เช้าวันจันทร์มักจะเป็่เวลาที่ผมไม่ชอบที่สุดในรอบสัปดาห์ มันคือวันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เอกสารกองโตที่รอการอนุมัติ และการประชุมบอร์ดบริหารอันแสนเคร่งเครียดและน่าเบื่อหน่าย ทว่าเช้าวันจันทร์นี้กลับแตกต่างออกไปจากทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง หัวใจของผมอุ่นซ่านด้วยกระแสความอบอุ่นบางเบาที่ยังคงอบอวลอยู่ไม่จางหาย ความทรงจำแสนหวานจากสุดสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ ณ คอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดของพู่กันยังคงฉายชัดในห้วงความคิด ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง
ผมนึกถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวอันแสนละมุนของร่างเล็กที่นอนซุกตัวกลมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาในอ้อมแขน ยามที่ผมกอดประคองปลอบประโลมความกังวลใจของเขา และเฝ้ามองแก้มกลมสีชมพูระเรื่อที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอ ความรู้สึกนุ่มฟูและสุขล้นยามที่ได้นอนกอดคนดีของผมเอาไว้ในอ้อมอกช่างเป็ดั่งหยาดน้ำชโลมใจที่ทำให้ประธานบริหารวัยสามสิบสี่ปีอย่างผมแทบไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็จริงในเช้าวันใหม่เลยแม้แต่น้อย
ทว่าแม้ในห้วงความคิดจะเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและภาพลักษณาการอันน่ารักของพู่กันมากเพียงใด เมื่อผมก้าวเท้าลงจากรถและเดินเข้าสู่ตึกสำนักงานใหญ่ของ T-Group ผมก็จำเป็ต้องสวมหน้ากากประธานบริหารผู้เ็าและเฉียบขาดกลับคืนมาทันที สูทสามชิ้นสั่งตัดเนี้ยบกริบโทนสีเทาเข้มชาร์โคล (Charcoal Grey) คัตติ้งหรูหราสไตล์อังกฤษที่ผมสวมใส่ช่วยขับเน้นโครงร่างสูงใหญ่ให้สง่างามและน่าเกรงขาม เสื้อเชิ้ตสีขาวคัตติ้งเนี้ยบและเนกไทสีเทาเข้มลายเรียบ รวมถึงเข็มกลัดเนกไททองคำขาว สะท้อนความเนี้ยบกริบไร้ที่ติในแบบฉบับของผู้ดูแลอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ
ผมก้าวเดินผ่านห้องโถงล็อบบี้กว้างใหญ่ด้วยย่างก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง พนักงานทุกคนที่เดินสวนผ่านต่างพากันรีบก้มศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อมปนยำเกรง แววตาคมกริบของผมที่กวาดมองผ่านทำให้รอบกายตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทุกคนต่างรู้ดีว่า 'บอสธีร์' หรือ 'บอสจอมมาร' ของพวกเขานั้นเข้มงวดและรักความสมบูรณ์แบบมากเพียงใด หากแต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยและแววตาดุเฉียบคมนั้น เเต่ใจ ของผมกลับกำลังล่องลอยไปหาเด็กฝึกงานตัวน้อยที่ทำงานอยู่ชั้นล่างของตึก
เมื่อขึ้นมาถึงห้องทำงานส่วนตัวชั้น 45 ผมนั่งลงบนเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่และเริ่มลงมือเซ็นอนุมัติเอกสารกองหนาบนโต๊ะอย่างมีสมาธิ มือจับปากกาหมึกซึมตวัดเซ็นเอกสารแผ่นแล้วแผ่นเล่าอย่างว่องไวและเฉียบขาด จนแม้แต่คุณเก๋ เลขานุการคู่ใจที่ยืนคอยรับเอกสารยังแอบเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่เห็นผมจัดการกองเอกสารเสร็จสิ้นเร็วกว่าเวลาปกติเกือบเท่าตัว
"บอสจะรับกาแฟร้อนเพิ่มไหมคะ หรือ้าให้เก๋ประสานงานเรียกประชุมฝ่ายการตลาดสำหรับบ่ายนี้เลย" คุณเก๋เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางจัดระเบียบแฟ้มเอกสารในอ้อมแขน
"ยังไม่ต้อง"
ผมตอบกลับเสียงทุ้มเรียบ พลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ Patek Philippe เรือนหรู
"ผมจะลงไปตรวจงานที่แผนก Creative Design ชั้น 3 หน่อย โครงการ T-Forest มีแปลนจำลองส่วนขยายและพื้นที่สวนป่าแนวตั้งที่ผม้าลงไปดูรายละเอียดด้วยตัวเอง"
ข้ออ้างเื่การตรวจงานโครงการใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์ถูกยกขึ้นมาใช้อย่างเป็ธรรมชาติและแเีที่สุด ไม่มีใครในตึกนี้ล่วงรู้หรอกว่า เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ประธานสูงสุดยอมก้าวเท้าออกจากห้องทำงานหรูหราบนยอดตึกเพื่อลงไปยังแผนกออกแบบที่แสนจะวุ่นวายนั้น เป็เพียงเพราะหัวใจที่ว้าวุ่นทนความคิดถึงเด็กฝึกงานตัวน้อยไม่ไหวต่างหาก
---
ทันทีที่ลิฟต์แก้วความเร็วสูงเคลื่อนตัวลงมาจอดสนิทที่ชั้น 3 เสียงพูดคุยจอแจที่เคยดังแว่วออกมาจากแผนก Creative Design พลันเงียบกริบลงทันตาเห็นเมื่อร่างสูงสง่าของผมก้าวพ้นประตูลิฟต์ พนักงานในแผนกที่กำลังจับกลุ่มคุยงานหรือพูดคุยสัพเพเหระยามเช้ารีบแยกย้ายกลับเข้าประจำที่ของตนเองทันที บางคนรีบยืนตรงและพยักหน้าทักทายผมด้วยท่าทางตื่นเกร็งปนเลิ่กลั่ก
ผมทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ด้วยแววตาเรียบนิ่ง ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองหาจุดหมายปลายทางเพียงหนึ่งเดียวในแผนกนี้ สายตาของผมหยุดลงที่โต๊ะทำงานริมกระจกใสบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ทว่าภาพของพู่กันที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ความรู้สึกนุ่มฟูในอกของผมเมื่อเช้าพลันสะดุดกึกและเปลี่ยนเป็ความกังวลใจเข้ามาแทนที่
