ตอนที่39 หลักการนาฬิกาอัจฉริยะ
หลังจากจัดการธุระและจ่ายค่ารักษามัดจำให้กับไป๋จูซีกับซ่งจูหว่านเป็นเงิน100,000 หยวนแทนพี่ชายตนเองแล้ว
ซ่งซ่านจิงเดินทางกลับถึงบ้านเวลา10.10 น. ด้วยท่าทางอิดโรย
“อาจิงคุณเป็นอย่างไรบ้าง?” เส้าม่านเอ๋อปราดเข้ามาประคองสามีตนเองไปนั่งที่โซฟาก่อนนำน้ำชามาให้เขาดื่ม
“เฮ้อมีเรื่องที่บ้านตระกูลซ่งน่ะ”
ท่าทางอ่อนเพลียและพูดน้อยของเขาทำให้เส้าม่านเอ๋อรับรู้ในทันทีว่าเวลานี้เขายังไม่ต้องการพูดอะไร?
“ถ้างั้นคุณไปทานข้าวก่อนแล้วค่อยไปพักผ่อน”เธอเตือนให้สามีทานข้าวก่อนด้วยความห่วงใย
“อื้อผมโทรบอกผู้จัดการบริษัทแล้วว่าวันนี้คงไม่เข้าไป”
ซ่งซ่านจิงรับคำและลุกขึ้นเดินอย่างเชื่องช้าไปห้องทานอาหารอีกด้านของห้องโถง
เส้าม่านเอ๋อเดินตามไปอย่างกังวลใจ
..........
เวลานี้ซ่งเย่สบายใจที่หรูเพ่ยเพ่ยสงบเสงี่ยมลงและไม่หันหลังมาจ้องมองพร้อมส่งสายตาอาฆาตแค้นมายังตนเอง
เธออ่านหนังสือแพทย์แผนจีนเพิ่มเติมเพื่อปิดจุดอ่อนของนาฬิกาอัจฉริยะให้มากที่สุด
ก่อนที่เธอจะผลิตออกมาเป็นนาฬิกาอัจฉริยะหรือจีเนียสว็อทช์ อุปกรณ์ล้ำสมัยในการดูแลสุขภาพของประชาชน
เป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจวินิจฉัยโรคหรืออาการผิดปกติของผู้คน
และยังสามารถบอกสมรรถนะความแข็งแกร่งของร่างกายได้อีกด้วย
การตรวจวินิจฉัยโรคทำโดยใช้หลักการจับชีพจรของแพทย์แผนจีนด้วยเทคนิคการจับชีพจรหรือแมะ
ซึ่งปกติจะใช้ปลายนิ้วมือทั้งสาม (นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง)แตะลงบนชีพจรตรงบริเวณเส้นเลือดแดงใกล้ข้อมือ
นั่นคือเส้นด้านนอกลำตัวของท้องแขนทั้งสองข้าง
โดยการหงายมือสองข้างแล้วลากเส้นตรงจากหัวแม่มือเป็นเส้นตรงเข้าหาลำตัวนี่คือแนวเส้นใช้จับชีพจร
ตำแหน่งจับชีพจรของนิ้วชี้เรียกว่า ชุ่น
ตำแหน่งจับชีพจรของนิ้วกลางเรียกว่า กวน
ตำแหน่งจับชีพจรของนิ้วนางเรียกว่า เฉ่อ
ตำแหน่งชุ่นแขนซ้ายใช้ตรวจสอบ หัวใจและลำไส้เล็ก ตำแหน่งชุ่นแขนขวา ใช้ตรวจสอบ ลำไส้ใหญ่และปอด
ตำแหน่งกวนแขนซ้ายใช้ตรวจสอบ ตับและถุงน้ำดี ตำแหน่งกวนแขนขวา ใช้ตรวจสอบ ม้ามและกระเพาะอาหาร
ตำแหน่งเฉ่อแขนซ้ายใช้ตรวจสอบ ไตหยิน ตำแหน่งเฉ่อแขนขวาใช้ตรวจสอบ ไตหยาง
ซ่งเย่เลือกใช้นาฬิกาดิจิตอลที่เป็นอุปกรณ์สวมใส่บนข้อมือคนโดยการพัฒนาต่อยอดและเพิ่มฟังก์ชั่นทำงานพิเศษ
