“อาโป!”
ดร๊อกป้าะโด้วยน้ำเสียงทั้งใและโมโห ขณะก้าวเท้ายาวๆ เข้าหาชายหนุ่มผมขาวและชายชราผู้กำลังโวยวายลั่น
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! เจ็บนะเว้ย! ยังจะดึงอีก!” ผู้าุโเหลียงร้องเสียงหลง พยายามดึงเส้นผมตัวเองคืนจากมือของอาโป
อาโปก้มลงมองเส้นผมสีขาวที่อยู่ในมือ ก่อนจะปล่อยมันลงช้าๆ ราวกับไม่ได้ยินเสียงโวยวายของชายชราตรงหน้า
ผู้าุโเหลียงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น มือกุมศีรษะพลางหอบเบาๆ ใบหน้าของเขาบูดบึ้งอย่างชัดเจน ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันไปจ้องอาโป ดวงตาเรียวเล็กหรี่ลงพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงแฝงความขุ่นเคือง
“เ้า…เ้ามัน…อาโป ใช่ไหม?”
เขาจำชายหนุ่มคนนี้ได้
แต่กล้าดียังไงถึงมาดึงผมชายชราผู้นี้
ช่างไม่รู้กาลเทศะ ไม่รู้มารยาท ไม่รู้ความเหมาะสม ไม่รู้อะไรเลย!
ความเกรี้ยวโกรธของเขาชะงักลงเมื่อไตร่ตรองได้ว่าอาโปไม่รู้อะไรเลยจริงๆ
ผู้าุโเหลียงพยายามสงบใจ ลูบเส้นผมสีขาวของตนพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เอาเถอะ…เอาเถอะ…ข้าไม่อยากเอาเื่กับเ้า แต่เ้ารู้ไหม การดึงผมคนอื่นมันหยาบคายแค่ไหน! ทีหลังอย่าได้ทำเช่นนี้อีก ไม่ว่าจะกับข้าหรือใครก็ตาม”
อาโปพยักหน้าเหมือนเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ท่าน…มีผมเช่นเดียวกันข้า”
คำพูดนั้นทำให้ดร๊อกป้าชะงักไป
ชายชราเหลียงก็เลิกคิ้วสูง มองทั้งสองสลับกัน ก่อนจะพ่นลมหายใจเสียงดัง “จิ๊! มีผมขาวเหมือนเ้าแล้วจะทำไม โลกใบนี้มีคนผมขาวแบบพวกเราอีกเยอะแยะ อย่างน้อยตอนนี้เ้าก็เห็นแล้วคนหนึ่ง แทนที่จะมาพูดเื่ไร้สาระ เมื่อครู่ปลาจะติดคันเบ็ดของข้าอยู่แล้วเชียว!”
เขาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ติดตามชุดอย่างลวกๆ
ดร๊อกป้าคิดในใจ ตอนนั้นใครก็เห็นว่าท่านกำลังสัปหงก
“ติดคันเบ็ด?” อาโปทวนคำพูดซ้ำ เขายังไม่รู้จักการตกปลา
“มันคืออีกหนึ่งในวิธีในการจับปลา” ดร๊อกป้ากล่าวพลางยิ้มบางๆ เขายกมือชี้ไปทางเบ็ดตกปลาของผู้าุโเหลียง “อันดับแรกเ้าต้องมีคันเบ็ด อาจทำจากไม้ไผ่หรือกิ่งไม้ที่ยืดหยุ่น ผูกเส้นเอ็นไว้ปลายหนึ่ง และอีกปลายผูกตะขอเล็กๆ เอาไว้ ใส่เหยื่อล่อ เช่นหนอนหรือแมลงตัวเล็ก แล้วก็โยนมันลงน้ำ”
ดร๊อกป้าเริ่มแสดงท่าทางจริงจังขึ้น เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ทำเหมือนกำลังโยนคันเบ็ดจินตนาการลงน้ำ
“พอโยนสายเบ็ดลงไปในน้ำ เ้าก็ต้องรอให้ปลาเข้ามาติดเบ็ด มันเป็อะไรที่ต้องใช้ความอดทนเป็อย่างมาก”
ชายชราหันไปสนใจดร๊อกป้า
“เ้ารู้เกี่ยวกับการตกปลาด้วยรึ”
