5 2-2
บทที่ 10 แม่ลูกร่วมแรงร่วมใจ (2)
เวลาบ่ายแก่ๆใกล้เย็น ณ ลานบ้านสกุลหลิน
"พี่เสี่ยวเย่ พี่เสี่ยวเย่! พ่อกับลุงของพี่มาแล้ว ตอนนี้พวกเขาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านแล้วครับ!"
เอ้อร์ตั้น เป็เด็กผู้ชายที่หลินเสี่ยวเย่จ้างให้มาดูต้นทาง เขาวิ่งปรู๊ดเข้ามาแจ้งข่าว ท่าทางดูกระตือรือร้นอย่างมาก
"เอ้อร์ตั้น นายทำได้ดีมาก! เอานี่ เอาเงินห้าเฟินที่สัญญาไป แล้วเก็บให้ดีๆล่ะ"
หลินเสี่ยวเย่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจพร้อมกับลูบหัวเอ้อร์ตั้น
"พี่เสี่ยวเย่ คราวหน้าใช้งานผมได้อีกนะครับ รับรองว่าผมจะทำอย่างสุดความสามารถเลยล่ะ! ผมวิ่งเร็วมากเลยนะ เด็กคนอื่นๆในหมู่บ้านไม่มีใครวิ่งเร็วเท่าผมแล้ว!"
เอ้อร์ตั้นดีใจจนแทบตัวลอยจากการได้เงินห้าเฟินเพียงเพราะแค่วิ่งมาแจ้งข่าว
"รีบไปกันดีกว่า รีบไปบอกแม่ว่าพ่อกับลุงกลับมาถึงแล้ว!"
หลินเสี่ยวเย่รีบดึงมือพี่สาวกลับไปบ้านทันที
ทางด้านหลินซงและหลินเจียง ทั้งสองเดินเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางอึดอัด พร้อมกับสีหน้าที่เคร่งเครียด
เื่น่าอับอายที่จางอวิ๋นม่านไปแจ้งตำรวจมาจับแม่สามีของตัวเองนั้น ได้แพร่สะพัดออกไปไกลอย่างรวดเร็ว ทำให้หลินซงและหลินเจียงรู้สึกเสียหน้าอย่างที่สุด พวกเขาได้แต่กังวลว่า หากเพื่อนร่วมงานในโรงงานรู้เื่นี้เข้า พวกเขาทั้งคู่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก?
"พี่ใหญ่ เดี๋ยวผมจะไปถามอวิ๋นม่านก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" หลินเจียงร้องบอกผู้เป็พี่ชาย
"นี่ถ้าฉันเป็แก ฉันจะอบรมเมียตัวเองให้ดีกว่านี้" หลินซงตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
หลินเจียงกระแทกประตูห้องเปิดออกดังปัง! ตั้งใจว่าจะซักไซ้จางอวิ๋นม่านให้รู้เื่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่คำพูดยังไม่ทันได้หลุดออกจากปากของเขา ก็กลับถูกเสียงหนึ่งดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"หลินเจียง ทำยังไงดีล่ะ? ฉันเผลอทำเื่ผิดพลาดครั้งใหญ่ไปแล้ว!"
"ถึงแม้คุณแม่จะใจร้อนไปบ้างก็จริง แต่ท่านก็ไม่ถึงกับเป็คนไม่ดีอะไร"
"เป็ความผิดของฉันเองค่ะ นั่นก็แม่แท้ๆของคุณ ฉันควรจะอดทนอดกลั้นให้มากกว่านี้ แต่เพราะเสี่ยวอวี่เกือบเอาตัวไม่รอด ฉันถึงได้โมโหใจร้อนทำอะไรวู่วามลงไปแบบนั้น"
"แต่เสี่ยวอวี่เป็เืเนื้อเชื้อไขของเรานะ คุณเองก็ควรจะต้องเข้าใจความรู้สึกของฉันในตอนนั้นบ้างนะคะ"
"ยังไงเรารีบช่วยกันคิดหาวิธีพาคุณแม่กลับมาก่อนเถอะนะคะ!"
จางอวิ๋นม่านนั่งอยู่บนเตียง เธอจ้องมองหน้าหลินเจียงด้วยน้ำตาที่ค่อยๆรินไหลหยดลงทีละเม็ดราวกับไข่มุก ใบหน้าของเธอที่ดูอ่อนโยนยิ่งเผยให้เห็นถึงความน่าสงสารยามร้องไห้ แม้เธอจะมีลูกถึงสามคนเข้าไปแล้ว แต่รูปร่างหน้าตาของเธอก็ยังคงงดงามไม่มีแปรเปลี่ยน สีหน้าท่าทางที่ฉาบคลุมด้วยความเศร้าเสียใจนี้ ทำให้หลินเจียงถึงกับต้องใจอ่อนฮวบไม่อาจลงโทษเธอได้อีกเลย
หลินเจียงรู้อยู่แก่ใจดีว่าแม่ของเขานั้นมีอุปนิสัยอย่างไร แต่เื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นในครอบครัว ก็ควรจำกัดอยู่แค่ภายในบ้านเท่านั้น ทำไมจะต้องให้คนนอกมารับรู้ด้วยล่ะ?
จางอวิ๋นม่านตระหนักชัดแจ้งในใจดีเช่นกัน หลินเจียงกลับมาคราวนี้จะต้องมาสอบสวนเธอชนิดเค้นหนักเอาเป็เอาตายแน่นอน แต่เธอไม่คิดเปิดโอกาสให้หลินเจียงได้เป็ฝ่ายเปิดฉากก่อนเช่นกัน พร้อมอาศัยเสน่ห์ร้อยเล่มเกวียนเข้าว่า ชิงลงมือสารภาพผิดเองทันที เพราะถึงอย่างไรแม่สามีก็ถูกจับกุมตัวไปแล้ว ฉะนั้น เื่ราวต่อจากนี้จะเป็อย่างไร ก็ล้วนขึ้นอยู่กับเธอทั้งสิ้น!
สิ่งใดที่ควรพูด จางอวิ๋นม่านก็ได้พูดออกไปจนหมดแล้ว หลินเจียงรู้สึกราวกับว่า ที่ตนเองทุ่มเทเรี่ยวแรงทั้งหมดชกหมัดออกไปนั้น กลับเสมือนชกลงบนกองนุ่นตกสู่สภาวะไร้เรี่ยวแรงตอบโต้โดยปริยาย
ในขณะเดียวกัน หลินเสี่ยวอวี่กับพี่สาวอีกสองคน ต่างหันไปมองหน้ากันอย่างเข้าใจ พวกเธอรู้ว่าตอนนี้เป็คราวของพวกเธอทั้งสามจะต้องลงมือแสดงแล้ว
“พ่อขา... หนูเจ็บมากเลยค่ะ เจ็บมากจริงๆ ทำไมคุณย่าถึงต้องปิดปากปิดจมูกหนูแบบนั้นด้วยล่ะคะ? หนูเกือบหายใจไม่ออก...”
“พ่อคะ... ตอนที่พ่อไม่อยู่บ้าน หนูกลัวมากเลยค่ะ คุณย่าดุมากจนหนูไม่กล้าทำอะไรเลย”
“พ่อคะ... ไหนพ่อบอกว่ารักพวกเรามากที่สุดไม่ใช่เหรอคะ? พ่อต้องปกป้องพวกเราด้วยนะคะ!”
หลินเสี่ยวอวี่และหลินเสี่ยวเย่ต่างก็พากันกอดแขนของหลินเจียงไว้คนละข้าง พร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ ส่วนหลินเสี่ยวจือที่ยืนอยู่เงียบๆข้างกัน ก็เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้าให้เห็น
หลินเจียงมองดูแม่ลูกทั้งสี่คนตรงหน้า ยังไม่ทันที่เขาจะได้ซักถามอะไร บรรยากาศภายในห้องกลับเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้และความเศร้าเสียใจ จนเขาถึงกับปวดหัวขึ้นมาทันที
“เอาล่ะๆ พ่อรู้ว่าทุกคนต้องลำบากและเศร้าเสียใจมากแค่ไหน แต่อยู่ในครอบครัวเดียวกันแบบนี้ มันก็ต้องมีเื่กระทบกระทั่งกันบ้างเป็ธรรมดาไม่ใช่เหรอ?”
“อีกอย่าง เสี่ยวอวี่ก็ไม่ได้เป็อะไรแล้วนี่นา?”
“ไม่ว่ายังไง...ก็ไม่น่าถึงกับต้องแจ้งตำรวจมาจับแม่ของผมเลยไม่ใช่เหรอ! ต่อให้ท่านจะผิดยังไง ท่านก็เป็แม่แท้ๆของผม!”
