บทที่ 34 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
เฉินเซิงไม่ได้ใส่ใจที่หลี่ซานซานเห็นร่างกายเปลือยเปล่าของเขา
ยังไงซะเขาก็จะได้เห็นเรือนร่างอันงดงามของเธอในไม่ช้า จึงไม่รู้สึกเสียเปรียบอะไรที่ต้องยืนเปลือยกายต่อหน้าเธอ
“เธอลืมไปแล้วเหรอว่าคืนนี้เราต้องทำอะไรกัน ถ้าใส่เสื้อผ้า จะทำเรื่องที่เราสองคนชอบได้ยังไง” เฉินเซิงพูดพลางมองใบหน้าสวยๆ และรูปร่างที่เย้ายวนใจของหลี่ซานซาน
หลี่ซานซานได้สติ เธอคิดในใจว่า ‘เรื่องแบบนั้นนายนั่นแหละที่ชอบ ส่วนฉันโดนบังคับต่างหาก’
ในเวลานี้หลี่ซานซานรู้ดีว่าพรหมจรรย์ของเธอคงไม่รอดแน่ๆ เธอจึงไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขาอีก จึงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ถ้านายพร้อมแล้วก็มาสิ”
“ตกลง” เฉินเซิงไม่เกรงใจ เขาพุ่งตัวขึ้นเตียงแล้วยื่นมือไปคว้าหน้าอกขาวผ่องขนาดใหญ่ของเธอ
เนินเนื้อนุ่มนิ่มคู่นั้นที่อยู่ในมือ เคยทำให้หนุ่มๆ ในมหาวิทยาลัยนอนไม่หลับมานักต่อนัก แต่สุดท้ายคนที่ได้สัมผัสมันจริงๆ กลับมีเพียงเขาคนเดียว
ขณะที่เฉินเซิงกำลังจะฉีกชุดนอนตัวโคร่งของเธอออก มือเล็กๆ ของหลี่ซานซานก็กำผ้าห่มสีขาวไว้แน่น ใบหน้าสวยๆ เต็มไปด้วยความต่อต้าน
ท่าทางแบบนั้น ทำให้เฉินเซิงนึกถึงฉากที่ผู้หญิงถูกข่มขืนในละครโทรทัศน์
ท่าทางของหลี่ซานซานทำให้เฉินเซิงรู้สึกไม่พอใจ เขาหยุดมือที่กำลังลูบไล้อยู่บนหน้าอกนุ่มๆ ของเธอแล้วถามว่า “ว่าไง เปลี่ยนใจแล้วเหรอ? ถ้าเธอเปลี่ยนใจฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่ใช่ ฉันแค่ประหม่านิดหน่อย” หลี่ซานซานพูดพร้อมกับปล่อยมือที่กำผ้าห่มอย่างช่วยไม่ได้
เธอเป็นคนที่รักษาสัญญา เมื่อแพ้พนันแล้วก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา
ที่หลี่ซานซานยอมตกลงแบบนี้ ก็เพราะเธอไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าเธอแก้ผ้าวิ่งรอบมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงจริงๆ สิ่งที่จะได้รับผลกระทบไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของเธอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพ่อของเธอที่จะได้เป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองเจียงเฉิงในอีกไม่นานนี้ด้วย
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร การที่เธอแก้ผ้าวิ่งรอบมหาวิทยาลัยย่อมส่งผลกระทบต่อเส้นทางการเมืองของพ่อเธออย่างแน่นอน
ในฐานะลูกของข้าราชการ เธอไม่เพียงแต่จะได้เพลิดเพลินกับชีวิตที่สุขสบายและเกียรติยศที่พ่อแม่มอบให้เท่านั้น แต่เธอยังต้องแบกรับความรับผิดชอบอีกด้วย หลี่ซานซานไม่สนใจว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร แต่เธอไม่มีทางยอมให้ความเอาแต่ใจของเธอ ส่งผลกระทบต่อพ่อของเธอที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นขนตางอนยาวของหลี่ซานซานที่หลับตาพริ้มสั่นไหว แม้ว่าเฉินเซิงจะรู้สึกเห็นใจหญิงสาวผู้น่าสงสารคนนี้ แต่เขาก็ไม่มีทางปล่อยอาหารอันโอชะที่อยู่ตรงหน้าไปได้
เขาเป็นผู้ชาย ไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะทนเห็นผู้หญิงที่สวยงาม นอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทางยั่วยวน แล้วปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอก
เฉินเซิงค่อยๆ ถอดชุดนอนบางๆ ของหลี่ซานซานออก เผยให้เห็นเรือนร่างที่ขาวเนียนราวกับหยวกกล้วย
หน้าอกของหลี่ซานซานไม่ใหญ่จนเกินไปนัก รูปร่างสวยงาม ได้รูปทรงกลมสวย
หน้าท้องแบนราบ ไร้ไขมัน ส่วนสะโพกกลมกลึง ลาดลงสู่เรียวขายาวขาวเนียน
เฉินเซิงรู้สึกหลงใหลไปกับเรือนร่างที่เย้ายวนของหญิงสาวตรงหน้า เขายื่นมือออกไปจับข้อเท้าเรียวเล็กของเธอ ยกขึ้นไปวางไว้บนไหล่ของตัวเอง แล้วค่อยๆ แยกขาของเธอออก
สายตาของเขามองเลยไปจนถึงส่วนที่ซ่อนเร้น
