เสนาบดีหลิวและฮองเฮาเป็พี่น้องกันดังนั้นหน้าที่ตำแหน่งของเขาจึงพุ่งทยายขึ้นพร้อมกับอำนาจและอิทธิพลของฮ่องเฮา
ในวัยเพียงยี่สิบปี เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีแล้ว
ในความคิดของเขา เขากลับดูถูกคนที่มีสถานะต่ำกว่า
อู๋ ซีหยู่ มารดาของหลิว ลู่ซวง เป็เพียงนางรำ ที่ตกหลุมรักเสนาบดีหลิวเข้าก่อนที่นางจะวางยาเขาและตั้งท้องหลิว ลู่ซวง เพื่อที่ตนจะเข้าจวนเสนาบดีในฐานะอนุ
อย่างไรก็ตาม เสนาบดีหลิวกลับดูถูกที่อู๋ ซีหยู่เป็เพียงนางรำต่ำต้อย ดังนั้นเขาจึงเ็ากับนางเสมอมา
เมื่อเวลาผ่านไป คนในจวนเสนาบดีต่างก็รังเกียจอู๋ ซีหยู่และหลิว ลู่ซวงบุตรสาวของนาง ต่างก็ผลักไสพวกนางออกไป
ในที่สุดอู๋ ซีหยู่ ก็ล้มป่วยและไม่มีทางรักษา ทำให้หลิว ลู่ซวงต้องดำเนินชีวิตเพียงลำพังในอายุเพียงสี่ขวบเท่านั้น
เสนาบดีหลิว้าที่จะสังหารบุตรสาวคนนี้ของเขา
แต่หลิว ลู่ซวงก็ไปพบเสนาบดีหลิวด้วยตัวเองและบอกกับเสนาบดีหลิวว่า้าที่จะจากไปและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตระกลูหลิวอีกต่อไป
เมื่อเป็เช่นนั้นเสนาบดีหลิวจึงส่งหลิว ลู่ซวงไปอยู่ที่อารามเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่หรือตายอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง
จนกระทั่งมีเื่ของการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เกินขึ้นในเมืองหลวง เขาจึงให้คนไปรับตัวนางกลับมา
ฮูหยินใหญ่และบุตรสาวทั้งสองคนของนาง หลิว ลู่เยว่และหลิว ลู่ซิ่งต่างก็รังเกียจหลิวลู่ซวง ด้วยกันทั้งนั้น
นับั้แ่วันหลังจากที่มีราชโองการของฮ่องเต้ออกมาเมื่อครึ่งปีก่อนเมื่อหลิว ลู่ซวง กลับมาที่เรือนยู่ชิว นางก็ถูกกลั่งแกล้งอยู่ตลอดเวลา
ฮูหยินใหญ่สวมชุดสีแดงเข้มปักลายอย่างหรูหราปิ่นปักผมที่ทำจากหยกประดับทับทิมฝังอยู่บนผมสีดำของนาง และต่างหูทรงหยดน้ำที่ดูล้ำค่านางดูเปล่งประกายไปด้วยอัญมณีจนไม่สามารถบรรยายออกมาได้
ส่วนหญิงสาวสองคนที่ตามหลังฮุหยินใหญ่มานั้นดูจะผอมบางกว่าคนหนึ่งเป็บุตรสาวคนโตสวมชุดสีขาวโปร่ง ดอกเหมยที่กำลังเบ่งบานอยู่ในจวนนั้นเข้ากับท่าทีที่เย่อหยิ่งและเ็าของนางนางโดดเด่นราวกับหิมะที่กำลังโปรยปราย
บุตรสาวคนรองดูเหมืนอจะมีรูปร่างที่หนากว่าเล็กน้อย นางอยู่ในชุดผ้าไหมสีมรกตหม่นนางรวบผมขึ้นเป็ปมงดงามพร้อมกับปิ่นปักผมที่พลิ้วไหวอย่างอ่อนโยนแลดูน่าหลงใหล นางดูค่อนข้างดึงดูดและโดดเด่นพอๆกับหลิว ลู่เยว่