ร่างเล็กของพู่กันในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังนั่งตัวตรงนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน เขาสวมหูฟังครอบหูขนาดใหญ่ปิดกั้นตัวเองจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองตรงไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดแปลนจำลองสามมิติของ T-Forest ค้างไว้ แผ่นหลังบางเหยียดตรงดูเกร็งและตึงเครียดอย่างผิดปกติ น้องเอาแต่นั่งทำงานเงียบเชียบ ไม่ขยับเขยื้อน ไม่พูดคุย หรือหันไปหัวเราะร่าเริงกับพี่ส้ม หัวหน้าแผนกออกแบบที่มักจะเอ็นดูน้องเหมือนเช่นทุกวัน แม้กระทั่งกล่องขนมหวานและแก้วชานมไข่มุกที่มักจะวางเกะกะอยู่ข้างคีย์บอร์ดก็ถูกจัดเก็บหายไปอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยจนดูผิดหูผิดตา
ผมก้าวเดินช้าๆ ตรงเข้าไปยังโซนทำงานของน้อง แสร้งทำเป็หยุดพูดคุยกับพี่ส้มที่รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับและรายงานความคืบหน้าของงานสถาปัตยกรรมด้วยท่าทางนอบน้อม ผมพยักหน้ารับฟังคำรายงานเ่าั้อย่างสงบ ทว่าสายตาและประสาทััทั้งหมดของผมกลับจดจ่ออยู่กับเด็กหนุ่มแก้มกลมที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร
ยามที่ผมจงใจก้าวเดินผ่านโต๊ะของน้องและหยุดยืนเคียงข้างเพื่อขอดูแบบร่างแปลนจำลอง T-Forest ที่วางพาดอยู่บนโต๊ะ พู่กันกลับยิ่งก้มหน้าก้มตาทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง มือเล็กที่จับปากกาเขียนแบบดูสั่นเทาเล็กน้อยและข้อนิ้วขาวซีดเนื่องจากแรงบีบที่มากเกินไป น้องไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งที่ปกติแล้วเวลาผมเดินเข้าใกล้ เ้าตัวดีมักจะสะดุ้งสุดตัว ทำตาโตเท่าไข่ห่านเหมือนกระต่ายตื่นตูม แล้วลนลานยกมือไหว้พัลวันจนปากกาหรือไม้บรรทัดแทบจะร่วงหล่นพื้นให้ผมต้องคอยก้มเก็บให้อยู่เสมอ
แต่ครั้งนี้พู่กันกลับเลือกที่จะเงียบงัน แววตาของน้องยามที่จ้องมองเส้นสายบนจอคอมพิวเตอร์แฝงไปด้วยความกังวลใจและแววตาหมองหม่นอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางหลบเลี่ยงสายตาและพยายามหลบลี้หนีหน้าอย่างไม่มีสาเหตุนี้ส่งกระแสความเย็นวาบให้แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง หัวใจของผมบีบรัดแน่นด้วยความสังหรณ์ใจว่ามีบางสิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับคนดีของผมเสียแล้ว และสิ่งนั้นกำลังสร้างกำแพงล่องหนที่เย็นเฉียบขึ้นมาคั่นกลางระหว่างเราอย่างที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนเลย
---
"เอ่อ... พี่ส้มครับ พู่ขอตัวไปชงกาแฟแป๊บนึงนะครับ"
เสียงนุ่มหวานที่ผมแสนคิดถึงเอ่ยเบาๆ ก่อนที่พู่กันจะกอดถ้วยเซรามิกใส่กาแฟคู่ใจเอาไว้แนบอก แล้วลุกเดินเลี่ยงออกไปทางโซนห้องแพนทรีด้านหลัง แผ่นหลังบางที่เดินจากไปดูไหล่ตกและแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด
ผมรอจนกระทั่งร่างเล็กของน้องหายลับสายตาไปหลังผนังกระจกฝ้าของห้องเตรียมเครื่องดื่ม จึงหันไปบอกพี่ส้มให้เตรียมเอกสารรายงานสรุปส่งขึ้นไปให้ผมที่ห้องทำงาน้า จากนั้นผมแสร้งทำเป็ก้าวเดินมาหยุดที่โต๊ะทำงานของพู่กันเพื่อดูรายละเอียดแบบร่างแปลนสถาปัตยกรรม T-Forest บนกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่ยังคงกางทิ้งไว้ข้างสมุดสเกตช์ภาพส่วนตัวของน้อง
สมุดสเกตช์ภาพหน้าปกหนังแท้สีน้ำตาลเข้มเล่มนั้นผมจำมันได้ดี มันเป็สมุดเล่มโปรดที่พู่กันมักจะพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอเพื่อจดบันทึกภาพร่างไอเดียสิ่งก่อสร้างหรือรูปต้นไม้ที่เขาประทับใจ ทว่าในเวลานี้ สมุดเล่มนั้นกลับเปิดอ้าอยู่ครึ่งหนึ่งเนื่องจากมีซองเอกสารสีดำขอบทองเนื้อหนาเสียบสอดโผล่พ้นขอบออกมาอย่างน่าสงสัย
สัญชาตญาณความระแวดระวังและความเป็ห่วงทำให้ผมตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของน้องอีกก้าวหนึ่ง กวาดสายตาและมองดูรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็น จึงใช้ปลายนิ้วคีบดึงซองเอกสารกระดาษแผ่นพับนั้นออกมาดูอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้ร่างกายของผมชาวาบไปทุกสัดส่วน ราวกับมีกระแสความเย็นะเืแล่นผ่านขั้วหัวใจจนเกือบหยุดหายใจไปชั่วขณะ
มันคือนามบัตรกระดาษอาร์ตการ์ดสีดำขอบทองหรูหราสะดุดตา บนเนื้อกระดาษปั๊มฟอยล์ทองนูนระบุชื่อของ
'คุณอภิชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลของ V-Design' ซึ่งเป็บริษัทคู่แข่งั์ใหญ่ที่เป็ไม้เบื่อไม้เมาและคู่แข่งทางธุรกิจตลอดกาลของ T-Group และด้านหลังของนามบัตรยังมีข้อความเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงระบุเบอร์ติดต่อส่วนตัวและข้อความสั้นๆ ว่า 'หวังว่าจะได้รับข่าวดีจากคุณพู่กันนะครับ'
แต่ที่ทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะและชาวาบไปทั้งร่างยิ่งกว่า คือเอกสารข้อเสนอการจ้างงาน (Offer Letter) อย่างเป็ทางการที่แนบอยู่ด้านหลังนามบัตร... มันคือข้อเสนอการว่าจ้างในตำแหน่งสถาปนิกและดีไซเนอร์ประจำทันทีหลังจากที่พู่กันเรียนจบการศึกษา โดยทาง V-Design เสนออัตราเงินเดือนเริ่มต้นและค่าตอบแทนพิเศษที่สูงกว่าเบี้ยเลี้ยงการฝึกงานปัจจุบันของ T-Group ถึงสองเท่า พร้อมด้วยสวัสดิการระดับพรีเมียม การันตีการเข้าร่วมทีมออกแบบในโครงการแลนด์มาร์กสำคัญ และมีโอกาสเติบโตในสายงานอย่างก้าวะโโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกหรือสัมภาษณ์งานใดๆ อีก
ในจดหมายระบุอย่างชัดเจนว่า พวกเขาได้เห็นผลงานและการนำเสนอโครงการ T-Forest ของพู่กันในงานสัมมนาการออกแบบสถาปัตยกรรมเมื่อเดือนก่อน และรู้สึกประทับใจในแิการจัดสรรพื้นที่สีเขียวและความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่นสะดุดตาของน้องเป็อย่างมาก จึง้าทาบทามตัวเข้าทำงานโดยเร็วที่สุด