ดังนั้นนาฬิกาอัจฉริยะของซ่งเย่ที่ใช้วัสดุเฉพาะแนบกับข้อมือแทนการจับชีพจรด้วยนิ้วมือคนจะต้องสามารถบอกลักษณะ
สำคัญของชีพจรได้นั่นคือ
หนึ่งความถี่ของการเต้น(ช้าหรือเร็ว)
สองระดับของการแมะ (ตื้นหรือลึก)
เพื่อออกแบบแผ่นแม่เหล็กที่บางคนแค่สัมผัสกับแผ่นแม่เหล็กเบาๆก็ทราบลักษณะสำคัญของชีพจรได้
แต่บางคนต้องสัมผัสกับแผ่นแม่เหล็กแรงๆหรือแนบแน่น จึงจะทราบลักษณะสำคัญของชีพจรได้
สามลักษณะการเต้นของชีพจร(เต้นมีแรงหรือไม่มีแรง ลื่นหรือฝืด)
สี่ตำแหน่งของแผ่นแม่เหล็กจากนาฬิกาที่สัมผัสกับข้อมือของผู้สวมใส่จะบอกให้ทราบถึงอวัยวะที่เกี่ยวข้อง
และลักษณะของชีพจรและตำแหน่งที่กล่าวมาทั้งสี่ข้อยังต้องแบ่งเป็นชีพจรหยิน- หยาง ได้ดังนี้ คือ
ลึก ช้า ไม่มีแรง ตำแหน่งนอก(ตำแหน่งชุ่น) เป็นหยิน
ตื้น เร็ว มีแรง ตำแหน่งในสุด (ตำแหน่งเฉ่อ) เป็นหยาง
จากนั้นวิเคราะห์ลักษณะของชีพจรเพื่อสรุปว่ามีความผิดปกติของอวัยวะหรือป่วยเป็นโรคใด?
การดูแลรักษาตนเองเบื้องต้นทำอย่างไร?
การป้องกันหรือออกกำลังกายเป็นแบบไหน?
และมีการประเมินสมรรถนะความแข็งแกร่งของร่างกายด้วยว่าอยู่ในระดับใด?
รายการเหล่านี้ซ่งเย่วาดแผนผังในสมองตนเองและบันทึกรายละเอียดเล็กน้อยลงในโทรศัพท์มือถือโดยตรง
เมื่อถึงเวลาพักทานอาหารกลางวัน
ซูฉียังมีท่าทางเคลิบเคลิ้มกับของขวัญลายเซ็นจากไอดอลของตัวเองอยู่
ทำให้เป่ยกวงหมั่นไส้และคอยพูดประชดบ่อยครั้ง“ฉีฉี คุณไม่สนใจผมเลยนะวันนี้”
“อากวงเงียบไปเลย วันนี้ฉันยังอารมณ์ดีอยู่นะ อย่าพูดอะไรไร้สาระ” ซูฉีตอบอย่างรำคาญ
ซ่งเย่เหลือบมองพฤติกรรมของทั้งคู่อย่างเบื่อหน่ายเล็กน้อย
เพราะเธอไม่ชอบความรู้สึกรักใคร่ของชายหนุ่มหญิงสาว
เนื่องจากไม่มีความรักแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอทั้งชีวิตก่อนที่เป็นคนอ่อนแอบนโลกนี้และชีวิตไร้ความรู้สึกบนดาวเอเอส
บรรยากาศในโรงอาหารยังมีควันหลงจากอิทธิพลความโด่งดังและคลั่งไคล้ของแฟนคลับเล่อหมิงซี
ทำให้เสียงพูดคุยของนักเรียนมีแต่เรื่องการแสดงภาพยนตร์ของไอดอลชายคนดัง
ก่อนถึงเวลาเรียนภาคบ่าย
ซ่งเย่กวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณโรงเรียนด้วยความแปลกใจ
เพราะเธอพบว่ามีนักเรียนหลายคนตั้งใจอ่านหนังสือในเก้าอี้ใต้ร่มไม้ในห้องเรียน หรือบริเวณพักผ่อนอื่นๆ
“นักเรียนสนใจการเรียนมากขนาดนี้เลยหรือ?”
เธอไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมของนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองกรีนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
นั่นคืออิทธิพลของเธอและนักเรียนห้องสามที่ทำเป็นตัวอย่างทำให้นักเรียนคนอื่นๆเริ่มเลียนแบบพฤติกรรมนั้น
“แปลกใจเหรอที่เห็นเพื่อนนักเรียนสนใจอ่านหนังสือมากขึ้น?”
เกาเฉินเดินเข้ามาถามซ่งเย่เมื่อเขาสังเกตเห็นความสนใจของเธอพุ่งไปในทิศทางที่มีนักเรียนนั่งอ่านหนังสือกันอยู่
“ใช่”ซ่งเย่ตอบตามตรง
“มันเกิดขึ้นเพราะเธอนั่นแหละ”เกาเฉินยิ้มเล็กน้อยและบอกความจริงกับซ่งเย่
“ฉัน?”ซ่งเย่งุนงงเพราะเธอไม่ได้สนใจพฤติกรรมคนอื่นแต่อย่างใด
“ใช่เธอชอบอ่านหนังสือตลอดเวลาจนทำให้เพื่อนห้องสามซึมซับพฤติกรรมนั้นเข้าไปและคนอื่นๆก็มองเห็นด้วย”
เกาเฉินเดาได้ไม่ยากถึงแม้ว่าเขาจะได้ย้ายมาอยู่ห้องสามไม่กี่วันก็ตาม
“อ้อ ดีแล้ว”ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจเกี่ยวกับปรากฏการณ์นั้น
จากนั้นทั้งคู่เดินเข้าห้องเรียนเพื่อใช้เวลาสำหรับการเรียนรู้ในภาคบ่ายหนึ่งวิชา
หลังจากนั้นเป็นวิชาอิสระ
วันนี้ซ่งเย่เตรียมโจทย์คณิตศาสตร์ให้เพื่อนๆช่วยกันแก้โจทย์จำนวนหลายสิบข้อ
ปรากฏว่าเพื่อนๆมากกว่าครึ่งหนึ่งสามารถทำโจทย์ได้ทุกข้อแต่ใช้เวลาคิดคำนวณกันสักพัก
เนื่องจากแต่ละคนต้องคิดทบทวนสูตรคณิตศาสตร์ที่ต้องใช้เพื่อแก้ไขปัญหา
“มีใครอาสามาทำโจทย์ข้อนี้และอธิบายให้เพื่อนๆฟังบ้าง?”
ซ่งเย่เขียนโจทย์หนึ่งบนกระดานและเชิญชวนเพื่อนให้สาธิตการแก้โจทย์นั้น
“ฉันเองใครคิดว่ามีง่ายกว่าที่ฉันทำค่อยมาเขียนเพิ่มนะ”
นักเรียนหญิงคนหนึ่งยกมือและก้าวเดินตรงไปหน้าชั้นเรียน
จากนั้นหยิบชอล์กมาเขียนวิธีแก้โจทย์ทีละขั้นตอนตามความเข้าใจของตนเอง
เมื่อเขียนเสร็จแล้วเธอหันหลังกลับไปมองเพื่อนๆในชั้นเรียนและอธิบายช้าๆพลางมองสายตาเพื่อนอย่างคาดหวัง
“ซีซี ดีมากเข้าใจง่าย” เพื่อนนักเรียนในห้องพยักหน้าอย่างเข้าใจและกล่าวชื่นชมฟางซีซี
ฟางซีซียิ้มกว้างอย่างพอใจก่อนหันไปบอกซ่งเย่ด้วยความสุขว่า“ขอบใจซ่งเย่ที่ช่วยทำให้ฉันเข้าใจวิธีแก้โจทย์”
“ไม่เป็นไร”ซ่งเย่ตอบกลับอย่างสบายใจ
ซ่งเย่เขียนโจทย์ใหม่ที่ยากกว่าเดิมและเชิญชวนเพื่อนๆอีกครั้ง
วิธีการของเธอเป็นการแก้โจทย์ที่ใช้สูตรจากการท่องจำและเทคนิคการต่อยอดที่ได้สอนเมื่อหลายวันที่ผ่านมา
ทำให้เพื่อนๆสามารถคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนมีตรรกะและสามารถแก้โจทย์ได้ด้วยตนเอง
เหตุการณ์วนเวียนเช่นนี้ไปจนถึงเวลา15.30 น.เพื่อนนักเรียนเริ่มเก็บข้าวของและเตรียมตัวไปวิ่งท่องจำเช่นเดิม
สถานการณ์การวิ่งของนักเรียนห้องสามเริ่มดีขึ้น
นั่นคือทุกคนสามารถท่องจำได้เร็วกว่าเดิมและไม่มีใครต้องวิ่งเลยเวลาเลิกเรียน
ดังนั้นซ่งเย่จึงได้กลับบ้านตรงเวลาอย่างสบายใจ
..........
