เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 104 ซ้ำซ้อน

            “ฉินเว่ย!”

            เสียงแซวจากผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นลั่วเสี่ยวซีหันไปมองตามเสียง ก็เห็นสายตาหยอกเย้าของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง

            สาวๆ ในสังกัดของฉินเว่ยนั้นมีเยอะแยะมากมายสงสัยเธอจะโดนเพื่อนของเขาเข้าใจผิดว่าเป็นหนึ่งในนั้นแน่ๆว่าแล้วเธอจึงเตะเขาไปหนึ่งที

            “ไปไกลๆ เลยไป”

            “คนใจร้าย!”เขารู้ดีลั่วเสี่ยวซีกำลังกลัวอะไร จึงเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก

            ลั่วเสี่ยวซีเดินกลับไปหาซูอี้เฉิงเขายืนถือแก้วไวน์แดงพูดคุยอยู่กับแขกคนอื่นในงานท่าทางของเขาในตอนนี้สามารถฆ่าผู้ชายทั้งงานได้ในพริบตา

            น่าแปลกที่เธอรู้จักกับเขามาก็นานหลายปีแล้วแต่ทำไมยิ่งมองก็ยิ่งชอบกันนะ

            เมื่อคนที่คุยอยู่กับเขาแยกตัวออกไปลั่วเสี่ยวซีจึงเดินยิ้มร่าเข้าไปหา แววตาของซูอี้เฉิงเย็นเยียบลงทันทีสายตาที่มองเธอนั้นเหมือนฉาบไปด้วยน้ำแข็ง ราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อครู่

            ชิท!ลั่วเสี่ยวซีเริ่มเซ็ง เธอยังไม่ทันทำอะไรเลยนะ เป็นอะไรของเขาเนี่ย?

            หรือว่าท่าเดินของเธอมันไม่ดีไม่งาม?

            แต่ยังไม่ทันได้หาคำตอบเสียงฮือฮาก็ดังมาจากทางหน้าประตู ตามด้วยเสียงกดแฟลชนับร้อยที่ดังไม่หยุด

            “รั่วซีนี่คือเรื่องบังเอิญเหรอคะ”

            “รั่วซีคุณรู้อยู่แล้วหรือเปล่า? ดาราคนอื่นมักจะระวังไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นนี่คะคุณคิดยังไงกับเรื่องนี้คะ”

            “รั่วซี...”

            การมาของหานรั่วซีเป็นเรื่องปกติแต่...คำถามของพวกนักข่าวนี่สิ ดูแปลกๆ นะ

            เนื่องด้วยตำแหน่งที่เธอยืนอยู่ทำให้ลั่วเสี่ยวซีมองไม่เห็นทางหน้าประตู แต่เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างไรก็ไม่รู้ว่าแล้วจึงดึงมือซูอี้เฉิงให้วิ่งออกไปดูด้วยกัน

            “ไปดูกันเถอะ”

            พวกการ์ดกำลังล้อมหานรั่วซีเพื่อรักษาความปลอดภัยเธอแต่งหน้าอย่างงดงาม และเดินดั่งนางพญาเครื่องประดับที่สวมใส่ต่อให้ทอประกายแค่ไหนก็ถูกความงามของเธอกลบเอาไว้อย่างลงตัว สมแล้วที่เป็นดาราสาวเบอร์หนึ่งของ Lu Media ที่กำลังก้าวสู่วงการบันเทิงระดับโลก

            เธอมักจะเป็นจุดรวมสายตาของทุกคนที่ไม่ว่าปรากฏตัวที่ไหนเมื่อไร ก็มักจะมีข่าวใหม่ๆ ออกมาเสมอ ซึ่งในครั้งนี้สิ่งที่ดึงความสนใจของพวกนักข่าว ก็คือชุดราตรียาวสีขาวของเธอนั่นเอง

            ลั่วเสี่ยวซีจ้องจนตาแทบถลน

            “WTF!” ทำแบบนี้ก็ได้เหรอเนี่ย!