คนในอารามที่อยู่เพียงในอาราม ไม่ค่อยมีใครสนใจที่จะตกปลาเท่าไหร่
ดร๊อกป้ากล่าวตอบ
“ก่อนเข้ามาที่นี่ ข้าหาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลาจากแหล่งน้ำ”
ผู้าุโเหลียงพยักหน้าเบาๆ พลางยกมือขึ้นลูบเคราขาวของตัวเอง “เช่นนั้นเ้าก็ไม่ใช่มือใหม่ในเื่นี้…การตกปลามันไม่ใช่มีความหมายเพียงเท่านั้น มันคือความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ อ่านสายน้ำ อ่านสายลม และทำความเข้าใจกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ”
“ใช่ๆ” ดร๊อกป้าพยักหน้าอย่างตื่นเต้น การพบใครที่สนใจในเื่เดียวกันช่างน่าดีใจนัก
ในขณะเดียวกัน เมื่อได้ฟังคำพูดแล้ว อาโปละสายตาจากทั้งสองคน เขาก้าวเดินไปยังริมลำธาร จ้องมองสายน้ำ
จากนั้นเขาถอดเสื้อผ้าออกเงียบๆ
สรุปแล้วการตกปลาก็เป็การจับปลาอีกวิธีหนึ่ง
ถ้าจับปลาได้ เื่ทั้งหมดก็จะจบลง
อาโปกระโจนลงสู่ผิวน้ำด้วยท่วงท่าที่สงบนิ่ง ร่างของเขาหายลับไปในความใสเย็นของลำธาร สายน้ำกระเพื่อมเป็วงเล็กๆ ก่อนจะกลับมาสงบอีกครั้ง เสียงพูดคุยของดร๊อกป้าและผู้าุโเหลียงเงียบลงทันทีเมื่อเห็นการกระทำที่ไม่คาดคิดของชายหนุ่มผมขาว
“จู่ๆ เขาะโลงน้ำทำไมกัน” ชายชราถามเสียงแข็ง คาดเดาการกระทำของชายหนุ่มผมขาวไม่ถูก
ดร๊อกป้านึกถึงเหตุการณ์ที่อาโปเคยจับมัจฉาฟันแหลมด้วยมือเปล่า
“บางทีเขาอาจจะกำลังจับปลา”
ผู้าุโเหลียงหัวเราะ
“จับด้วยมือเปล่ารึ ใครจะไปทำได้”
ร่างของอาโปดิ่งลงสู่ก้นลำธาร สายน้ำเย็นไหลผ่านเส้นผมสีขาวที่พริ้วไหวของเขา สองมือของเขาเคลื่อนไหวช้าๆ ใต้น้ำคล้ายกำลังสำรวจพื้นหินและสาหร่ายที่ไหลไปตามกระแสน้ำ ใบหน้าของเขานิ่งสงบ ดวงตากวาดไปที่ซ้ายและขวา
ไม่นานก็พบเป้าหมาย
เขาเหลือบมองปลาตัวเล็กๆ ที่ว่ายอยู่ใกล้ๆ อาโปใช้มือหนึ่งกดกับพื้นหินเพื่อทรงตัว ส่วนอีกมือค่อยๆ เอื้อมไปยังปลาตัวหนึ่งที่กำลังนิ่งอยู่ใกล้ซอกหิน
ทันใดนั้น เมื่ออยู่ในระยะที่เหมาะสม มือของเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ นิ้วเรียวของเขากำเข้ารอบตัวปลาตัวเล็กๆ ได้อย่างพอดี ความยาวของมันไม่เกินสองนิ้ว ร่างเล็กของมันดิ้นขลุกขลักในมือที่แ่าของอาโป สายน้ำกระเพื่อมเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเงียบสงบ
ชายหนุ่มโผล่ขึ้นมาจากน้ำอย่างไม่รีบร้อน เขาเดินขึ้นจากลำธารทั้งที่เนื้อตัวเปียกชุ่ม แต่ในมือของเขายังคงกำปลาตัวเล็กไว้อย่างมั่นคง
“ข้าให้”
อาโปกล่าวเรียบๆ ขณะยื่นปลาตัวเล็กที่ยังดิ้นอยู่เล็กน้อยให้ชายชราเหลียงและดร๊อกป้าดู
น้ำเสียงที่เรียบง่ายของเขาทำให้ชายชราสะอึก ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา
“เ้าทำได้อย่างไรกัน!”