“อย่ามองตรงนั้น อายจะแย่แล้ว” หลี่ซานซานที่เอาแต่เงียบมาตลอด พูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดบังส่วนสงวนของตัวเอง
“ส่วนนี้ของผู้หญิงน่ะสวยที่สุดแล้ว ฉันน่าจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ชมส่วนลับของคุณหนูหลี่นะ มีโอกาสแบบนี้จะพลาดได้ยังไง” เฉินเซิงพูดจบก็จับมือของเธอออก แล้วจ้องมองส่วนที่เย้ายวนที่สุดระหว่างขาของเธอ
เขาวางมือลงบนเนินเนื้อนุ่มๆ คู่นั้น ความรู้สึกนุ่มนิ่ม ยืดหยุ่น ส่งผ่านมายังฝ่ามือของเขา
หลังจากที่วอร์มร่างกายเสร็จแล้ว เฉินเซิงก็เริ่มขยับสะโพกช้าๆ ท่ามกลางเสียงครางเบาๆ ของหลี่ซานซาน ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันราวกับเป็นเนื้อเดียวกัน
“อย่าขยับ ฉันเจ็บ…” หลี่ซานซานร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด
เธอผลักอกของเฉินเซิงเบาๆ พร้อมกับอ้อนวอน
เดิมทีหลี่ซานซานตั้งใจจะไม่สนใจเฉินเซิง แต่เพราะเธอรู้สึกเจ็บมากจริงๆ จึงได้แต่อ้อนวอนขอความเห็นใจ
เมื่อเห็นน้ำตาไหลอาบแก้มของหลี่ซานซาน เฉินเซิงก็นอนทับเธออยู่อย่างนั้น ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขาลูบไล้ขาเรียวสวยที่วางอยู่บนไหล่ของเขาเบาๆ พลางปลอบโยนเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่ซานซานได้เห็นมุมอ่อนโยนของเฉินเซิง เขาไม่ได้เอาแต่สนุกอยู่ฝ่ายเดียว แต่ยังใส่ใจความรู้สึกของเธอด้วย ความประทับใจที่เธอมีต่อเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป
เมื่อร่างกายของหลี่ซานซานค่อยๆ ปรับตัวได้แล้วเฉินเซิงก็เริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง
ตอนแรกเธอจึงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่นานร่างกายของเธอก็ทนไม่ไหว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น
เมื่อเฉินเซิงเห็นดังนั้น เขาก็ถอนกายออกจากร่างกายของเธอแล้วกอดร่างกายอ่อนนุ่มของหลี่ซานซานไว้ พลางพูดคุยกับเธอหากเขาต้องการเธอแค่ครั้งเดียว เขาคงไม่สนใจความรู้สึกของเธอและทรมานเธอไปแล้ว
แต่ถ้าเขาต้องการสานสัมพันธ์กับเธอต่อ ก็ต้องเอาชนะใจเธอให้ได้
เมื่อเห็นว่าเฉินเซิงยังไม่ถึงจุดสุดยอด หลี่ซานซานก็รู้สึกผิดเล็กน้อย เธอรู้ว่าเขาสามารถทำอะไรกับเธอก็ได้ โดยไม่ต้องสนใจความรู้สึกของเธอ แต่เขากลับอ่อนโยนกับเธอมาก
“พี่เฉิน ผู้ชายอัดอั้นแบบนี้คงทรมานแย่ งั้น... ให้ฉันใช้ปากช่วยพี่เองดีกว่าค่ะ” หลี่ซานซานพูด
“ปาก?” เฉินเซิงรู้สึกเหมือนโดนโชคดีตกใส่หัว ไม่คิดว่าดาวมหาวิทยาลัยที่ดูถูกเขาจะเสนอให้ช่วยเขาแบบนี้ เขาจึงถามย้ำว่า “เธอทำเป็นเหรอ?”
“ฉันเรียนรู้ได้ค่ะ…”
ในเมื่อหลี่ซานซานเต็มใจขนาดนี้แล้ว เฉินเซิงก็ไม่ขัดศรัทธา
ภายใต้คำแนะนำของเขา หลี่ซานซานก็ใช้ริมฝีปากแดงสดอมส่วนนั้นของเขาไว้ ตอนแรกลมหายใจของเธอติดขัดอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเธอก็สามารถช่วยให้เขาปลดปล่อยออกมาได้สำเร็จ
แต่ข้อเสียอย่างเดียวก็คือ หลี่ซานซานไม่มีประสบการณ์ ทำให้เลอะเทอะไปหมดจนเธอต้องไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันอีกรอบ
เช้าวันต่อมา ตอนที่ทั้งสองออกมาจากโรงแรมพวกเขาก็ดูสนิทสนมกันมาก
คนที่ไม่รู้จัก คงคิดว่าพวกเขาเป็นคู่รักที่กำลังอินเลิฟกันแน่ๆ
แต่มีอยู่คนหนึ่งที่รู้ดีนั่นคือฮวาปู้ลั่วที่โดนซ่างกวนเหยียนบอดี้การ์ดสาวของเฉินเซิงทำร้ายจนพิการ
เช้าวันนี้ฮวาปู้ลั่วมาที่โรงแรมเจียงเฉิงเพื่อรับลูกค้า บังเอิญเห็นเฉินเซิงโอบเอวบางๆ ของหลี่ซานซานเดินออกมาจากโรงแรมทั้งสองดูสนิทสนมและมีความสุขมาก
“เสี่ยวซาน เฉินเซิง พวกแกมาทำอะไรที่นี่ พวกแก... ค้างคืนด้วยกันงั้นเหรอ?” เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นั้น ฮวาปู้ลั่วก็รู้สึกเหมือนหัวของตัวสีเขียวปี๋*[1] ขึ้นมาทันที เขาร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด
หัวสีเขียวปี๋ หมายถึง โดนสวมเขา