หลิงหยวนและหนานเว่ยไม่รู้เลยว่าชายชราผู้ดูแลหอตำรามนุษย์ผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างมากเพราะหลังจากพวกหลิงหยวนจากไปชายชราก็กลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิมคือเซียนมนุษย์คนหนึ่ง
“เฝ้ารอผู้มีวาสนากับมรดกของเผ่ามนุษย์มานานนับพันปีในที่สุดก็พอจะมีคนที่สนใจมรดกของมนุษย์ที่แท้จริงเสียที”ชายชรากล่าวก่อนแววตาจะเกิดความคาดหวัง
หลิงหยวนที่ออกมาจากหอตำรามนุษย์ได้ใช้ศิลาปราณที่อาจารย์ตนมอบให้ไปซื้อุปกรณ์ต่างๆมามากมายเห็นได้ชัดว่าเริ่มร้อนวิชาอยากจะออกแบบกลไกที่ตนศึกษามาให้เร็วที่สุด
“ไม่คิดเลยว่าตำนานของจักรพรรดิมนุษย์จะไม่เหมือนอย่างที่ข้าเคยคิดเอาไว้ตอนแรกข้าคิดว่าจักรพรรดิมนุษย์คือผู้ฝึกตนคนแรกและเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในตอนนั้นแต่ความจริงคือจักรพรรดิมนุษย์เป็แค่มนุษย์ธรรมดาที่รวบรวมผู้คนเป็บุคคลที่เผ่ามนุษย์เคารพด้วยกำลังของมนุษย์ธรรมดากลับรวบรวมยอดฝีมือด้านต่างๆมาอยู่ด้วยกันสร้างกองกำลังเพื่อต่อต้านเผ่ามารและปีศาจ”หนานเว่ยกล่าว
“แล้วจากนั้นเกิดอะไรต่อจักรพรรดิมนุษย์ใช้สิ่งในต่อต้านเผ่ามารและปีศาจ”หลิงหยวนกล่าวด้วยความสนใจ
“แน่นอนว่าเป็วิชากลไกเขาใช้วิชากลไกในการสร้างอาวุธต่างๆเพื่อต่อสู้กับเผ่าปีศาจและสร้างวิชาการบ่มเพาะขึ้นมาในภายหลังน่าเสียดายอายุขัยของเขามากแล้วไม่อาจก้าวเดินบนเส้นทางการฝึกตนได้อีกเขาเลยส่งต่อวิชานี้ให้กับลูกหลานเผ่ามนุษย์ส่วนตนเองได้ออกรบเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจในสนามรบ”หนานเว่ยถอนหายใจด้วยความเคารพ
“เป็ยอดคนที่สุดยอดมากจริงๆเขามองเห็นถึงความสำคัญในการดึงศักยภาพของเผ่ามนุษย์ออกมาได้ถึงขีดสุดน่าเสียดายเวลาผ่านไปมนุษย์กลับเอาแต่ฝึกฝนเป็เซียนจนลืมรากเง้าของตนเอง” หลิงหยวนกล่าว
หนานเว่ยไม่ได้กล่าวอะไรในเื่นี้เพราะนางเองก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆหากไม่ใช่เพราะหลิงหยวนสนใจวิชากลไกเกรงว่านางก็คงไม่ได้รู้ความจริงในข้อนี้
ในวันต่อมาพวกหลิงหยวนก็ออกเดินทางจากไปตรงไปยังเมืองหลวงต้าหลี่ในเมืองหลวงของต้าหลี่ในตอนนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นรัชทายาทครองบัลลังก์หลังจากฮ่องเต้สิ้นชีพในสนามรบว่ากันว่าฮ่องเต้ต้าหลี่ถึงกับนำกองทัพไปสนับสนุนที่แนวหน้าด้วยตัวเองเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารน่าเสียดายที่ไม่อาจรอดกลับมาได้ทำให้ตอนนี้ในเมืองหลวงมีขั่วอำนาจมากมายที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นทั้งรุ่งเรืองและตกต่ำ
ตระกูลเหยาเหยาอวิ้น บุตรสาวของตระกูลเหยาที่มีใบหน้างดงามเพียงแต่หลายปีมานี้นางไม่มีพร์ด้านการฝึกตนติดคอขวดอยู่ที่ขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นสามมาหลายปีแม้จะได้รับทรัพยากรจากตระกูลก็ตามสุดท้ายทางตระกูลจึงสิ้นหวังและไม่ได้สนับสนุนนางอีก
