ณ ์
ร่างของั์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ขนาดใหญ่ ร่างของั์ที่สวมชุดเกราะอย่างครบชุดแสงสีของชุดเกราะที่ได้เปล่งประกายราวกับดวงไฟที่ส่องแสงยามตัวเมืองในค่ำคืน ใบหน้าที่ดุดันของคนที่แก่ชรามันทำให้ใครก็ตามที่พบเห็นก็คงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดันและหวาดกลัว ด้านหลังของั์นั้นเป็แสงสีทองเปล่งประกายราวกับพระอาทิตย์ยามอัสดง ดวงตาอันเยือกเย็นกับรอยคิ้วที่หนาอย่างเห็นได้ชัด
มือด้านทั้งสองข้างวางบนขอบบัลลังก์ ดวงตาหรี่ลงจับจ่อไปที่ภาพด้านล่าง ภาพของโลกที่วุ่ยวาย มารและสัตว์ประหลาดที่เคยหวังจะ์กลับเล็งเป้าไปที่ภพมนุษย์แทน เหล้า ยา หญิงสาว สิ่งของหรูหรา อำนาจ ตำแหน่ง เงินทอง มันเป็ของที่หลอกหลวงพวกมนุษย์ได้ดีสำหรับโลกที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีระดับสูง มีรถ มีเครื่องบิน จนหลงลืมความดีไปเสียหมด
นรก ์มันไม่มีจริงหรอก! เหนือฟ้าขึ้นไปก็คืออวกาศ ลงใต้ดินก็คือแกนโลกไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้หรอก พวกมนุษย์มักคิดแบบนี้เพราะงั้นยิ่งเป็ผลดีของพวกมารเข้าไปใหญ่ จนเทพธิดาและเทวดาหลายองค์จำเป็ต้องจุติแล้วไปเกิดเป็มนุษย์ ซึ่งตัวั์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นั้นก็เคยทำเช่นกัน ทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนจนเริ่มเห็นชะตากรรมที่แท้จริง แม้จะเห็นปลายแท้แต่ก็รับรู้จากประสบการณ์ได้ว่าคงอีกนานกว่าจะถึงจุดสิ้นสุด
สำหรับเทพั์ที่ผ่านาระหว่างมารมานับครั้งไม่ถ้วนการฆ่ามารให้หมดนั้นเป็เื่ที่ไม่ได้ดูยากเย็นเลยสักนิด แต่สำหรับตอนนี้มันไม่ใช่ การใช้กำลังไปฆ่ามารที่โลกมนุษย์นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับพวกมัน ดีไม่ดีอาจจะเกิดผลร้ายตามมาก็ได้ หากใช้กำลังไม่ได้ก็ต้องใช้ด้วยเล่ห์กล ณ ตอนนี้ เหล่าเทวดาก็มีบางส่วนที่ไม่อยากยุ่งอะไรทั้งนั้นบำเพ็ญเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่ก็ระดมสมองในการเอาชนะมารต่างๆนาๆ
มีเพียงยักษาตนนี้เท่านั้นที่ทำได้เพียงเฝ้ามองอย่างเหนื่อยใจ พลางนึกถึงเื่ราวต่างๆในอดีตเื่ของาอันดุเดือด การสละชีวิต สละเืเนื้อจนได้รับชนะ เคยเห็นความโลภของเทวดาด้วยกัน การหักหลัง หวังอำนาจ ไปจนถึงความอิจฉาของผู้หญิง การตัดสินใจผิดพลาดและการแก้ไขปัญหาทั้งดีและแย่
"เห่อ~"
ยักษาพ่นลมออกมาจากปากอย่างเบื่อหน่าย ภาพที่เห็นในวันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวันการชิงไหวชิงพริบของเทวดาที่พึ่งไปเกิดเป็มนุษย์กับมารที่ครอบงำมนุษย์ และเมื่อฝ่ายเทวดามีแววจะพ่ายแพ้ก็จะมีเทวดาหรือนางฟ้าตนอื่นมาช่วยเสมอๆ จนบางครั้งตัวของยักษาเองก็รู้สึกอยากให้มารชนะบางแต่นั้นคงไม่ใช่เื่ที่ดีแน่ๆ
*วิ้ง! วิ้ง! วิ้ง!