หัวใจของผมเต้นรัวแรง ความรู้สึกสับสนปนปั่นป่วนปะทุขึ้นในอก ทั้งความหึงหวง ความรู้สึกปวดแปลบที่ถูกคนรักบัญชีเื่สำคัญ และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียน้องไป ความจริงข้อนี้ทำให้ผมแทบจะยืนไม่อยู่ น้องแอบติดต่อกับ V-Design หรือเปล่า? หรือว่าทางนั้นเข้าหาพู่กันเงียบๆ แล้วน้องยังไม่ได้บอกผม? ทำไมคนดีถึงเลือกที่จะเก็บเอกสารนี้ไว้ในสมุดส่วนตัวโดยไม่ปริปากพูดเื่นี้กับผมเลยสักคำ ทั้งที่เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมาเราเพิ่งจะนอนกอดกันอุ่นซ่านลึกซึ้งแท้ๆ
ผมได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ก้าวเดินกลับมาจากโซนแพนทรี จึงรีบสอดนามบัตรและเอกสารข้อเสนอการจ้างงานฉบับนั้นกลับคืนตำแหน่งเดิมในสมุดสเกตช์ภาพของพู่กันอย่างรวดเร็วแเี ผมหมุนตัวกลับและแสร้งยืนกอดอกนิ่งมองแบบแปลนแผ่นใหญ่บนโต๊ะส่วนกลาง เมื่อพู่กันเดินกลับเข้ามาและชะงักฝีเท้าลงด้วยความประหลาดใจ ผมทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ด้วยสีหน้านิ่งเรียบเป็ทางการ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากแผนก Creative Design ตรงไปยังลิฟต์เพื่อกลับขึ้นสู่ชั้นบนสุดของตึกด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งและปั่นป่วนอยู่ในอก
---
บานประตูกระจกนิรภัยหนาทึบคู่ของห้องทำงานประธานบริหารชั้น 45 ปิดสนิทลงพร้อมกับความเงียบงันที่โรยตัวรอบกาย ผมโยนแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานสีดำสนิทอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเอื้อมมือไปถอดสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ทำงาน ปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตสีขาวและดึงเนกไทให้หลวมเล็กน้อยเพราะรู้สึกอึดอัดแน่นในอกจนแทบจะหายใจไม่ออก
ผมเดินไปหยุดอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานกว้างใหญ่แบบพาโนรามาที่มองเห็นทัศนียภาพตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครตัดกับเส้นขอบฟ้าและแม่น้ำสายหลัก ทว่าภาพเ่าั้และอาณาจักรธุรกิจ T-Group ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของผมในเวลานี้ กลับไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ร้อนรุ่มและพลุ่งพล่านราวกับไฟสุมอกของผมสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย
"V-Design... พวกมันกล้าดีอย่างไรถึงแอบมาทาบทามตัวเด็กฝึกงานของผม"
ผมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าเจือไปด้วยความกรุ่นโกรธและความวิตกกังวล
กระแสอารมณ์หึงหวงและความรู้สึกอยากปกป้องปะทุขึ้นมาในอกอย่างรุนแรง พู่กันเป็คนของผม เป็กระต่ายน้อยตัวเล็กที่ผมเฝ้าถนอมประคบประหงมและวาดฝันว่าจะดึงเข้ามาทำงานเคียงข้างกายในฐานะสถาปนิกประจำและคนรัก การที่คู่แข่งรายใหญ่อย่าง V-Design กล้าเสนอเงินเดือนสองเท่าเพื่อทาบทามและชิงตัวน้องไปจากผม มันทำให้สัญชาตญาณดิบในใจร่ำร้องอยากใช้อำนาจและอิทธิพลทางการเงินสั่งกดดันให้ V-Design ล่าถอยไป หรือเรียกตัวพู่กันขึ้นมาบนห้องทำงานนี้แล้วบังคับให้เซ็นสัญญาระยะยาวผูกมัดน้องไว้กับ T-Group ทันทีเพื่อไม่ให้น้องหนีไปไหนได้ตามอำเภอใจ
แต่ทว่าความกลัวลึกๆ ที่กรีดแทงหัวใจกลับสยบความพลุ่งพล่านชิงชังเ่าั้ลงอย่างรวดเร็ว
ผมย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามเดือนก่อน... วันที่ฝนตกหนักกระหน่ำฟ้าและรถยนต์ของผมเกิดเสียกลางซอยเปลี่ยวที่มืดมิด ท่ามกลางอาการโรคกระเพาะกำเริบอย่างรุนแรงจนผมแทบประคองตัวไม่อยู่ เป็พู่กัน... เด็กหนุ่มแปลกหน้าที่สวมเสื้อกันฝนแบบใสสะพายกระเป๋าเป้ใบโตที่เดินผ่านมาพอดี น้องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมคือ CEO ของ T-Group หรือผู้ทรงอิทธิพลคนไหน แต่น้องกลับรีบเข้ามาพยุงผม พาไปนั่งหลบฝนในร้านค้าโชห่วยเล็กๆ วิ่งฝ่าสายฝนออกไปซื้อยาและน้ำอุ่นมาให้ พร้อมทั้งคอยจับมือนั่งอยู่ข้างๆ ประสานงานเรียกรถกู้ภัยให้อย่างมีน้ำใจและอบอุ่นที่สุดโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ความจริงใจ ความน่ารัก และดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมตกหลุมรักน้องอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และทำให้ผมสั่งการให้แผนกบุคคลรับตัวพู่กันเข้าทำงานทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์งานปกติ เพื่อตอบแทนและเพื่อดึงน้องมาอยู่ใกล้ตัวของผมเอง
ผมรู้ดีว่าพู่กันรักในวิชาชีพสถาปนิกมากเพียงใด น้อง้าพิสูจน์ความสามารถและยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่มีร่มเงาของคำว่า 'เด็กเส้นของประธาน' คอยค้ำคอ หากผมใช้วิธีเผด็จการ บีบบังคับกักขัง หรือกดดันน้องด้วยอำนาจในเวลานี้ กระต่ายน้อยที่แสนอ่อนโยนและตื่นตูมง่ายตัวนี้จะต้องเตลิดหนีจากผมไปไกลแสนไกล และอาจจะไม่มีวันหันกลับมามองผู้ชายที่ชื่อธีร์อีกเลยตลอดกาล ความกังวลใจและท่าทางหลบตาของน้องในวันนี้บ่งบอกชัดเจนว่าน้องกำลังตกอยู่ในห้วงความสับสนระหว่างทางเลือกที่เย้ายวนใจในสายอาชีพและความอึดอัดใจในสถานะที่ไม่ชัดเจนและไม่เป็ทางการระหว่างเราสองคน
"พู่กัน... นายแอบเก็บนามบัตรใบนั้นไว้เพราะกำลังสับสนและหวาดกลัวใช่ไหม"
