ยามเช้าในหมู่บ้านจิ้งซาน หมอกบางลอยคลอทั่วผืนนา
เสียงนกกาน้ำร้องแว่วจากริมแม่น้ำหวงที่กำลังเอ่อสูงจนน่าหวาดหวั่น
หานอวี้จินยืนอยู่บนคันดินเก่า ดวงตากวาดมองไปยังกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเหมือนงูั์
ด้านหน้ามีแม่ทัพหลินและบุตรีของเขา — หลินชีอวี่ — หญิงสาวในชุดเกราะเบา สายตาเฉียบคมแต่สงบนิ่ง
“คารวะองค์ชาย ท่านมาได้อย่างไร” แม่ทัพหลินเอ่ยถามหลินชีอวี่ค้อมกายคำนับเล็กน้อยโดยไม่พูดจา
“ข้าเพียงได้ข่าวว่าอาจเกิดภัยแม่น้าหวงก็เลยอยากจะมาดูให้เห็นกับตา เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง” หานอวี้จินตอบ
“ท่านองค์ชาย ที่นี่คือจุดที่คันดินพังทุกปี”
แม่ทัพหลินชี้ไปยังรอยแหว่งขนาดใหญ่ตรงแนวแม่น้ำ
“น้ำจากูเาเหนือจะไหลมาตรงนี้ เมื่อเจอทางแคบมันจะซัดเข้าฝั่งแรงขึ้นจนไม่มีสิ่งใดต้านได้”
“ข้าเห็นแล้ว”
หานอวี้จินพยักหน้า ก่อนคุกเข่าลง ใช้มือวักน้ำขึ้นมาเล็กน้อย
เขาสังเกตทิศทางการหมุนของเศษไม้เล็ก ๆ ที่ลอยมากับกระแสน้ำ
“ไหลแรงจากเหนือ... ชนข้างตะวันออกแล้วหมุนกลับไปทางใต้เกิดกระแสวนซ้ำซ้อน—แรงกระแทกเพิ่มขึ้นสองเท่า... ใช่แล้วนี่คือสาเหตุที่คันดินพังทุกปี”
เขาอธิบายแก่แม่ทัพหลินและช่างชาวบ้านที่รายล้อมอยู่
“ปัญหาคือแรงของน้ำ — หากเราขวาง มันจะดันแรงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่หากเราทำให้มัน เปลี่ยนทิศอย่างนุ่มนวลแทนที่จะชนตรง ๆ แรงจะลดลงเอง”
หลินชีอวี่ถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
“แต่จะให้แม่น้ำเปลี่ยนทางได้อย่างไร หากไม่ขุดลอกทั้งสาย?”
หานอวี้จินยิ้ม
“เราไม่ต้องขุดทั้งสาย เพียงใช้แนวกั้นรูปตัว V กลับด้าน วางในมุมเฉียง 30 องศาจากแนวกระแสน้ำ
ให้ปลาย V หัน เข้าหากระแสน้ำ — มันจะทำหน้าที่‘ผ่าแรงน้ำ’ ให้แยกออกเป็สองข้างเอง”
เขาหยิบไม้ไผ่มาทำเป็แบบจำลองเล็ก ๆ
— วางเส้นไม้สามเส้นเป็รูปตัว V กลับด้าน
— เทน้ำลงจากกระบอกไม้ไผ่
— น้ำกระทบปลาย V แล้วแยกออกสองทางตามแนวโค้ง
แทบไม่มีหยดน้ำกระเซ็นไปข้างหลัง
“หลักการนี้ เรียกว่า ‘แรงกระทำปะทะมุมเฉียง (obliqueimpact force)’
แรงปะทะจะถูกแบ่งออกเป็สององค์ประกอบ —
หนึ่ง แรงขนานที่ไหลตามแนวกั้น
สอง แรงตั้งฉากที่ถูกลดทอนจากมุมเบี่ยง 30 องศา”
เขาใช้ถ่านเขียนสูตรง่าย ๆ ลงบนพื้นดิน
F = ρ × A × v² × sin(θ)
(F = แรงกระแทก, ρ = ความหนาแน่นของน้ำ,A = พื้นที่หน้าัั, v = ความเร็วกระแสน้ำ,θ= มุมกระแทก)
“เมื่อมุมกระแทก θ ลดลงจาก 90° เหลือเพียง 30°
แรงกระแทกจะลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว —หมายความว่าแนวกั้นต้องรับแรงเพียง 50% จากเดิม”
ช่างหลายคนถึงกับตะลึง
“ไม่ต้องขวางเต็มกำลัง แค่ให้มันเบนทิศเองงั้นหรือ?!”
