ราชันย์ราชบัลลังก์เลือด

    ตอนที่ 46 ครองครองระดับอาวุธเทพ

    เมื่อจิตวิญญาณเทพได้ฟังเสียงที่กล่าวออกมา เขาก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าตัวเองได้หลับไหลไปนานขนาดไหน เพียงแต่ความจำสุดท้ายที่เขาจำได้ซึ่งก็คือเจ้านายที่เขาทำพันธะสัญญาได้รับบาดเจ็บจากการถูกใครบางคนวางแผนรอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสและไม่อาจรักษาให้หายได้ และความทรงจำก็หายไป หลังจากนั้นชิ้นส่วนดาบก็แตกหัก จนเข้าสู่สภาวะหลับไหลทันที
    จิตวิญญาณเทพตนนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนเก็บรักษาอาวุธดาบชำรุดจนมาถึงยุคนี้ เมื่อเรียบเรียงความจำเสร็จสิ้นจิตวิญญาณเทพจึงกล่าวออกไปว่า "ถึงแม้ว่าความสามารถของเจ้าจะไม่ธรรมดา และวิธีการอันน่ารังเกียจที่เจ้าใช้เรียกข้าจากการหลับไหล แต่ถึงอย่างงั้นความสามารถของเจ้าก็ยังไม่เพียงพอ ด้วยระดับการบ่มเพาะพลังงานขอบเขตเซียนสวรรค์ของเจ้า หากได้เป็นผู้ครอบครองอาวุธดาบเล่มนี้และจิตวิญญาณของข้าคงจะถูกช่วงชิงไปนักต่อนัก"
    ลั่วเทียนไม่ใส่ใจในคำพูดของจิตวิญญาณเทพตนนี้เลย เขากล่าวออกไปว่า "เจ้าลองตรวจสอบหยดเลือดที่ข้าใส่ลงไปในจิตวิญญาณของเจ้าหรือยัง และอีกอย่างเจ้าเห็นค่ายกลที่ปรากฏขึ้นด้านหน้าแล้วยังไม่รู้สึกอะไรเลยรึไง สงสัยความจำเจ้าจะเลอะเลือนมากขึ้นจริง ๆ"
    จิตวิญญาณเทพรู้สึกโกรธขึ้นที่มนุษย์ต่ำต้อยกล้าที่จะต่อปากต่อคำกับเขา แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นแม้ว่าเขาจะตื่นจากการหลับไหลแล้ว แต่พลังที่เหลือก็ยังเทียบไม่ได้กับเมื่อก่อน เพราะเขาสามารถใช้พลังได้เพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น