ผมกระซิบถามตัวเองพลางหลับตาลงด้วยความปวดร้าวที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก
ความเงียบและระยะห่างที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนทำให้ผมรู้สึกหน่วงในอกอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ผมอยากจะเปิดอกคุยถามน้องตรงๆ แต่ลึกๆ ในใจกลับหวาดกลัวคำตอบเหลือเกินว่าน้องอาจจะเลือกข้อเสนอจาก V-Design เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาและสร้างความก้าวหน้าด้วยตัวเองจริงๆ ความมั่นใจในฐานะประธานบริหารผู้กุมบังเหียนบริษัทใหญ่สูญสิ้นไปจนหมด เหลือเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่กังวลและหวาดหวั่นกับการสูญเสียคนรักไปตลอดกาล
---
่เวลาเย็นยามพระอาทิตย์อัสดงสาดแสงสีส้มแดงปนหม่นทาบทับลงบนถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ที่เนืองแน่นไปด้วยแถวรถยนต์ติดขัดยาวเหยียด รถสปอร์ต Aston Martin สีเทาเข้มเงางามคันหรูของผมค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามกระแสจราจรอย่างช้าๆ บรรยากาศภายในห้องโดยสารที่มักจะอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสและการพูดคุยเจื้อยแจ้วเื่ในแผนกของพู่กัน บัดนี้กลับเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานสม่ำเสมอคอยพัดผ่านความเย็นที่พ่นออกมาปะทะผิวกาย
พู่กันนั่งพิงแผ่นหลังบางเข้ากับเบาะหนังแท้สีเบจ ดวงตากลมโตคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถสปอร์ต จ้องมองแสงไฟท้ายสีแดงละลานตาของรถยนต์คันหน้าโดยไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลยสักคำเดียว ใบหน้าหวานสะท้อนความหนักใจและครุ่นคิดบางอย่างที่เ้าตัวแอบแบกรับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวอย่างชัดเจนจนผมรู้สึกได้
ผมเลื่อนมือหนาออกจากพวงมาลัยรถไปเกี่ยวกุมมือนุ่มของพู่กันที่วางอยู่บนคอนโซลกลางเช่นที่เคยปฏิบัติเป็ประจำ ทว่าในครั้งนี้ มือนุ่มของน้องกลับเย็นเฉียบราวกับคนจับไข้ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบและปวดแปลบคือ น้องปล่อยให้อุ้งมือของผมโอบกุมมือนุ่มเอาไว้นิ่งๆ โดยปราศจากการบีบกระชับตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย มือนั้นนิ่งงันไร้แรงตอบสนอง ราวกับความตึงเครียดและความสับสนได้แช่แข็งทุกััและปฏิกิริยาของน้องไปจนสิ้นซาก
ความเงียบงันที่ทอดยาวและบรรยากาศอึดอัดบีบคั้น ทำให้ผมตัดสินใจเอ่ยปากทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่พยายามปรับให้อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหยั่งเชิง
"พู่กัน... เดือนหน้าก็จะจบการฝึกงานที่แผนกดีไซน์ของ T-Group แล้วใช่ไหม"
ผมเอ่ยถามพลางทอดสายตามองถนนเบื้องหน้าสลับกับเสี้ยวหน้าหวานของคนข้างๆ
พู่กันสะดุ้งตัวเบาๆ ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกยามที่หันมาสบสายตาคมกริบของผมแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเบนสายตาหลบก้มมองมือตัวเองที่ถูกกุมไว้ น้องกลืนน้ำลายลงคออึกอัก ท่าทางอ้ำอึ้งและลนลานเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงแ่เบาเจือความไม่มั่นใจ
"ครับ... บอส ก็เดือนหน้าครับ"
สรรพนามคำว่า 'บอส' ที่แสนห่างเหินและเป็ทางการถูกนำกลับมาใช้แทนคำเรียกแทนตัวที่หวานหูและอบอุ่น ยิ่งตอกย้ำระยะห่างและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเราในขณะนี้จนอกของผมร้าวระบม
"คิดไว้หรือยังว่าอยากทำงานที่ไหนต่อ? อยากลองทำประจำกับที่ T-Group ต่อเลยไหม หรือว่าคิดอยากลองสมัครงานที่อื่นดูบ้างหรือเปล่า"
ผมพยายามคุมน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุดเหมือนเป็การสอบถามเื่อนาคตของเด็กฝึกงานทั่วไป ทว่าในอกกลับเต้นรัวด้วยความอึดอัดจนเจ็บหน่วงไปหมด
พู่กันนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นิ้วมือบางขยับไหวเล็กน้อยคล้ายจะดึงออกจากอุ้งมือผมแต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้ผมกุมไว้ต่ออย่างจำนน น้องอ้อมแอ้มตอบด้วยสีหน้าลำบากใจโดยไม่ยอมช้อนสายตาขึ้นมาสบตาตรงๆ กับผมเลยแม้แต่นิดเดียว
"ยัง... ยังไม่ได้คิดเลยครับบอส ตอนนี้กำลังดูๆ ตัวเลือกอื่นและศึกษาแนวทางอื่นอยู่บ้างน่ะครับ..."
คำว่า 'ตัวเลือกอื่น' และท่าทางปิดปากเงียบของพู่กันทำเอาผมรู้สึกเหมือนมีของแข็งกระแทกเข้ากลางอกเต็มๆ มือขวาของผมที่กำพวงมาลัยรถ Aston Martin บีบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวและเส้นเืปูดโปนด้วยความอึดอัดใจและความเ็ปที่น้องเลือกที่จะปิดบังเื่นามบัตรและเอกสารเสนอจ้างงานจากบริษัทคู่แข่งอย่าง V-Design เอาไว้ไม่ยอมปริปากบอกผมเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งที่ผมพร้อมจะมอบข้อเสนอที่ดีกว่าและพร้อมจะดูแลปกป้องน้องในทุกวิถีทาง
ผมหันไปมองเสี้ยวหน้าหวานของพู่กันที่เบนกลับไปเหม่อมองถนนภายนอกรถอีกครั้งด้วยแววตาห่วงหาปนปวดร้าวลึกๆ ความเงียบงันอันแสนทรมานโรยตัวกลับมาปกคลุมทั่วทั้งรถสปอร์ตคันหรูอีกครั้งตลอดเส้นทางขากลับคอนโด ผมเลือกที่จะสะกดกลั้นอารมณ์หึงหวงและความว้าวุ่นใจทั้งหมดเอาไว้ เก็บความลับที่ผมแอบไปล่วงรู้มาและไม่เอ่ยเื่นามบัตรของ V-Design ออกไปเพื่อไม่ให้กระต่ายน้อยตื่นตูมจนเตลิดหนีจากผมไป ปล่อยให้ความอึดอัดใจเจือจางพัดผ่านไปเงียบๆ ในยามค่ำคืนวันจันทร์นี้ โดยมีเพียงสายตาคมกริบของผมที่เฝ้ามองแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยความรักและความหวงแหนอย่างที่สุดที่แฝงอยู่ในความเงียบงันปวดร้าวใจข้างในประธานบริหารคนนี้คุกรุ่นอยู่เงียบๆ เท่านั้น
