แคว้นอวิ๋นอันรุ่งเรืองถูกปกครองด้วยขุนนางโฉดสกุลเซี่ยยุวกษัตริย์อย่างหลี่คังยังเล็กนักทำได้แค่เพียงเป็หุ่นเชิดให้แก่ท่านน้าต่างสกุลของเขาอย่างเซี่ยเหวินหลางเพียงเท่านั้นการเข้าแทรกแซงอำนาจการบริหารแผ่นดินของอัครเสนาบดีเซี่ยทำให้เกิดเหตุการณ์ฏเพื่อต่อต้านเขาอยู่หลายครั้ง
ทุกครั้งที่เขาปราบปรามฏล้วนลงมืออย่างเหี้ยมโหดเขามักจะนำศีรษะของฏและครอบครัวไปแขวนที่หน้าประตูเมืองเพื่อข่มขวัญผู้คนสร้างความหวาดกลัวให้แก่ชาวเมืองแคว้นอวิ๋นยิ่งนักชาวบ้านบางคนต่างพูดกันว่าไม่ใช่แค่เพียงแขวนศีรษะของฏเอาไว้ที่ประตูเมืองให้แร้งกากินแต่เซี่ยเหวินหลางผู้นี้ยังเชือดเนื้อเถือหนังฏเ่าั้เพื่อเอาไปกินเป็อาหารอีกด้วย
“ท่านพ่อเื่สัญญาการแต่งงานระหว่างสองสกุลก็ให้แล้วกันไปเถิดในราชสำนักท่านพ่อขัดแย้งกับอัครเสนาบดีเซี่ยถึงขนาดนี้ยังคิดจะเกี่ยวดองกับเขาด้วยการแต่งงานอีกหรือ”ฮวาเฉินเอ่ยกับบิดาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่สบายใจ
บิดาของเขาคือราชครูฮวาเหลียงผู้เป็ที่นับหน้าถือตาของบรรดาขุนนางและประชาชนแคว้นอวิ๋นราชครูฮวาเหลียงผู้นี้คือผู้ที่คอยอบรมสั่งสอนฮ่องเต้น้อยหลี่คังอีกทั้งยังเป็อาจารย์ของเหล่าบัณฑิตในสำนักราชบัณฑิตอีกด้วย เซี่ยโหวผู้มีนามว่าเซี่ยจ้งหวายคือสหายรักของเขาพวกเขาเคยทำหนังสือสัญญาหมั้นหมายกันว่าจะให้ลูกหลานแต่งงานผูกสัมพันธ์กันั้แ่ตอนที่พวกเขาเคยเสี่ยงชีวิตเพื่อบ้านเมืองด้วยกันแต่จนแล้วจนรอดการแต่งงานระหว่างสองสกุลก็ยังไม่เกิดขึ้น
ฮวาเหลียงไม่มีบุตรสาวเลยสักคนส่วนบุตรชายทั้งสองก็ล้วนตกแต่งหญิงงามชาติสกุลดีเข้าจวนมาแล้วทั้งคู่ทางด้านเซี่ยจ้งหวายนั้นบุตรสาวของเขาได้แต่งเข้าวังไปเป็ฮองเฮาส่วนบุตรชายทั้งสองของเขานั้นล้วนสิ้นชีพในสนามรบไปแล้วทั้งคู่เหลือแค่เพียงบุตรชายคนเล็กที่ยังมีชีวิตอยู่ดังนั้นเซี่ยจ้งหวายจึงไม่เคยให้ลูกชายคนเล็กผู้นี้ติดตามเขาเข้าสู่สนามรบเลยสักครั้งเพราะยามนี้สกุลเซี่ยเหลือแค่เพียงเซี่ยเหวินหลางเป็ทายาทเพียงคนเดียวของสกุล