    ตอนนี้จิตวิญญาณเทพเริ่มมองกระบี่ที่รายล้อมอยู่บริเวณรอบคฤหาสน์แห่งนี้ ซึ่งเขาตรวจสอบแล้วก็รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมากแต่ยังจำไม่ได้ถึงค่ายกลแบบนี้ เขาคิดว่าอาจจะเป็นสิ่งที่ตกทอดจากคนรุ่นหลังหรือไม่ ?
    ลั่วเทียนกล่าวเสริมกับจิตวิญญาณเทพ "หากเจ้าจะใช้พลังอำนาจที่เหลือของเจ้าหนีออกไป เจ้าลองตัดสินจากสิ่งนี้เอาแล้วกัน เดี๋ยวข้าจะแสดงให้เจ้าดู"
    ลั่วเทียนไม่สนใจว่าเทพตนนี้จะมีที่มายังไง เขาต้องการเพียงแต่หวังให้สมบัติชิ้นนี้มาเป็นแกนกลางพลังงานของค่ายกลเพื่อที่จะยกระดับในการป้องกันศัตรูภายในอานคต หากมีผู้ไม่ประสงค์ดีบุกเข้ามาที่คฤหาสน์แห่งนี้
    ค่ายกลเริ่มทำงานเพื่อแสดงแสงยานุภาพออกมา กระบี่เริ่มเคลื่อนตัวจากชั้นนอกเริ่มหมุนเป็นวงกลมจนเกิดสายลมกรรโชก กระบี่ชั้นในเริ่มหลอมรวมเข้าหากันกลายเป็นกระบี่เล่มมหึมาพร้อมกับพุ่งเข้าสู่ร่างจิตวิญญาณเทพ
    ก่อนที่ปลายกระบี่จะได้พุ่งถึง จิตวิญญาณเทพก็เร่งเล้าพลังงานของตนถึงขีดสุดเพราะสัมผัสได้ถึงภัยอันตรายจากค่ายกลกระบี่เช่นนี้ ลั่วเทียนหยุดกระบี่ของเขาอย่างกระทันหัน เขาจำเป็นที่จะต้องใช้พลังสมาธิอย่างมากในการควบคุม ใบหน้าของลั่วเทียนเริ่มมีเม็ดเหงื่อซึมตามหน้าผาก
    ลั่วเทียนกล่าวกับจิตวิญญาณเทพ "เจ้าลดอำนาจของเจ้าลงได้แล้ว เดี๋ยวคนของข้าจะทนไม่ไหว" แม้จิตวิญญาณเทพแค่โคจรพลังงานออกมาแต่พลังอำนาจที่แสดงให้เห็นก็ทำให้บุคคลที่อยู่โดยรอบรับแรงกดดันจนต้องคุกเข่าลงพื้น มีแต่ลั่วเทียนเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่สามารถต้านอำนาจของเทพได้
    จิตวิญญาณเทพถอนพลังอำนาจเทพของตนลง แม้ว่าเขาจะเป็นจิตวิญญาณที่สถิตอยู่ในอาวุธแต่อำนาจของเทพก็ไม่อาจดูถูกได้ จิตวิญญาณตนนี้มองลั่วเทียนอย่างพินิจพิจารณา เขาเริ่มนึกถึงบันทึกโบราณเล่มหนึ่งที่เขาเคยอ่านเจอ เรื่องกระบี่หนึ่งหมื่นเล่มปรากฏพร้อมทุกที่ก็จะถูทำลายพินาจย่อยยับ เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะใช่ตามบันทึกที่กล่าวไว้จริงหรือเปล่า แม้ว่าระดับอาวุธของกระบี่ที่ถูกสร้างขึ้นยังมีระดับต่ำ แต่ค่ายกลที่แสดงออกมาก็เป็นแบบเดียวกัน
    จิตวิญญาณเทพเริ่มตรวจสอบหยดเลือดของลั่วเทียน ทันใดนั้น !!! .ใบหน้าของเขาก็เหมือนอาการตกใจถึงขีดสุด เขาหันมามองลั่วเทียน แล้วเริ่มมีอาการสั่นเครือ ตอนนี้เขานึกออกแล้ว เพราะสายเลือดที่เขาสัมผัสได้มันคือสายเลือดระดับเดียวกันกับเหล่าผู้ปกครององค์เทพ แต่ทำไมบุคคลตรงหน้าของเขาถึงได้มีระดับการบ่มเพาะพลังงานที่ต่ำเช่นนี้ และอีกอย่างทำไม่ถึงมาปรากฏตัวที่โลกเบื้องล่างแห่งนี้
    จิตวิญญาณเทพกล่าวออกด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะกลัวบางสิ่งอยู่ "ท่านเป็นใครกันแน่ ? "
    ลั่วเทียนกล่าวตอบว่า "ข้าจะเป็นใครตอนนี้ยังไม่สำคัญ เจ้าตกลงที่จะยอมรับเจ้านายใหม่ของเจ้าหรือยัง ? "
    "ส่วนเรื่องการตอบแทนตระกูลว่านเดี๋ยวข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้"
    จิตวิญญาณกล่าวตอบลั่วเทียน "ข้าตกลงที่จะยอมรับท่าน แต่ท่านต้องช่วยฟื้นฟูให้ข้ากลับพร้อมสมบูรณ์เช่นเดิมเหมือนเมื่อก่อน"
    ลั่วเทียนกล่าวต่ออีกว่า "ได้ งั้นเจ้าทำพันธะสัญญาจากหยดเลือดของข้าซะ"
    ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นต่างพากันอ้าปากค้าง เนื่องจากตอนนี้ลั่วเทียนมีเทพที่เป็นจิตวิญญาณอาวุธมาครอบครองเป็นของตัวเอง
    เย่หลันนางรู้สึกว่านายน้อยลั่วเทียนของนางชั่งเปล่งรัศมีของบุรุษอย่างแท้จริง จนหัวใจนางสั่นคลอนแทบจะหลุดออกจากร่าง ความรู้สึกตอนนี้อยากจะเข้าไปกอดเขา แต่ได้แค่เก็บความคิดนี้ไว้ในใจ และมีอาการหน้าแดงที่แสดงให้เห็นเพียงอย่างเดียว
    แม้กระทั่งเทียนหลงที่ติดตามนายน้อยของเขามาก่อนใคร ยังนึกถึงสายเลือดของมังกรหยดนั้น ที่นายน้อยของเขาเอาออกมาให้เห็น แต่เขาก็ไม่กล้าถามรอให้นายน้อยลั่วเทียนเป็นคนตอบเอง เทียนหลงได้แต่คิดว่า นายน้อยของเขาจริง ๆ แล้วมีการบ่มเพาะพลังงานอยู่ระดับไหนกันแน่ ถึงสามารถที่จะครอบครองสิ่งต่าง ๆ ที่เหนือกว่าจินตรนาการของเขาเอง