เช้าวันจันทร์มักจะเป็่เวลาที่ผมไม่ชอบที่สุดในรอบสัปดาห์ มันคือวันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เอกสารกองโตที่รอการอนุมัติ และการประชุมบอร์ดบริหารอันแสนเคร่งเครียดและน่าเบื่อหน่าย ทว่าเช้าวันจันทร์นี้กลับแตกต่างออกไปจากทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง หัวใจของผมอุ่นซ่านด้วยกระแสความอบอุ่นบางเบาที่ยังคงอบอวลอยู่ไม่จางหาย ความทรงจำแสนหวานจากสุดสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ ณ คอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดของพู่กันยังคงฉายชัดในห้วงความคิด ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง
ผมนึกถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวอันแสนละมุนของร่างเล็กที่นอนซุกตัวกลมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาในอ้อมแขน ยามที่ผมกอดประคองปลอบประโลมความกังวลใจของเขา และเฝ้ามองแก้มกลมสีชมพูระเรื่อที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอ ความรู้สึกนุ่มฟูและสุขล้นยามที่ได้นอนกอดคนดีของผมเอาไว้ในอ้อมอกช่างเป็ดั่งหยาดน้ำชโลมใจที่ทำให้ประธานบริหารวัยสามสิบสี่ปีอย่างผมแทบไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็จริงในเช้าวันใหม่เลยแม้แต่น้อย
ทว่าแม้ในห้วงความคิดจะเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและภาพลักษณาการอันน่ารักของพู่กันมากเพียงใด เมื่อผมก้าวเท้าลงจากรถและเดินเข้าสู่ตึกสำนักงานใหญ่ของ T-Group ผมก็จำเป็ต้องสวมหน้ากากประธานบริหารผู้เ็าและเฉียบขาดกลับคืนมาทันที สูทสามชิ้นสั่งตัดเนี้ยบกริบโทนสีเทาเข้มชาร์โคล (Charcoal Grey) คัตติ้งหรูหราสไตล์อังกฤษที่ผมสวมใส่ช่วยขับเน้นโครงร่างสูงใหญ่ให้สง่างามและน่าเกรงขาม เสื้อเชิ้ตสีขาวคัตติ้งเนี้ยบและเนกไทสีเทาเข้มลายเรียบ รวมถึงเข็มกลัดเนกไททองคำขาว สะท้อนความเนี้ยบกริบไร้ที่ติในแบบฉบับของผู้ดูแลอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ
ผมก้าวเดินผ่านห้องโถงล็อบบี้กว้างใหญ่ด้วยย่างก้าวที่มั่นคงและทรงพลัง พนักงานทุกคนที่เดินสวนผ่านต่างพากันรีบก้มศีรษะทำความเคารพอย่างนอบน้อมปนยำเกรง แววตาคมกริบของผมที่กวาดมองผ่านทำให้รอบกายตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทุกคนต่างรู้ดีว่า 'บอสธีร์' หรือ 'บอสจอมมาร' ของพวกเขานั้นเข้มงวดและรักความสมบูรณ์แบบมากเพียงใด หากแต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยและแววตาดุเฉียบคมนั้น เเต่ใจ ของผมกลับกำลังล่องลอยไปหาเด็กฝึกงานตัวน้อยที่ทำงานอยู่ชั้นล่างของตึก
เมื่อขึ้นมาถึงห้องทำงานส่วนตัวชั้น 45 ผมนั่งลงบนเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่และเริ่มลงมือเซ็นอนุมัติเอกสารกองหนาบนโต๊ะอย่างมีสมาธิ มือจับปากกาหมึกซึมตวัดเซ็นเอกสารแผ่นแล้วแผ่นเล่าอย่างว่องไวและเฉียบขาด จนแม้แต่คุณเก๋ เลขานุการคู่ใจที่ยืนคอยรับเอกสารยังแอบเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่เห็นผมจัดการกองเอกสารเสร็จสิ้นเร็วกว่าเวลาปกติเกือบเท่าตัว
"บอสจะรับกาแฟร้อนเพิ่มไหมคะ หรือ้าให้เก๋ประสานงานเรียกประชุมฝ่ายการตลาดสำหรับบ่ายนี้เลย" คุณเก๋เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางจัดระเบียบแฟ้มเอกสารในอ้อมแขน
"ยังไม่ต้อง"
ผมตอบกลับเสียงทุ้มเรียบ พลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ Patek Philippe เรือนหรู
"ผมจะลงไปตรวจงานที่แผนก Creative Design ชั้น 3 หน่อย โครงการ T-Forest มีแปลนจำลองส่วนขยายและพื้นที่สวนป่าแนวตั้งที่ผม้าลงไปดูรายละเอียดด้วยตัวเอง"
ข้ออ้างเื่การตรวจงานโครงการใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์ถูกยกขึ้นมาใช้อย่างเป็ธรรมชาติและแเีที่สุด ไม่มีใครในตึกนี้ล่วงรู้หรอกว่า เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้ประธานสูงสุดยอมก้าวเท้าออกจากห้องทำงานหรูหราบนยอดตึกเพื่อลงไปยังแผนกออกแบบที่แสนจะวุ่นวายนั้น เป็เพียงเพราะหัวใจที่ว้าวุ่นทนความคิดถึงเด็กฝึกงานตัวน้อยไม่ไหวต่างหาก
---
ทันทีที่ลิฟต์แก้วความเร็วสูงเคลื่อนตัวลงมาจอดสนิทที่ชั้น 3 เสียงพูดคุยจอแจที่เคยดังแว่วออกมาจากแผนก Creative Design พลันเงียบกริบลงทันตาเห็นเมื่อร่างสูงสง่าของผมก้าวพ้นประตูลิฟต์ พนักงานในแผนกที่กำลังจับกลุ่มคุยงานหรือพูดคุยสัพเพเหระยามเช้ารีบแยกย้ายกลับเข้าประจำที่ของตนเองทันที บางคนรีบยืนตรงและพยักหน้าทักทายผมด้วยท่าทางตื่นเกร็งปนเลิ่กลั่ก
ผมทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ด้วยแววตาเรียบนิ่ง ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองหาจุดหมายปลายทางเพียงหนึ่งเดียวในแผนกนี้ สายตาของผมหยุดลงที่โต๊ะทำงานริมกระจกใสบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ทว่าภาพของพู่กันที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ความรู้สึกนุ่มฟูในอกของผมเมื่อเช้าพลันสะดุดกึกและเปลี่ยนเป็ความกังวลใจเข้ามาแทนที่
