เธอมีไก่ป่าอยู่ในมิติทั้งหมด 18 ตัว กระต่าย 6 ตัว ตั้งใจจะขายให้เหลือเพียงไก่สามตัว เพราะเธอไม่ชอบเนื้อกระต่าย
“เจ็ดสิบเบี้ยจ้ะ เธอเสนอตามราคาตลาด แต่ถ้าป้าเอาสามตัว ฉันให้ราคา 1 ไพ”
เพราะถามคนที่ตลาดทำให้รู้ว่า
200 เบี้ย เท่ากับ 1 ไพ
4 ไพ เท่ากับ 1 เฟื้อง
2 เฟื้อง เท่ากับ 1 สลึง
4 สลึง เท่ากับ 1 บาท
4 บาท เท่ากับ 1 ตำลึง
และ 20 ตำลึง เท่ากับ 1 ชั่ง
จากที่ตั้งใจจะซื้อเพียงตัวเดียว เมื่อเห็นราคาถูกลง เยื้องก็รับปากเพราะไหนๆที่บ้านก็มีหลานอีกสามคนที่ยังต้องดูแล
“งั้นก็เอามาสามตัว” ดาริกาเปิดฝาตะกร้าแกล้งลวงมือเข้าไป แล้วดึงไก่ออกจากมิติส่งให้
อีกฝ่ายก็เก็บในตะกร้าของตัวเองแล้วจ่ายเงิน
ดาริกากำเงินในมือแน่น กล่าวขอบคุณแล้วก็เดินหาสถานที่ขายต่อไป
ร้านที่สองเป็ร้านขายอาหารเหมือนร้านแรก แต่ขนาดเล็กกว่า เธอเห็นชายหนุ่มวิ่งวุ่น ทั้งรับออเดอร์ เสริฟ คิดเงิน และหายไปหลังร้านคงไม่แคล้วเป็พ่อครัวเองด้วย
ดาริกาตัดสินใจอยากจะลองชิมฝีมือพ่อครัวหนุ่มเพราะไหนๆก็มีเงินใช้สอยแล้ว จึงเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะว่าง
“ที่ร้านมีอะไรแนะนำบ้างจ๊ะ” เธอถามทันทีเมื่อเห็นเขายิ้มเข้ามาบริการ
เด็กสาวบ้านป่าหน้าตาดี ดึงดูดความสนใจของบุญทิ้งไม่น้อย
“มีไก่ต้มเส้น หมูป่าผัดเครื่องฉุน ต้มปลาตะคัง ไข่หงส์สามรส…”
เขาร่ายยาวนับสิบมีคุ้นหูอยู่ไม่กี่อย่าง
“ฉันขอ หมูป่าผัดเครื่องฉุน กับผัดเม็ดบัวใส่ไก่ แล้วก็ขอชานวลละออ มาลองด้วย”
เธอสั่งโดยที่ไม่ถามราคาสักนิด บุญทิ้งไม่แน่ใจว่าเธอจะมีจ่าย โดยเฉพาะชานวลละออซึ่งมีราคาแพงมาก
“เ้าจะกินหมดเหรอ”
“ไม่หมดก็ห่อกลับก็ได้”
“สามอย่างสองไพเ้ามีเงินจ่ายข้าหรือไม่” เขาตัดสินใจถามตรงๆ มีน้อยที่สาวบ้านป่าจะมาสั่งอาหารกินพวกเขาล้วนแต่ห่ออาหารมาด้วยทั้งนั้น เด็กสาวคนนี้จัดว่าให้เงินมือเติบไม่น้อย
ดาริกาตาโต “ตั้งสองไพเลยเหรอ”
“ข้าไม่ได้โก่งราคาเ้านะ ชานวลลออกาละหนึ่งไพ” ผู้ใดก็รู้ ส่วนมากชายหญิงผู้มีอันจะกินนิยมดื่ม ในหนึ่งวันจะมีหนึ่งถึงสองโต๊ะที่สั่งเพราะเขามีลูกค้ามีเงินแวะเวียนมาประจำ
เด็กสาวหน้าม่อย ไก่ป่าสามตัวแลกกับอาหารได้สองจาน
“งั้นไม่เอาชา เอาแต่อาหารมาเถอะ”
เขาหายไปไม่นานก็ออกมาพร้อมสิ่งที่สั่งสองจานในมือ
ดาริกาคีบเนื้อหมูป่า และไก่ผัดเม็ดบัวในจานกินจนหมด แม้รสชาติไม่แย่แต่ก็ไม่อร่อย ติดจืดพร้อมกลิ่นเครื่องเทศไม่คุ้นลิ้น
“เ้ามาขายอะไร” เมื่อว่างจากงานเขาก็โฉบมาชวนคุย สายตามองตะกร้าด้านข้างเธอ
“ฉันมีกระต่าย ไก่ป่า งูเหลือมท่านสนใจไหม”
“มีงูด้วยเหรอ” เขามีสีหน้าตื่นเต้น
“ใช่เอาไหมล่ะ”
“ขายยังไง ตัวใหญ่ไหม”
โชคดีที่ดาริกาดึงงูเหลือม กระต่ายและไก่ป่าออกมาอย่างละหนึ่งตัวไว้ในตะกร้าแล้ว เธอจึงเปิดโชว์สินค้าให้เขาเห็น
“ตัวใหญ่เหมือนกัน” สภาพดูสดใหม่น่าจะพึ่งตายได้ไม่นานบุญทิ้งคิด
“ให้เท่าไหร่ล่ะ” เธอไม่รู้ว่าจะตั้งราคายังไงเพราะสำรวจตลาดไม่เห็นมีใครขายงู
“หนึ่งเฟื้องเป็ยังไง”
ดาริกาครุ่นคิด หนึ่งเฟื้องเธอก็สามารถซื้อชานวลละออได้ถึงสี่กา เ้างูเหลือมขายได้ราคาดีไม่เบา
“ตกลง ท่านไม่เอาไก่ป่ากับกระต่ายด้วยเลยล่ะ หักลบกับค่าอาหารของฉัน”
ชายหนุ่มยิ้มเด็กสาวเจรจาขายเก่งไม่เบาเห็นแก่หน้าตางดงามเ้าหล่อนบุญทิ้งจึงยินยอม
“เช่นนั้นก็ได้ เ้าเอาของมาทั้งหมด ข้าจ่ายเ้าเพียงหนึ่งเฟื้อง”
ท่านสนใจจะซื้อไก่ป่ากับกระต่ายของฉันอีกหรือไม่ ถ้า้าฉันจะขายให้ราคาต่ำกว่าตลาดห้าเบี้ย
บุญทิ้งเลิกคิ้ว หากว่าลดราคาได้ต่อตัวห้าเบี้ย เขาก็ได้กำไรเพิ่มขึ้นไม่น้อย
“ครอบครัวของเ้าเป็พรานป่ารึ”
“ใช่”
“เช่นนั้นก็ได้ไว้ครอบครัวของเ้าล่าได้ ก็เอามาขายให้ข้าแล้วกัน”
“ตอนนี้ข้ามีไก่ป่าอีก 11 ตัวกระต่าย 5 ท่านจะเอาเลยหรือไม่”
“ตอนนี้หรือ”
“ใช่ ญาติของฉันนั่งขายไม่ไกล ถ้าท่านรับฉันจะวิ่งไปเอา”
บุญทิ้งไม่อยากจะเชื่อ ครอบครัวของเธอล่าไก่ป่าได้เป็สิบตัว กระต่ายอีกห้า น่าจะเป็พรานป่าเก่งกาจไม่เบา
ดาริกาได้คู่ค้าคนสำคัญเป็เ้าแรกก็แทบหุบยิ้มไม่ลง หลังรับเงินเธอใจดีบอกสูตรไก่ย่างยัดใบชยาสูตรที่เธอติดค้นขึ้นมาใหม่ให้เขาด้วย
“รับรองว่าสูตรนี้จะทำให้ท่านจะต้องขายดีแน่ๆ”
“แล้วข้าจะลองดู อีกสักสามสี่วันเ้าล่าได้ก็เอาขายให้ข้าแล้วกัน”
บุญทิ้งปาดเหงื่อ เสียเงินไปไม่น้อยจะให้รับซื้อไก่ป่ากับกระต่ายสิบตัวทุกวันคงไม่ได้ ร้านเขายังไม่ได้ขายดีถึงขนาดนั้น
ตอนนี้เธอมีเงินทั้งหมด 5 ไพ 115 เบี้ย ดาริกาเก็บเงินในมิติแล้วเดินชมสินค้าในตลาด พบเจออันไหนถูกใจก็ซื้อและโดยส่วนมากจะเป็พวกเครื่องปรุงเช่น เกลือน้ำตาลและแป้งสาลี เห็นขนมเบื้อง ขนมขบเคี้ยวก็ไม่พลาดต้องแวะซื้อตุนไว้เพราะราคาไม่กี่สิบเบี้ย หลายคนเห็นการจับจ่ายใช้สอยตรงข้ามกับภาพลักษณ์ถึงกับเหลียวมองอย่างไม่เชื่อสายตา
เธอเดินไปจนถึงย่านค้าผ้า ซื้อเสื้อผ้าฝ้ายแขนกระบอกกับกางเกงใหม่ หญิงสาวในเมืองนุ่งผ้าแตกต่างจากคนชนบทชัดเจน โดยมากพวกเธอจะนุ่งซิ่นผืนงามผ้าแถบคาดอก หรือไม่ก็เสื้อทรงกระบอกสีสดใส จะไม่นิยมสวมกางเกงอย่างคนชนบทที่อยู่กับท้องทุ่งหรือในป่าเป็ส่วนใหญ่
