ฟางเซียนที่ปรับความเข้าใจกับน้องชายได้แล้วจึงซักไซ้ไล่เื่ถึงต้นกล้วยที่ไปพบ เมื่อลองชิมกล้วยที่ฟางงเอามา รสชาตินุ่มลิ้นเหมือนโลกก่อนแต่กลับมีเมล็ดสีดำด้านในอยู่ คงเป็กล้วยป่าหรงนำมามีเพียงแค่สองหวีเท่านั้น แต่มีกล้วยถึง ๒๐ ผล แถมลูกใหญ่กว่ากล้วยที่เคยเห็นในโลกก่อนมาก ผลอวบใหญ่กว่าข้อแขนเด็กสิบขวบเสียอีก
"เ้าบอกว่าที่นั้น มีเยอะอย่างนั้นหรือ"
"ใช่แล้ว มีอีกหลายต้นเชียวล่ะ แต่พี่หลางบอกว่าหากเอากลับมามากเกินไป จะกินไม่หมด"
"ก็เอาไปทำอย่างอื่นสิ! " ฟางเซียนกล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้น กล้วยเป็ผลไม้ที่เหมาะแก่การนำไปทำขนมมากมาย บรรดาขนมที่ทำจากกล้วยเรียงรายเต็มสมองไปหมด
"เอาไปทำอย่างอื่นรึ แล้วท่านจะเอาไปเป็อะไรล่ะ" เด็กน้อยเอ่ยถาม ทำให้ฟางเซียนฉุดคิดขึ้นมา
เมนูขนมมากมายก็จริงแต่สิ่งที่นำมาปรุงก็ไม่มีด้วยสิ บรรดาขนมต่างๆ ถูกตัดออกไปที่ละอย่าง สองอย่างจนเหลือเพียงเมนูเดียวในความคิดของเขา กล้วยตาก!
กล้วยตากมีวิธีทำแสนง่าย เครื่องปรุงใช้เพียงเกลืออย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว ช่างเหมาะแก่บ้านหลังเล็กที่ไร้เครื่องปรุงหลังนี้บวดชีมากกว่านี่นา 'ที่นี้จะมีต้นมะพร้าวไหมนะ แต่ว่ากล้วยยังมีเลยนี้นาไม่แน่อาจมีต้นมะพร้าวก็ได้! '
"งหรงที่เ้าเข้าไปในดงกล้วยนั้นน่ะ ลองเล่าให้เล่าให้ฟังอีกสักรอบสิ" ฟางเซียนหมายมั่นอย่างเต็มเปี่ยมคะยั้นคะยอให้น้องชายเล่าอีกรอบ ฟางงหรง"เขาเอ่ยถามน้องชายอยากตนจะวิ่งเข้าป่าไปเองเลยตอนนี้เสียเลยด้วยซ้ำ
"มิใช่ว่าท่านพึ่งว่าข้าเื่เข้าป่ารึ? " เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวนใส่ ฟางเซียนอวดครวญในใจ ไม่น่าจริงๆ ไม่น่าไปเอ็ดเด็กนี่เมื่อกี้เลย!
"คะ..คือ..ไม่ใช่อย่างนั้นนะงหรง" ฟางเซียงเอ่ยตะกุกตะกัก ถึงใจอยากอยากได้หัวปลีก็ตาม แต่ตนจะให้น้องชายออกไปเสี่ยงอีกครั้งคงไม่ดี
"งหรงคนเก่ง เ้าช่วยบอกพี่หลางเ้าให้พาข้าไปที่นั้นได้หรือไม่? "
"ท่าน จะเข้าป่า? "
"ใช่ ดังนั้นเ้าชะ.."
"ไม่ได้! "
ฟางยัสงมองพี่ชายด้วยตาดูแคลน 'พี่ชายข้าช่างสรรหาเื่ดีจริง! '
"อย่าว่าแต่เข้าป่าเลย ท่านออกไปข้างนอกให้ได้สองลี้แล้วค่อยมากล่าวเื่นี้เถิด! "
"แต่ว่าข้าอยากไป! " ฟางเซียนหมายมั่นปั้นมือกับเรื่องนี้มาก เขาอยากออกไปหาต้นกล้วย อยากได้หัวปลี ทอดมันหัวปลีรอเขาอยู่!