“คุณหนูข้าว่าพวกเรารีบหนีตอนนี้เถอะหากยังไม่ไปตอนนี้ท่านจะต้องถูกพวกผู้าุโใช้เป็เครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์แน่”สาวใช้ข้างกายกล่าว
“หนีแล้วข้าจะหนีไปที่ไหนได้กันด้วยพลังของข้าตอนนี้ต่อให้หนีไปจะหนีไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว”เหยาอวิ้นถอนหายใจในตอนแรกที่นางถือกำเนิดได้มีนิมิตมงคลปรากฏตอนนั้นทั้งตระกูลคิดว่านางคืออัจฉริยะฟ้าประทานแต่ภายกลังการบ่มเพาะของนางกลับติดขัดไม่อาจไปต่อได้นี่ทำให้ทั้งนางและบิดาของนางไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้
“แต่ไม่ใช่ว่าตอนเด็กๆคุณถูกได้รับคำทำนายจากผู้าุโท่านหนึ่งว่าจะมีวาสนาปรากฏช่วยให้คุณหนูบำเพ็ญกลายเป็เซียนได้งั้นเหรอทำไมตอนนี้ถึงยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยหรือว่าเป็เื่โกหก” สาวใช้กล่า
“ก็คงเป็เช่นนั้นแต่เดิมข้าก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว” เหยาอวิ้นกล่าว
“ใช่แล้วเหยาอวิ้นเ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้วตอนนี้เ้าคือคนสำคัญของตระกูลมากเพื่อเอาใจรัชทายาทอีกไม่นานเ้าก็จะถูกส่งตัวไปให้รัชทายาทไม่สิต้องเรียกว่าฝ่าา” ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วหัวเราะเย้ยหยัน
“เหยาเมิ่งเ้าเข้ามาในเรือนของข้าทำไมข้าไม่เคยจำได้ว่าอนุญาตให้เ้าเข้ามา”เหยาอวิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“ข้าคือนายน้อยของตระกูลเหยาผู้นำตระกูลในอนาคตมีสถานที่ใดบ้างที่ข้าไปไม่ได้อีกไม่นานทั้งเ้าและบิดาของเ้าก็จะหมดประโยชน์ถึงตอนนั้นข้าต่างหากคือผู้มีอำนาจในตระกูลอย่างแท้จริง”เหยาเมิ่งกล่าว
“ฮึเ้าก็เป็เพียงหมากตัวเล็กๆของรัชทายาทเท่านั้น รอให้เ้าหมดประโยชน์ข้าจะคอยดูว่าจุดจบของเ้าจะเป็เช่นไร”เหยาอวิ้นกล่าว
“ปากดีข้าย่อมมีประโยชน์มากกว่าเ้าอย่างแน่นอน คนที่จะมีจุดจบที่น่าสังเวชมันคือเ้าต่างหากรอให้ฝ่าาเล่นสนุกกับเ้าจนเบื่อเ้าก็จะถูกขังอยู่ในหวังหลังตลอดกาลไม่อาจออกมาข้างนอกได้อีก”เหยาเมิ่งหัวเราะ
ขณะเดียวกันเรือเหาะได้บินมาถึงท่าเรือของเมืองหลวงต้าหลี่หนานเว่ยและหลิงหยวนต่างลงจากเรือและสอบถามข้อมูลจากผู้คนรอบๆจนได้รู้ว่าตอนนี้ตระกูลเหยาอยู่ที่ไหน
“พวกเรารีบจัดการรับตัวศิษย์น้องเล็กกันเถอะจะได้กลับไปที่ยอดเขาเมฆาศิษย์น้องเองก็จะได้มีสมาธิในการศึกษาวิชากลไกด้วย”หนานเว่ยกล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน”หลิงหยวนเองก็อยากจะรีบกลับยอดเขาเร็วๆเหมือนกัน
ทั้งสองนั่งรถม้าไปตลอดทางเพราะหากใช้วิชาในเมืองหลวงก็จะสะดุดตาเกินไปทั้งสองจึงเลือกนั่งรถม้าตรงไปยังตระกูลเหยาทันที
ในตระกูลเหยาขันทีคนหนึ่งได้มาถึงและเข้าทักทายกับผู้นำตระกูลเหยาเพื่อทำข้อตกลงกับตระกูลเหยาตอนนี้รัชทายาทพึ่งขึ้นครองบัลลังก์อำนาจยังไม่มั่นคงมากพอจึง้ากำลังจากตระกูลต่างๆเพื่อมาเสริมสร้างอำนาจ
“ท่านขันทีพวกเรานั้นยินดีจะร่วมมือกับฝ่าาในการบริหารบ้านเมืองและหากฝ่าาสนใจพวกเราพร้อมจะยกเหยาอวิ้นให้”ผู้นำตระกูลเหยากล่าว
