ก้าวขาข้างซ้ายเข้าบ้านเขาว่าจะโชคดี หวังว่าผมจะโชคดีนะ ผมชื่อ เอเธอร์ เป็ลูกครึ่งไทย - ฝรั่งเศส แม่เป็คนไทย ส่วนพ่อผมเป็คนฝรั่งเศส
เราย้ายบ้านจากฝรั่งเศสกลับมาอยู่ภูมิลำเนาเดิมในไทยกันถาวรตามบ้านเกิดของแม่ คือกรุงเทพมหานคร แม่ผมชื่อ ฉวีวรรณ ส่วนพ่อผมนั้นเขาชื่อ อัลเดริก เรามีกันสามคนพ่อแม่ลูก โดยมีผมเป็ลูกคนเดียวของพวกเขา และที่สำคัญพวกเขาทั้งสองคนกำลังจะหย่าและทิ้งผมให้กับใครก็ไม่รู้มาดูแล
ซึ่งแม่ฉวีวรรณสุดที่รักของผมเป็คนฝากฝังผมเอาไว้กับเขา บอกว่าจะมาเป็ผู้ปกครองคอยดูแลผมชั่วคราวในระหว่างที่พวกเขาสองคนทำเื่หย่ากัน อีกทั้งแม่ยังให้ที่อยู่ของคนที่ถูกเรียกว่าผู้ปกครองกับผมมาหนึ่งหน้ากระดาษ A4 ให้ผมเดินทางไปตามที่อยู่นี้
และเอ่ยย้ำกับผมว่าเข้าไปแล้วต้องทำตัวดี เป็เด็กดี น่ารัก เชื่อฟัง ห้ามต่อล้อต่อเถียงกันเป็อันขาด ให้เอเธอร์คนนี้ทำตัวดี ๆ กับเขา ซึ่งผมในตอนนี้ก็มาอยู่หน้าบ้านของผู้ปกครองชั่วคราวของผมแล้วเรียบร้อย
บ้านหนังใหญ่สีขาวงามตระหง่านตั้งอยู่ตรงหน้า พอเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับกล้องวงจรปิดหลายตัว ที่ถูกติดอยู่รอบบ้าน ราวกับเ้าของบ้านระมัดระวังโจรหรือขโมยขึ้นบ้านเป็อย่างดี อีกอย่างนะ นี่มันไม่ได้เรียกว่าบ้าน แต่มันเรียกว่าคฤหาสน์ต่างหาก
อยากจะรู้นักแม่ผมไปรู้จักกับเขาได้ยังไงทั้งที่ พ่อและแม่ก็ไม่ได้มีฐานะอะไร บ้านเราออกจะจนเสียด้วยซ้ำ เอาอะไรไปรู้จักกับพวกคนร่ำคนรวยพวกนี้ ขนาดเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ ยังพากันใส่ซ้ำแล้วซ้ำอีกกันอยู่เลย
ยิ่งแล้วใหญ่ที่พ่อและแม่จะรู้จักคนพวกนี้ มองดูดี ๆ ด้านในยังมีชายสวมชุดดำคล้ายพวกบอดี้การ์ดในหนังบู๊ ยืนออเรียงกันอยู่ตรงทางประตูเข้าด้านในเต็มไปหมด
“เอาไงดีวะ ลากกระเป๋ามาถึงบ้านเขาขนาดนี้แล้ว จะมาเสียหมาตอนนี้ก็ไม่ใช่ไอ้เอเธอร์เปล่าว่ะ”
เอเธอร์ได้แต่พึมพำกับตัวเอง เดินเข้าไปเอามือเกาะประตูรั้วชะเง้อหน้ามอง จะะโถามไปก็กลัวว่าชายที่ยืนออกันอยู่กันมามองที่ตนเป็ตาเดียว เดี๋ยวได้เขินกันหมด เพราะเอเธอร์นั้นเป็คนที่มีนิสัยไม่ชอบคนเยอะ โลกส่วนตัวค่อนข้างสูง อยู่กับตัวเองซะส่วนใหญ่
“เอาวะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว กดออดเรียกแทนแล้วกัน” มองสอดส่องหาออกกฎ
“อ่า อยู่ตรงนั้น” พอเห็นว่ามีออดถูกติดไว้อยู่ริมฝั่งของทางรั้วเลื่อนของประตู เอเธอร์ก็ไม่รอช้ารีบเดินลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองเข้าไปเอื้อมมือกด
แต่ยังไม่ทันได้กดมัน ประตูรั้วก็ถูกเลื่อนออก แต่แล้วหนึ่งในชายชุดดำพวกนั้นก็ไม่รู้โผล่มาจากไหน เดินมายืนมือไพล่หลังอยู่ตรงหน้า มือซ้ายไพล่หลัง มือขวาหยิบรูปถ่ายขนาดเล็กราวสามนิ้วขึ้นมาดู ยกมันขึ้นมาเทียบบนหน้าของผมและพยักหน้ากับตัวเอง ทำเอาผมงงยกใหญ่ อะไรของพี่แกอีกครับ
“คุณคือลูกชายคุณฉวีวรรณใช่ไหม”
อ่า ~ เขารู้จักผมเหรอ เอเธอร์จึงรีบตอบกลับและยกยิ้มเป็มิตรให้
“ครับ ผมเอง”
“อืม ยืนยันตัวคุณเอเธอร์มาถึงแล้ว”