ซ่งเย่กลับถึงบ้านและมองเห็นพ่อแม่นั่งพูดคุยและดูโทรทัศน์ด้วยกันในห้องโถงรับแขก
“พ่อไปโรงพยาบาลกับคุณลุงแล้วเป็นไงบ้างค่ะ?”ซ่งเย่ถามถึงอาการป่วยของสองแม่ลูกตระกูลซ่ง
ซ่งซ่านจิงถอนหายใจก่อนตอบซ่งเย่ตามคำพูดที่หมอกับตนเองเมื่อเช้า
“เฮ้อหมอบอกว่าเป็นอาการบาดเจ็บกะทันหันของกระดูกไขสันหลังทำให้ทั้งสองคนเป็นอัมพาตท่อนล่างปัญหาการ
ปัสสาวะและอุจจาระอาจจะมีบ้าง แต่ในเวลานี้ไม่สามารถขยับขาทั้งสองข้างได้คุณหมอบอกว่าจะติดต่อหาแพทย์ที่
เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทโดยตรงแต่การรักษาต้องใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายสูง”
เส้าม่านเอ๋อตบไหล่สามีเบาๆพลางปลอบใจกับเหตุการณ์เศร้าสลดของครอบครัวตระกูลซ่ง
เธอเข้าใจดีกว่าสามีเป็นคนกตัญญูและมีน้ำใจแต่เหตุการณ์ป่วยกะทันหันนี้ไม่มีใครสามารถขัดขวางมันได้
ซ่งเย่พยักหน้าเข้าใจและพูดกับพ่อตนเองตามตรงว่า
“ช่วยเฉพาะที่จำเป็นก็พอค่ะถึงเวลาที่คุณลุงต้องปรับปรุงตัวเองและเข้ามาดูแลครอบครัวมากกว่านี้”
“พ่อรู้แล้วเย่เอ๋อร์ไม่ต้องกังวล” ซ่งซ่านจิงยืนยันกับลูกสาวตนเองอย่างหนักแน่น
เขาจะไม่ยอมใจอ่อนและทำผิดพลาดกับครอบครัวตนเองอีกต่อไป!
นั่นเป็นเพราะว่าเขาใจดีมีน้ำใจกับญาติและยกทรัพย์สมบัติให้พี่ชายรวมทั้งกิจการบริษัทซ่งจินไปแล้ว
ดังนั้นเวลานี้พวกเขาไม่มีอะไรติดค้างต่อกัน
ยกเว้นแค่เรื่องความกตัญญูต่อบุพการีที่ถูกปลูกฝังมานานจนไม่สามารถบิดพลิ้วได้
ซึ่งเขาจะให้การดูแลตามสมควรไม่หน้ามืดตามัวเหมือนเดิม
……….