ความสนใจใหม่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของยักษา เป็ชายหนุ่มกายาสีเขียวมีแสงเปล่งของมาจากร่างกาย บรรยากาศรอบตัวของเขาดูสงบและมีความเป็ผู้นำ บ่งบอกถึงว่าเขานั้นไม่ใช่บุคคลธรรมดาด้วยเช่นกัน
"ท้าวพันตา... มาหาข้าคงมีเื่ใหญ่ละสิ" (ท้าวพันตา = พระอินทร์)
ยักษาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยเมยและไร้อารมณ์ ไม่ใช่ทั้งเกลียดหรือชอบ
"ท่านราพณาสูร จ้าวแห่งั์ทั่วปวง ข้ามาที่นี้เพื่อขอคำแนะนำจากท่าน"
ท้าวพันตาพนมมือก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมา คำพูดของท้าวพันตาเรียกร้องความสนใจให้กับยักษาเป็อย่างมากเพราะนับั้แ่ที่เขาได้จุติครั้งล่าสุดก็เกือบจะ 1 ร้อยปีเต็มแล้วก็ไม่เคยมีใครมาพบหรือเข้าหาเขามาก่อนเลย
"ณ ตอนนี้ ชนะของมารกำลังจะเข้าใกล้มาทุกทีๆ โดยมีมารตนใหม่เป็ผู้นำ มันเป็มารที่มีพลังอำนาจสูงและน่าจะเป็มารที่มีชีวิตรอดจากาในครั้งอดีตด้วย"
ความสนใจของยักษาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดมันเป็เื่ที่เคยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้ว่ามันจะดูเป็ปัญหาที่ใหญ่หลวงแต่ความเป็จริง มันไม่ได้หนักหนาเสียเท่าไหร่ หากคิดให้ดีก็เป็เพียงทหารหนีศึกเท่านั้น พวกมารเพียงได้ยินคำว่ามีผู้นำคนใหม่ "เป็มารอายุพันปีที่รอดจากาครั้งก่อน" เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้จากคนรับใช้ในตอนนั้นกลายเป็าาคนใหม่ได้ในทันที
สำหรับยักษานั้นหากเป็เมื่อก่อนก็คงจะสั่งให้เทวดาหรือนางฟ้า นาง์จุติไปจัดการแต่วิธีนี้มันยุ่งการและกินเวลานาน เพียงแต่เขามีวิธีที่ดีกว่า... และเมื่อยักษาคิดเช่นนั้นเขาก็เกิดความคิดบางอย่างที่รวดเร็วและจบทุกอย่าง
จู่ๆทั่วทั้งสรวง์ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เหล่าสัตว์พิเศษแตกตื่น เทวดาและนางฟ้านาง์ทุกตนรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ ทุกตนเงยหน้าขึ้นมองไปยังจุดที่สูงกว่าตน หากเป็่ปกติเหล่าเทวดานางฟ้าจะไม่สามารถเม่อมองไปยังชั้นที่สูงกว่าตนได้แต่ ณ ตอนนี้พวกเขาเห็นมวลพลังไหลรวบรวมไปยังจุดๆเดียว เป็ลำแสงสีแดงอันน่าหวาดหวั่นพุ่งตรงราวกับดาวหางไปยังทิศใต้
เสียงของลำแสงสีแดงนั้นราวกับฟ้าจะแยกเป็สองส่วน ความเร็วของแสงนั้นเร็วจนเสียงตามไม่ทัน รวดเร็วยิ่งกว่าอสนีบาตนับหลายเท่าตัว เร็วยิ่งกว่าอะไรที่มนุษย์สามารถรับรู้ได้แต่สำหรับพวกเทวดานางฟ้าและสัตว์์ มันเพียงเสมือนอุกกาบาตผ่านป่าที่มีฝูงสัตว์หวาดกลัวอยู่ใต้เงาของมัน จุดหมายของแสงนั้นคือรังของผู้นำมารตนใหม่
*ตูม...