            สายตาเย็นเยียบของซูอี้เฉิงตวัดมามองลั่วเสี่ยวซีในทันทีเธอยิ้มแห้งก่อนจะเอ่ย

            “ฉันพูดถึงนาฬิกาๆ i-watch น่ะ”

            ตอนนั้นเองเสิ่นเยว่ชวนก็รีบเดินเข้ามาหาพวกเธอ

            “เจี่ยนอันกับลู่เป๋าเหยียนอยู่ที่ห้องรับรองชั้นสิบ จะไปบอกเธอไว้ก่อนดีไหม”

            “เดี๋ยวก่อน”ลั่วเสี่ยวซีเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปยืนอยู่หน้าสุดก่อนจะกวาดสายตามองหานรั่วซีอย่างคนที่อยู่ในวงการแฟชั่น เธอจะลูบคางอย่างใช้ความคิดและเดินกลับไป

            เสิ่นเยว่ชวนเอ่ย“ผมพาคุณขึ้นไปเอง”

            “ขอบคุณค่ะ”

            ลั่วเสี่ยวซีลากซูอี้เฉิงขึ้นไปแจ้งข่าวพร้อมกัน

            ขณะที่ซูเจี่ยนอันกำลังพักผ่อนอย่างเป็นสุขในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนหวาน

            เธอถามลู่เป๋าเหยียน

            “นายอยู่ที่นี่จะไม่เป็นไรเหรอ”

            ลู่เป๋าเหยียนมองนาฬิกาก่อนตอบ

            “อีกเดี๋ยวฉันคงต้องลงไปแล้วเธอนั่งพักอยู่ที่นี่ก่อนก็ได้ ฉันจะเรียกลั่วเสี่ยวซีขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อน”

            “ไม่ต้องหรอก”ซูเจี่ยนอันขยับเท้าเล็กน้อย “เสี่ยวซีคงอยู่กับพี่ชายฉันถ้าโดนเรียกขึ้นมาตอนนี้เธอคงโกรธฉันแน่ๆ เดี๋ยวฉันลงไปกับนายดีกว่า”

            “ไม่เหนื่อยเหรอ”

            “ไม่เหนื่อย”ซูเจี่ยนอันยิ้มตอบ “อย่างที่นายบอก ฉันควรทำตัวให้ชิน”

            ปีศาจน้อยวันนี้ดูว่านอนสอนง่ายกว่าปกติจนลู่เป๋าเหยียนเริ่มรู้สึกไม่ชิน เขามองเธอนิ่ง เธอจึงเอียงคอถามอย่างสงสัย

            “มองอะไรหรือกำลังคิดว่าฉันดูขึ้นกล้องกว่าพวกดาราในสังกัดบริษัทนาย?”

            “ก็จริง”ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปาก

            “หา?” ซูเจี่ยนอันยิ้มกว้างขึ้นอีก“งั้นฉันเซ็นสัญญาเป็นดารากับบริษัทนายได้ไหมฉันจะได้เข้าวงการพร้อมกับลั่วเสี่ยวซี ดีไม่ดีพวกเราอาจจะดังในชั่วข้ามคืนเป็นดาวดวงใหม่...”

            “ไม่ได้”ลู่เป๋าเหยียนพูดตัดบท

            “ทำไมอ่ะ?” ซูเจี่ยนอันไม่เข้าใจ“ปกติให้ตายฉันก็ไม่ยอมทิ้งอาชีพแพทย์นิติเวชนะ แต่ถ้าได้เป็นดาราแล้วล่ะก็...ฉันยอมลาออกก็ได้!”

            “เป็นดาราก็เหมือนถูกผู้คนจับตามองตลอดเวลาเพราะยิ่งคนรู้จักมากก็ยิ่งดี” ลู่เป๋าเหยียนช่วยเธอใส่รองเท้าก่อนจะลุกขึ้นยืนพลางอธิบายด้วยเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์

            “ส่วนเธอให้ฉันมองคนเดียวก็พอ”

            สายตาคมเข้มของเขามองเธออย่างลึกซึ้งน้ำเสียงสุดเซ็กซี่ที่เอ่ยออกมาเหมือนจะสื่อความนัยบางอย่าง หัวใจของซูเจี่ยนอันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะราวกับสาวน้อยที่เพิ่งรู้ตัวว่าชายที่เป็นรักแรกพบก็ชอบตัวเองเหมือนกัน

            ถึงอย่างนั้นเธอก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งทำเป็นไม่พอใจ

            “คนเผด็จการ...พวกเราควรจะลงไปได้แล้วหรือเปล่า”