“ถูกต้อง”
พระเอกตอบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“แม่น้ำไม่ต่างจากั — ขวางมันคือความตายแต่หากรู้ทิศทางลมหายใจของมัน เ้าจะขี่หลังมันได้”
แม่ทัพหลินออกคำสั่งให้ช่างฝีมือเริ่มลงมือทันที
หานอวี้จินวางแผนอย่างเป็ขั้นตอน
1. เสริมฐานหินแม่น้ำ:
นำหินก้อนใหญ่เรียงซ้อนในแนวโค้งของตัว V
หินแม่น้ำมีลักษณะกลม — เมื่อแรงน้ำชน มันจะกลิ้งและกระจายแรงดันไม่แตกหักง่ายเหมือนหินเหลี่ยม
2. โครงไม้ไผ่สาน:
ใช้ไม้ไผ่หนา 3 นิ้วสานเป็ร่างตาข่ายยึดหินไว้แน่น
ไม้ไผ่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรับแรงสั่นะเืได้ดี
3. มุมเฉียง30 องศา:
เขาใช้ไม้ทาบเป็แนวบอกมุมอย่างแม่นยำ
“หากเฉียงมากเกินไป แรงไหลจะอ่อนเกินจนตะกอนสะสม
หากชันเกินไป แรงกระแทกจะย้อนกลับ ต้องพอดี — 30 องศาเท่านั้น”
4. บ่อพักน้ำ:
ขุดบ่อกักน้ำเล็ก ๆ หลังแนวกั้น เพื่อรับน้ำส่วนเกินและใช้ในยามแล้ง
เป็แิแบบ RetentionBasin ในวิศวกรรมสมัยใหม่
ระหว่างก่อสร้าง ชาวบ้านบางคนยังไม่เชื่อ
“จะใช้ไม้กับหินแบบนี้หยุดแม่น้ำได้หรือ? ทุกปีพวกเราสร้างคันสูงยังไม่เคยรอดเลย!”
หานอวี้จินก้าวไปยืนกลางคันดิน
เสียงของเขานุ่มแต่หนักแน่น
“คันดินที่พวกเ้าสร้างสูงเพียงใด มันก็ยังพัง เพราะเ้า สู้กับน้ำ
แต่ข้าไม่ได้สู้ ข้าเพียง ชี้ทางให้น้ำไปเอง”
คำพูดนั้นแทรกเข้าไปในหัวใจของผู้คน
ชาวบ้านเริ่มยกหิน ยกไม้ตามคำสั่งของเขา
สามวันผ่านไป
แนวกั้นรูปตัว V ยาวกว่าห้าร้อยก้าวถูกสร้างเสร็จ
หานอวี้จินเดินตรวจอย่างละเอียดทุกจุด
“มุมโค้ง... ถูกต้อง ความลาดเอียง 12 องศาดีมาก”
เขาเรียกช่างและแม่ทัพหลินมาชมผลงาน
“พรุ่งนี้จะเป็วันทดสอบ — เมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงสุดในรอบเดือน”
รุ่งเช้า ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนเทลงมาไม่หยุด
กระแสน้ำจากูเาเหนือเริ่มไหลทะลักเข้ามาในแม่น้ำหลักอย่างบ้าคลั่ง
คลื่นซัดกระแทกแนวกั้นใหม่อย่างรุนแรงจนเกิดฟองขาว
เสียงชาวบ้านร้องลั่น “มันจะพังอีกแล้ว!”
