“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 10 เมลที่ไม่ใช่แค่เรื่องงาน


    เช้าวันถัดมา แพร เดินเข้าตึกคณะตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    เสื้อเชิ้ตขาวเรียบร้อย กระโปรงทรงตรงยาวถึงเข่า ผมรวบเรียบร้อย หน้าตาสดใส ทำเหมือนเมื่อวานเป็๞แค่ฝันร้าย (หรือฝันเปียก) ที่เธอเลือกจะลบออกจากหัวไปแล้ว


    เดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง เห็นกลุ่มเพื่อนร่วมงานทักทายกันตามปกติ

    แพรยิ้มตอบ สวัสดีตอนเช้าเสียงใส ๆ แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ เปิดเอกสารงบประมาณที่ค้างไว้เมื่อวาน ทำเหมือนทุกวัน

    แต่ลึก ๆ แล้ว เธอรู้ดีว่าต้องเจอพี่กรแน่ ๆ

    เพราะห้องทำงานอาจารย์อยู่ชั้นเดียวกัน ทางเดินเดียวกัน และพี่กรไม่ใช่คนที่จะปล่อยผ่านง่าย ๆ


    ประมาณ 9:30 น.

    แพรกำลังก้มหน้าพิมพ์งานอยู่ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นเคย เดินตรงมาทางโต๊ะเธอ


    พี่กร—วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาเข้ม แขนเสื้อม้วนขึ้นถึงข้อศอก ผมเรียบร้อยกว่าเมื่อวาน แต่ดวงตายังคงมืดครึ้มเหมือนเดิม


    หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะแพร มือกุมแฟ้มเอกสารไว้หลวม ๆ แต่สายตาจับจ้องหน้าแพรไม่วาง




    “สวัสดีครับ แพร”


    เสียงทุ้มต่ำ นิ่ง แต่แฝงอะไรบางอย่างที่ทำให้ขนลุกขึ้นมาทันที


    แพรเงยหน้าขึ้น มองพี่กรแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าลงทำต่อทันที ทำเป็๞ไม่สนใจ


    “สวัสดีค่ะ อาจารย์” เสียงเรียบ ๆ เหมือนกำลังคุยกับอาจารย์ทั่วไป


    พี่กรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพัก แล้ววางแฟ้มลงบนโต๊ะแพรเบา ๆ


    “เอกสารที่แพรคืนเมื่อวาน... ผมเซ็นเรียบร้อยแล้วครับ

    แต่มีจุดหนึ่งที่ต้องแก้ไขนิดหน่อย เดี๋ยวผมส่งเมลให้แพรดูนะ”


    พี่กรหยุดชะงัก แล้วกระซิบเบา ๆ เฉพาะให้แพรได้ยิน


    “เมื่อคืน... แพรไม่กลับบ้านเหรอครับ

    ผมรออยู่หน้าบ้านแพรจนตีหนึ่ง ”


    แพรชะงักมือที่กำลังพิมพ์ แต่ยังไม่เงยหน้า

    พี่กรยิ้มมุมปากเล็กน้อย เหมือนรู้ว่าแพรกำลังทำเป็๲ไม่สนใจ


    “หรือว่าแพรไปอยู่ที่อื่น... เพื่อไม่ให้ผมเจอตัว?”


    พี่กรก้มลงเล็กน้อย เอียงตัวให้ใกล้หูแพรมากขึ้น (แต่ยังอยู่ในระยะที่คนอื่นมองเห็นเป็๲ปกติ)


    “แพรรู้ใช่ไหมครับ ว่าผมไม่ใช่คนยอมแพ้ง่าย ๆ

    ถ้าแพรยังทำแบบนี้ต่อไป... ผมอาจจะต้องหาวิธีทำให้แพรต้องมาคุยกับผมจริงจังสักที”


    พี่กรถอยหลังขึ้น ยืนตรงอีกครั้ง แล้วพูดเสียงปกติ


    “เดี๋ยวผมส่งเมลไปนะครับ แพรช่วยดูให้หน่อย วันนี้ต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนบ่าย”