เสียงดังดั่งะเิใต้น้ำ นิ่งๆ แต่ความรุนแรงของมันทำให้จุดที่เคยมีมารอาศัยอยู่ที่มีอาณาเขตเทียบเท่าทวีปยุโรปของมนุษย์ หายภายในพริบตาไม่เหลือแม้แต่เศษหินเศษดินเลยสักเสี้ยวอะตอมเดียว มันหายไปราวกับไม่เคยมีอาณาเขตนั้นอยู่ในภพมาร
"หายไปในพริบตา!! สมเป็ท่านราพณาสูรจริงๆ หากมีท่านอยู่ข้าเชื่อว่าไม่มีมารตนไหนสามารถโลกมนุษย์ได้แน่นอน"
คำสรรเสริญออกมาจากปากของท้าวพันตา แต่สำหรับยักษานั้นนี้เป็เพียงการข่มขวัญเท่านั้นหากเป็ตอนอดีตสิ่งนี้ไม่ต่างอะไรกับการขว้างกิ่งไม้ใส่เหล็กกล้า แต่สำหรับตอนนี้มันยิ่งกว่าะเินิวเคลียร์ มันทำให้เขานึกขึ้นกับตนเองอย่างช่วยไม่ได้จริงๆว่า"เขาสมควรที่จะอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ยุคนี้จริงๆงั้นหรอ?"
เมื่อยักษามองสิ่งรอบๆตัวเอง เขาก็รับรู้ได้ว่าเหตุใดตัวเขาต้องมาอยู่ที่นี้ เหตุใดต้องมาเฝ้ามองวนเวียนชีวิตของเหล่าเทวดาและมนุษย์ซ้ำไปซ้ำมา ส่วนเพื่อนร่วมรบของเขาก็ลงไปจุติกันหมดและเหตุใดเขาถึงยังทำอะไรแบบนี้อยู่ละ เขาพลางนึกไปถึงอดีตของตน
-------------
ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน สำหรับเขานั้นมิได้เกิดเป็มารหรือเทพแต่เขาเกิดมาเป็ั์ ั์ธรรมดาที่ไล่กินคนไม่ใช่ั์ชั้นสูงแบบราชวงศ์ั์แต่เป็ลูกั์ที่เกิดจากทหารยามและคนรับใช้ เขาเลยกลายเป็ลูกั์ไร้ตำแหน่งจนถึง่าระหว่างแคว้นั์ทั้งสอง เขาเองก็เป็หนึ่งในทหารแนวหน้า
แม้จะผ่านการรบมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายร้อยปี เพื่อนในสนามรบของเขาก็ตายไปหลายคนรวมถึงผู้เป็พ่อและพี่น้องของเขาด้วยและพอาจบ เขาก็ไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์เพื่มเติมนอกจากกลายเป็ทหารผ่านศึกและมีโอกาศได้ติดตามพระโอรสของาาประจำแคว้น
ชีวิตของเขาได้เปลื่ยนไปใน่ที่เขาได้ติดตามพระโอรสไปหาอาหารกินตามปกติ และด้วยความหยิ่งพยองของเด็กหนุ่มได้ไปท้าทายฤาษีที่บำเพ็ญตบะอยู่และแน่นอนผลลัพธ์ของมันคือพระโอรสถูกฤาษีเล่นงานจนปางตาย ยักษาและทหารที่ตามเสด็จก็ได้รับาเ็สาหัสเช่นกัน
แต่สุดท้ายพวกเขาทั้งหมดก็ได้รับการรักษาจากฤาษีท่านนั้น นับั้แ่วันนั้นยักษาก็เกิดสงสัยว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น หลังจากนั้นทุกวันยักษาจะแอบมาหาฤาษีท่านนี้จนเขาได้กลายเป็อาจารย์ของเขา ยักษาได้เริ่มฝึกตน ศึกษาตำรา ไม่นานนักเขาก็ลาออกจากการเป็ทหารของแคว้นนั้นซึ่งก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว
เขาใช้เวลาไม่นานก็เรียนจบ ห่มหนังเสือ หลังจากนั้นอาจารย์ของเขาก็พาเขาไปหาฤาษีอีกตนต่อไป ต่อไป และต่อไปนับสิบๆตน หลังจากนั้นยักษาก็ได้สมญานามว่า ฤาษีเขี้ยวใหญ่ และเขาเองก็เป็ั์ตนแรกที่ได้กลายเป็ฤาษีจนเวลาผ่านไปหลายร้อยปี เขาได้มีลูกศิษย์ทั้งดีและเลวจนชินชาและกระจ่างในเื่ทางโลกจนหมดสิ้นอายุขัยของเขา
แม้ชื่อจะดูเชยในสมันนี้แต่คุณภาพของมันเป็ดั่งชื่อไม่มีผิดเพี้ยน ขนาดสีเงินเปล่งประกายตัดกับสีทองที่ด้ามจับที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับลวดสายของพญานาค ขนาดของมันจะปรับเปลื่ยนไปตามผู้ถือครอง และด้วยความเข้ากันระหว่างขวานกับตัวของราพณาสูร ทำให้เขานั้นเป็แนวหน้าในการทะลวงฆ่าฟันเหล่ามารนับล้านตนให้สิ้นลงอย่างง่ายดาย
และทุกๆครั้งที่เกิดปัญหา าหรืออะไรก็ตามราพณาสูรคือแนวหน้าสำหรับการสู้รบจนเขาได้รับอีกสมญานามว่า เทพอสูรผู้บ้าคลั่ง จนมีเทวดาและนางฟ้าบางตนหวาดกลัวในตัวของราพณาสูร มันทำให้เขาต้องจุติกลายเป็ั์ธรรมดาอยู่หลายครั้งเพื่อพิสูจน์ว่าตนมิใช่ั์ผู้โหดร้าย
จนเวลาไปล่วงเลยผ่านไปมนุษย์เริ่มพัฒนา พวกสิ่งมีชีวิตแห่งั์ พญานาค มาร กลายเป็เพียงเื่เล่าและของหลอกเด็กพวกเทพและมารต่างก็พัฒนา การใช้กำลังตัดสินปัญหาถือเป็สิ่งที่โง่เง่ามากๆในยุคสมัยนี้ กลยุทธและความเ้าเล่ห์ถือเป็สิ่งที่จำเป็มากกว่า
แต่สำหรับตอนนี้การจุติของเขาคงจะช่วยให้อารมณ์ที่สับสนวุ่นวานต่างๆนาๆลดน้อยลงได้ การจุติมิใช่การเกิดใหม่แต่มันคือการสิ้นชีวิตของเทพยดาส่วนการเกิดใหม่มันขึ้นอยู่กับหน้าที่และเวรกรรมที่ทำมา บวกการบำเพ็ญที่ทำมาตลอดที่เป็เทวดาอยู่ด้วยและการจุติของราพณาสูรมันย่อมไม่ใช่อะไรที่เล็กน้อยอย่างแน่นอน แต่สำหรับราพณาสูรไม่ชอบอย่างยิ่งที่จะให้ใครมาคอยตามประกบ ดูแลข้างกาย หรือคนมาสรรเสริญ เพียงมีคนคอยบอกข่าวก็เพียงพอ
ราพณาสูรหลับตาลงในขณะที่ท้าวพันตากำลังจะหันหลังกลับไป เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่ตนมีสลายชิ้นส่วนในร่างกายของตนให้กลายเป็ละอ่องสีเปล่งดั่งหิ่งห้อย สลายไปที่ละส่วน ละส่วนอย่างรวดเร็ว จิตของเขาที่เคยส่องเห็นทั่วทั้งสรวง์แม้จะหลับตาอยู่แต่ตอนนี้มันค่อยๆเลื่อนหายไป ประสาทััทั้งหมดที่เคยมีก็จางหายไปอย่างช้าๆ... จนเหลือแต่ความมืดมึด
จบตอน
--------------------
ตอนนี้เกริ่นเื่นานมากไปหน่อย ตอนนี้จะเนื้อเริ่มจริงๆ