บทที่10 หวั่นไหว
แสงอาทิตย์ยามเช้าสอดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ใน่หลายวันที่ผ่านมา ฉู่อันหลานรู้สึกสิ้นหวังและท้อแท้ใจเป็อย่างมาก นางจึงเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ภายในห้องทุกวันได้แต่เหม่อลอยและระทมทุกข์กับความจริงที่ต้องเผชิญ
“คุณหนูฉู่...เ้าจะเป็เช่นนี้ไปตลอดหรือ”เสียงเข้มเอ่ยดังขึ้นทำลายความเงียบสงัดที่มีพร้อมร่างหนาที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าของหญิงสาว
ฉู่อันหลานเงยหน้าขึ้นมองหยางตงหยางริมฝีปากเบะออกอย่างนึกหงุดหงิดคนตรงหน้า จากนั้นนางจึงเลือกเบือนหน้าหนีอย่างไม่คิดจะตอบโต้สิ่งใด
“เฮ้อ...”เสียงถอนหายใจหนักดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งก่อนที่หยางตงหยางจะเดินตรงมานั่งด้านข้างของฉู่อันหลานเขายังคงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา
“คุณหนูฉู่...เ้ามิใช่คนไร้ความคิดเหตุใดเ้าจึงยอมจมปลักกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่อีก” มือหนาเอื้อมมากอบกุมมือบางถือวิสาสะพร้อมบีบกระชับเบาๆ อย่าง้าให้นางรู้สึกตัวเสียที
“ข้ามิได้จมปลักเสียหน่อย...ข้าแค่้าเวลาคิดทบทวนเท่านั้น”ฉู่อันหลานเอ่ยขึ้นอย่างประชดประชัน
“หึๆ...”เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ฉู่อันหลานสะบัดหน้าจ้องมองหยางตงหยางอีกครั้ง“นี่ท่านกำลังล้อเลียนข้าอยู่หรือ” หญิงสาวแหวใส่ชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งอย่างหัวเสียกับท่าทีดังกล่าว
“ข้าน้อยมิกล้า...”หยางตงหยางลากเสียงยานคางอย่าง้าหยอกเย้า
“ท่าน...” ฉู่อันหลานกำหมัดแน่นพร้อมระดมทุบตีเข้าที่หน้าอกของหยางตงหยางอย่างนึกหมั่นไส้
หยางตงหยางยังคงนั่งนิ่งมิได้ปัดมือบางนั้นเขากลับฉวยจังหวะนั้น โอบรอบเอวของหญิงสาวดึงรั้งมานั่งที่ตักของเขาเสียอย่างนั้น
“ข้าให้เ้าระบายโทสะกับข้าจนกว่าเ้าจะพอใจ”เสียงกระซิบดังที่ข้างหูทำให้ฉู่อันหลานชะงักค้าง จากมือน้อยที่เอาแต่ทุบตีเริ่มผลักไสร่างหนาให้ออกห่างของตนเอง
“ท่านปล่อยข้าได้แล้ว”เสียงหวานพึมพำอย่างแง่งอน
“เ้าพอใจแล้วหรือ” หยางตงหยางยังคงนิ่งไม่ยอมผละมือจากเอวบางเขากลับกล่าวขึ้นอย่างหน้าตาย
“พอใจแล้ว...พอแล้ว...ท่านปล่อยข้าได้แล้ว”ฉู่อันหลานเริ่มหน้าแดงก่ำจากััที่ใกล้ชิด หัวใจของนางเริ่มเต้นรัวแรงขึ้นมายิ่งเมื่อได้สบสายตาที่ทอประกายตรงหน้า นางก็เริ่มทำตัวไม่ถูกหญิงสาวรีบสะบัดกายลุกขึ้นยืนอีกครั้ง พร้อมกับหันหลังหนีชายหนุ่มในทันที
“ในเมื่อเ้าอารมณ์ดีแล้ว...เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”หยางตงหยางพูดอย่างหน้าตาย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปโดยมิได้เหลียวมองหญิงสาวอีกเลย
ฉู่อันหลานชะงักค้างกับปฏิกิริยาที่แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วนางหันหน้ากลับมาแต่ก็เห็นเพียงแผ่นหลังหนาที่เดินจากไปไกลขึ้นทุกทีๆ“ท่าน...เชอะ”
หลงจูเห็นคนทั้งสองก็เอาแต่อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้นายหญิงของตน“คุณหนู...อันที่จริงนายท่านก็มิใช่คนเลวร้ายอันใด...ข้ากลับคิดว่านายท่านช่างเอาใจคุณหนูแล้วก็...”