ร่างเล็กของพู่กันในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกำลังนั่งตัวตรงนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน เขาสวมหูฟังครอบหูขนาดใหญ่ปิดกั้นตัวเองจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองตรงไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดแปลนจำลองสามมิติของ T-Forest ค้างไว้ แผ่นหลังบางเหยียดตรงดูเกร็งและตึงเครียดอย่างผิดปกติ น้องเอาแต่นั่งทำงานเงียบเชียบ ไม่ขยับเขยื้อน ไม่พูดคุย หรือหันไปหัวเราะร่าเริงกับพี่ส้ม หัวหน้าแผนกออกแบบที่มักจะเอ็นดูน้องเหมือนเช่นทุกวัน แม้กระทั่งกล่องขนมหวานและแก้วชานมไข่มุกที่มักจะวางเกะกะอยู่ข้างคีย์บอร์ดก็ถูกจัดเก็บหายไปอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยจนดูผิดหูผิดตา
ผมก้าวเดินช้าๆ ตรงเข้าไปยังโซนทำงานของน้อง แสร้งทำเป็หยุดพูดคุยกับพี่ส้มที่รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับและรายงานความคืบหน้าของงานสถาปัตยกรรมด้วยท่าทางนอบน้อม ผมพยักหน้ารับฟังคำรายงานเ่าั้อย่างสงบ ทว่าสายตาและประสาทััทั้งหมดของผมกลับจดจ่ออยู่กับเด็กหนุ่มแก้มกลมที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร
ยามที่ผมจงใจก้าวเดินผ่านโต๊ะของน้องและหยุดยืนเคียงข้างเพื่อขอดูแบบร่างแปลนจำลอง T-Forest ที่วางพาดอยู่บนโต๊ะ พู่กันกลับยิ่งก้มหน้าก้มตาทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง มือเล็กที่จับปากกาเขียนแบบดูสั่นเทาเล็กน้อยและข้อนิ้วขาวซีดเนื่องจากแรงบีบที่มากเกินไป น้องไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งที่ปกติแล้วเวลาผมเดินเข้าใกล้ เ้าตัวดีมักจะสะดุ้งสุดตัว ทำตาโตเท่าไข่ห่านเหมือนกระต่ายตื่นตูม แล้วลนลานยกมือไหว้พัลวันจนปากกาหรือไม้บรรทัดแทบจะร่วงหล่นพื้นให้ผมต้องคอยก้มเก็บให้อยู่เสมอ
แต่ครั้งนี้พู่กันกลับเลือกที่จะเงียบงัน แววตาของน้องยามที่จ้องมองเส้นสายบนจอคอมพิวเตอร์แฝงไปด้วยความกังวลใจและแววตาหมองหม่นอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางหลบเลี่ยงสายตาและพยายามหลบลี้หนีหน้าอย่างไม่มีสาเหตุนี้ส่งกระแสความเย็นวาบให้แล่นพล่านไปตามแนวกระดูกสันหลัง หัวใจของผมบีบรัดแน่นด้วยความสังหรณ์ใจว่ามีบางสิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้นกับคนดีของผมเสียแล้ว และสิ่งนั้นกำลังสร้างกำแพงล่องหนที่เย็นเฉียบขึ้นมาคั่นกลางระหว่างเราอย่างที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนเลย
---
"เอ่อ... พี่ส้มครับ พู่ขอตัวไปชงกาแฟแป๊บนึงนะครับ"
เสียงนุ่มหวานที่ผมแสนคิดถึงเอ่ยเบาๆ ก่อนที่พู่กันจะกอดถ้วยเซรามิกใส่กาแฟคู่ใจเอาไว้แนบอก แล้วลุกเดินเลี่ยงออกไปทางโซนห้องแพนทรีด้านหลัง แผ่นหลังบางที่เดินจากไปดูไหล่ตกและแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด
ผมรอจนกระทั่งร่างเล็กของน้องหายลับสายตาไปหลังผนังกระจกฝ้าของห้องเตรียมเครื่องดื่ม จึงหันไปบอกพี่ส้มให้เตรียมเอกสารรายงานสรุปส่งขึ้นไปให้ผมที่ห้องทำงาน้า จากนั้นผมแสร้งทำเป็ก้าวเดินมาหยุดที่โต๊ะทำงานของพู่กันเพื่อดูรายละเอียดแบบร่างแปลนสถาปัตยกรรม T-Forest บนกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่ยังคงกางทิ้งไว้ข้างสมุดสเกตช์ภาพส่วนตัวของน้อง
สมุดสเกตช์ภาพหน้าปกหนังแท้สีน้ำตาลเข้มเล่มนั้นผมจำมันได้ดี มันเป็สมุดเล่มโปรดที่พู่กันมักจะพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอเพื่อจดบันทึกภาพร่างไอเดียสิ่งก่อสร้างหรือรูปต้นไม้ที่เขาประทับใจ ทว่าในเวลานี้ สมุดเล่มนั้นกลับเปิดอ้าอยู่ครึ่งหนึ่งเนื่องจากมีซองเอกสารสีดำขอบทองเนื้อหนาเสียบสอดโผล่พ้นขอบออกมาอย่างน่าสงสัย
สัญชาตญาณความระแวดระวังและความเป็ห่วงทำให้ผมตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของน้องอีกก้าวหนึ่ง กวาดสายตาและมองดูรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็น จึงใช้ปลายนิ้วคีบดึงซองเอกสารกระดาษแผ่นพับนั้นออกมาดูอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้ร่างกายของผมชาวาบไปทุกสัดส่วน ราวกับมีกระแสความเย็นะเืแล่นผ่านขั้วหัวใจจนเกือบหยุดหายใจไปชั่วขณะ
มันคือนามบัตรกระดาษอาร์ตการ์ดสีดำขอบทองหรูหราสะดุดตา บนเนื้อกระดาษปั๊มฟอยล์ทองนูนระบุชื่อของ
'คุณอภิชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลของ V-Design' ซึ่งเป็บริษัทคู่แข่งั์ใหญ่ที่เป็ไม้เบื่อไม้เมาและคู่แข่งทางธุรกิจตลอดกาลของ T-Group และด้านหลังของนามบัตรยังมีข้อความเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงระบุเบอร์ติดต่อส่วนตัวและข้อความสั้นๆ ว่า 'หวังว่าจะได้รับข่าวดีจากคุณพู่กันนะครับ'
แต่ที่ทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะและชาวาบไปทั้งร่างยิ่งกว่า คือเอกสารข้อเสนอการจ้างงาน (Offer Letter) อย่างเป็ทางการที่แนบอยู่ด้านหลังนามบัตร... มันคือข้อเสนอการว่าจ้างในตำแหน่งสถาปนิกและดีไซเนอร์ประจำทันทีหลังจากที่พู่กันเรียนจบการศึกษา โดยทาง V-Design เสนออัตราเงินเดือนเริ่มต้นและค่าตอบแทนพิเศษที่สูงกว่าเบี้ยเลี้ยงการฝึกงานปัจจุบันของ T-Group ถึงสองเท่า พร้อมด้วยสวัสดิการระดับพรีเมียม การันตีการเข้าร่วมทีมออกแบบในโครงการแลนด์มาร์กสำคัญ และมีโอกาสเติบโตในสายงานอย่างก้าวะโโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกหรือสัมภาษณ์งานใดๆ อีก
ในจดหมายระบุอย่างชัดเจนว่า พวกเขาได้เห็นผลงานและการนำเสนอโครงการ T-Forest ของพู่กันในงานสัมมนาการออกแบบสถาปัตยกรรมเมื่อเดือนก่อน และรู้สึกประทับใจในแิการจัดสรรพื้นที่สีเขียวและความคิดสร้างสรรค์อันโดดเด่นสะดุดตาของน้องเป็อย่างมาก จึง้าทาบทามตัวเข้าทำงานโดยเร็วที่สุด
