยรอยยิ้มเ๽้าเล่ห์มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้ลู่จั่นเหยียนโกรธจนตัวสั่นในทันใด


            ไอ้ผู้ชายไร้ยางอาย!


            “หืม? โกรธแล้วเหรอ? คุณรู้ไหมว่าวิธีปลอบผู้หญิงที่ดีที่สุดตอนที่เธอโกรธคืออะไร?”


            ฉีส่าวฉิงแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน อีกทั้งดวงตาก็จับจ้องการเปลี่ยนสีหน้าของเธออย่างพอใจ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล้ลงมาเรื่อย ๆ จนหยุดอยู่ที่ปกคอวีของเสื้อเชิ้ตผ้าไหมของเธอ


            “ก็คือ… ทำจนกว่าเธอจะไม่โกรธไง”


            ลู่จั่นเหยียนรู้สึกเย็นวาบที่หน้าอกขึ้นมาในทันที ก่อนจะมองดูฉีส่าวฉิงที่กำลังราดไวน์ทั้งแก้วใส่เสื้อเชิ้ตของเธอด้วยดวงตาเบิกโพลงและรู้สึกประหลาดใจ


            จนตอนนี้ที่เสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าไหมของเธอเปื้อนคราบไวน์แดงเป็๲วงกว้างและกำลังไหลลงมาเรื่อย ๆ


            “ฉีส่าวฉิง คุณบ้าไปแล้วหรือไง!”


            เธอยกมือขึ้นและฟาดใส่ใบหน้าที่ยั่วยวนใจนั่นในทันที เพราะไม่สามารถทนต่อความอับอายที่เกิดขึ้นได้อีก แต่ฉีส่าวฉิงกลับโยนแก้วไวน์ทิ้งไปด้านข้าง และคว้ามือเล็ก ๆ ที่กำลังจะฟาดเข้าที่ใบหน้าของเขาไว้ได้ทันควัน


            “เราแต่งงานกันมานานขนาดนี้แล้ว คุณยังไม่เคยโชว์เสน่ห์ตอนเปียกน้ำให้ผมดูเลยนะเนี่ย… หึ! ไป๋หย่ายังเข้าใจเ๱ื่๵๹พวกนี้มากกว่าคุณเยอะเลย!”


            “หุบปาก! ฉันไม่อยากฟังเ๱ื่๵๹สกปรกของคุณ!”


            ลู่จั่นเหยียนหันหน้าหนีไปอีกทางทันที เพราะเธอไม่อยากให้ฉีส่าวฉิงเห็นความอับอายบนใบหน้าในตอนนี้


            แต่เขากลับเลิกคิ้วเพียงเล็กน้อยและยิ้มอย่างเ๽้าเล่ห์ออกมา ก่อนที่จะผลักเธอไปชิดกับผนังห้อง จากนั้นก็รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว และอีกมือก็กดไว้ที่บ่าของลู่จั่นเหยียน