“แล้วอะไร...”ฉู่อันหลานปรายตาถามสาวใช้อย่างอยากรู้อยากเห็น
“ข้าว่านายท่านต้องตกหลุมรักคุณหนูเป็แน่เ้าค่ะ”
คำพูดของหลงจูทำให้ฉู่อันหลานถึงกับใบหน้าแดงซ่านขึ้นมานางกัดริมฝีปากแน่นอย่างรู้สึกประหม่าและเขินอาย “เ้าอย่าพูดจาเหลวไหล”ฉู่อันหลานกล่าวแก้เก้อออกมา ทั้งที่สีหน้ากลับดูสดชื่นและเบิกบานขึ้นกว่าแต่ก่อน
“หากคุณหนูไม่เชื่อ...เช่นนั้นให้ข้าลองใจนายท่านดีหรือไม่”หลงจูยังคงเอ่ยแผนการออกมา
“เ้าคิดจะทำเช่นใด”ฉู่อันหลานไม่ตอบรับแต่กลับไม่ปฏิเสธอันใดนางเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนใจกับอุบายของสาวใช้ของตนเอง
หลงจูเพียงยิ้มกริ่มขึ้นมาก่อนจะยื่นหน้ากระซิบกระซาบกับนายหญิงของตนเอง
ฉู่อันหลานได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างและมองหลงจูอย่างไม่แน่ใจ“เ้าแน่ใจหรือ...ข้าคิดว่า...”
“คุณหนู...หากนายท่านรักท่านดังที่ข้าว่า...เช่นนั้นต่อไปคุณหนูจะได้วางใจได้เช่นใดเ้าคะ”
ฉู่อันหลานหยุดคิดเพียงครู่หนึ่งอย่าง้าชั่งใจอย่างหนักก่อนจะพยักหน้ารับให้กับหลงจูอีกครั้งแม้ภายในใจของนางจะรู้สึกหวาดหวั่นอยู่มากก็ตาม
“คุณหนู...นางคือเสี่ยวเม่ย...เป็สาวใช้ประจำโรงครัวหน้าตาท่าทางดูสะอาดหมดจนยิ่งนัก”
หลงจูพาเสี่ยวเม่ยมาตรงหน้าฉู่อันหลานนางปรายตามองสาวใช้ตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา หน้าตาของนางแม้จะมิได้สวยสะดุดตาแต่ดวงตาเรียวเล็กกับไฝเม็ดเล็กตรงบริเวณหางตากลับทำให้นางดูน่าสะดุดตาและเย้ายวนยิ่งนัก
“บ่าว...เสี่ยวเม่ย...คำนับคุณหนูเ้าค่ะ”เสี่ยวเม่ยย่อกายคำนับฉู่อันหลานด้วยท่าทางแช่มช้อยพร้อมกับรอยยิ้มบางที่ประดับบนใบหน้า
ฉู่อันหลานนิ่วหน้าลงอีกครั้งอย่างรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์มากนักเมื่อนึกถึงแผนการของหลงจู นางเริ่มลังเลใจที่จะดำเนินการตามแผนขึ้นเสียแล้ว
“คุณหนู...ท่านเห็นว่าเป็เช่นใด”หลงจูเห็นท่าทีของนายหญิงก็เริ่มประหม่าขึ้น
ฉู่อันหลานบีบสองมือไปมาอย่างกำลังใช้ความคิดอย่างหนักก่อนจะเงยหน้ามองเสี่ยวเม่ยอีกครั้ง “หากเ้ามีความคิดมากแผนการ...เ้าคงรู้ว่าข้าจะไม่ปล่อยเ้าไว้เป็แน่”นางกล่าวขู่หญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่อาจเชื่อใจได้ แต่เพราะความอยากรู้ที่มีทำให้ฉู่อันหลานอยากจะลองเสี่ยงดูสักครั้งหนึ่ง
“บ่าวมิกล้าเ้าค่ะ”เสี่ยวเม่ยคุกเข่าลงพร้อมโขกศีรษะลงกลับพื้นอย่างนอบน้อมแต่ฉู่อันหลานกลับรู้สึกไม่ถูกชะตากับสาวใช้คนนี้เลยสักนิดท่าทางโอนอ่อนราวกับไร้พิษสงแต่สายตานั่นทำให้นางอดที่จะรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาอย่างเสียมิได้
“เอาเถอะ...หลงจู...เ้าพานางไปเตรียมตัวให้พร้อม”ฉู่อันหลานตัดบทพร้อมโบกมือไล่คนทั้งสองออกไปอย่างนึกรำคาญตา
เมื่อฉู่อันหลานอยู่ตามลำพังภายในห้อง นางก็เริ่มคิดฟุ้งซ่านในใจขึ้นมานี่นางกำลังโยนหินทับเท้าตนเองหรือเปล่า เฮ้อ...เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง
“ข้าหวังว่าข้าจะเชื่อใจท่านได้”ฉู่อันหลานบ่นพึมพำออกมาในที่สุด