            ลู่เป๋าเหยียนกุมมือเธอก่อนจะเข้ามาโอบเอวเธออย่างชิดใกล้ และพากันเดินออกไปด้านนอก

            “ถ้าเหนื่อยแล้วก็บอกฉัน”

            “อืม”

            ทั้งสองคนยืนรอลิฟต์อยู่ไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมกับคนสามคนที่อยู่ในนั้น

            ลั่วเสี่ยวซี ซูอี้เฉิงและเสิ่นเยว่ชวน

            สีหน้าของลั่วเสี่ยวซีดูแปลกๆส่วนเสิ่นเยว่ชวนก็ดูมีอะไรผิดปกติ ซูเจี่ยนอันชักจะสงสัย

            “ทำไมพวกเธอถึงขึ้นมาพร้อมกันได้?”

            พูดจบเธอก็เดินเข้าไปในลิฟต์ก่อนที่ลิฟต์จะค่อยๆ เคลื่อนตัวลงไปที่ชั้นล่าง

            ลั่วเสี่ยวซีรู้ดีว่าเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้งเพื่อนเธอจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร จึงตัดสินว่าจะบอกเพื่อนไปตามตรง

            “เจี่ยนอันเธอต้องเตรียมใจไว้นะ หานรั่วซีมาแล้ว เธอใส่ชุด...”

            ติ้ง!

            ลั่วเสี่ยวซียังพูดไม่ทันจบประตูลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมแสงแฟลชที่สาดเข้ามาไม่ยั้ง ซูเจี่ยนอันตะลึงงันไปเธอกำลังยืนอยู่หน้ากล้องให้พวกนักข่าวถ่ายภาพเธอและชุดราตรีของเธอ

            ก่อนหน้าที่งานเลี้ยงจะเริ่มทางโรงแรมอนุญาตให้พวกนักข่าวทำการสัมภาษณ์แขกในงานแถมยังจัดโซนพักผ่อนให้พวกเขาโดยเฉพาะถึงพวกนักข่าวจะไม่กล้าเข้ามาขวางทางของซูเจี่ยนอันไว้แต่พวกเขาก็รุมถามคำถามไม่ยั้ง

            “คุณนายลู่คะคุณกับหานรั่วซีใส่ชุดซ้ำกัน คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้คะ”

            ชุดซ้ำ? สมองของซูเจี่ยนอันขาวโพลนไปชั่วขณะแต่เพียงเสี้ยววินาที เธอก็หันไปมองหานรั่วซี

            หานรั่วซีสวมชุดราตรียาวเรี่ยพื้นสีขาวซึ่งนอกจากตัวกระโปรงที่ถูกผ่าสูงอย่างเซ็กซี่แล้วการดีไซน์จุดอื่นเหมือนกับชุดของเธอทุกอย่าง

            หากมองไกลๆจึงเหมือนพวกเธอกำลังใส่ชุดราตรีแบบเดียวกันไม่มีผิด

            มิน่าพวกนักข่าวถึงได้ตื่นเต้นกันขนาดนี้อย่าว่าแต่ในวันที่สื่อทุกสำนักมารวมตัวกันแบบนี้เลย ต่อให้เป็นสถานการณ์อื่นหากพวกเธอปรากฏตัวพร้อมกันในชุดแบบเดียวกัน ก็คงหนีไม่พ้นจากการถูกเปรียบเทียบ

            ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหานรั่วซีแต่เดิมก็ไม่ปกติอยู่แล้วการใส่ชุดซ้ำกันในครั้งนี้ ยิ่งทำให้เป็นข่าวใหญ่

            นักข่าวถามจี้ไม่หยุด“คุณนายลู่ คุณคิดว่าเรื่องนี้หมายความว่ายังไงคะ คุณไม่พอใจหรือเปล่าคะ”

            ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าพวกนักข่าวอยากได้ยินคำพูดแรงๆจากเธอ แต่ถ้าทำแบบนั้น คนที่ต้องขายหน้าคือลู่เป๋าเหยียน

            อีกอย่างตอนที่เธอลองชุด หานรั่วซีก็ไม่เห็นชุดของเธอสักหน่อยดังนั้นเธออาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้

            “เรื่องนี้อาจเป็นเพราะฉันกับคุณหานมีรสนิยมคล้ายกันก็ได้มั้งคะ”เธอยิ้มพลางตอบ “ฉันจะไม่พอใจได้ยังไงกัน ทุกคนมีอิสระในการเลือกนี่คะจริงไหม”