การจับปลาด้วยมือเปล่า แถมยังเป็การจับที่เรียบง่ายว่องไวและหมดจด ชั่วขณะหนึ่งชายชราคิดว่าชายหนุ่มผมขาวเป็ผู้ควบคุมวารี
“ข้าไว”
อาโปตอบคำถามอย่างเรียบง่าย
คำตอบนั้นช่างตอบได้ดีจริงๆ ผู้าุโเหลียงคิด
ที่ข้าทำได้เพราะ…ข้าไว
ตอบดีจริงๆ
“เ้าเอาปลาไปปล่อยเถิด” ชายชราพูดพลางถอนหายใจ รู้สึกว่าไม่ควรเสียเวลาอยู่ตรงนี้นานไปกว่านี้อีก ก่อนที่ประสาทจะเสียไปมากกว่านี้ “ตอนนี้ข้าขอกลับบ้านก่อน พวกเ้าทำตัวตามสบายเถอะ”
ผู้าุโเหลียงเหลือบมองป้ายเล็กๆ ที่ห้อยอยู่ที่เอวดร๊อกป้าเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับคันเบ็ด
อาโปมองปลาตัวเล็กที่กำลังดิ้นขลุกขลักในมือ ดวงตาสีหม่นของเขามองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยปลาลงน้ำ เสียงน้ำกระเซ็นเบาๆ ก่อนที่มันจะว่ายหายลับไปในกระแสน้ำใส
จากนั้น ชายหนุ่มผมขาวก็ะโลงน้ำอีกครั้ง เพื่อลงไปเล่นน้ำ
ตอนนั้นเองที่ดร๊อกป้าพบว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แต่ครั้งนี้กลับไม่เอ่ยปากบ่นอะไร เขาตัดสินใจถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกบ้าง ตั้งใจจะกระโจนลงไปคลายร้อนในน้ำใสเช่นเดียวกัน
เมื่อเขาถอดเสื้อผ้าตัวสุดท้ายออกและกำลังจะะโลงน้ำ ทันใดนั้น…
กลุ่มเด็กสาวพร้อมกะละมังซักผ้าก็เดินเข้ามายังลำธาร เสียงพูดคุยและหัวเราะคิกคักของพวกเธอขัดกับบรรยากาศเงียบสงบก่อนหน้า
ดร๊อกป้าแข็งทื่อทันทีเมื่อเห็นกลุ่มเด็กสาว ร่างเปลือยของเขาเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ เขายังไม่ทันจะขยับตัวหรือหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาคลุม เด็กสาวคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาเต็มๆ
“กรี๊ดดดดดดด!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วบริเวณ เด็กสาวคนนั้นชี้นิ้วตรงมาที่ดร๊อกป้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความใและโกรธ
“โรคจิต!” อีกคนะโขึ้นพร้อมเสียงฮือฮาของกลุ่มสาวที่หันมามอง
ดร๊อกป้ารู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงตรงหน้าเขา เขาโดดลงไปในน้ำด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะความอับอาย
ศีรษะของอาโปโผล่ขึ้นมามองดร๊อกป้าอย่างใสซื่อ
เกิดอะไรขึ้น?