【มาอีกแล้ว มาอีกแล้ว! คำพูดสูตรสำเร็จของผู้ชายเฮงซวยมาอีกแล้ว】
【แม่แกก็แม่แกสิ! เกี่ยวอะไรกับพวกฉันด้วย? ทำตัวเป็ลูกแหง่ติดแม่ไปได้!】
【ถ้ากตัญญูนัก ก็อย่าดีแต่ปากสิ โน่น เข้าคุกไปดูแลแม่ตัวเองนู่นไป๊! ถุ๊ย!】
【ผู้ชายเฮงซวยแบบนี้ ไม่มีคุณสมบัติคู่ควรกับแม่ผู้แสนอ่อนโยนและใจดีของฉันเลยแม้แต่น้อย!】
หลินเสี่ยวอวี่รู้สึกสะอิดสะเอียนกับคำพูดชวนน่าสมเพชของพ่อตัวเอง ที่ไม่ว่าฟังยังไงก็ไม่ต่างจากคำแก้ตัวส่งเดช เธอแทบอยากจะอาเจียน สำรอกเอาอาหารที่กินเข้าไปก่อนหน้านี้ออกมาให้หมด
จางอวิ๋นม่านเช็ดน้ำตาแสร้งเล่นละครตอบไปว่า
"คุณพูดถูก ตอนนี้เราควรรีบหาวิธีช่วยคุณแม่ออกมาให้เร็วที่สุดก่อน"
“แต่…”
“แต่อะไร รีบๆพูดมาเถอะ!”
หลินเจียงตระหนักดีว่าแม่ของเขาเป็คนนิสัยเช่นไร แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เป็แม่ของเขา จะไม่ช่วยก็คงไม่ได้ อีกทั้งการที่มีแม่ติดคุกติดตารางแบบนั้น จะให้เขาออกไปสู้หน้าคนในโรงงานได้อย่างไรกันในภายภาคหน้า
จางอวิ๋นม่านเผยสีหน้าลำบากใจ พูดอ้ำๆอึ้งๆออกมาว่า
“ถึงแม้ผู้กำกับกู่จะยอมช่วยฉันเพราะเห็นแก่ผู้ใหญ่ในครอบครัว แต่เขาเพิ่งจะจับคุณแม่ไป แล้วตอนนี้จะให้ฉันไปขอร้องให้เขาปล่อยตัวออกมา…”
“ถ้าคุณเป็ผู้กำกับกู่ จะไม่รู้สึกเหมือนว่าพวกเรากำลังเล่นตลกกับเขาอยู่หรอกเหรอ?”
หลินเจียงหน้าซีดเผือดกับคำพูดของจางอวิ๋นม่าน เพราะสิ่งที่เธอพูดก็มีเหตุผลเช่นกัน ผู้กำกู่เป็ถึงระดับหัวหน้าของสถานีตำรวจ มีเครือข่ายและความสัมพันธ์กว้างขวาง หากเขาเกิดไม่พอใจขึ้นมา คิดว่าคนในตระกูลหลินกำลังรวมหัวเล่นตลกกับเขาแล้วล่ะก็ อาจถึงขั้นใช้อำนาจบารมีในมือเล่นงานเขากับพี่ชายก็เป็ได้ อย่างเลวร้ายที่สุดอาจถึงขั้น...ตกงาน!
ท้ายที่สุดนี้ หลินเจียงต้องจำใจล่าถอยชั่วคราวและรีบนำเื่ดังกล่าวไปปรึกษาหลินซงพี่ชายก่อน เพื่อที่จะหาทางช่วยแม่ออกมาโดยไม่ให้ผิดใจกับกู่เฉิน
“คุณกับลูกๆพักผ่อนกันก่อนเถอะนะ ผมจะไปลองปรึกษากับพี่ใหญ่ดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง”
จางอวิ๋นม่านมองตามแผ่นหลังของหลินเจียงที่เดินจากไปอย่างเร่งรีบร้อนใจ ดวงตาคู่สวยฉายแววเย้ยหยันฉับพลัน
“ละครเพิ่งจะเริ่มเปิดม่านเท่านั้นเอง ค่อยๆเต้นรำบนมือฉันไป ไม่ต้องรีบร้อน!”