“ตระกูลเหยาของพวกท่านจริงใจจริงๆแม้คุณหนูเหยาอวิ้นจะไม่มีพร์ด้านการฝึกตนแต่ก็มีใบหน้างดงามเหมาะสำหรับเป็สนมในวังจริงๆ”ขันทีกล่าว
คำกล่าวนี้ทำให้บิดาของเหยาอวิ้นคิ้วกระตุกกำหมัดแน่นเพราะนั่นหมายความว่าเหยาอวิ้นที่กลายเป็สนมจะไม่มีอำนาจอะไรในวังเลยแม้แต่น้อยเป็ได้แค่สินค้าที่ซื้อขายกันระหว่างสองฝ่าย
“ย่อมต้องเป็เช่นนั้นน่าเสียดายที่เหยาซูนางไม่อาจแต่งงานกับใครได้เพราะนางได้เข้าร่วมสำนักถานไถแล้วอาจารย์ของนางยังกำชับข้าว่าห้ามข้าติดต่อกับนางอีกไม่งั้นจะต้องถูกสังหาร”ผู้นำตระกูลเหยากล่าวด้วยสีหน้าเ็ป
“น่าเสียดายจริงๆข้าได้ยินว่าอาจารย์ของคุณหนูเหยาซูคือยอดฝีมือขอบเขตหยวนอิงขั้นสมบูรณ์เป็ผู้แข็งแกร่งอย่างยิ่งพวกเราเองก็ไม่อยากไปหาเื่คนผู้นี้เช่นกัน”ขันทีกล่าวด้วยแววตาหวาดกลัว
ตอนแรกรัชทายาทหมายตาเหยาซูแต่เพราะสถานะของเหยาซูในตอนนี้เป็คนที่ไม่อาจแตะต้องได้ทำให้ต้องเลือกอันดับรองนั่นคือเหยาอวิ้น
“เช่นนั้นทางเราจะเตรียมเื่นี้ให้พร้อมหากฝ่าาส่งคนมารับตัวเมื่อไหร่พวกเราจะส่งเหยาอวิ้นเข้าวังด้วยตัวเอง” ผู้นำตระกูลเหยากล่าว
“ดีข้าหวังว่าตระกูลเหยาจะร่วมมือกันอย่างจริงใจหากวันใดอำนาจของฝ่าามั่นคงพวกท่านจะได้รับการตอบแทนแน่”ขันทีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนแน่นอน” ผู้นำตระกูลเหยายิ้มออกมา
“ท่านผู้นำตระกูลมีคนมาขอเข้าพบ บอกว่ามาจากสำนักอวี้ฮวาเพื่อมารับคุณหนูเหยาอวิ้นเป็ศิษย์”ทันใดนั้นเองคนของตระกูลเหยาก็วิ่งเข้ามา
“สำนักอวี้ฮวานั่นไม่ใช่หนึ่งในสำนักที่แข็งแกร่งเทียบได้กับสำนักถ่านไถงั้นเหรอทำไมถึงมารับเหยาอวิ้นเป็ศิษย์” ผู้นำตระกูลเปลี่ยนไป
“นี่มันเื่อะไรกัน”ขันทีขมวดคิ้ว
“กงกงข้าเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เหยาอวิ้นนั้นไม่มีพร์ด้านการบ่มเพาะย่อมไม่อาจเข้าตาสำนักใหญ่เช่นนั้นแน่รอดูสถานการณ์ก่อน” ผู้นำตระกูลกล่าว
บิดาของเหยาอวิ้ยดวงตาเป็กระกายก่อนจะรีบลุกขึ้นทันทีเขารีบเดินออกไปเพื่อจะไปพบคนของสำนักอวี้ฮวาหากอีกฝ่ายมารับบุตรสาวตนจริงๆเช่นนั้นหายนะครั้งนี้เหยาอวิ้นก็มีทางรอดแล้ว
ทุกคนในห้องโถงพากันออกไปเพื่อยากจะเห็นว่าคนของสำนักอวี้ฮวาที่มาครั้งนี้แข็งแกร่งหรือไม่พวกหลิงหยวนที่กำลังเดินตามคนรับใช้ก็มองตระกูลเหยาด้วยแววตาสงบสำหรับหลิงหยวนตระกูลเหยาไม่ได้ใหญ่โตอะไรเมื่อเทียบกับยอดเขาของตนเอง
“แขกจากสำนักอวี้ฮวาต้องขออภัยที่ไม่ได้ต้อนรับ” ผู้นำตระกูลเหยารีบเข้ามาต้อนรับทันที
ผู้นำตระกูลเหยามีขอบเขตแค่สร้างรากฐานขั้นกลางเท่านั้นไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเมื่อเทียบกับหนานเว่ยแล้วถือว่าอ่อนแอมาก
“เ้าคือผู้นำตระกูลเหยาสินะข้ามาวันนี้เพื่อทำตามคำสั่งของท่านอาจารย์ให้มารับตัวเด็กสาวที่ชื่อว่าเหยาอวิ้นไปเป็ศิษย์ตอนนี้นางอยู่ที่ไหนข้าอยากจะพบนาง” หนานเว่ยไม่อยากเสียเวลาจึงเข้าเื่ทันที
“นี่ตอนนี้เหยาอวิ้นคง.....”