หัวใจของผมเต้นรัวแรง ความรู้สึกสับสนปนปั่นป่วนปะทุขึ้นในอก ทั้งความหึงหวง ความรู้สึกปวดแปลบที่ถูกคนรักบัญชีเื่สำคัญ และความหวาดกลัวที่จะสูญเสียน้องไป ความจริงข้อนี้ทำให้ผมแทบจะยืนไม่อยู่ น้องแอบติดต่อกับ V-Design หรือเปล่า? หรือว่าทางนั้นเข้าหาพู่กันเงียบๆ แล้วน้องยังไม่ได้บอกผม? ทำไมคนดีถึงเลือกที่จะเก็บเอกสารนี้ไว้ในสมุดส่วนตัวโดยไม่ปริปากพูดเื่นี้กับผมเลยสักคำ ทั้งที่เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมาเราเพิ่งจะนอนกอดกันอุ่นซ่านลึกซึ้งแท้ๆ
ผมได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่ก้าวเดินกลับมาจากโซนแพนทรี จึงรีบสอดนามบัตรและเอกสารข้อเสนอการจ้างงานฉบับนั้นกลับคืนตำแหน่งเดิมในสมุดสเกตช์ภาพของพู่กันอย่างรวดเร็วแเี ผมหมุนตัวกลับและแสร้งยืนกอดอกนิ่งมองแบบแปลนแผ่นใหญ่บนโต๊ะส่วนกลาง เมื่อพู่กันเดินกลับเข้ามาและชะงักฝีเท้าลงด้วยความประหลาดใจ ผมทำเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ด้วยสีหน้านิ่งเรียบเป็ทางการ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากแผนก Creative Design ตรงไปยังลิฟต์เพื่อกลับขึ้นสู่ชั้นบนสุดของตึกด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งและปั่นป่วนอยู่ในอก
---
บานประตูกระจกนิรภัยหนาทึบคู่ของห้องทำงานประธานบริหารชั้น 45 ปิดสนิทลงพร้อมกับความเงียบงันที่โรยตัวรอบกาย ผมโยนแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานสีดำสนิทอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเอื้อมมือไปถอดสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ทำงาน ปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตสีขาวและดึงเนกไทให้หลวมเล็กน้อยเพราะรู้สึกอึดอัดแน่นในอกจนแทบจะหายใจไม่ออก
ผมเดินไปหยุดอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานกว้างใหญ่แบบพาโนรามาที่มองเห็นทัศนียภาพตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครตัดกับเส้นขอบฟ้าและแม่น้ำสายหลัก ทว่าภาพเ่าั้และอาณาจักรธุรกิจ T-Group ที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของผมในเวลานี้ กลับไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่ร้อนรุ่มและพลุ่งพล่านราวกับไฟสุมอกของผมสงบลงได้เลยแม้แต่น้อย
"V-Design... พวกมันกล้าดีอย่างไรถึงแอบมาทาบทามตัวเด็กฝึกงานของผม"
ผมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าเจือไปด้วยความกรุ่นโกรธและความวิตกกังวล
กระแสอารมณ์หึงหวงและความรู้สึกอยากปกป้องปะทุขึ้นมาในอกอย่างรุนแรง พู่กันเป็คนของผม เป็กระต่ายน้อยตัวเล็กที่ผมเฝ้าถนอมประคบประหงมและวาดฝันว่าจะดึงเข้ามาทำงานเคียงข้างกายในฐานะสถาปนิกประจำและคนรัก การที่คู่แข่งรายใหญ่อย่าง V-Design กล้าเสนอเงินเดือนสองเท่าเพื่อทาบทามและชิงตัวน้องไปจากผม มันทำให้สัญชาตญาณดิบในใจร่ำร้องอยากใช้อำนาจและอิทธิพลทางการเงินสั่งกดดันให้ V-Design ล่าถอยไป หรือเรียกตัวพู่กันขึ้นมาบนห้องทำงานนี้แล้วบังคับให้เซ็นสัญญาระยะยาวผูกมัดน้องไว้กับ T-Group ทันทีเพื่อไม่ให้น้องหนีไปไหนได้ตามอำเภอใจ
แต่ทว่าความกลัวลึกๆ ที่กรีดแทงหัวใจกลับสยบความพลุ่งพล่านชิงชังเ่าั้ลงอย่างรวดเร็ว
ผมย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามเดือนก่อน... วันที่ฝนตกหนักกระหน่ำฟ้าและรถยนต์ของผมเกิดเสียกลางซอยเปลี่ยวที่มืดมิด ท่ามกลางอาการโรคกระเพาะกำเริบอย่างรุนแรงจนผมแทบประคองตัวไม่อยู่ เป็พู่กัน... เด็กหนุ่มแปลกหน้าที่สวมเสื้อกันฝนแบบใสสะพายกระเป๋าเป้ใบโตที่เดินผ่านมาพอดี น้องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมคือ CEO ของ T-Group หรือผู้ทรงอิทธิพลคนไหน แต่น้องกลับรีบเข้ามาพยุงผม พาไปนั่งหลบฝนในร้านค้าโชห่วยเล็กๆ วิ่งฝ่าสายฝนออกไปซื้อยาและน้ำอุ่นมาให้ พร้อมทั้งคอยจับมือนั่งอยู่ข้างๆ ประสานงานเรียกรถกู้ภัยให้อย่างมีน้ำใจและอบอุ่นที่สุดโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ความจริงใจ ความน่ารัก และดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นคือสิ่งที่ทำให้ผมตกหลุมรักน้องอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และทำให้ผมสั่งการให้แผนกบุคคลรับตัวพู่กันเข้าทำงานทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์งานปกติ เพื่อตอบแทนและเพื่อดึงน้องมาอยู่ใกล้ตัวของผมเอง
ผมรู้ดีว่าพู่กันรักในวิชาชีพสถาปนิกมากเพียงใด น้อง้าพิสูจน์ความสามารถและยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่มีร่มเงาของคำว่า 'เด็กเส้นของประธาน' คอยค้ำคอ หากผมใช้วิธีเผด็จการ บีบบังคับกักขัง หรือกดดันน้องด้วยอำนาจในเวลานี้ กระต่ายน้อยที่แสนอ่อนโยนและตื่นตูมง่ายตัวนี้จะต้องเตลิดหนีจากผมไปไกลแสนไกล และอาจจะไม่มีวันหันกลับมามองผู้ชายที่ชื่อธีร์อีกเลยตลอดกาล ความกังวลใจและท่าทางหลบตาของน้องในวันนี้บ่งบอกชัดเจนว่าน้องกำลังตกอยู่ในห้วงความสับสนระหว่างทางเลือกที่เย้ายวนใจในสายอาชีพและความอึดอัดใจในสถานะที่ไม่ชัดเจนและไม่เป็ทางการระหว่างเราสองคน
"พู่กัน... นายแอบเก็บนามบัตรใบนั้นไว้เพราะกำลังสับสนและหวาดกลัวใช่ไหม"
ผมกระซิบถามตัวเองพลางหลับตาลงด้วยความปวดร้าวที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก
ความเงียบและระยะห่างที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนทำให้ผมรู้สึกหน่วงในอกอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ผมอยากจะเปิดอกคุยถามน้องตรงๆ แต่ลึกๆ ในใจกลับหวาดกลัวคำตอบเหลือเกินว่าน้องอาจจะเลือกข้อเสนอจาก V-Design เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาและสร้างความก้าวหน้าด้วยตัวเองจริงๆ ความมั่นใจในฐานะประธานบริหารผู้กุมบังเหียนบริษัทใหญ่สูญสิ้นไปจนหมด เหลือเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่กังวลและหวาดหวั่นกับการสูญเสียคนรักไปตลอดกาล
---
่เวลาเย็นยามพระอาทิตย์อัสดงสาดแสงสีส้มแดงปนหม่นทาบทับลงบนถนนสายหลักของกรุงเทพฯ ที่เนืองแน่นไปด้วยแถวรถยนต์ติดขัดยาวเหยียด รถสปอร์ต Aston Martin สีเทาเข้มเงางามคันหรูของผมค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามกระแสจราจรอย่างช้าๆ บรรยากาศภายในห้องโดยสารที่มักจะอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสและการพูดคุยเจื้อยแจ้วเื่ในแผนกของพู่กัน บัดนี้กลับเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานสม่ำเสมอคอยพัดผ่านความเย็นที่พ่นออกมาปะทะผิวกาย
พู่กันนั่งพิงแผ่นหลังบางเข้ากับเบาะหนังแท้สีเบจ ดวงตากลมโตคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถสปอร์ต จ้องมองแสงไฟท้ายสีแดงละลานตาของรถยนต์คันหน้าโดยไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลยสักคำเดียว ใบหน้าหวานสะท้อนความหนักใจและครุ่นคิดบางอย่างที่เ้าตัวแอบแบกรับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวอย่างชัดเจนจนผมรู้สึกได้
ผมเลื่อนมือหนาออกจากพวงมาลัยรถไปเกี่ยวกุมมือนุ่มของพู่กันที่วางอยู่บนคอนโซลกลางเช่นที่เคยปฏิบัติเป็ประจำ ทว่าในครั้งนี้ มือนุ่มของน้องกลับเย็นเฉียบราวกับคนจับไข้ และสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบและปวดแปลบคือ น้องปล่อยให้อุ้งมือของผมโอบกุมมือนุ่มเอาไว้นิ่งๆ โดยปราศจากการบีบกระชับตอบกลับมาเลยแม้แต่น้อย มือนั้นนิ่งงันไร้แรงตอบสนอง ราวกับความตึงเครียดและความสับสนได้แช่แข็งทุกััและปฏิกิริยาของน้องไปจนสิ้นซาก
ความเงียบงันที่ทอดยาวและบรรยากาศอึดอัดบีบคั้น ทำให้ผมตัดสินใจเอ่ยปากทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่พยายามปรับให้อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหยั่งเชิง
"พู่กัน... เดือนหน้าก็จะจบการฝึกงานที่แผนกดีไซน์ของ T-Group แล้วใช่ไหม"
ผมเอ่ยถามพลางทอดสายตามองถนนเบื้องหน้าสลับกับเสี้ยวหน้าหวานของคนข้างๆ
พู่กันสะดุ้งตัวเบาๆ ร่างเล็กขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกยามที่หันมาสบสายตาคมกริบของผมแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเบนสายตาหลบก้มมองมือตัวเองที่ถูกกุมไว้ น้องกลืนน้ำลายลงคออึกอัก ท่าทางอ้ำอึ้งและลนลานเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงแ่เบาเจือความไม่มั่นใจ
"ครับ... บอส ก็เดือนหน้าครับ"
สรรพนามคำว่า 'บอส' ที่แสนห่างเหินและเป็ทางการถูกนำกลับมาใช้แทนคำเรียกแทนตัวที่หวานหูและอบอุ่น ยิ่งตอกย้ำระยะห่างและความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเราในขณะนี้จนอกของผมร้าวระบม
"คิดไว้หรือยังว่าอยากทำงานที่ไหนต่อ? อยากลองทำประจำกับที่ T-Group ต่อเลยไหม หรือว่าคิดอยากลองสมัครงานที่อื่นดูบ้างหรือเปล่า"
ผมพยายามคุมน้ำเสียงให้เรียบเฉยที่สุดเหมือนเป็การสอบถามเื่อนาคตของเด็กฝึกงานทั่วไป ทว่าในอกกลับเต้นรัวด้วยความอึดอัดจนเจ็บหน่วงไปหมด
พู่กันนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นิ้วมือบางขยับไหวเล็กน้อยคล้ายจะดึงออกจากอุ้งมือผมแต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้ผมกุมไว้ต่ออย่างจำนน น้องอ้อมแอ้มตอบด้วยสีหน้าลำบากใจโดยไม่ยอมช้อนสายตาขึ้นมาสบตาตรงๆ กับผมเลยแม้แต่นิดเดียว
"ยัง... ยังไม่ได้คิดเลยครับบอส ตอนนี้กำลังดูๆ ตัวเลือกอื่นและศึกษาแนวทางอื่นอยู่บ้างน่ะครับ..."
คำว่า 'ตัวเลือกอื่น' และท่าทางปิดปากเงียบของพู่กันทำเอาผมรู้สึกเหมือนมีของแข็งกระแทกเข้ากลางอกเต็มๆ มือขวาของผมที่กำพวงมาลัยรถ Aston Martin บีบแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวและเส้นเืปูดโปนด้วยความอึดอัดใจและความเ็ปที่น้องเลือกที่จะปิดบังเื่นามบัตรและเอกสารเสนอจ้างงานจากบริษัทคู่แข่งอย่าง V-Design เอาไว้ไม่ยอมปริปากบอกผมเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งที่ผมพร้อมจะมอบข้อเสนอที่ดีกว่าและพร้อมจะดูแลปกป้องน้องในทุกวิถีทาง
ผมหันไปมองเสี้ยวหน้าหวานของพู่กันที่เบนกลับไปเหม่อมองถนนภายนอกรถอีกครั้งด้วยแววตาห่วงหาปนปวดร้าวลึกๆ ความเงียบงันอันแสนทรมานโรยตัวกลับมาปกคลุมทั่วทั้งรถสปอร์ตคันหรูอีกครั้งตลอดเส้นทางขากลับคอนโด ผมเลือกที่จะสะกดกลั้นอารมณ์หึงหวงและความว้าวุ่นใจทั้งหมดเอาไว้ เก็บความลับที่ผมแอบไปล่วงรู้มาและไม่เอ่ยเื่นามบัตรของ V-Design ออกไปเพื่อไม่ให้กระต่ายน้อยตื่นตูมจนเตลิดหนีจากผมไป ปล่อยให้ความอึดอัดใจเจือจางพัดผ่านไปเงียบๆ ในยามค่ำคืนวันจันทร์นี้ โดยมีเพียงสายตาคมกริบของผมที่เฝ้ามองแผ่นหลังเล็กๆ นั้นด้วยความรักและความหวงแหนอย่างที่สุดที่แฝงอยู่ในความเงียบงันปวดร้าวใจข้างในประธานบริหารคนนี้คุกรุ่นอยู่เงียบๆ เท่านั้น