จากนั้นซ่งเย่เดินตรงไปที่ห้องปฏิบัติการหลังวิลล่า
ในเวลานี้เธอเปิดคอมพิวเตอร์และกำลังเรียบเรียงการออกแบบ“God exercise & treatment system”
เธอจะทำนาฬิการะบบอัจฉริยะออกขาย
โดยเป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เธอได้สรุปแนวคิดเมื่อบ่ายนี้
มันเป็นนาฬิกาที่สามารถวัดชีพจรแล้วบอกความผิดปกติของอวัยวะภายในร่างกายหรือความเจ็บป่วย
พร้อมกับมีวิธีออกกำลังกายเพื่อแก้ไขหรือแนวทางการรักษาอวัยวะหรือโรคนั้น
หากจะใช้เพื่อวัดสมรรถนะของร่างกาย
มันจะสามารถบอกระดับความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ
พร้อมกับบอกวิธีการเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนหรือทั้งร่างกาย
หรือหากพบปัญหาจากการออกกำลังกายหรือการเพิ่มความแข็งแกร่งมันจะแจ้งเตือนและบอกวิธีแก้ไขเบื้องต้น
ซ่งเย่จะจัดแบ่งระดับการใช้งานออกเป็นหลายระดับ
ระดับพื้นฐาน เหมาะสำหรับประชาชนทั่วไป
ระดับกลางเหมาะสำหรับนักกีฬาหรือทหารหรือตำรวจ
ระดับสูง เหมาะสำหรับผู้นำองค์กรหรือหัวหน้าหรือกัปตันที่จะมีฟังก์ชั่นรายงานและติดตามผลการประเมินของลูกทีมได้
องค์ความรู้เหล่านี้มาจากพื้นฐานการจัดระเบียบกองทัพของดาวเอเอสที่เธอเป็นแม่ทัพอยู่ในขณะนั้น
และเธอเป็นคนออกแบบพวกมันเอง!
ดังนั้นผู้คนที่มีนาฬิกาอัจฉริยะนี้สามารถใช้มันได้ทันทีเพื่อประเมินสภาพร่างกายของตนเอง
ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลหรือใช้เครื่องมืออื่นใดให้เสียเวลาและทรัพยากรโดยสิ้นเปลือง
นั่นเป็นเพราะว่าทรัพยากรและพลังงานเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในห้วงจักรวาล
ขณะที่เธอกำลังปรับพิมพ์เขียวเดิมที่เคยร่างไว้ก่อนแล้วให้สมบูรณ์มากขึ้นนั้น
พลันมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น“กริ๊งกริ๊งกริ๊งกริ๊งกริ๊ง”
“สวัสดีสาวน้อยมีข่าวมาแจ้งเป็นไปตามคาดมีผู้ไม่หวังดีที่ได้ข่าวเรื่องโรงงานผลิตปุ๋ยแห่งอนาคตและต้องการขัดขวางการ
ก่อสร้างโรงงานสาวน้อยต้องการให้ผมส่งคนไปช่วยไหม?”
หลิวเย่โทรมาแจ้งข่าวกับซ่งเย่ก่อนจัดการเองเพราะเขารู้ดีว่าเรื่องส่วนตัวของเธอ
เธอมักจะชอบแก้ไขเองหรือเข้ามามีส่วนร่วมจัดการปัญหาด้วยกัน
“พวกไหน?” ซ่งเย่ถามอย่างสงสัย
“ต้นทางคำสั่งมาจากบริษัทต่างชาติในประเทศM แต่บริษัทลูกในประเทศกำลังดำเนินการตามคำสั่งเป็นบริษัทปุ๋ยซางตี้”
หลิวเย่บอกสาวน้อยตามตรงในข้อมูลที่คนของเขาสืบมาได้
“จะจัดการเอง”ซ่งเย่ทอประกายวาวด้วยความโหดเหี้ยมอย่างคันไม้คันมือ
ในเมื่อเธอมีข้อมูลของบริษัทปุ๋ยซางตี้แล้ว
ซ่งเย่แฮ็คเข้าฐานข้อมูลลับของบริษัทนั้นและข้อมูลลับของสมาชิกครอบครัวและผู้บริหารบริษัทโดยตรง
“ต๊อกแต๊กต๊อกแต๊ก ต๊อกแต๊ก” เสียงพิมพ์รัวบนแป้นดังอย่างรวดเร็ว
ครู่หนึ่งมีข้อมูลปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ซึ่งมีทั้งภาพและวิดีโอแนบมาพร้อมนั่นคือ
หนึ่งประธานบริษัทซางตี้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมโรงงานมีคลิปแนบ
สองรองรองประธานบริษัทซางตี้ซึ่งเป็นชายผิวขาวผมสีทองก่อเหตุทะเลาะวิวาทและยิงผู้คนในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
มีภาพและคลิปวิดีโอแนบ
สามภรรยาประธานบริษัทซางตี้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยญาติในคดีฆาตกรรมชาวนามีภาพแนบ
สี่ลูกชายประธานบริษัทซางตี้ขับรถชนชายชราเสียชีวิตและติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจมีวิดีโอแนบ
ห้าประธานบริษัทซางตี้อนุมัติการใช้สารเคมีต้องห้ามเพื่อลดต้นทุนการผลิตปุ๋ยและติดสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวง
เกษตรและกิจการชนบทมีภาพและวิดีโอแนบ
“แค่ 5เรื่องเรียกน้ำย่อยก่อน”
ซ่งเย่กดส่งข้อมูลอื้อฉาวพร้อมภาพและวิดีโอโดยตรงไปยังกระทรวงกลาโหมกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ กระทรวงความ
มั่นคงแห่งสาธารณะ กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทสำนักข่าวอันดับหนึ่งและสองของประเทศและสำนักพิมพ์ท้องถิ่น
เพื่อให้หน่วยงานเหล่านั้นได้แสดงบทบาทตามหน้าที่ของพวกเขา
หากกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการใดๆ
ซ่งเย่แสยะยิ้มมุมปากอย่างโหดเหี้ยมและพึมพำเบาๆกับตัวเองว่า
“หากไม่จัดการใดๆกับบริษัทซางตี้ภายในสองวันฉันจะช่วยทำความสะอาดให้เอง”
จากนั้นเธอแฮ็คเข้าระบบกล้องวงจรปิดบริเวณสถานที่ก่อสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยแห่งอนาคต
เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ว่ามีเหตุร้ายใดๆหรือไม่?
เมื่อไม่พบเหตุร้ายเกิดขึ้นที่โรงงาน
แต่ซ่งเย่ไม่ประมาทและจะต้องทำอะไรบางอย่าง?
เธอวางมือจากเรื่องนาฬิกาอัจฉริยะชั่วคราว
แล้วเร่งมือผลิตตัวสอดแนมขนาดจิ๋วเพื่อใช้ติดตามความเคลื่อนไหวภายใต้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เธอเขียนเอง
“คงต้องให้หลิวเย่ช่วยสั่งซื้อแร่บางอย่างมาใช้ทำระเบิดสำหรับยิงคนร้ายจากตัวสอดแนมจิ๋วนี้แต่ตอนนี้คงเอาแบบใช้เป็น
เข็มอาบยาพิษไปก่อนแล้วกัน”
โดยไม่รอช้าเธอยกโทรศัพท์หาหลิวเย่ทันที
“หือสาวน้อยคิดถึงผมเหรอ?”หลิวเย่ตื่นเต้นดีใจที่เป็นเบอร์โทรของสาวน้อยโทรหาตนเองเป็นครั้งแรก
เขาเหลือบมองดูเวลาบนโทรศัพท์23.00 น.
หลิวเย่ขมวดคิ้วแน่นอย่างกังวลทันทีที่พบว่าสาวน้อยตนเองนอนดึกอีกแล้ว
“ไม่อยากได้แร่บางอย่างช่วยซื้อให้ได้ไหม?”ซ่งเย่ตอบตามตรงโดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของหลิวเย่
“หืมแร่อะไรบ้างล่ะ?” หลิวเย่ประหลาดใจที่พบว่าเธอมีความต้องการบางอย่างและถามขึ้นมาอย่างสบายใจ
เขาสงสัยว่าสาวน้อยจะมีโครงการผลิตอะไรขึ้นมาอีก?