“ยินดีอย่างยิ่งเชิญท่านเซียนทางนี้” ผู้นำตระกูลกำลังปฏิเสธแต่บิดาของเหยาอวิ้นกลับรีบชิงกล่าวตัดหน้าทันที
“เหยาตู้เ้าหมายความว่าอย่างไรคิดจะเป็ศัตรูกับฝ่าางั้นเหรอ” ผู้นำตระกูลเหยากล่าว
“ระหว่างฝ่าากับสำนักใหญ่ท่านเลือกจะเป็ศัตรูกับใคร”บิดาของเหยาอวิ้นกล่าว
“นี่เ้า”ผู้นำตระกูลเหยากัดฟันเขาเองก็ไม่อยากเป็ศัตรูกับสำนักใหญ่เช่นกันแต่สำนักอวี้ฮวาอยู่ไกลมากทำให้เขาค่อนข้างเลือกราชวงศ์ต้าหลี่มากกว่า
“เกิดอะไรขึ้น”หนานเว่ยขมวดคิ้วกลิ่นอายขอบเขตหลอมแก่นปราณแผ่ออกมา
“หลอมแก่นปราณ”ขันทีสีหน้าเปลี่ยนไปขอบเขตหลอมแก่นปราณคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในวังหลวงแล้วคนที่มีขอบเช่นนี้ส่วนใหญ่จะมีอำนาจอยู่เื้ัควบคุมทุกอย่างแม้แต่ฮ่องเต่ก็ยังขัดใจไม่ได้
“เรียนท่านเซียนตอนนี้ตระกูลเหยาได้เกี่ยวดองกับราชวงศ์แล้วเหยาอวิ้นก็จะกลายเป็อนุภรรยาของฝ่าาในอีกไม่ช้าเกรงว่าคงส่งตัวให้พวกท่านไม่ได้”ผู้นำตระกูลกล่าว
“ท่านเซียนบุตรสาวของข้าไม่ได้ยินยอมในเื่นี้หากท่านสามารถพานางกลับไปบ่มเพาะได้นางจะต้องยินดีแน่”บิดาของเหยาอวิ้นกล่าว
“นี่เ้า”ขันทีเริ่มโกรธขึ้นมาทันทีเผยจิตสังหารใส่บิดาของเหยาอวิ้น
“หืมเป็เ้าสินะคนของราชวงศ์ กลับไปบอกฝ่าาของพวกเ้าว่าเหยาอวิ้นข้าจะรับตัวไปหากเขาไม่ชอบใจให้มาหาข้า ข้าจะรออยู่ที่นี่” หนานเว่ยกล่าว
“แม้ท่านจะมาจากสำนักอวี้ฮวาแต่ที่นี่คืออาณาเขตของสำนักถานไถเกรงว่าการวางอำนาจของท่านดูจะไม่เหมาะ” ขันทีกล่าว
“เื่ระหว่างสำนักพวกเราสามารถจัดการเองได้แต่ว่าหากพวกเ้ากล้าต่อต้านเช่นนั้นยอดเขาเมฆาของข้าก็คงต้องทำให้ราชวงศ์ของเ้าเปลี่ยนแซ่บ้างแล้ว”หนานเว่ยกล่าว
“นี่เ้า”ขันทีกลายเป็โกรธทันทีแต่พริบตาแรงกดดันก็กดทับลงมาทำให้ขันทีชราถูกกดจนนั่งคุกเข่า
“พาข้าไปพบบุตรสาวของเ้าหากเื่นี้จบลงข้าจะช่วยให้เ้าขึ้นเป็ผู้นำตระกูล” หนานเว่ยกล่าวก่อนจะเผยแววตาที่คมกริบใส่ผู้นำตระกูลเหยาทันที