            พวกนักข่าวนึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคำตอบแสนอ่อนโยนแบบนี้จึงยิงคำถามเพิ่มอย่างไม่ลดละ

            “คุณนายลู่คะแล้วคุณคิดว่าคุณกับหานรั่วซีใครสวมชุดนี้แล้วสวยกว่ากันคะ”

            คำถามตรงเฉียบแบบนี้ถ้าตอบไม่ดีอาจจะตกหลุมพรางของคนตรงหน้าได้ลั่วเสี่ยวซีแอบยกมือปาดเหงื่อแทนซูเจี่ยนอัน แต่เจ้าตัวกลับดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรและยิ้มตอบอย่างสดใส

            “อืม...เรื่องนี้คงแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลล่ะมั้งคะ”

            เสิ่นเยว่ชวนเห็นว่าแค่นี้ก็คงจะพอแล้วจึงส่งสัญญาณให้รปภ.มาเชิญพวกนักข่าวออกไปพวกนักข่าวเองก็รู้สถานะตัวเองดีว่าไม่ควรถามอะไรไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นหากลู่เป๋าเหยียนโกรธขึ้นมาข่าวพวกนี้คงไม่ได้ลงในโลกออนไลน์แน่ ว่าแล้วจึงพากันสลายตัวออกจากงาน

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มก่อนเอ่ยชม

            “เก่งขึ้นนะ”

            ซูเจี่ยนอันพยายามฝืนยิ้มก่อนจะพูดอย่างขวัญเสีย

            “ที่จริงฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไปบ้าง...”เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอกล้าตอบอะไรไปแบบนั้น

            “เธอรับมือกับมันได้ดี”หายากที่ลู่เป๋าเหยียนจะยอมรับในตัวเธอแบบนี้

            ซูเจี่ยนอันถอนหายใจยาว

            “ขอบคุณฟ้าดินขอร้องล่ะวันนี้ฉันไม่อยากเผชิญหน้ากับหานรั่วซีอีกแล้ว”

            “ไม่ทันแล้วล่ะ”ลู่เป๋าเหยียนกล่าว “พวกเธอคงโดนเปรียบเทียบกันแน่ๆแต่เธอแค่รักษาท่าทีแบบเมื่อกี้ไว้ก็พอ”

            ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าในสถานการณ์แบบนี้ต่อให้ภายนอกพวกเธอจะคุยกันดีแค่ไหน แต่ในใจก็คงไม่มีใครยอมใครเธอเองก็ไม่อยากยอมแพ้หานรั่วซี ส่วนตัวหานรั่วซีเองก็คงหาทางข่มเธอให้ได้ต้องมีใครสักคนเป็นผู้แพ้ในเกมนี้

            งั้นก็มาเลยคดียากแค่ไหนเธอยังคลี่คลายมาแล้ว แค่หานรั่วซีคนเดียว เธอกลัวที่ไหนกัน!

            “ใช้ได้นี่นาเจี่ยนอัน”ลั่วเสี่ยวซีเดินเข้ามา “ฉันนึกว่าเธอจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกซะแล้ว”

            แต่ก่อนที่ซูเจี่ยนอันจะได้ตอบอะไรออกไปเธอก็หันไปเห็นใครคนหนึ่ง

            โอ๊ะโอ...ดูท่าเสี่ยวซีจะมีปัญหาแล้ว

            “อี้เฉิงคะ”

            จางเหมยในชุดราตรีสีแดงยาวคลุมเข่ากำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆเธอยิ้มอย่างอ่อนโยนและเดินตรงมาหาซูอี้เฉิงราวกับในสายตาของเธอมีแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นสีหน้าของเธอในตอนนี้เหมือนผู้หญิงที่กำลังมีความสุขที่สุดในโลก

            เธอมีความสุขจริงๆ นั่นแหละเพราะเดิมทีซูอี้เฉิงไม่คิดจะชวนเธอมา แต่จู่ๆ เธอก็ได้รับข้อความจากเขาวินาทีนั้นเธอดีใจจนบอกไม่ถูก ชุดเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับต่างๆ ที่เธอเตรียมไว้ล่วงหน้าจึงได้ถูกนำมาใช้เสียที หลังจากแต่งหน้าแต่งตัวอย่างประณีตคนขับรถของซูอี้เฉิงก็พาเธอมาส่งที่นี่