ส่วนสกุลฮวานั้นมีแต่บุตรชายฮวาเฉินเป็บุตรชายคนโตเขากับฮูหยินมีบุตรชายด้วยกันอีกสามคน ส่วนฮวาฉือมีบุตรชายหนึ่งคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคนบุตรสาวของฮวาฉือจึงถูกจับตามองจากคนสกุลเซี่ยเป็พิเศษภายหลังเกิดเหตุการณ์นองเืในวังหลวงหลี่ไท่หลงฮ่องเต้และเซี่ยฮองเฮาล้วนสิ้นชีพไปด้วยกันเหลือแค่เพียงพระโอรสองค์น้อยแค่เพียงพระองค์เดียว เซี่ยเหวินหลางปกป้องและคุ้มครองพระโอรสองค์น้อยอย่างสุดกำลังและผลักดันให้องค์ชายน้อยขึ้นนั่งในราชบัลลังก์ได้ในที่สุด
ความดุดันและเหี้ยมโหดจนกลายเป็ที่กล่าวขานของเซี่ยเหวินหลางทำให้เซี่ยโหวผู้เป็บิดากังวลว่าวันหน้าบุตรชายของเขาอาจจะไม่ได้แต่งงานเขาจึงได้นำหนังสือสัญญาที่เคยทำร่วมกันมาบีบบังคับฮวาเหลียงผู้เป็สหายให้ยกหลานสาวให้แต่งงานกับบุตรชายของเขาต่อให้ฮวาจื่อชิงยังไม่ถึงวัยปักปิ่นสกุลเซี่ยของพวกเขาก็ยินดีจะรอเพราะเห็นแก่ความจริงใจของสหายฮวาเหลียงจึงได้ตอบรับหนังสือสัญญาหมั้นหมายนี้และให้คำมั่นกับเซี่ยโหวว่าขอเพียงหลานสาวของเขาผ่านพ้นวัยปักปิ่นก็ให้สกุลเซี่ยส่งเกี้ยวเ้าสาวมารับได้เลย
“พวกเราใช้เื่การไว้ทุกข์ให้น้องสะใภ้ของเ้าผัดผ่อนเื่การแต่งงานมาแล้วสามปีหลังจากนี้หากผัดผ่อนหรือล้มเลิกการแต่งงานอีกสหายเซี่ยของข้าคงได้ยกทัพมาถล่มสกุลฮวาของพวกเราโดยไม่สนใจความสัมพันธ์แต่เก่าก่อนแน่ยามนี้เซี่ยเหวินหลางมีอายุจะย่างเข้า 27 ปีแล้วแต่กลับยังไม่ได้แต่งงานเพราะรอหลานสาวของเ้าแล้วเ้ายังคิดอยากจะให้ข้าบิดพลิ้วสัญญาอีกหรือ”ฮวาเหลียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจนใจ
แม้ว่าเขาจะไม่ชอบการกระทำของเซี่ยเหวินหลางในราชสำนักมากเพียงใดแต่เขาก็ไม่กล้าขัดแย้งกับสหายของตนอย่างเซี่ยโหวอีกทั้งเซี่ยเหวินหลางก็ยินยอมรอหลานสาวของเขาจนตนเองผ่านพ้นวัยแต่งงานมานานมากถึงขนาดนี้หากเขากล้าผิดคำสัญญาอีกไม่เพียงความสัมพันธ์ฉันสหายจะขาดสะบั้นแต่สกุลฮวาคงได้ถูกทัพสกุลเซี่ยถล่มจนราบเป็หน้ากลองแน่
“แต่สกุลฮวาของพวกเรามีชิงชิงเป็หลานสาวแค่เพียงคนเดียวท่านพ่อจะตัดใจยกนางให้แต่งงานกับเซี่ยเหวินหลางได้หรือ”เมื่อฮวาเฉินเอ่ยเช่นนี้ฮวาเหลียงก็ทอดถอนใจออกมา
“บิดาแท้ๆของนางยังไม่ร้อนใจ เ้าเป็แค่ลุงของนางจะร้อนใจไปทำไม”คำถามของฮวาเหลียงทำให้ฮวาเฉินพ่นลมหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจ
“น้องชายของข้าเคยร้อนใจเื่ของนางที่ไหนเขาสนใจแต่อนุผู้นั้นและบุตรชายของนาง น้องสะใภ้ตรอมใจจนตายเขาก็ยังไม่ยอมเหลียวแลชิงชิงของข้าช่างอาภัพยิ่งนัก” คำพูดของฮวาเฉินทำให้ฮวาเหลียงทอดถอนใจออกมา
“ชิงชิงเข้มแข็งกว่าที่พวกเราคิด เ้าล้มเลิกความคิดที่จะยกเลิกสัญญาการหมั้นหมายเสียเถิดอีกไม่กี่วันเกี้ยวรับเ้าสาวของสกุลเซี่ยก็จะมารับเ้าสาวแล้วเ้าที่เป็ลุงของนางจงเตรียมการเื่การจัดงานและการจัดเตรียมสินเดิมเ้าสาวให้ดีจงจำเอาไว้ว่าสินเดิมของชิงชิงต้องมากสักหน่อย เซี่ยเหวินหลางเหี้ยมโหดถึงเพียงนั้นนางควรจะมีเงินทองติดตัวเอาไว้วันหน้าหากเกิดเื่อะไรขึ้นนางจะได้ไม่ลำบากหากเ้าแค้นใจเ้ารองนักก็จงไปรีดไถทรัพย์สินจากเขามาให้หมดแล้วเอามาใส่ในหีบสินเดิมของชิงชิงเสีย"เมื่อบิดาเอ่ยเช่นนี้ฮวาเหลียงก็รีบตอบรับในทันที
“ขอท่านพ่อโปรดวางใจต่งซื่อจัดเตรียมเื่งานแต่งเอาไว้แล้วสินเดิมของชิงชิงนางก็เตรียมการเอาไว้นานแล้วหลายปีมานี้นางเลี้ยงดูชิงชิงดุจบุตรสาวเื่สินเดิมของชิงชิงนางไม่ยอมให้น้อยหน้าผู้ใดแน่ส่วนเื่รีดไถทรัพย์สินของน้องรองมาให้ชิงชิง วันนี้ข้าจะออกหน้าจัดการเอง”คำพูดของฮวาเฉินทำให้ฮวาเหลียงยิ้มออกมา
“เช่นนั้นก็จงไปจัดการเถิดอย่าเอะอะโวยวายนักเล่าประเดี๋ยวจวนราชครูของข้าจะกลายเป็ขี้ปากของผู้อื่น”เมื่อบิดาเอ่ยเช่นนี้ฮวาเฉินก็ขานรับแล้วรีบออกไปดำเนินการในทันที
หลังจากนั้นบ้านใหญ่และบ้านรองก็มีปากมีเสียงกันฮูหยินใหญ่ของบ้านใหญ่อย่าต่งฟางหรูสั่งให้คนลงมือตบตีอนุของบ้านรองโทษฐานที่ล่วงเกินนางเื่นี้ทำให้ฮวาฉือมีปากมีเสียงกับพี่ใหญ่ของตนจนถึงขั้นพูดถึงเื่จะแยกบ้านผลสุดท้ายก็เป็ฮวาเหลียงออกหน้าไกล่เกลี่ยด้วยการสั่งให้ฮวาฉือยอมรับผิดที่หลงใหลอนุจนล่วงเกินพี่ใหญ่ของตน
“แต่ท่านพ่อ พี่ใหญ่ก็หลงใหลพี่สะใภ้จนมารังแกคนในครอบครัวของข้าเช่นเดียวกัน”คำพูดประโยคนี้ของฮวาฉือทำให้ฮวาเฉินร้อง เฮอะ! ออกมา
“ข้ากับต่งซื่ออยู่ด้วยกันมานานถึงขนาดนี้ใช้คำว่าหลงใหลคงไม่ได้แล้วข้ากับนางเรียกว่าคู่ชีวิตข้าต่อให้จิตใจของข้าเคยหวั่นไหวแต่ข้าก็ไม่เคยพาผู้ใดเข้ามาทำให้นางต้องชอกช้ำระกำใจ”คำว่า “เคยหวั่นไหว” ของฮวาเฉินทำให้ฮวาจื่อชิงและฮวาจื่อเฉิงหันไปสบตากันในทันทีไม่ต้องเอ่ยอันใดออกมาคนทั้งสองก็รู้ดีว่าเมื่อกลับเรือนไปฮวาเฉินจะต้องถูกต่งฟางหรูผู้เป็ฮูหยินเล่นงานอย่างหนักแน่