ซ่งเย่สาธยายแร่ที่เธอต้องการมากถึง10 ชนิดโดยมี 4 ชนิดที่เป็นแร่ต้องห้าม
ซึ่งจะสั่งซื้อได้เฉพาะหน่วยงานสำคัญภายในประเทศหรือกองทัพเท่านั้น
ทำให้เธอรู้สึกขุ่นเคืองตงิดๆกับความไม่สะดวกดังกล่าว
และนึกถึงคำพูดของหลิวเย่ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกองกำลังแผนกพิเศษและได้รับสิทธิพิเศษบางอย่าง
“สงสัยคงต้องเข้าร่วมจริงๆ”ซ่งเย่ถอนหายใจหลังจากวางสายจากหลิวเย่
ซึ่งหลิวเย่รับปากจะช่วยจัดซื้อแร่ดังกล่าวมาให้เธออย่างเต็มใจ
..........
ทางด้านหลิวเย่ที่นั่งทำงานอยู่ที่บ้านในเมืองหลวง
พลันมีเสียงเคาะประตูจากหน้าห้องนอนของเขาและเมื่อเดินไปเปิดประตู
ปรากฏว่าเป็นแม่ของตนเองที่ยืนทำหน้าประหลาดอยู่หน้าห้อง
“เสี่ยวเย่แม่หูฝาดหรือเปล่า ลูกกำลังคุยกับสาวคนไหนอยู่หรือ?”
ซูจิงแม่ของหลิวเย่ที่พึ่งกลับมาจากงานกาล่าของสโมสรภรรยานายทหารระดับสูง
เมื่อเธอเดินผ่านหน้าห้องของลูกชายตนเองพลันได้ยินเสียงออดอ้อนและน้ำเสียงอ่อนโยนของลูกชาย
ทำให้เธอตื่นเต้นที่ลูกชายจะหาสะใภ้ให้ตนเองเสียที
ดังนั้นเธอจึงเคาะประตูถามอย่างเสียมารยาทแต่ด้วยความอยากรู้ทำให้เธอตั้งใจเคาะประตูเสียงดัง
“เอ่อ ใช่ครับกำลังคุยอยู่กับว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณแม่อยู่”
หลิวเย่ยอมรับตามตรงเพื่อที่ว่าแม่ตนจะได้ไม่ต้องหาหญิงสาวมานัดบอดกับเขาอีกต่อไป
“จริงเหรอเมื่อไหร่แม่จะได้เห็นเธอล่ะ?”ซูจิงตาโตอย่างตื่นเต้นดีใจ
“เฮ้อ ยังครับคงต้องรออีกสามสี่ปีโน่นแหละ ตอนนี้เธอเพิ่งจะอายุ 17 ปีเองครับ”
หลิวเย่ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนบอกข้อมูลอายุของสาวน้อย
“เสี่ยวเย่ลูกไปหลอกเด็กบ้านไหนกัน?”ซูจิงทำหน้าตื่นตกใจเมื่อรู้อายุของว่าที่สะใภ้ตนเอง
“ผมกำลังจีบเธออยู่ครับกำลังพยายามอยู่”หลิวเย่พูดเสียงเศร้าเมื่อนึกถึงท่าทีของสาวน้อยที่เฉยเมยไร้ความรู้สึก
“ฮึ่ม เสี่ยวเย่ต้องพยายามมากกว่านี้ถ้าทำไม่ได้บอกมา แม่จะไปจัดการให้เอง”
ซูจิงขันอาสาช่วยลูกชายที่ยังครองตัวเป็นโสดและไม่สนใจหญิงสาวคนใด
แม้แต่เพื่อนสาวที่อยู่ข้างบ้านเขาก็ไม่มีท่าทีสนใจเธอแต่อย่างใด
ทำให้การจับคู่กันของผู้อาวุโสทั้งสองฝ่ายต้องล้มเลิกไปเพราะหลิวเย่ปฏิเสธเสียงแข็งที่จะจับคู่ให้ตนเอง