กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่หกสิบเจ็ด The Mad Dog

    ตอนที่หกสิบเจ็ด The Mad Dog

    แอนนายังจ้องผมตาเขียวจากการที่ผมมายุ่งกับการสมัครคัดตัวของเธอ

    “อย่าจ้องมองผมอย่างนั้นเราจะเป็นเพื่อนร่วมทีมเชียร์กันในอนาคตนะ”

    แต่บอนนี่กล่าว

    “โฮ่ โฮ่อย่าคิดว่าเธอจะเข้ามาได้ง่ายๆนะแอนนี่ ยังต้องผ่านการคัดตัวของเราอีกรอบหนึ่ง”

    บอนนี่แทรกเข้ามาในการคุยระหว่างผมกับแอนนา

    “ถ้าอย่างนั้นแอนนาก็แค่ผ่านให้ได้เท่านั้นล่ะ”

    ผมยื่นมืออกไป

    “แอนนากระโดดมาบนมือของผม”

    แอนนาทำสีหน้าแปลกใจและตาก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นกระโดดลอยตัวจากพื้นแสดงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ก่อนพลังสเลเยอร์จะถูกปลุกขึ้นมาเธอก็มีมันอยู่แล้ว

    เธอวางร่างกายลงบนฝ่ามือของผมและผมก็ยกชูเธอขึ้นพร้อมกัยการที่เธอก็พลิกตัวบนฝ่ามือของผมเอาเท้าชี้ขึ้นฟ้าเช่นกัน

    ผมเอามือชูขึ้นเหนือศีรษะที่แอนนาเองก็ทรงตัวอยู่บนฝ่ามือของผมอย่างไม่กระดิกด้วยสมดุลย์ที่เหนือมนุษย์

    “ผมว่าให้แอนนาเธอผ่านก็ได้แล้วมั้งบอนนี่เธอมีความสามารถในการช่วยทีมเชียร์ได้อย่างแน่นอน”

    บอนนี่เป็นคนที่กรีดรองเท้าของเพื่อนร่วมทีมเอาลูกปัดใส่เพื่อให้ขาของเพื่อนร่วมทีมเคล็ด และไซโคอะไรสารพัด แต่เธอจะไม่ตัดสินความสามารถอย่างไม่ยุติธรรม

    แบบเดียวกับกรรมการบางคนในเนื้อเรื่องที่ยอมจะฆ่าผู้สมัครดีกว่าแทนที่จะตัดสินให้คนที่เราไม่ชอบหน้าแพ้เพราะเขายอมเป็นฆาตกร มากกว่าเป็นกรรมการที่ไม่ยุติธรรม

    หรือเรียกสั้นๆว่าเธอคืออีกคนโรคจิตคนหนึ่งในเรื่องนั่นเอง

    “บอกไว้ก่อนนะบอนนี่ผมจำท่าเต้นของทุกคนได้หมด หากทั้งทีมบาดเจ็บจนไม่สามารถแข่งขันได้ ตำแหน่งแม็ดด็อกของผมจะเป็นกัปตันทีมเชียร์แทนนะ”

    ผมกล่าวขู่บอนนี่ไว้ก่อนที่พวกคนในกลุ่มเชียร์ลีดเดอส์จะทำเรื่องบ้าบออย่างใช้คาถาสาปกันเอง

    แน่นอนในสภาวะปรกติน่ะ ไม่เกิดเหตุการณ์พรรค์นั้นหรอก

    แต่นี่คือแนวเหนือธรรมชาติอเมริกันไฮท์สคูล

    ที่ผมสงสัยว่าตกลงทั้งโรงเรียนมันใช้เวทมนตร์เป็นหรือไงฟะ?

    ถึงได้สาปแช่ง ปลุกซอมบี้อัญเชิญปีศาจกันได้บ่อยขนาดนี้แล้วความลับดันไม่เปิดเผยในวงกว้างอีกแน่ะ

    ทั้งที่ทีมเชียร์ดลีเดอร์ อเมริกันฟุตบอลว่ายน้ำต่างๆ ก็มีคนใช้คาถาสาปกันไปมาอยู่ตลอด

    “เลโอนาร์ดเธอ--”

    บอนนี่จ้องมองผมอย่างคาดไม่ถึงแต่ผมยิ้มและกล่าวว่า

    “ล้อกันเล่นน่ะ เชียร์ลีดเดอส์มีตั้งเยอะโอกาสที่ทุกคนจะบาดเจ็บมีน้อยกว่าการถูกล็อตเตอรี่หรือฟ้าผ่าอีก”

    ผมวางแอนนาลงกับพื้นอย่างเรียบง่าย

    เราไม่ได้อยู่ในแนวไลท์โนเวลญี่ปุ่นที่จะเคอะเขินกันเมื่ออยู่ในท่าที่คล้ายกับการกอด

    แอนนาเธอเป็นมืออาชีพมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการเป็นเชียร์ลีดเดอส์ที่จะสัมผัสตัวกันมากกว่าปรกติ

    “ยินดีที่รับใช้มายเลดี้”

    ผมแซวแอนนาเมื่อวางร่างของเธอลงสู่พื้น

    แอนนาถึงกับยิ้มออกมาไม่ได้ทำเขินแบบสาวซึนเดเร่

    “ใช่แล้วนักกีฬาและเชียร์ลีดเดอร์ต้องเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ต่ออาการบาดเจ็บการแข่งและการแสดงต้องดำเนินต่อไป”

    โค้ชที่ตัดผมแบบเดียวกับทรงทหารร่างกายล่ำบึ้ก แม้จะอายุเยอะแล้ว

    โค้ชวาร์กเนอร์

    ที่เป็นที่หวาดกลัวของทุกคน

    โดนจับข้อหาขโมยแผนการแข่งของทีมคู่แข่งในอนาคต

    แต่ตอนนี้ภาพพจน์ของเขาคือโค้ชที่เข้มงวด

    “ได้ข่าวว่าเธอมาเป็นแม็ดด็อกหรือเลโอนาร์ด“

    โค้ชวาร์กเนอร์ตะโนเสียงดังใส่ผม

    “เธอเข้าใจไหมว่าเธอแบกรับเกียรติยศของโรงเรียน!!!”

    และนี่คือสาเหตุที่ชื่อของเขาเหมาะกับคำว่าวาร์กเนอร์เพราตะคอกใส่ทุกคนที่ขวางหน้านั่นเอง

     

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน