ตอนที่ 11 เชื่อมั่นในตัวคุณชายกู้ คิดเองเออเองได้ดีมิเบา
ซูชิงเกอกล่าวเื่นี้ออกมาหลังจากที่ไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
นางเป็หญิงที่ชาญฉลาด
อีกทั้งมากไปกว่านั้นยังมีิญญาอีกตนในร่างที่มากไปด้วยปัญญาคอยช่วยแนะนำแผนการ พร้อมคิดหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ให้นางอยู่เสมอ
กู้ฉางเกอเป็ผู้มากบารมี มีท่าทีเยือกเย็น ราวกับมองดูทุกสิ่งจากเบื้องสูง
แต่บางครั้งก็กลับเผยแววหยอกล้อราวกับกำลังเล่นสนุกกับผู้คนจนยากที่จะคาดเดาได้
ต่างจากเย่เฉินซึ่งบริสุทธิ์ดุจแผ่นกระดาษขาว
แต่ก็เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ซูชิงเกอรู้สึกไม่สบายใจ
สุดท้ายนางจึงทำได้เพียงแสดงความจริงใจออกมาอย่างเต็มที่
ร่างเหมันต์จันทรา ร่างกระถางบ่มเพาะชั้นเลิศเช่นนี้ หากถูกเปิดเผยออกไป
นางย่อมต้องตกเป็เป้าหมายของเหล่าผู้ฝึกบำเพ็ญชราผู้ทรงพลังอย่างมิต้องสงสัย
การบอกจุดอ่อนนี้แก่กู้ฉางเกอ ก็เป็การแสดงออกว่านางมิกล้าแม้แต่จะคิดคดแม้แต่น้อย
ซูชิงเกอรู้ดีว่า ด้วยความฉลาดล้ำของเขา ย่อมต้องเข้าใจในสิ่งเหล่านี้อย่างแน่นอน
ดังนั้นตอนนี้ก็เหลือเพียงแต่รอดูว่า เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อเื่นี้
“ร่างเหมันต์จันทรา ร่างกระถางบ่มเพาะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ เ้ากล้าบอกข้าออกมาตามตรงเช่นนี้เลยหรือ”
เสียงของกู้ฉางเกอนั้นราบเรียบ ฟังไม่ออกถึงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
ซูชิงเกอก้มหน้าตอบเสียงเบา “ข้าเชื่อมั่นในตัวคุณชายกู้”
แต่แน่นอนว่าคำพูดนี้ก็เป็เพียงคำพูดเพื่อสร้างความประทับใจเท่านั้น
นางเองก็ไม่เห็นว่ากู้ฉางเกอจะมีความซื่อตรงอันใด
ทั้งล้ำลึกและยากจะคาดเดา ดูไปดูมาก็เหมือนจะเป็ฝ่ายตัวร้ายเสียด้วยซ้ำ
พูดได้ว่า นางมองไม่ออกว่าเขาเป็คนเช่นไร
“วาจามิตรงกับใจ”
กู้ฉางเกอเอ่ยวาจาพลางยิ้มเยาะ
ซูชิงเกอเม้มปากเงียบมิพูดสิ่งใด
กู้ฉางเกอปรายตามองนางเล็กน้อย
นางเอกผู้มีเสน่ห์ชวนชื่นชมยืนอยู่ตรงหน้านี้ถูกสร้างสรรค์มาได้อย่างสมจริงยิ่งนัก
ใบหน้างดงามประณีตดุจงานศิลป์ ดวงตาฉ่ำหวานราวสายน้ำ คิ้วบางเรียวประหนึ่งหมอกที่ทอดไกล
เรือนผมดำขลับนุ่มสลวย ใบหน้าขาวบริสุทธิ์ดุจผลึกใส เปล่งประกายงดงามจับใจ
บนใบหน้านั้นยังเผยให้เห็นแววแห่งความกังวลเล็กน้อย
พูดตามสัตย์จริง เขาเองก็มิใช่ผู้ยึดมั่นเคร่งครัดในศีลธรรม
สถานการณ์ตรงหน้านี้ เขาก็มิได้ทั้งเกลี้ยกล่อมหรือบีบบังคับซูชิงเกอ
ทุกสิ่งเกิดจากการยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย
ซึ่งเป็ไปเองโดยธรรมชาติ
“ระบบ กรณีที่นางยินยอมด้วยตนเองเช่นนี้ หากข้ารับนางไว้คงมิถูกค่าวาสนาย้อนทำร้ายหรอกกระมัง”
แน่นอนว่ากู้ฉางเกอต้องถามระบบเพื่อให้แน่ใจเสียก่อน
ฟ้าดินกว้างใหญ่เท่าใดก็ช่าง แต่ชีวิตน้อยๆ นั้นสำคัญที่สุด
ตราบใดที่ไม่เป็อันตรายต่อชีวิตของตน เขาก็ไม่ใส่ใจหรอกว่าซูชิงเกอจะมีความคิดเช่นไร
ตัวเอกถึงจะเป็ฝ่ายใส่ใจเื่ความรู้สึกผูกพันทางจิตใจ
แต่เขาเป็ตัวร้าย แน่นอนว่าต้องตอบสนองความ้าของตนเองเป็หลักอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดจะฝืนเด็ดผลไม้ แต่ก็กลัวว่าจะถูกชะตาฟ้าย้อนทำร้าย
ทว่าตอนนี้ผลไม้ผลนี้กลับถูกส่งมาให้ถึงที่แล้ว
“ด้วยสถานะชะตาฟ้าของนางเอกในตอนนี้ นางยังมิได้ยอมศิโรราบต่อนายท่านอย่างแท้จริง หากมีความสัมพันธ์กัน มีความเป็ไปได้สูงว่าจะถูกโชคชะตาย้อนทำร้ายได้”
ระบบอธิบาย
เอาเถิด เขาคาดเดาได้ั้แ่ต้นแล้ว
์ช่างโหดร้าย โชคชะตาช่างเล่นตลก
ในแดนตงฮวงอันห่างไกล ยังมีพลังอำนาจอันลึกลับจ้องมองทุกสิ่งอย่างเงียบเชียบ
เหตุการณ์ทั้งหมดเป็ไปตามที่กู้ฉางเกอคาดไว้
แน่นอนว่า เขายังคงไม่เผยสีหน้าแสดงอารมณ์ใดๆ เช่นเคย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เื่ร่างเหมันต์จันทรานี้ ข้าจะถือเสียว่าไม่เคยได้ยินในวันนี้ หากเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ชิงเกอหวังจะใช้เื่นี้เพื่อทำให้ข้าใจอ่อน ก็เชิญกลับไปเถิด”
“แม่นางโปรดสำรวมตนด้วย”
สีหน้าของเขาแฝงแววเ็ามิไยดี ราวกับตั้งใจอยากจะกล่าวว่า ‘ข้าตั้งใจฝึกฝนบำเพ็ญเพียร ไม่มีความสนใจในตัวแม่นางใดทั้งสิ้น’
ช่างน่าขัน
ตอนนี้แม้แต่กู้ฉางเกอเองก็ยังอดชื่นชมในฝีมือการแสดงของตนมิได้
หากระบบมีความคิดเป็ของตนเอง คงจะสาปแช่งเขาว่าช่างหน้าด้านไร้ยางอายไปแล้ว
เมื่อครู่เป็ผู้ใดกันที่รู้สึกหวั่นไหวในตัวนาง
“คุณชายกู้…”
คำพูดนั้นทำเอาซูชิงเกอถึงกับนิ่งอึ้ง ใบหน้างามบริสุทธิ์สะท้อนความตะลึงงันออกมา
วันนี้ที่มาพบเขา นางก็เตรียมใจเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้แล้ว
แม้จะไม่เต็มใจนัก และรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้าง
แต่นางเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ทว่าคำพูดนี้ของกู้ฉางเกอกลับทำให้นางถึงกับมึนงงไปทั้งตัว
แต่ลึกๆ แล้วก็อดรู้สึกโล่งใจขึ้นมามิได้
“กู้ฉางเกอผู้นี้ช่างคาดเดาได้ยากเสียจริง มองไม่ออกเลยว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่...”
ในตอนนั้นเอง เสียงจากอีกิญญาหนึ่งในจิตใจซึ่งคิดเห็นเช่นเดียวกันกับนางก็ดังขึ้น
“คุณชายกู้มิได้ฉวยโอกาสในยามที่ข้าตกที่นั่งลำบาก ดูท่าว่าก่อนหน้านี้ข้าคงจะเข้าใจเขาผิดไปแล้ว..."
“ข้านี่ช่างคิดเล็กคิดน้อยไปเองเสียจริง”
หลังจากที่กล่าวลาและออกจากเรือนไปแล้ว ซูชิงเกอก็อดที่จะคิดในใจไม่ได้
อารมณ์ของนางสดใสขึ้นมาโดยมิทราบสาเหตุ
ไม่หม่นหมองและอับเฉาเหมือนก่อนหน้านี้
เมื่อพินิจดูให้ดีแล้ว วันนั้นในมหาวิหาร เขาก็มิได้ทำสิ่งใดผิดมิใช่หรือ
ในคืนที่นางไปหาเขาที่เรือนพักนั้น เขาก็มิได้ดูสนใจนางเลยเสียด้วยซ้ำ ออกจะดูขี้คร้านจะสนใจเสียมากกว่า
การที่เขามีความคิดอ่านซับซ้อนก็เป็เื่ปกติมิใช่หรือ
นางเองก็เป็ดั่งเขาเช่นเดียวกัน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซูชิงเกอก็รู้สึกละอายใจขึ้นมา
เหตุใดก่อนหน้านี้นางถึงได้ด่วนสรุปไปว่าเขาเป็คนไม่ดีกัน
“ติ๊ง! มุมมองของซูชิงเกอเปลี่ยนไป ท่านได้รับค่าวาสนาเพิ่มขึ้น 20 แต้ม และได้รับค่าชะตา์เพิ่มขึ้น 100 แต้ม”
และในเวลาเดียวกันนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในใจของกู้ฉางเกออย่างไม่ขาดสาย
เขาได้ยินแล้วก็อดรู้สึกไร้คำจะเอ่ยมิได้
ซูชิงเกอนี่ถึงกับคิดเองเออเอง จนคิดจะพิชิตใจเขาด้วยตัวเองจริงๆ แล้วหรือ
แต่ผู้ใดจะไปคาดคิดว่า ผลสุดท้ายกลับกลายเป็ดียิ่งกว่าเดิมเสียนี่
แต่เขาเองก็คิดไม่ถึงว่า หนทางการเพิ่มค่าวาสนานี้จะมาจากตัวนางเอกเสียเอง
อย่างไรก็แล้วแต่
วันนี้ถือว่าได้กวาดค่าชะตา์กลับมาอย่างคุ้มค่า
เรียกว่าได้กำไรล้วนๆ โดยไม่ต้องสูญเสียสิ่งใด
400
200
100
รวมๆ แล้วนั้นกวาดมาได้ถึงทั้งหมด 700 แต้ม
ค่าวาสนาของเย่เฉินลดลงจนเหลือเพียง 300 กว่าแต้มแล้ว
สำหรับผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตอย่างเย่เฉิน วันนี้คงเป็วันที่เลวร้ายที่สุดแน่
ส่วนกู้ฉางเกอนั้นก็กลับอารมณ์แจ่มใสมิน้อย
แต้มค่าชะตา์ 700 แต้มนี้ กู้ฉางเกอมิได้รีบใช้ แต่เลือกที่จะเก็บสะสมไว้ก่อน รอให้ระบบร้านค้าเปิดเพื่อจะได้ดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
แม้เขาจะมิได้ขาดแคลนเคล็ดวิชาหรือทักษะอันใด
แต่ถ้ามีเคล็ดวิชาที่ทรงพลังยิ่งกว่ามาให้เลือก มันก็น่าสนใจมิใช่หรือ
และตอนนี้ทุกอย่างก็เตรียมการไว้เรียบร้อย คงถึงเวลาที่จะจัดการอาจารย์ของเย่เฉินเสียแล้ว