เช้าวันถัดมา แพร เดินเข้าตึกคณะตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เสื้อเชิ้ตขาวเรียบร้อย กระโปรงทรงตรงยาวถึงเข่า ผมรวบเรียบร้อย หน้าตาสดใส ทำเหมือนเมื่อวานเป็แค่ฝันร้าย (หรือฝันเปียก) ที่เธอเลือกจะลบออกจากหัวไปแล้ว
เดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง เห็นกลุ่มเพื่อนร่วมงานทักทายกันตามปกติ
แพรยิ้มตอบ สวัสดีตอนเช้าเสียงใส ๆ แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ เปิดเอกสารงบประมาณที่ค้างไว้เมื่อวาน ทำเหมือนทุกวัน
แต่ลึก ๆ แล้ว เธอรู้ดีว่าต้องเจอพี่กรแน่ ๆ
เพราะห้องทำงานอาจารย์อยู่ชั้นเดียวกัน ทางเดินเดียวกัน และพี่กรไม่ใช่คนที่จะปล่อยผ่านง่าย ๆ
ประมาณ 9:30 น.
แพรกำลังก้มหน้าพิมพ์งานอยู่ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นเคย เดินตรงมาทางโต๊ะเธอ
พี่กร—วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาเข้ม แขนเสื้อม้วนขึ้นถึงข้อศอก ผมเรียบร้อยกว่าเมื่อวาน แต่ดวงตายังคงมืดครึ้มเหมือนเดิม
หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะแพร มือกุมแฟ้มเอกสารไว้หลวม ๆ แต่สายตาจับจ้องหน้าแพรไม่วาง

“สวัสดีครับ แพร”
เสียงทุ้มต่ำ นิ่ง แต่แฝงอะไรบางอย่างที่ทำให้ขนลุกขึ้นมาทันที
แพรเงยหน้าขึ้น มองพี่กรแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าลงทำต่อทันที ทำเป็ไม่สนใจ
“สวัสดีค่ะ อาจารย์” เสียงเรียบ ๆ เหมือนกำลังคุยกับอาจารย์ทั่วไป
พี่กรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก แล้ววางแฟ้มลงบนโต๊ะแพรเบา ๆ
“เอกสารที่แพรคืนเมื่อวาน... ผมเซ็นเรียบร้อยแล้วครับ
แต่มีจุดหนึ่งที่ต้องแก้ไขนิดหน่อย เดี๋ยวผมส่งเมลให้แพรดูนะ”
พี่กรหยุดชะงัก แล้วกระซิบเบา ๆ เฉพาะให้แพรได้ยิน
“เมื่อคืน... แพรไม่กลับบ้านเหรอครับ
ผมรออยู่หน้าบ้านแพรจนตีหนึ่ง ”
แพรชะงักมือที่กำลังพิมพ์ แต่ยังไม่เงยหน้า
พี่กรยิ้มมุมปากเล็กน้อย เหมือนรู้ว่าแพรกำลังทำเป็ไม่สนใจ
“หรือว่าแพรไปอยู่ที่อื่น... เพื่อไม่ให้ผมเจอตัว?”
พี่กรก้มลงเล็กน้อย เอียงตัวให้ใกล้หูแพรมากขึ้น (แต่ยังอยู่ในระยะที่คนอื่นมองเห็นเป็ปกติ)
“แพรรู้ใช่ไหมครับ ว่าผมไม่ใช่คนยอมแพ้ง่าย ๆ
ถ้าแพรยังทำแบบนี้ต่อไป... ผมอาจจะต้องหาวิธีทำให้แพรต้องมาคุยกับผมจริงจังสักที”
พี่กรถอยหลังขึ้น ยืนตรงอีกครั้ง แล้วพูดเสียงปกติ
“เดี๋ยวผมส่งเมลไปนะครับ แพรช่วยดูให้หน่อย วันนี้ต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนบ่าย”
แล้วพี่กรก็เดินจากไป หันหลังกลับห้องทำงานตัวเอง
แต่แพรรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองกลับมาอีกแวบหนึ่ง ก่อนที่พี่กรจะหายลับประตูห้อง
(แพรตัดสินใจกดเปิดเมลจากพี่กรที่เพิ่งส่งมาเมื่อสักครู่ หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างขึ้น เมลหัวข้อเรียบ ๆ แต่แพรรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เื่งาน)
เนื้อหาเมล:
แพรครับ
เอกสารที่แพรส่งคืนเมื่อวาน ผมเซ็นเรียบร้อยแล้ว แต่มีจุดที่ต้องแก้ไขเล็กน้อยตรงส่วนรายการค่าใช้จ่ายโครงการวิจัยย่อย (หน้า 7-8) ให้ปรับตัวเลขตรงบรรทัด 12 ให้ตรงกับเอกสารแนบที่ผมส่งไปพร้อมนี้ แล้วเซ็นรับทราบส่งกลับมาภายในบ่ายนี้ได้เลยครับ
ส่วนเื่งานปกติจบแค่นี้
แต่เื่ด่วนส่วนตัว...
เมื่อคืนผมรอที่หน้าบ้านแพรจริง ๆ จนตีหนึ่ง
ไม่เห็นแพรกลับ ไม่มีแสงในบ้าน ไม่มีเสียงตอบรับ
ผมไม่ได้โมโหครับ แค่... เป็ห่วงมากกว่า
แพรหนีผมแบบนั้นเพราะกลัวอะไร หรือเพราะผมทำเกินไป
ถ้าเป็เพราะผมบุ่มบ่ามเกินไป ผมขอโทษจริง ๆ
แต่ผมอยากให้แพรรู้ว่าสำหรับผม มันไม่ใช่แค่ "แซว" หรือ "คลั่ง" ชั่วคราว
ผมชอบแพรมาก
มากจนบางวันทำงานไม่ได้เพราะคิดถึงแต่แพร
มากจนเมื่อวานเกือบเสียสติเพราะอยากได้แพรทั้งตัว
แต่ผมรู้ว่าถ้าแพรไม่พร้อม หรือยังไม่เชื่อใจ ผมไม่ควรบังคับ
ถ้าแพรอยากคุยจริงจัง อยากรู้ว่าผมคิดยังไงกับแพรชัด ๆ
บ่ายนี้หลังเลิกงาน (ประมาณ 17:30 น.) ผมจะรอที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ หลังตึกคณะ (ร้านเดิมที่เราเคยไปซื้อขนมด้วยกันครั้งแรก)
ถ้าแพรมา เราคุยกันแบบปกติ ไม่มีใครรบกวน ไม่ต้องกลัวใครเห็น
ผมจะบอกทุกอย่างที่แพรอยากรู้
ว่าผมโสด ไม่มีใคร
ว่าผมจริงจังกับแพรแค่ไหน
ว่าผมพร้อมให้สถานะอะไรก็ได้ที่แพร้า (ถ้าแพรให้โอกาสผม)
แต่ถ้าแพรไม่มา... ผมจะเข้าใจ
ผมจะไม่ตามแพรอีก ถ้าแพรไม่อยากให้ตาม
แค่บอกผมสักคำเดียวก็พอครับ
รอแพรอยู่นะ
ถ้าไม่ตอบเมล ไม่ต้องมาหา ก็ไม่เป็ไร
แต่ถ้าแพรยังคิดอะไรอยู่ ผมอยากฟังจากปากแพรเอง
(แพรนิ่งไปพักนึง ในหัวกำลังคิดว่า ฉันควรไป หรือไม่ไปดี)