ถัดจากย่านผ้าก็เป็พวกเครื่องเงิน ดาริกาได้ขันใส่น้ำเพียงใบเดียวจากราคา 90 เบี้ยถือว่าราคาแพงเธอมองสร้อย แหวน กำไลเงินแบบผ่านๆ ไม่ได้สนใจมาก จนมาถึงสินค้าเครื่องปั้นดินเผาที่ดาริกาใช้เวลาอยู่นานในการเลือกซื้อ หม้อ ถ้วย ชาม
ทุกอย่างที่ซื้อจะทำเป็เก็บในตะกร้าขนาดใหญ่แต่แท้จริงแล้วส่งเข้ามิติหมด สินค้าสุดท้ายที่ได้คือมีด และดาบ
ที่บังเอิญเห็น เธอจ่ายโดนไม่ต่อราคาสักคำเพราะไม่ถือว่าแพงสำหรับมีดอีโต้คมกริบ กับดาบยาวเล่มใหญ่ ในราคา 2 ไพ
แม่หนูสำหรับดาบเ้าเก็บดีๆ นะอย่าให้พวกทหารยามด้านหน้าประตูเห็นเข้าไม่งั้นจะโดนยึด แล้วจะหาว่าข้าไม่เตือน
ทำไมต้องยึดด้วย เธอขมวดคิ้ว พ่อค้าเพิ่งจะมาบอกหลังจากเธอจ่ายเงิน
“ก็เ้ายังอายุน้อยน่ะสิ ซ่อนดีๆ แล้วกัน”
“ขอบใจจ้ะ” เธอเก็บเข้ามิติแล้วเดินกลับไปหาอินทรา
เห็นร่างผอมบางคุ้นตา เด็กสาวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ด้วยกังวลจะเกิดเหตุไม่ดีกับอีกฝ่าย
“ฉันเป็ห่วงพี่อยู่นานไปไหนมา”
“ก็เดินดูของในตลาด ว่าแต่เ้าขายหมดแล้วเหรอ” ของที่แบกะดินว่างป่าว
“หมดนานแล้วฉันก็รอว่าเมื่อไหร่พี่จะกลับ แล้วพี่ไม่ขายของที่เอามาเหรอ”
“ขายหมดแล้ว ฉันเอาไปขายให้พวกร้านอาหาร”
“พี่เอาอะไรไปขายเหรอ”
“กระต่ายกับไก่ป่า”
“พี่ขายเท่าไหร่เอาไปขายให้พวกร้านอาหาร ชอบกดราคาไม่สู้นั่งขายเองดีกว่า”
“ไก่ 70 เบี้ยกระต่าย 40 เบี้ย”
“ถือว่าไม่แย่” อินทราพูดแล้วก็เงียบคิด
สองตัวก็ 110 เบี้ย เธอแบกของหนักมาเต็มตะกร้า เผือก มัน เห็ด บักเล็บแมว ได้มากกว่าแค่15 เบี้ย
“กลับกันเถอะ” ดาริกาชวน
ขากลับฝูงชนเบียดเสียดแออัดกันเป็จำนวนมากอย่างผิดปกติ
“โอ้ย เ้าชนข้า”
“ใครเหยียบตีน”
“เขยิบออกไป”
“ข้างหน้าจะเบียดมาทำไมวะ”
“ว๊าย ของข้าพังหมดแล้ว”
เสียงสับสนวุ่นวายร้องดังขึ้น
“ปีเตอร์เกิดอะไรขึ้น” เธอถามระบบ
“ด้านหน้าเป็กลุ่มทหารนับร้อยนำเชลยไปขายยังตลาดทาสครับ”
“ขายทาส” ดาริกาเผลออุทานจนอินทราหันมอง
“พี่สนใจหรือ”
“ไปดูกันไหม”
“ไปก็ได้ แต่พี่ห้ามซื้อพวกมันนะ”
“ทำไมแพงเหรอ”
“ไม่แพงหรอก ไม่กี่สิบเบี้ยพวกนี้เป็เชลยที่ถูกจับมา ขี้คร้านใช้ก็ยากกินก็เยอะ หากมันไปก่อเื่ผู้เป็นายต้องรับผิดชอบ คนอย่างพวกเราอย่าหาเหาใส่หัวเป็ดี ปล่อยให้พวกผู้มีอันจะกินข่มแหงพวกมันไป”
เธอฟังหูซ้ายทะลุหูขวาพลางนับเงินในใจ ตอนนี้หมดเนื้อหมดตัวเธอเหลือแค่ 146 เบี้ยเท่านั้น
ถ้าได้แรงงานเด็กน้อยสักคนสองคน เธอคงสบายเื่ทำอาหาร ซักเสื้อผ้า และไม่เหงาที่ต้องอยู่กลางป่าลำพังกับปีเตอร์