*แมวผีที่ห้องศิลปะ*
EP6– แมวผีปรากฎตัว
คำที่ผมบอกไอ้โย่งไว้อย่างหนักแน่นเมื่อวานนี้ มันเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงในเย็นวันพุธ วันแรกที่ผมต้องมาซ้อมวาดภาพ
ผมกับนายบรรชิต (คู่หูร่วมประกวดจากห้องห้า) และพี่รสสุคนธ์ (ตัวแทน ม.ปลาย) ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไปั้แ่ประมาณสี่โมงเย็นแล้ว ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวในอาคารศิลปะไม้หลังเก่าแห่งนี้ ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่เริ่มเงียบงัน
ผมไม่ได้โกหกไอ้โย่งเื่เวลาหรอกนะ ผมก็ตั้งใจว่าจะกลับั้แ่ห้าโมงเย็นเหมือนกัน แต่พอผมเริ่มวาดภาพจริงๆ จิตใจผมมันก็จดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า จนลืมเื่ผีสางไปจนหมดสิ้น ผมกำลังสนุกกับการใช้สีน้ำมันไล่ระดับสีของท้องฟ้ายามเย็นในรูปทิวทัศน์ที่กำลังร่างอยู่ จนกระทั่งเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีดังแว่วมาตามลมจากเสาธงหน้าโรงเรียน... นั่นหมายถึงมันกำลังจะหกโมงเย็นแล้ว
ผมเงยหน้าขึ้นจากสมุดวาดรูป มองนาฬิกาเรือนเก่าที่ผนัง 17:58 น. เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นที่ขมับ
ผมรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพอย่างรีบร้อน หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ พยายามบอกตัวเองว่า "อีกสองนาที! แค่สองนาทีก็จะหกโมง! รีบออกไปซะไอ้เอก!"
แกร๊ก... แกร๊ก...
เสียงของเข็มนาฬิกาเดินดังกว่าปกติในความเงียบยามเย็น… และแล้วเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีก็จบลง!
ครืดดดดด... ทันทีที่เสียงเพลงจบลง ความเงียบสนิทก็เข้าปกคลุมอาคารศิลปะแห่งนี้อย่างฉับพลัน
18:00 น. (หกโมงเย็น)... เวลาต้องห้ามที่ทุกคนในโรงเรียนลือกัน
และวินาทีนั้นเอง... ผมก็ได้ยินเสียงที่บรรดานักเรียนที่เคยลองดีมาเล่าให้ฟัง!
เหมียววววววววววววววววว...
มันไม่ใช่เสียงร้องธรรมดา มันเป็เสียงร้องโหยหวนของแมว ที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย ราวกับมีความแค้นที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน มันดังออกมาจากทิศทางของห้องเก็บตำราสอนวาดรูปที่อยู่สุดทางเดินด้านหลังผม
เสียงร้องนั้นดัง สามครั้ง ตามที่ไอ้พวกนั้นเคยเล่าจริงๆ และมันก็ทิ้ง่ไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงที่สองจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้... มันดังใกล้เข้ามาอีกนิด
ผมแข็งทื่ออยู่กับที่ สองมือจับกระเป๋าสะพายแน่น ดวงตาจับจ้องไปที่ทางเดินมืดๆ ด้านหน้า
เหมียววววววววววววววววว...
แล้วมันก็มา...
จากมุมมืดของทางเดินหลังห้องเก็บตำรา แมวสีดำสนิทตัวหนึ่ง ก็เดินออกมาอย่างช้าๆ มันตัวใหญ่กว่าแมวทั่วไปเล็กน้อย ขนของมันดูเปียกชื้นเล็กน้อยแม้ว่าวันนี้จะไม่มีฝน และที่น่าขนลุกที่สุดคือ ดวงตาของมัน... มันเป็สีเหลืองอำพันที่วาววับเหมือนมีแสงสปอตไลท์ส่องจากด้านหลัง มันคือ'แมวตาผี'อย่างที่เขาลือกันจริงๆ!
เ้าแมวผี... มันจ้องมองตรงมาที่ผม เสียงร้องอันโหยหวนของมันหยุดลงแล้ว แต่มันจ้องมาที่ผมราวกับจะพิจารณาด้วยการใช้สายตาที่ราวกับสะกดจิตเพื่อชำแหละจิตใจของผม...!
มันไม่ใช่เงา! มันดูจะมีตัวตนจริง ๆ!
ขาของผมเริ่มอ่อนแรง ผมเกือบจะปล่อยกระเป๋าและเผ่นหนีออกไปให้พ้นอาคารนี้ แต่ภาพของไอ้โย่งที่กำลังหัวเราะเยาะว่า "มึงช็อคจนหัวโกร๋น" มันก็แล่นเข้ามาในหัว
"ผม... ผมไม่ได้มาทำร้าย..." ผมพูดออกไปเสียงสั่นเครือ พยายามทำให้เสียงของตัวเองเป็ปกติที่สุด "ผมแค่... แค่มาซ้อมวาดรูป ผมไม่ได้มาลองดีอะไร..."
แมวตัวนั้นหยุดเดิน มันทำท่าทางเหมือนจะขู่ผมเบาๆอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้ายเหมือนที่ผมหวาดกลัว มันเดินวนไปรอบๆ เสาต้นหนึ่งในห้องโถง ก่อนจะเดินเลียบผนังไปทางประตูหน้าอย่างช้าๆ อย่างไม่สนใจใยดีอะไรผมอีก ราวกับว่า... ผมจะไม่ใช่เป้าหมายที่น่าสนใจ... สำหรับมัน !
ผมยืนมองมันนิ่ง อดทนต่อความรู้สึกหวาดกลัวที่ถาโถมอยู่ในอก ไม่ใช่ผีที่น่ากลัวที่สุด แต่เป็ความไม่รู้ที่น่ากลัวกว่า
แมวดำเดินวนรอบๆ บริเวณประตูอย่างงุ่นง่าน มันใช้จมูกดมไปที่พื้นไม้เก่าๆ ก่อนจะหันมามองผมอีกครั้งด้วยดวงตาอำพันที่เปล่งแสงวาวอย่างน่ากลัว คล้ายกับว่า... มันอยากจะประเมินท่าทีของผมอีกสักครั้ง
แล้วในชั่วพริบตา... มันก็ละลายหายไปกับอากาศธาตุ ต่อหน้าต่อตาผมเลย!
"โอ้โห..." ผมถอนหายใจยาว ทรุดตัวพิงประตูราวกับจะเป็ลม ก่อนที่จะค่อยๆเรียกสติกลับมาได้ "มัน... มันไปแล้ว..."
ผมรีบฉวยกระเป๋าอุปกรณ์วาดรูปที่สะพายไว้ั้แ่แรก แล้วรีบวิ่งไปที่ประตูเตรียมจะออกไปให้พ้นจากอาคารนี้ แต่ในขณะที่มือของผมกำลังจะเอื้อมไปถึงลูกบิดประตู สายตาของผมก็ปะทะเข้ากับร่องรอยบางอย่างที่ผนังไม้ข้างประตู
ร่องรอยนั้น เป็รอยข่วนเล็กๆ ไม่ลึกนัก ดูเหมือนรอยเล็บที่เพิ่งข่วนมาหมาดๆ และมันเรียงกันเป็ตัวอักษรไทยที่ผมอ่านได้อย่างชัดเจนว่า:
'พรุ่งนี้ 19.00 น.'....?!
*โปรดติดตามตอนไป*