            เพราะฉะนั้นการเตรียมพร้อมไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องถูกต้องที่สุด

            ซูอี้เฉิงเดินเข้าไปหาเธอจางเหมยยกมือคล้องแขนเขาอย่างใกล้ชิดในทันที

            “เราไม่ได้อยู่ที่บริษัทแถมฉันยังมาในฐานะคู่ควงของคุณ งั้นตอนนี้ฉันเรียกคุณแค่ชื่อก็ได้แล้วสินะคะ”

            “ได้สิ”

            จางเหมยยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเดินแยกตัวออกไปพร้อมซูอี้เฉิง

            ลั่วเสี่ยวซีมองแผ่นหลังของทั้งสองคนก่อนจะนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่แล้วจึงสบถออกมา

            “ทำแบบนี้ก็ได้งั้นเหรอ?”เธอนึกว่าจางเหมยจะไม่มาแล้วซะอีก

            “ฉันบอกข่าวดีเรื่องหนึ่งให้เอาไหม”

            ลั่วเสี่ยวซีทำหน้าสนใจ“ข่าวดีอะไรคะบอส? สามารถรักษาแผลใจของฉันได้หรือเปล่า”

            “ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะให้เธอเข้าวงการก่อนกำหนด”ลู่เป๋าเหยียนกล่าว “แต่คงต้องเริ่มจากเวทีเล็กๆ ก่อน ฝึกฝนไปด้วย ทำงานไปด้วยมันคงจะลำบากยิ่งกว่าตอนนี้เสียอีก เธอโอเคหรือเปล่า”

            ราวกับถูกชุบชีวิตลั่วเสี่ยวซีตาเป็นประกายพลางมองลู่เป๋าเหยียนอย่างไม่อยากเชื่อ

            “ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? ฉันจะได้เข้าวงการก่อนกำหนดงั้นเหรอ?”

            “เธอมีความสามารถมากพอ”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ย

            ลั่วเสี่ยวซีลืมเรื่องที่เธอถูกซูอี้เฉิงทิ้งในทันทีก่อนจะร้องเฮอย่างดีใจและวิ่งออกไป ซูเจี่ยนอันตะโกนถามเธอว่าจะไปไหนเธอโบกไม้โบกมือพลางตอบว่า

            “ไปหาคนร่วมยินดีกับฉันน่ะสิ!”พูดจบเธอก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว

            “เธอไปหาซูอี้เฉิง?” ลู่เป๋าเหยียนถาม

            “ไม่หรอก”ซูเจี่ยนอันส่ายหน้า “สถานการณ์แบบนี้เธอคงไปป่วนเขามากกว่า ฉินเว่ยน่าจะมาแล้ว”

            เป็นอย่างที่ซูเจี่ยนอันคาดไว้ไม่ผิดลั่วเสี่ยวซีวิ่งไปหาฉินเว่ย

            ฉินเว่ยเห็นซูอี้เฉิงอยู่กับจางเหมยเขานึกว่าลั่วเสี่ยวซีจะเดินร้องไห้มาหาเขาแต่ที่ไหนได้เธอกลับวิ่งดีใจมาหาเขาอย่างกับคนบ้า

            เขายกมืออังหน้าผากเธอ

            “ช็อกจนบ๊องไปเลยหรือไง”

            “จะบ้าเหรอ”ลั่วเสี่ยวซีผลักฉินเว่ยเบาๆ “ฉันจะได้เข้าวงการก่อนกำหนดล่ะ!ในไม่ช้านายจะได้เห็นฉันเดินแบบแล้วนะ!”

            “โหว”ฉินเว่ยรับรู้ได้ถึงสายตาของซูอี้เฉิง เขาโอบตัวลั่วเสี่ยวซีอย่างสนิทสนม

            “เจ๋งนี่นางั้นพวกเราไปหาที่ฉลองกันดีไหม”

            “อยู่ที่นี่ก็ฉลองได้นี่”ลั่วเสี่ยวซีหยิบแชมเปญมาสองแก้ว ก่อนจะชนแก้วกับฉินเว่ย

            “อวยพรให้กับการก้าวสู่วงการนางแบบระดับโลกขอให้ฉันโด่งดัง ปังๆๆ”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023