หลิว ลู่ซวง ได้ยินถึงการเคลื่อนไหวของพวกนางอย่างรวดเร็วดังนั้นนางจึงวางหนังสือของนางลงข้างเตียงและมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าที่เหมือนจะทำอะไรไม่ถูกพวกนางจะใช้วิธีการไหนที่จะทำให้ชีวิตของนางลำบากอีกในครั้งนี้
หลิว ลู่เยว่เดินตามฮูหยินใหญ่เข้าไปในห้องนอนและจ้องมองอย่างเ็าไปที่หลิว ลู่ซวง ที่นอนอยู่บนเตียง
"น้องสาม ดูเหมือนเ้าจะใช้ชีวิตค่อนข้างดี!เ้าไม่รู้หรือว่าเ้ากำลังเป็ที่ดูถูกของผู้คนอยู่ในตอนนี้" หลิว ลู่เยว่ กล่าวด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
เมื่อหลิว ลู่ซวง ได้ยินเช่นนั้น นางขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วชี้ไปที่ขาของนางจากนั้นนางก็ถกกระโปรงขึ้นเผยให้เห็นขาที่แดงจ้ำจนน่ากลัว
"อา!"ทั้งสามคนที่เข้ามาในห้องะโขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไป
หัวใจของฮูหยินใหญ่สั่นสะท้าน แต่ก็สงบลงเมื่อบุตรสาวทั้งสองของนางประคองแขนนางเอาไว้
“ในจวนแห่งนี้ เ้าอาจไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับเื่มารยาทแต่ครั้งนี้เ้ากำลังจะแต่งงานเชื้อมสัมพันธ์กับแคว้นอื่น ข้าจึงต้องหาแม่นมมาสอนมารยาทให้เ้าในอีกไม่ช้าเ้าอาจจะโง่เขลา แต่เ้าจะต้องตั้งใจร่ำเรียน!" เสียงนั้นราบเรียบแต่ฟังดูค่อนข้างเ็า
“ท่านแม่ พวกเรารีบออกไปกันเถอะเ้าค่ะ!”หลิว ลู่ซิ่ง ทักท้วงขึ้น
จู่ๆ มือของนางที่โอบรอบแขนของฮูหยินใหญ่ก็กระจับแน่นขึ้น นางตัวแข็งทื่อในขณะที่ยังคงจ้องมองไปที่ขาของหลิวลู่ซวง
“เ้าไม่เพียงมาจากภูมิหลังที่ต่ำต้อยแต่เ้ายังเจ็บป่วยบ่อยครั้ง ท่านแม่ รีบออกจากสถานที่อับโชคเช่นนี้โดยเร็วเถอะเ้าค่ะ!”หลิว ลู่เยว่เห็นด้วยกับสิ่งที่พี่น้องสาวของนางพูด ก่อนจะจับแขนของฮูหยินใหญ่แน่นขึ้นโดยหวังว่าจะได้รีบออกไปจากที่นี่เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น
“ต่ำต้อยอย่างนั้นหรือ”หลิว ลู่ซวงยิ้มขึ้นอย่างเ็า แววตาอาฆาตส่องประกายผ่านดวงตาของนางในขณะที่นางนึกถึงมารดาที่เป็นางรำที่ถูกรังแกและเสียชีวิตไปจากอาการเจ็บป่วย
"เอาล่ะ! ข้าได้บอกกล่าวสิ่งที่ข้าจำเป็ต้องบอกแก่เ้าแล้วจากนี้ไป เ้าก็พึ่งพาตังเองแล้วกัน" ฮูหยินกำมือแน่น แววตาอันชั่วร้ายส่องเป็ประกายอยู่ในดวงตาของนางเมื่อนึกถึงมารดาของหลิว ลู่ซวง
หลังจากที่นางพูดจบอย่างเ็า นางก็หันกลับไปพร้อมกับการพยุงของลูกสาวทั้งสองและจากไป
หลิว ลู่ซวงเฝ้าดูพวกเขาจากไปอย่างเ็านางปะกบมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันและพ่นลมปราณภายในของนางออกมา รอยแดงที่ขาของนางหายไปในทันทีและผิวของนางก็เปล่งประกายขาวราวกับหิมะ และกลับมามีเนื้อััที่เรียบเนียนและนุ่มละมุลดังเดิม