นกกระจิบตัวน้อยส่งเสียงร้องอยู่บนต้นไม้ใหญ่ หานเฟยหลงนั่งหลับตา มือใหญ่กุมขมับไว้ คิ้วัคมเข้มขมวดเข้าหากันเป็ปม ริมฝีปากคันธนูขยับเรียกหาคนรับใช้
อี้หลุนเดินมาพอดีได้ยินจึงรีบเข้าไป ในมือถือถ้วยที่มีฝาปิดสนิทยื่นให้กับหานเฟยหลง
"องค์ชายยาสร่างเมาพ่ะย่ะค่ะ"
"ขอบใจเ้ามาก"
หานเฟยหลงรับถ้วยนั้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดเรียบร้อยเอ่ยถามเสียงเย็น
"มีข่าวจากทางหูหนานบ้างไหม? "
"ไม่มีเลย...องค์ชายนี่ก็ห้าปีมาแล้ว...แต่ยังไร้วี่แววของพระชายา..."
"แล้วยัง! "
"คือ..." อี้หลุนไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดได้แต่อ้ำอึ้งอยู่นาน อีกฝ่ายหนึ่งที่รอฟังอยู่ถึงกับรู้สึกรำคาญ จึงได้กล่าวอนุญาต "พูดมาเถอะ"
ถึงจะได้รับอนุญาตให้พูดแล้วก็ตาม องครักษ์หนุ่มก็ยังคงนิ่งเงียบ ใบหน้าตึงเครียดกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะพูดดีหรือไม่ เกรงว่าพูดออกไปแล้วจะทำให้หานเฟยหลงไม่พอใจได้
ทว่าสุดท้ายก็ยอมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างแ่เบา "เื่ตามหาพระชายา ควรหยุดไว้ก่อนดีหรือไม่"
"หยุดไว้ก่อน! เหตุผล?"
องค์ชายัผู้สูงส่งย้อนถามเรียบๆ น้ำเสียงแฝงด้วยความทรงอำนาจอย่างไม่อาจต้านทาน อี้หลุนที่ยืนตัวตรงถึงกับต้องโค้งคำนับพูดถึงสาเหตุ ว่ากู้อี๋นั่วหายตัวก็ได้ส่งคนออกตามหา ตลอดห้าปีที่ผ่านมายังคงคว้าน้ำเหลว
"กระหม่อมคิดว่าควรจะเรียกคนพวกนั้นกลับมาแล้ววางแผนกันใหม่"
"ไม่ต้อง...หาต่อไป ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่งต้องพบนางอย่างแน่นอน"
ตราบใดที่หัวใจของเขายังเต้นและคงคิดถึงแต่เพียงกู้อี๋นั่ว จึงมิอาจหยุดตามหา ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไร ก็ไม่มีวันเลิกล้มเด็ดขาด หากจะให้หยุดคิดถึง หรือหยุดตามหามีสิ่งเดียวคือเขาได้ตายจากโลกนี้ไปแล้วเท่านั้น
หลังจากที่กล่าวถ้อยคำอันเฉยชาออกมาแล้ว หานเฟยหลงก็หันไปมองยังมุมหนึ่งของห้อง ซึ่งเป็ที่วางพิณขงโหวของกู้อี๋นั่ว มันถูกวางตรงนั้นเป็เวลาเนิ่นนานแล้ว
ก่อนที่หญิงสาวจะหายตัวไปจนถึงเวลานี้ก็ไม่มีใครกล้ามาหยิบหรือเคลื่อนย้ายจากที่ตรงนั้น แม้กระทั่งจะจับยังไม่มีใครกล้า หากไม่ได้รับอนุญาตจากองค์ชายหานเฟยหลง
ภายในห้องอันเงียบสงัด อี้หลุนที่เห็นองค์ชายัเอาแต่นั่งจ้องพิณขงโหว ถึงจะไม่เข้าใจถึงความรักระหว่างชายหญิงสักเท่าไร แต่ก็พอรับรู้ถึงความทุกข์ระทมที่กำลังกัดกินหัวใจขององค์ชายหานเฟยหลง ผ่านทางในดวงตาคู่นั้นที่ฉายแววของความเ็ปอย่างลึกซึ้ง
หลังจากที่หานเฟยหลงละสายตาจากพิณขงโหวได้แล้ว เขาก็ลุกขึ้นกล่าวกับองครักษ์หนุ่มว่า
"ข้าอยากไปที่สุสานสักหน่อย"
อี้หลุนไม่ได้พูดอะไรมีแต่เดินตามเท่านั้น เขารู้ดีว่าทำไมองค์ชายัถึงไปที่นั่น เพราะวันนี้ของทุกปีคือวันครบรอบแต่งงาน จึงมารำลึกความหลังที่นี้ ซึ่งก็ทำอย่างนี้มามาโดยตลอด ปีนี้ก็ย่างเข้าปีที่ห้าแล้ว
ในขณะที่กำลังจะออกจากตำหนักไป หานเฟยหลงก็หยุดเดินและหันมาคุยกับองครักษ์ข้างกาย "ตามไป่อันกับเจียเจียไปที่สุสานด้วย"
"พ่ะย่ะค่ะ"
รับคำสั่งเรียบร้อยก็รีบเดินไปตามนางกำนัลทั้งสองทันที หายไปไม่นานกลับมารายงาน ว่าไป่อันกัยเจียเจียไม่ได้อยู่ที่ตำหนัก เกิดคำถามขึ้นภายในจิตใจของหานเฟยหลง 'แล้วพวกนางหายไปไหน? ' ใบหน้าคมเข้มก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
อี้หลุนได้แต่พร่ำบ่นเบาๆ รู้อยู่วันนี้ต้องไปที่สุสาน เพื่อทำความสะอาด แต่กลับมาหายตัวไปเช่นนี้ได้ยังไงกัน เกิดองค์ชายหานเฟยหลงโกรธขึ้นมาพวกนางทั้งสองจะไม่แย่เอาหรือไง
จึงได้รีบเสนอความคิด เพื่อช่วยไป๋อันกับเจียเจีย ให้รอดพ้นจากการถูกลงโทษ
"องค์ชายให้นางกำนัลอื่นไปทำความสะอาดแทนทั้งสองดีหรือไม่"
"ไม่ต้อง! หน้าที่ทำความสะอาดเป็ของไป่อันกับเจียเจียเท่านั้น ในเมื่อพวกนางไม่อยู่ก็ไม่เป็ไร ถ้าหากพวกนางกลับมาเมื่อไหร่ ให้ตามไปที่สุสาน"
"กระหม่อมจะสั่งคนเอาไว้ ว่าถ้าพวกนางกลับมาแล้ว ให้ตามไปที่สุสานทันที"