แล้วพี่ชายชุดดำก็ยกวอที่ถูกมาจากมือด้านหลังขึ้นมาพูด ในสมัยนี้เขายังใช้เครื่องมือสื่อสารชนิดนี้อยู่อีกเหรอ ผมว่ามันค่อนข้างที่จะตกรุ่นและล้าหลังไปแล้ว อย่างน้อยเดี๋ยวนี้เขาก็แค่ใส่ไมค์บลูทูธอันเล็ก ๆ พูดผ่านหูกันแล้ว แบบนั้นน่าจะสะดวกในการติดต่อสื่อสารกว่ากันตั้งเยอะ
แต่รู้แม้กระทั่งชื่อเล่นของผม แอบน่ากลัวอยู่นะ แต่ว่าคนนี้ใช่คนที่จะมาดูแลผมหรือเปล่า ดูหน้าตา เขาน่าจะแก่กว่าผม ดูจากรูปลักษณะภายนอกบวกกับการแต่งกาย ชายตรงหน้าจัดได้ว่าเขาเป็คนที่แต่งตัวได้เนี้ยบมาก ั้แ่หัวจรดปลายเท้าล้วนถูกเซตมาอย่างดี ผมของพี่เขาขลับมันดำเงาวับเหมือนกับฉีดสเปรย์ล็อกผมเอาไว้
“เอ่อ พี่คือผู้ปกครองที่จะมาดูแลผมเหรอครับ สวัสดีครับ”
เพราะคิดว่าเขาคือผู้ปกครอง แม่สอนมาดีเลยยกมือไหว้อย่างมีสัมมาคารวะ มือไม้อ่อนกับผู้ใหญ่ เขาจะได้รักและเอ็นดูเรา
“ไม่ต้องไหว้ผม ผมไม่ใช่ผู้ปกครองของคุณ ผมเป็แค่ลูกน้อง เป็ผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยของที่นี่ คุณเลโอต่างหากที่เป็ผู้ปกครองของคุณ”
“เลโอ”
ชื่อของเขาก็ฟังดูไม่แก่ ออกจะดูหนุ่มเสียด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่แน่ คนที่แม่หาให้นั้นคงต้องมองว่าเขามีอายุไว้ก่อน ไม่อย่างงั้นก็คงจะรุ่นราวคราวกับพ่อและแม่ เอเธอร์คิดแบบนั้น
“ครับ คุณเลโอเขาจะมาดูแลคุณเอเธอร์ต่อจากนี้ ตามมาครับ ผมจะพาคุณไปเจอเ้านายผม”
อีกฝ่ายเอ่ยและเดินพาผมเข้าไปยังด้านในของบ้าน ภายในถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ภาพวาดกรีกโรมัน ตู้โชว์เครื่องดื่มจำพวกไวน์วางเรียงรายเป็ตั้ง ๆ อยู่ด้านหน้า สายตามนับสิบคู่ของชายชุดดำคนอื่น ๆ มองมาที่ผมเป็ตาเดียว ทำให้ผมกระดืบตัวเข้าไปหาพี่ชายคนแรกที่พาผมเขาและกระซิบถาม
“พี่ครับ ทำไมพวกเขามองผมแปลก ๆ” คนถูกเรียกว่าพี่หันไปมองเพียงแวบเดียว ชายพวกนั้นก็หลบตากันเป็แถว
พวกเขาดูกลัวพี่ชายคนนี้แฮะ เอเธอร์มองตาม
“ไม่หรอก เ้าพวกนี้ก็แค่ตื่นเต้นที่นายจะมาน่ะ”
ตื่นเต้นงั้นเหรอ
“เดินตามมาทางนี้” พี่ชายตรงหน้าไม่พูดเปล่าพาเดินขึ้นไปยังบันได้า และอาสายกกระเป๋าเดินทางของผมขึ้นไปเก็บให้
“ห้องทำงานคุณเลโอไปทางนั้น นายไปเจอ เขาที่นั่น ส่วนผมขอส่งคุณถึงตรงนี้”
อะ เดี๋ยวสิ จะทิ้งกันไว้แบบนี้เลยเหรอ ผมยังไม่รู้จักคุณเลโออะไรนั่นเลยนะ ผมรีบคว้าแขนเสื้อของพี่แกเอาไว้
“เดี๋ยวครับ พี่ชื่ออะไร”
“ผมชื่อบาส ไปได้แล้ว”
หลังของเอเธอร์ถูกคนชื่อบาสดันหลังให้เดินไปข้างหน้า และเขาก็หันหลังยกกระเป๋าของเอเธอร์ไปอีกทาง
ตัดมาทางเด็กหนุ่มอย่างผม สองมือตกอยู่ข้างตัวกำเข้าหาชายเสื้อตัวเองแน่น เด็กหนุ่มตั้งใจแต่งกายมาเพื่อเจอผู้ปกครองอย่างสุภาพ
เสื้อยืดสีขาวของเขาดูสะอาดสะอ้าน มาในกางเกงยีนขายาวสีดำ สวมใส่รองเท้าผ้าใบที่เ้าตัวคิดว่าเป็ตัวที่ดูดีที่สุดแล้วสำหรับเขาในตอนนี้ และคิดว่าเมื่อผู้ปกครองเห็นหน้าผมเข้า จะรู้สึกรักและเอ็นดูผมเหมือนอย่างที่พ่อกับแม่ทำ
“เอาไงก็เอา เดินไปทางห้องนั้นสินะ”