    แล้วพี่กรก็เดินจากไป หันหลังกลับห้องทำงานตัวเอง

    แต่แพรรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองกลับมาอีกแวบหนึ่ง ก่อนที่พี่กรจะหายลับประตูห้อง


    (แพรตัดสินใจกดเปิดเมลจากพี่กรที่เพิ่งส่งมาเมื่อสักครู่ หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างขึ้น เมลหัวข้อเรียบ ๆ แต่แพรรู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เ๱ื่๵๹งาน)


    เนื้อหาเมล:

    แพรครับ

    เอกสารที่แพรส่งคืนเมื่อวาน ผมเซ็นเรียบร้อยแล้ว แต่มีจุดที่ต้องแก้ไขเล็กน้อยตรงส่วนรายการค่าใช้จ่ายโครงการวิจัยย่อย (หน้า 7-8) ให้ปรับตัวเลขตรงบรรทัด 12 ให้ตรงกับเอกสารแนบที่ผมส่งไปพร้อมนี้ แล้วเซ็นรับทราบส่งกลับมาภายในบ่ายนี้ได้เลยครับ

    ส่วนเ๹ื่๪๫งานปกติจบแค่นี้

    แต่เ๱ื่๵๹ด่วนส่วนตัว...

    เมื่อคืนผมรอที่หน้าบ้านแพรจริง ๆ จนตีหนึ่ง

    ไม่เห็นแพรกลับ ไม่มีแสงในบ้าน ไม่มีเสียงตอบรับ

    ผมไม่ได้โมโหครับ แค่... เป็๞ห่วงมากกว่า

    แพรหนีผมแบบนั้นเพราะกลัวอะไร หรือเพราะผมทำเกินไป

    ถ้าเป็๞เพราะผมบุ่มบ่ามเกินไป ผมขอโทษจริง ๆ

    แต่ผมอยากให้แพรรู้ว่าสำหรับผม มันไม่ใช่แค่ "แซว" หรือ "คลั่ง" ชั่วคราว

    ผมชอบแพรมาก

    มากจนบางวันทำงานไม่ได้เพราะคิดถึงแต่แพร

    มากจนเมื่อวานเกือบเสียสติเพราะอยากได้แพรทั้งตัว

    แต่ผมรู้ว่าถ้าแพรไม่พร้อม หรือยังไม่เชื่อใจ ผมไม่ควรบังคับ

    ถ้าแพรอยากคุยจริงจัง อยากรู้ว่าผมคิดยังไงกับแพรชัด ๆ

    บ่ายนี้หลังเลิกงาน (ประมาณ 17:30 น.) ผมจะรอที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ หลังตึกคณะ (ร้านเดิมที่เราเคยไปซื้อขนมด้วยกันครั้งแรก)

    ถ้าแพรมา เราคุยกันแบบปกติ ไม่มีใครรบกวน ไม่ต้องกลัวใครเห็น

    ผมจะบอกทุกอย่างที่แพรอยากรู้

    ว่าผมโสด ไม่มีใคร

    ว่าผมจริงจังกับแพรแค่ไหน

    ว่าผมพร้อมให้สถานะอะไรก็ได้ที่แพร๻้๪๫๷า๹ (ถ้าแพรให้โอกาสผม)

    แต่ถ้าแพรไม่มา... ผมจะเข้าใจ

    ผมจะไม่ตามแพรอีก ถ้าแพรไม่อยากให้ตาม

    แค่บอกผมสักคำเดียวก็พอครับ


    รอแพรอยู่นะ

    ถ้าไม่ตอบเมล ไม่ต้องมาหา ก็ไม่เป็๞ไร

    แต่ถ้าแพรยังคิดอะไรอยู่ ผมอยากฟังจากปากแพรเอง


    (แพรนิ่งไปพักนึง ในหัวกำลังคิดว่า ฉันควรไป หรือไม่ไปดี)