"ยังไงก็ไม่ได้ มันอันตราย! "
"ที่เ้ายังเข้าไปได้เลย ข้าที่ๆ เต็มไปด้วยความลำบาก อีกอย่างท่านแม่ยอมไม่มีทางให้ท่านออกไปข้างนอกตอนนี้หรอก"
ฟางห็นพี่ชายงอแงเป็เด็กน้อย จึงรีบอธิบายโดยยกเอามารดามากล่าวอ้าง ฟางเซียนเริ่มสงบใจมากขึ้นหลังจากฟังคำดังนั้น นึกสังเวชใจตัวเองขึ้นมา ทำไมต้องอ่อนแอขนาดนี้นะ คนเป็น้องเห็นพี่ชายมีท่าทางหงอยลงก็ชักเห็นใจงหรงคนเก่งมาให้พี่กอดทีนะ"
"นี่ท่าน! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ! "เด็กน้อยโวยวายขึ้นเมื่อพี่ชายกอดรัดตนเอง ใบหน้าเล็กซับสีแดงระเรื่อ
"เป็เกอมากอดก่ายบุรุษได้เยี่ยงไร พี่รองท่านจะไร้ยางอายเกินไปแล้ว! "
หลังจากหยอกล้อน้องชายจนาสาแก่ใจแล้ว ฟางเซียนแบ่งผลกล้วยออกจากหวีมาสิบห้าลูก อีกห้าลูกไว้ให้พ่อแม่และพี่ใหญ่กลับมาลองชิมรสชาติ ส่วนที่เหลือนั้นเขาว่าจะทำกล้วยตาก
เด็กน้อยเป็พี่ชายบิดผลกล้วยออกมาหลายลูกจึงซักถาม "ท่านจะกินนั้นหมดหรือ"
"ใครว่ากัน พี่ว่าจะทำกล้วยตาก ผลที่เ้าน้ำมา มันสุกมากแล้วหากปล่อยทิ้งไว้หลายวันจะเน่าเอาเสียก่อน"
ฟางเซียนหั่นทางยาวแบ่งกล้วยหนึ่งลูกออกแบ่งออกเป็สี่ซีก กล้วย ๑๕ ผลเมื่อหั่นแบ่งก็ได้ออกมามากมาย เขาใช้มีดแกะเมล็ดที่แข็งนั้นออกด้วย เมื่อหั่นเสร็จก็น้ำไปแช่น้ำเกลือแล้วล้างออกก่อนจะน้ำไปผึ่งแดดไว้ เป็อันเสร็จเรียบร้อย
"นี่นะหรือกล้วยตาก"
"ใช่แล้ว ง่ายหรือไม่เล่า แดดจัดเช่นนี้คงตากสักสองวันก็แห้งพอดีแล้วล่ะ เป็ไว้กินได้นานเชียว"
"จริงรึ"
"แน่นอนพี่ชายคนนี้รับประกัน"
'รับประกันคือสิ่งใด'เด็กน้อยครุ่นคิดแต่ก็ี้เีถามแล้ว ลืมไปเสียด้วยซ้ำว่าเหตุใดพี่ชายที่ไม่เคยออกจากบ้านถึงรู้เื่ราวของกล้วยได้
เย็นวันนั้นทุกคนได้ลองกินกล้วยกันเป็ครั้งแรก ต่างก็ชื่นชอบในรสละมุนลิ้นของกล้วยทั้งนั้น เด็กน้อยรู้สึกได้หน้าอย่างมาก แม้จะโดนมารดาติเื่หนีเที่ยวก็เถอะ
มีเพียงฟางเซียนคนเดียวที่ไม่ได้รู้สึกอะไรมากเพราะเขาเคยทานมาแล้ว ยิ่งกล้วยไม่ใช่ผลไม้หายากในประเทศด้วย
ถัดมาสองวันก็ถึงวันที่วันที่ฟางงต้องไปในชายป่ากับเซียวหลางอีกครั้ง ฟางเซียนที่ลุกมาเตรียมของั้แ่เช้า นำกล้วยที่ตากแห้งจนสนิทดีนำไปนึ่งจนผิวขาวของกล้วยเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลเข้มช่ำวาวดูน่าทาน