แต่หานอวี้จินยืนนิ่ง
ดวงตาเขาจับจ้องปลายตัว V ที่จมหายไปใต้กระแสน้ำ
แล้ว —
สิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น
แทนที่น้ำจะซัดตรงเข้าฝั่ง น้ำกลับแยกออกเป็สองสาย
หนึ่งไหลโค้งไปทางตะวันออก อีกสายเบนไปทางใต้
แรงปะทะที่เคยซัดฝั่งจนพังพลันลดลงจนแทบไม่กระเพื่อม!
หินและไม้ไผ่ที่ยึดไว้แน่นแน่ว
แนวกั้นรูปตัว V ยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง
“์ช่วย... มันได้ผลจริง ๆ!”
แม่ทัพหลินร้องด้วยความตะลึง
ชาวบ้านที่เฝ้ามองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ
“องค์ชายช่วยเราแล้ว! น้ำไม่พังอีกแล้ว!”
หลินชีอวี่มองพระเอก ดวงตาสะท้อนประกายอัศจรรย์
“ท่าน... ใช้วิธีง่ายดายแต่ผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ข้ายังนึกไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็ไปได้”
หานอวี้จินยิ้มบาง ๆ
“ความจริงนั้นเรียบง่ายเสมอเพียงแต่เรามักมองข้ามมันเพราะคิดว่ามันยาก”
สามวันหลังจากนั้น ขันทีด่วนจากจิ้งซานเดินทางกลับถึงเมืองหลวง
เมื่อรายงานถึงาา —พระพักตร์ของหานเหยียนอ๋องปรากฏรอยยิ้มเป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือน
“ข้าเคยคิดว่าลูกคนนี้โง่งม...แต่เขากลับหยุดน้ำได้ด้วยหินและไม้
หากนี่คือความโง่ ข้าก็ขอให้บุตรข้าทุกคนโง่เช่นนี้!”
พระองค์สั่งให้มอบรางวัลแก่ชาวจิ้งซานและเลื่อนยศให้องค์ชายใหญ่เป็
“องค์ชายที่ปรึกษาแห่งโยธาธิการ”— มีสิทธิ์เข้าร่วมการประชุมทุกวาระ
คืนนั้น หานอวี้จินยืนบนคันน้ำที่เพิ่งสร้างเสร็จ ฝนยังตกพรำ
หลินชีอวี่ยืนเคียงข้าง มือถือโคมกระดาษ
“ข้าคิดว่าท่านเป็เพียงองค์ชายผู้มีโชคช่วย... แต่ตอนนี้ ข้ารู้แล้วว่าท่านคือผู้เข้าใจโลกยิ่งกว่านักปราชญ์ใด”
หานอวี้จินหัวเราะเบา ๆ
“ข้าเพียงรู้ว่า น้ำย่อมไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ — ไม่ต่างจากคนหากข้าอยากนำพวกเขาไปข้างหน้า ก็ต้องรู้ว่าควรเปิดทางให้ไหลอย่างไร ไม่ใช่ขวางมัน”
หลินชีอวี่มองเขาอย่างชื่นชม
“หากแคว้นหานมีคนแบบท่านสักสิบคน...เราคงไม่ต้องกลัวแม้แต่์”
เสียงฟ้าร้องไกล ๆ ดังขึ้น
ใต้แสงฟ้าแลบ —ใบหน้าขององค์ชายใหญ่สะท้อนประกายดั่งเหล็กกล้าที่ผ่านไฟ
นี่คือคืนแรกที่ชื่อ “หานอวี้จิน”ถูกเอ่ยด้วยความเคารพแทนคำเยาะเย้ย
และเป็ก้าวแรกของชายผู้จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ทั้งเจ็ดแคว้นให้สั่นะเืด้วยปัญญา