กิจการร้านเสื้อผ้าเลี่ยงเฟยเป็นไปได้ด้วยดี ในตอนนี้ที่ร้านรับสั่งจองล่วงหน้าแล้ว เพราะเสื้อผ้าที่ทางร้านวางขายนั้นไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้หลิงเฟยยังออกแบบเสื้อผ้าใหม่เพิ่มเติมอีกมาก ซึ่งเธอได้นำแบบที่วาดเอาไว้มาให้ลูกค้าได้เลือกและสั่งจองเอาไว้ด้วย ซึ่งจะมีราคาสูงกว่าที่มีขายในร้าน แต่ลูกค้าของเธอก็ไม่มีปัญหากับเรื่องราคา และยินดีที่จะจ่าย ในตอนนี้ไม่มีสาวๆ คนไหนที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าจากร้านเลี่ยงเฟยที่ตอนนี้กำลังมีชื่อเสียงในเมือง
“เสี่ยวซือ เอาแบบของชุดนี้ไปให้พี่จื่อหลันจ้ะ บอกว่า ลูกค้าต้องการด่วนจ้ะ “ลูกค้าสาวสวยที่ต้องการชุดจากแบบนี้ ต้องการที่จะใส่ไปร่วมงานเลี้ยงของแม่บ้านทหารจึงยอมเสียเงินเพิ่มเพื่อที่จะให้ทางร้านตัดเย็บให้หล่อนได้ทันเวลา
“ได้ค่ะ “หญิงสาวเดินนำแบบเข้าไปด้านในจากนั้นก็นำแบบอื่นที่ตัดเย็บเสร็จสิ้นแล้วมาใส่หุ่นไม้ตั้งโชว์ เรียกลูกค้า
“แม่ นั่นมัน สะใภ้รองนี่คะ “หยวนอิงเอ่ยบอกก่อนจะชี้ไปที่หลิงเฟยที่นั่งอยู่ในร้าน หล่อนจ้องมองดูเสื้อผ้าในร้าน เสี้ยวหนึ่งในใจเกิดความรู้สึกอิจฉาหลิงเฟยขึ้นมา ตั้งใจจะเข้าไปในร้านแต่สามีของหล่อนดึงเอาไว้ เพราะไม่อยากให้ให้ก่อเรื่องขึ้น
” ไปเถอะครับ อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย “ เหมาซานเอ่ยขึ้นจากนั้นก็พาหยวนอิงกับแม่ออกมาจากบริเวณนั้น ในเวลานี้เหมาอี้ซิ่วรู้สึกว่าในใจของตนนั้นมีความรู้สึกไม่ยินยอม ที่ได้เห็นว่า อดีตลูกชายลูกสะใภ้มีชีวิตดีกว่าลูกสาวของตนเอง หล่อนหันหลังกลับไปยังร้านเสื้อผ้าเลี่ยงเฟย และเดินเข้าไปในร้าน
“ ไม่คิดเลยว่า หล่อนจะมีเงินมาเลือกซื้อเสื้อผ้าในร้านดีๆแบบนี้ “ เหมาอี้ซิ่วเอ่ยถากถาง แต่หลิงเฟยไม่ได้ให้ความสนใจสองแม่ลูกคู่นี้สักนิด เธอยังคงทำงานของตนเองต่อไป
” นี่ ไม่ได้ยินหรอไง แม่พูดกับพี่อยู่นะ “ หยวนอิงตะวาดเสียงดังเมื่อไม่ได้รับความสนใจจากหลิงเฟย จึงรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย และแน่นอนว่าในร้านยังมีลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้าของทางร้านอยู่อีกหลายคน
“ เสียงดังอะไรกัน “ โจวเลี่ยงหรูเอ่ยขึ้น เธออยู่ในห้องด้านหลังจึงเดินออกมาดู และเห็นว่ามีหญิงต่างวัยมายืนจ้องมองหลานสะใภ้ของตนอยู่จึงได้เดินเข้าไป
“ พวกคุณมีอะไรหรือเปล่าคะ “
” คุณเป็นใคร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ “ หยวนอิงเอ่ยขึ้นอย่างถือดี
” นี่คือร้านของฉันค่ะ ถ้าหากคุณไม่ได้มาเลือกซื้อเสื้อผ้าของเราก็เชิญออกไปด้านนอกด้วยค่ะ “ หยวนอิงได้ยินว่าคนตรงหน้าคือเจ้าของร้านและเอ่ยปากไล่พวกตน หล่อนก็หน้าเสีย ก่อนจะชี้ไปยังหลิงเฟย แล้วเอ่ยขึ้น
“ หล่อนก็ไม่ได้เลือกซื้อแต่เข้ามานั่งเล่นเฉยๆ คุณก็ไล่หล่อนด้วยสิคะ จริงไหม พี่สะใภ้รอง “
“ คงไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเธอเป็นหลานสาวของฉัน และก็เป็นเจ้าของร้านเหมือนกันกับฉันด้วย “ โจวเลี่ยงหรูเริ่มรู้แล้วว่าสองคนนี้คงเป็นอดีตครอบครัวของหลานชาย
“ หมายความว่ายังไง “ เหมาอี้ซิ่วเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
“ คุณได้ยินไม่ผิดหรอก เธอเป็ตหลานสาวของฉันเอง “
“ ขอโทษด้วยนะครัยผมจะพาพวกเธออกไป “ เหมาซานเอ่ยบอก พร้อมกับก้มหัวแสดงการขอโทษต่อทางร้าน เขาพยายามที่จะดึงภรรยาของตนเองออกจากร้านนี้ แต่ไม่ว่ายังไงหล่อนสองแม่ลูกก็ยังไม่ยืนยอมที่จะออกไปจากร้านนี้
“ ปล่อย “ เหมาอี้ซิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างต่อผู้เป็นลูกเขยของตน เหมาซานที่ไม่ค่อยมีปากมีเสียงสักเท่าไหร่ก็ยอมปล่อยมือของตนเองออก
“ คิดไม่ถึงว่าได้ดิบได้ดีถึงขนาดเปิดร้านเสื้อผ้าใหญ่โต แต่ไม่คิดที่จะส่งเสียเลี้ยงดูแม่สามี หึ อกตัญญู “
“ คุณแน่ใจหรอว่าเป็นแม่สามีของหลานสาวฉัน เท่าที่ฉันรู้ หยางเซียวเป็นหลานชายแท้ๆของสามีฉัน หรือก็คือ ผู้พันหยาง แต่พวกคุณกล้าที่จะมาอวดอ้างว่าหลานชายของฉันเป็นลูกชายของคุณงั้นหรือ “ โจวเลี่ยงหรูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ทำเอาสองแม่ลูกตกใจตาโต เพราะคิดไม่ถึงว่าหยางเซียวจะมีญาติใหญ่โตขนาดนี้
“ แม่ “ หยวนอิงกระตุกชายเสื้อของแม่ตนเอง ในใจนึกหวาดกลัวไม่น้อย
“ ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ เมื่อก่อนเขายังดูดกินน้ำนมจากอกของฉันมาจนโต ฉันเลี้ยงเขามาจนถึงตอนนี้ “ เหมาอี้ซิ่วยังคงไม่ยอมแพ้ ยิ่งรู้ว่าหยางเซียวมีครอบครัวที่ฐานะดี หล่อนยิ่งคิดว่ายังไงเสียวันนี้ตนเองจะต้องได้เงินกลับไปใช้จ่าย
“ หึ หน้าหนาเสียด้วยสิ “
” นี่คุณ “ หยางอิงไม่พอใจที่ถูกคนตรงหน้าด่า
“ ช่างเถอะคะคุณป้า เสี่ยวซือจ้ะไปเรียกเจ้าหน้าที่มาที่ร้านทีจ้ะ “ หลิงเฟยเอ่ยขึ้นพลางจ้องมองสองแม่ลูกที่มาก่อกวนอย่างเอาเรื่อง
“ แกกล้าหรอ “ หยวนอิงที่ไม่รู้ว่า พี่รองของเธอนั้นไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของแม่ เพราะตอนนี้หล่อนแต่งไปยังหมู่บ้านสกุลเหมาแล้ว
“ ทำไมฉันต้องไม่กล้าล่ะ ลืมแล้วหรอไงว่าพวกเราไม่เกี่ยวข้องกับบ้านหยวนอีก “ หลิงเฟยจงใจเอ่ยถามเสียงดัง
“ หมายความว่าไง “ หยวนอิงไม่เข้าใจต่อคำพูดของหลิงเฟย แต่ไม่มีใครเอ่ยบอกอะไรหล่อนจึงได้แต่ยืนนิ่งมึนงงอยู่ตรงนั้น
“ พวกเธอมาทำอะไรที่นี่ “ หยวนชางเอ่ยถามเสียงดัง เขาไม่ทันสังเกตว่า มีใครอยู่ตรงนั้นบ้าง เมื่อหยวนซ่งสะกิดจึงได้รู้ว่ามีใครที่อยู่ตรงนั้นบ้าง
“ อาเฟย “ หยวนชางเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหันไปมองภรรยาและลูกสาวของตน
“ เจ้าใหญ่พาแกกับน้องแกกลับบ้านไป “ หยวนชางเอ่ยบอกก่อนที่เขาจะเดินออกจากร้านไปเขาหันกลับมามองหลิงเฟยอีกครั้ง ซึ่งหยวนซ่งเองก็เช่นเดียวกัน เขามองหญิงสาวตรงหน้าในใจยังรู้สึกของของคุณที่หล่อนให้เงินก้อนนั้นมาเพื่อที่เขาจะได้แต่งภรรยา