ส่วนหนึ่งแบ่งให้ครอบครัวลองทานแบบนึ่งดู อีกส่วนหนึ่งก็ใส่ภาชนะที่มีฝาปิดให้น้องชายนำไปฝากเซียวหลางเพื่อเป็การขอบคุณหรงที่เขาแอบกังวลหรงที่เดินไปรอเซียวหลางตรงหน้าทางออก วันนี้เขาสะพายตะกร้าหลังมาด้วยแถมพี่ชายตัวดียังแอบเหน็บมีดเล็กมาด้วย ไม่รู้ว่าตนมาถึงทีหลังหรือเปล่า เพราะฟางเซียนเอาแต่สั่งย้ำห้ามทำนั้นทำนี้เสียจนน่าหงุดหงิด
'ทำตัวเหมือนท่านแม่เข้าไปทุกวัน! '
"เจอะหน้าครั้งใด เป็บึ้งตึงเสียตลอดล่ะอาฟงกับอาเฟย จึงมาช้าเสียหน่อย"
"มินานขอรับ หรง
"ขอรับ เป็กล้วยที่ท่านให้ข้า พี่รองข้าเป็คนทำ มันเรียกว่ากล้วยตาก ฝากมาให้ท่าน ตอบแทนกล้วยที่ท่านให้ไป"
"กล้วยตาก? "
"ใช่แล้วกล้วยนี้พี่รองนำไปตากไว้สองวันแล้วค่อยนึ่งเมื่อจะกิน รสชาติอร่อยกว่าที่เคยกินอีกขอรับ"
เด็กหนุ่มมองกล้วยตากที่นึ่งแล้ววางเรียงรายไว้อย่างเรียบร้อยก่อนจะหยิบมากัดชิมดู
รสชาติหวานแหลมพอดีเมื่อลองเคี้ยวให้สำเก่งง เ้าได้สิ่งที่พี่ฝากหรือไม่! "
"ไม่ได้! " เด็กเปิดตะกร้าด้านหลังให้พี่ชายดู มีเพียงใบตองที่ซ้อนทับกันด้านบนเพียงเท่านั้น ส่วนด้านล่างคือกล้วยอีกสองหวี
"ไม่จริงงงงงง" ฟางเซียนที่ตั้งตารอคอยถึงกับร้องออกมาเสียงหลง หัวปลีของเขา….
ฟางขะมันในการตากใบตองไม่ทันได้สังเกตว่ามีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งยืนมองจากรั้วบ้าน
เซียวหลางเห็นเด็กน้อยมานานแต่ไม่เคยได้พูดคุยกันสักครั้ง เวลาตนมาเที่ยวพะวังความคิดเมื่อเด็กน้อยฟางหึ วันนี้บ่นเขาดีนัก' ฟางเซียนรีบไปแย่งหัวปลีมาจากน้องชาย เอามากอดอย่างหวงแหนประหนึ่งอุ้มเด็กทารก
"งหรง เ้าหลอกข้า! "
"ใครหลอกท่านกัน"
"ก็เ้าบอกว่าไม่มีไง! "
"แต่ข้าไม่ได้บอกนิ ว่าพี่หลางมี" เด็กน้อยเดินหยักไหล่ใส่พี่ชายก่อนจะปรี่เข้าห้องนอนอย่างรู้ตัวดี ว่าหากยังอยู่ต้องโดนพี่ชายบ่นยับแน่
"จะ..เ้านี้มัน! "
วันนี้บ้านตระกูลฟางได้ลิ้มรสสิ่งที่เรียกว่าหัวปลีเป็ครั้งแรก แม้ฟางหานตงจะเคยกินกล้วยมาก่อนแต่ตนก็ไม่เคยกินหัวปลีแต่เมื่อลูกชายยืนยันว่ากินได้ แถมทำออกมาื่อเทศและหัวหอมกับเข้ากันได้อย่างลงตัว มะเขือเทศและหัวหอมช่วยขับกลิ่นอายที่เฉพาะของปลีออกมา ซึ่งคือคล้ายรสััของเนื้อสัตว์ที่มีความหวานในตัว
ครอบครัวฟางทานกันอย่างเอร็ดอร่อยมีเพียงแต่คนปรุงเมนูนี้เท่านั้น รสชาติของหัวปลีทอดนั้นอร่อยดี แต่ภายในใจกลับนึกไปถึงเื่เครื่องปรุงมากกว่า เครื่องปรุงในบ้านนี้แสนน้อยนิดเหลือเกิน ผักสดกรอบอร่อยก็จริงอยู่ แต่หากได้เครื่องปรุงเข้ามาเติมเต็มคงดีไม่น้อย..